xs
xsm
sm
md
lg

อัยการขอคุก 10 ปี ชายบุกบ้าน “นานะ” ขู่ทำร้ายแม่ลูก แถมฟ้องกลับอ้างถูกไอดอลสาวพยายามฆ่า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คดีชายบุกบ้าน นานะ และแม่ กลายเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังอัยการเกาหลีใต้ร้องศาลสั่งจำคุก 10 ปี ชี้เป็นคดีร้ายแรงใช้อาวุธข่มขู่เหยื่อหญิง ขณะที่ผู้ต้องหายังปฏิเสธบางข้อหา และเคยยื่นฟ้องกลับกล่าวหาไอดอลสาวพยายามฆ่าระหว่างเข้าจับตัว

คดีชายบุกบ้านของ นาะ นักร้องและนักแสดงสาวชาวเกาหลีใต้ เดินทางเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาโทษแล้ว โดยเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา สำนักงานอัยการเขตอึยจองบู สาขานัมยังจู ได้ร้องต่อศาลให้ลงโทษจำคุกนายคิม อายุ 34 ปี เป็นเวลา 10 ปี ในการพิจารณาคดีครั้งสุดท้ายที่ศาลแขวงอึยจองบู สาขานัมยังจู

อัยการระบุว่า นายคิมถูกฟ้องในข้อหาปล้นทรัพย์และทำร้ายร่างกาย หลังถูกกล่าวหาว่าบุกเข้าไปในบ้านพักของนานะที่เมืองกูรีเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา พร้อมอาวุธ โดยเขาถูกกล่าวหาว่าข่มขู่นานะและมารดา เรียกร้องทรัพย์สินมีค่า และทำให้ทั้งสองได้รับบาดเจ็บระหว่างเกิดเหตุ

ฝ่ายอัยการยืนยันว่า จำเลยก่ออาชญากรรมร้ายแรงจากการบุกรุกเคหสถานพร้อมอาวุธและคุกคามเหยื่อผู้หญิง อีกทั้งยังปฏิเสธข้อกล่าวหาบางส่วน และไม่แสดงท่าทีสำนึกผิด ทั้งที่เหยื่อได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างหนักจากเหตุการณ์ดังกล่าว

จากผลการสอบสวนระบุว่า ระหว่างเกิดเหตุ นานะและมารดาเป็นฝ่ายช่วยกันต่อสู้และควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ก่อนที่ตำรวจจะมาถึงที่เกิดเหตุ


คดีนี้กลายเป็นที่สนใจของสังคมมากขึ้น หลังผู้ต้องหายื่นฟ้องกลับ โดยกล่าวหาว่า นานะ พยายามฆ่าเขาระหว่างเข้าจับกุมตัว อ้างว่าตนได้รับบาดเจ็บจากการถูกควบคุมตัว อย่างไรก็ตาม ตำรวจสรุปว่านานะและแม่กระทำไปเพื่อป้องกันตัว จึงไม่ดำเนินคดีกับทั้งสองฝ่าย ก่อนที่นานะจะยื่นฟ้องกลับในข้อหาแจ้งความเท็จต่อผู้ต้องหาในเวลาต่อมา

ด้านทนายของจำเลยโต้แย้งในชั้นศาลว่า นายคิมมีเจตนาเพียงลักทรัพย์ ไม่ได้ตั้งใจปล้นทรัพย์ และยังอ้างว่าไม่มีหลักฐานชัดเจนเพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าเขาพกอาวุธเข้าไปในบ้านจริง

ตัวจำเลยเองยังปฏิเสธข้อกล่าวหาบางส่วน โดยกล่าวต่อศาลว่า “ผมขอโทษเหยื่อ แต่ผมไม่สามารถยอมรับในความผิดที่ผมไม่ได้ก่อได้”

ก่อนหน้านี้ นานะ เคยขึ้นให้การด้วยตัวเองในศาล และเปิดเผยว่ายังคงมีอาการบอบช้ำทางจิตใจอย่างรุนแรงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังการพิจารณาคดี เธอยังโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุว่าหวังให้ผู้ก่อเหตุ “รับผิดชอบต่ออาชญากรรมอันเลวร้ายของตัวเอง” พร้อมทิ้งท้ายด้วยประโยคว่า “ทำอะไรไว้ก็ย่อมได้รับผลแบบนั้น”

ทั้งนี้ ศาลมีกำหนดอ่านคำพิพากษาในคดีดังกล่าววันที่ 9 มิถุนายนนี้