xs
xsm
sm
md
lg

ตำรวจสรุปข้อกล่าวหา “คิมซูฮยอน" คบ "คิมแซรน" ตั้งแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเป็นเท็จ ชี้มีการตัดต่อแชต-ใช้ AI ปลอมเสียง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ตำรวจเกาหลีใต้สรุปว่า ข้อกล่าวหาที่ คิมซูฮยอน เคยคบหา คิมแซรน ตั้งแต่ยังเป็นผู้เยาว์ เป็นข้อมูลเท็จและถูกดัดแปลงหลักฐาน
ตำรวจเกาหลีใต้สรุปว่า ข้อกล่าวหาที่ว่า คิมซูฮยอน เคยคบหา คิมแซรน ตั้งแต่ยังเป็นผู้เยาว์เป็น “ข้อมูลเท็จ” พร้อมชี้หลักฐานสำคัญถูกตัดต่อและสร้างด้วย AI ขณะที่ผู้ดูแลช่อง Hoverlab กำลังเผชิญคำร้องขอหมายจับจากอัยการเกาหลีใต้

ตำรวจเกาหลีใต้สรุปผลการสอบสวนว่า ข้อกล่าวหาที่ว่า คิมซูฮยอน เคยคบหากับนักแสดงผู้ล่วงลับ คิมแซรน ตั้งแต่ฝ่ายหญิงยังเป็นผู้เยาว์นั้น “ไม่เป็นความจริง” พร้อมระบุว่าหลักฐานบางส่วนถูกสร้างขึ้นด้วย AI และมีการตัดต่อข้อความแชต ก่อนนำไปเผยแพร่ผ่านช่องยูทูบสายขวาจัดอย่าง Hoverlab หรือ Garosero Research Institute

ตามเอกสารคำร้องขอหมายจับของตำรวจสถานีกังนัม ซึ่งสื่อ JoongAng Ilbo ตรวจสอบเมื่อวันพฤหัสบดี ระบุว่า ภาพแคปหน้าจอ KakaoTalk และไฟล์เสียงที่ คิมเซอี ผู้ดำเนินช่อง Hoverlab ใช้อ้างเป็นหลักฐานความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมนั้น ถูกดัดแปลงทั้งหมด โดยชื่อในบทสนทนาถูกแก้ไขให้กลายเป็น “คิมซูฮยอน” ขณะที่ไฟล์เสียงถูกสร้างหรือปรับแต่งด้วยเทคโนโลยี AI

ตำรวจระบุเพิ่มเติมว่า แม้ผู้ต้องสงสัยจะทราบดีว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นเท็จ แต่ยังเผยแพร่ต่อเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ รวมถึงรายได้จาก YouTube โดยในคำร้องมีข้อความว่า “ผู้ต้องสงสัยเผยแพร่ข้อมูลเท็จเพื่อทำลายชื่อเสียงของคิมซูฮยอน ทั้งที่ทราบดีว่าเขาไม่เคยมีความสัมพันธ์กับผู้เสียชีวิตตั้งแต่สมัยยังเป็นผู้เยาว์”

สำหรับข้อความ KakaoTalk ที่ถูกปล่อยออกมาเมื่อเดือนมีนาคม 2025 ตำรวจพบว่าเป็นข้อมูลที่ถูกตัดต่อจากแชตเดิมของคิมแซรนกับ “บุคคลไม่ทราบชื่อ” ในปี 2016 โดยญาติของนักแสดงสาวส่งภาพแคปทั้งหมด 11 ภาพให้คิมเซอี ก่อนมีการแก้ไขอย่างน้อย 7 จุด รวมถึงเปลี่ยนชื่อคู่สนทนาเป็น “คิมซูฮยอน”

เจ้าหน้าที่ยังชี้ว่า ระบบ KakaoTalk มักแสดงชื่อว่า “บุคคลไม่ทราบชื่อ” หากบัญชีถูกลบหรืออีกฝ่ายบล็อกผู้ใช้ แต่คิมเซอีกลับนำข้อมูลดังกล่าวไปเผยแพร่ให้ดูราวกับทั้งสองคนพูดคุยกันจริง

นอกจากนี้ ตำรวจยังตั้งข้อหาทนายความตัวแทนครอบครัวของคิมแซรนในฐานะผู้ต้องสงสัย โดยระบุว่าไม่เพียงส่งต่อข้อมูลให้คิมเซอี แต่ยังช่วยเผยแพร่และขยายข้อมูลเท็จในลักษณะ “มีการวางแผนและทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ”


ด้านไฟล์เสียงของคิมแซรนที่ฝ่าย Hoverlab เผยแพร่เมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 ตำรวจก็สรุปว่าเป็นไฟล์ที่ผ่านการสร้างหรือดัดแปลงด้วย AI เช่นกัน

โกซังรก ทนายของคิมซูฮยอน โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันพุธว่า ฝั่งนักแสดงไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีกับทนายของครอบครัวคิมแซรน แต่ดูเหมือนเจ้าหน้าที่จะพบหลักฐานการสมรู้ร่วมคิด จนเปลี่ยนสถานะจากทนายฝ่ายจำเลยมาเป็นผู้ต้องสงสัยด้วยตนเอง ซึ่งถือเป็นกรณีที่ “ผิดปกติอย่างมาก”

ตำรวจยังระบุว่า การกระทำของคิมเซอีส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตและอาชีพของคิมซูฮยอน ทั้งทำลายฐานทางสังคม กิจกรรมทางเศรษฐกิจ และความสามารถในการทำงานของเขา พร้อมเปิดเผยว่านักแสดงยังอยู่ระหว่างการรักษาทางจิตเวช และหากยังมีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จต่อไป อาจก่อให้เกิดความเสียหายที่ไม่สามารถเยียวยาได้

อย่างไรก็ตาม คิมเซอีปฏิเสธคำร้องขอหมายจับ โดยกล่าวระหว่างไลฟ์สดว่าเป็นความพยายามขัดขวางการทำข่าวของตน พร้อมอ้างว่าเดิมทีเขากำลังเตรียมรายงานคดีอาชญากรรมทางเพศที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองชื่อดังรายหนึ่งในกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ก่อนที่คำร้องขอหมายจับจะถูกยื่นขึ้นอย่างกะทันหัน

ทั้งนี้ สำนักงานอัยการกลางกรุงโซลได้ยื่นคำร้องขอหมายจับคิมเซอีเมื่อวันพุธ ในข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายคดีพิเศษเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเพศ โดยเฉพาะความผิดด้านการบันทึกและเผยแพร่ภาพผิดกฎหมายผ่านอุปกรณ์ถ่ายภาพ ขณะที่ศาลกลางกรุงโซลมีกำหนดไต่สวนคำร้องในวันอังคารหน้า