เรียกได้ว่ายังอยู่ในกระแส แบบวันต่อวัน สำหรับกรณีของ “ทราย สิรณัฐ สก็อต” หรือว่า “ทราย สมุทร” ที่ล่าสุด “ลีน่า จัง”ก็ออกมาให้ความคิดเห็นในเรื่องนี้ ตอนแรกหลายคนนึกว่าจะออกมาฟาด! แต่สรุปแล้วออกมาร่ายยาว แนะนำให้ทรายไปขอโทษแม่บังเกิดเกล้า และหยุดแฉ เพราะยังไงก็เป็นครอบครัวเดียวกัน รวมไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต ตนเองมองว่าเป็นช่วงของวัยรุ่นที่อยู่ในช่วงกลัดมัน
“เห็นว่าอยากฟังความคิดเห็น คือไม่เห็นด้วย เพราะยังไงก็เป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน และคนที่ออกมาต่อว่าแม่เขา เขาก็เป็นแม่ลูกสายเลือดเดียวกัน ให้ทะเลาะกัน เดี๋ยวมันก็ต้องดีกันในสักวันนึง อันนี้พูดตรงๆ พี่ชายเขาก็มีครอบครัว มีลูกแล้ว เมียกำลังท้อง ตอนนั้นมันอยู่ในช่วงวัยรุ่น กำลังกลัดมันส์ มีอารมณ์ทางเพศ แล้วตอนนี้ผ่านมา 20 กว่าปี เขาคงคิดได้แล้ว ก็ควรให้อภัย ไม่ควรเอาอดีตที่ฝังใจมาทำอย่างนี้”
“แต่พอดีแม่เขาไปฟ้องเขาไง ที่ว่าขายที่ดิน 130 ล้าน แม่ก็จะเอา และเอาพี่ชายมาเป็นพยาน ทางนี้ก็เลยออกมาดิสเครดิต แล้วถ้าไปสืบพยานในชั้นศาล จะได้บอกได้ว่ามีความแค้นต่อกัน น้ำหนัก พยานความเชื่อถือ มันไม่ได้”
“คือยังไงก็ไม่เห็นด้วย เราไม่ได้หิวแสง เราก็มีลูกสองคน เราก็เคยทะเลาะกับลูก ลูกเราเคยจะตีเราด้วย ตอนนั้นเขาอายุ 15 ปี ฉันตื่นมาตอนตีสี่ มันยังเล่นเกมส์อยู่เลย และเช้ามามันต้องไปโรงเรียน ฉันก็เลยเข้าไปตบหัวมันทีนึง มันก็ชกฉันเลย แล้วมันก็เดินออกจากบ้านไปเลย ไปอยู่กับเพื่อน ฉันก็ไปตาม ฉันก็จะไปแจ้งความจับเพื่อนมัน ถามมันว่ามึงจะกลับไหม ถ้ามึงไม่กลับ กูจะเอาตำรวจมาจับเพื่อนมึง ข้อหาพรากผู้เยาว์”
“เด็กวัยรุ่นอายุยังน้อย มันก็มีอารมณ์ทางเพศ ก็อยากจะเตือนทราย สก็อต ว่าพอแล้ว ไม่ต้องไปแฉอะไรแล้ว และที่ต๊อด (ปิติ ภิรมย์ภักดี) เขาแนะนำคือถูกต้องเลย ยังไงเขาก็เป็นแม่บังเกิดเกล้า เขาก็เลี้ยงเรามาจนโต เข้าไปขอโทษเขาดีที่สุด แค่นั้นเอง มันจะไปยากอะไร”
“และคนที่ยืนอยู่หน้าช่องทีวี ที่มาให้กำลังใจ เขาไม่ได้เลี้ยงเธอมา ตอนมีกระแสก็เข้ามากอด ลองตอนที่เธอลำบากไม่มีจะกิน ลองไปขอเขากินสิ ขอครั้งแรก เขาให้กิน แต่ขอบ่อยๆ ไม่ให้ แถมยังไล่อีกด้วย เข้าใจหรือเปล่า”
“ยังไงคนเป็นแม่ ก็เข้าไปขอโทษขอโพยเขา เดี๋ยวเขาก็ถอนฟ้อง เดี๋ยวเรื่องมันก็จบ อันนี้จริงๆ และการที่แม่เธอปิดบังเรื่องนี้ เพราะไม่อยากให้เสียชื่อเสียงทั้งของลูกชายคนโตและลูกชายคนเล็ก ที่เขาต้องปิดเงียบเพราะว่ามันเป็นเด็กวัยรุ่นด้วยกัน”


