สื่ออเมริกันตีข่าว "ทายาทสิงห์" ถูกสั่งปลดเซ่นคลิปน้องชายแฉปมล่วงละเมิด ขณะที่ชาวเน็ตต่างชาติเสียงแตก ทั้งเห็นใจ ตั้งคำถามปมไทม์ไลน์ และความถูกต้องของข่าว
กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์สะเทือนวงการธุรกิจไทยและลามไปไกลถึงระดับสากล เมื่อสำนักข่าวชื่อดังของสหรัฐอเมริกาอย่าง The New York Post ได้ตีข่าวกรณีอื้อฉาวภายในตระกูล "ภิรมย์ภักดี" ผู้บริหารอาณาจักรบุญรอดบริวเวอรี่ หลังจากที่น้องชายออกมาร่ำไห้แฉพฤติกรรมพี่ชายแท้ๆ จนนำมาสู่การสั่งปลดจากทุกตำแหน่ง ขณะที่กระแสคอมเมนต์จากชาวเน็ตต่างชาติต่างรุมวิจารณ์ยับ มีทั้งทีมเซฟผู้เสียหายและทีมตั้งแง่ "ฟังหูไว้หู"
รายงานข่าวระบุว่า พาย สุนิษฐ์ สก๊อต ได้ถูกขับออกจากทุกตำแหน่งในบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด โรงเบียร์ที่เก่าแก่ที่สุดของไทยที่มีมูลค่าทรัพย์สินกว่า 6 หมื่นล้านบาท หลังจากที่ ทราย" สก๊อต น้องชายแท้ๆ ได้อัดคลิปวิดีโอเปิดใจทั้งน้ำตาเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา แฉว่าตนเองถูกพี่ชายแท้ๆ ล่วงละเมิดทางเพศมานานกว่า 10 ปี ตั้งแต่ตอนที่ตนอายุเพียง 12 ปี พร้อมระบุว่าตนมีคลิปเสียงที่แอบอัดไว้ตอนพี่ชายยอมรับผิดเป็นหลักฐานเด็ด
หลังจากข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปในฝั่งสหรัฐฯ ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดจากผู้อ่านชาวต่างชาติ ซึ่งกระแสสังคมแตกออกเป็นหลายมุมมองอย่างน่าสนใจ และยังมีชาวเน็ตต่างชาติจำนวนมากรู้สึกสะเทือนใจต่อสภาพจิตใจของเขามากมาย และคอมเมนต์ส่วนใหญ่ต่างอวยพรให้เขาได้รับการเยียวยาจิตใจและได้รับความยุติธรรม
"ความทุกข์ทรมานที่ฉายชัดบนใบหน้าของเขา มันบอกอะไรได้มากมาย" ชาวเน็ตคนหนึ่งกล่าว ขณะที่อีกคนแสดงความชื่นชม ทรายว่า "ภูมิใจในตัวคุณมากที่กล้าพูดความจริงออกมา! ความจริงจะทำให้คุณเป็นอิสระ ขอให้มีความสุขกับชีวิตหลังจากนี้นะ"
อีกด้านหนึ่ง มีชาวเน็ตฝั่งตะวันตกค่อนข้างแอนตี้การ "ตัดสินคนด้วยกระแสโซเชียล" โดยมองว่าการสั่งปลดพนักงานจากข้อกล่าวหาที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ในชั้นศาลเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
โดยหนึ่งในคอมเมนต์ แสดงความเห็นอย่างดุเดือดว่า "การไล่ใครออกโดยไม่มีข้อพิสูจน์นี่ยังไงก็เกินไปหน่อย... ใครๆ ก็กุเรื่องขึ้นมากล่าวหาใครตอนไหนก็ได้ ตราบใดที่เรื่องยังไม่ถูกพิสูจน์ มันไม่ควรจะส่งผลกระทบขนาดนี้"
เช่นเดียวกับความเห็นที่เตือนสติว่า "เดี๋ยวนี้คนเราหูเบาเกินไป น่ากลัวมากที่ชีวิตคนเราจะพังพินาศได้ง่ายๆ ด้วยคำโกหก" นอกจากนี้ยังมีบางคอมเมนต์ตั้งข้อสงสัยรุนแรงถึงขั้นว่า "หรือว่าเขาแค่อยากได้มรดกกันแน่?"
นอกจากนั้นยังมีผู้แสดงความเห็นสะท้อนค่านิยมแบบเอเชียว่า "สำหรับพวกเราคนเอเชีย การเอาเรื่องคาวในบ้านมาป่าวประกาศแบบนี้มันน่าขายหน้า อย่าเพิ่งมาไลฟ์สดเรียกคะแนนความสงสารเลย รวบรวมหลักฐานให้แน่นหนาจนส่งฟ้องศาลให้จับติดคุกได้ก่อนค่อยมาเปิดเผยดีกว่า"
ทั้งยังมีคอมเมนต์ขำขันจากชาวเน็ตต่างชาติบางคนที่สับสน สันนิษฐานว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์เนื่องจากชื่อแบรนด์เบียร์มีความคล้ายคลึงกัน
นอกจากกระแสความเห็นในมุมต่าง ๆ แล้ว ยังเกิดการตั้งคำถามและท้วงติงถึงความถูกต้องของข้อมูลโดยเฉพาะปมไทม์ไลน์ของเหตุการณ์ที่ New York Post ระบุว่า "สิรณัฐ ถูกล่วงละเมิดทางเพศมานานกว่าหนึ่งทศวรรษ"
จนมีคนตั้งคำถามตามมาว่า "หากเริ่มโดนกระทำตอนอายุ 12 ปี และโดนต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปีตามที่อ้าง นั่นเท่ากับว่าเขาต้องทนถูกทำอนาจารมาจนถึงอายุ 22 ปีเลยอย่างนั้นหรือ? ซึ่งในความเป็นจริงแล้วช่วงอายุขนาดนั้นมันดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่นัก"
สุดท้ายได้คนออกมาท้วงติงตามมาในทำนองว่า "ข่าวมันน่าจะผิด ที่บอกโดนมาเป็น 10 ปีตั้งแต่อายุ 12 จริงๆ มันไม่น่าจะอย่างนั้นนะมันอาจจะเกิดขึ้นตอน 12 มากกว่า"


