xs
xsm
sm
md
lg

“โบว์ เบญจวรรณ” คลั่งรัก “แบงค์ พชร” ชมเทกแคร์เก่ง จนรู้ว่าตัวเองสมควรได้รับสิ่งดีๆ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“โบว์ เบญจวรรณ” เผยฝากไข่ไว้ตั้งแต่อายุ 36 จะได้ใช้เมื่อไหร่ยังไม่รู้ แต่ตอนนี้มีแค่ “แบงค์ พชร” อัปเดตรักแฮปปี้เกินร้อย ชอบตัวเองเวอร์ชั่นนี้ที่สุด โอเพ่นเรื่องลูกกันทั้งคู่ ขอบคุณที่มาเป็นสิ่งดีๆ ในชีวิต

เรียกว่าแฮปปี้สุดๆ สำหรับสาว “โบว์ เบญจวรรณ อาร์ดเนอร์” ที่กำลังอินเลิฟอยู่กับ “แบงค์ พชร ปัญญายงค์” ล่าสุดได้เจอสาวโบว์ในงานเปิดตัว VFC & BB Clinic (Sukumvit 11) ศูนย์เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ผสานศาสตร์ความงามและสุขภาพองค์รวมแบบครบวงจร เจ้าตัวก็ได้เปิดใจถึงการตัดสินใจฝากไข่ไว้ตั้งแต่อายุ 36 ปี แม้ตอนนั้นยังไม่ชัวร์เรื่องการมีลูก พร้อมอัปเดตหัวใจสีชมพู ที่ทำให้วันนี้ชอบตัวเองในเวอร์ชั่นนี้ที่สุด

“ฝากไข่ไปแล้วค่ะ ฝากไป 3 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเป็นช่วงที่อะไรหลายๆ อย่างเปลี่ยน เป็นช่วงเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ก็เลยรู้สึกว่าในอนาคตมันอาจจะมีอะไรที่ไม่แน่ไม่นอน เราก็ไม่แน่ใจว่าคู่ในอนาคตจะเป็นยังไง ก็ Just in case ไว้ก่อน แล้วช่วงนั้นโบว์ 36 พอ 36 ปุ๊บ ก็รู้สึกว่ามันอาจจะอยู่ในเกณฑ์ที่ยังได้อยู่ คิดว่าถ้านานไปกว่านี้อาจจะช้าไป หรือว่าอาจจะได้คุณภาพไม่เท่าที่คิด เพราะว่าถ้าคุยกับเพื่อนๆ หลายๆ คนค่ะ ที่เขาเก็บตั้งแต่ 30 ต้นๆ แล้วเขาบอกยิ่งเก็บเร็วยิ่งดี ก็เลยอยู่ในจุดที่โอเค”

เผยตอนนั้นไม่ชัวร์เรื่องมีทายาท แค่อยากเก็บไว้ในเผื่ออนาคต
“ไม่ได้ชัวร์ เพราะโบว์ไม่รู้ไง จริงๆ ใจโบว์เฉยๆ กับการมีลูกอยู่แล้ว แต่ว่าเราไม่รู้ว่าคนในอนาคตของเรามันจะเป็นยังไง ณ ตอนนั้นเนาะ เราก็ไม่รู้ว่าเออ Just in case เผื่อไว้ก่อน อะไรจะเกิดขึ้นค่อยว่ากัน ตอนนั้นมีท้อนิดหนึ่งว่าคู่ก็ไม่มี จะต้องมานั่งปักเองอีก มันก็เลยรู้สึกว่าทำทำไม ก็คือครึ่งทางโบว์รู้สึกว่าหรือจะไม่ทำแล้ว เพราะมันมันไม่มีกำลังใจ แต่สุดท้ายไข่ที่ได้ไปก็ไม่น้อย ก็ถือว่าภูมิใจ

ที่ทำตอนนั้นคือตอนโสดเลย จริงๆ ไม่แน่ไม่นอนค่ะ เพราะว่าตอนแรกๆ เลย มันไม่ได้มีอยู่ในหัวเลยว่าเราจะมี ตอนแรกที่คุยกันว่าไม่มีดีกว่า เพราะว่าไลฟ์สไตล์ แต่พอมันจบตรงนั้นไปแล้ว ก็รู้สึกว่า แล้วในอนาคตล่ะ เผื่อมันคุยกันแล้วเรารู้สึกว่า เฮ้ย คน ๆ นี้เป็น สามารถเป็น Family man ได้ เป็นคุณพ่อได้ แล้วเรารู้สึกน่าจะเปิดโอกาสตรงนี้ไป ก็เลยเลือกที่จะเก็บ ทุกวันนี้โบว์ก็ยังไม่ชัวร์นะ ว่าโบว์จะเป็นแม่ยังไง โบว์ก็ยังไม่ชัวร์ว่าจะมียังไงเมื่อไหร่”

ไม่เคยจินตนาการภาพตัวเองตอนเป็นแม่
“เอาจริงๆ ไม่เคย ตอนนี้ก็ยัง ตอนนี้เป็นแม่หมา (แล้วถ้ามีจะเป็นคุณแม่สายไหน?) โบว์ว่าน่าจะผสมผสานทุกอย่าง เพราะว่าตอนเด็กๆ คุณแม่เป็นสายโหด แต่คุณพ่อโบว์เป็นสายสปอย โบว์ก็ว่าน่าจะผสมผสานกันไป ลุยๆ บ้าง ชิลบ้าง สปอยบ้าง แล้วก็ ดุบ้าง นิดหนึ่ง คิดว่าน่าจะต้องมีรวมๆ มันจะได้แบบครบรส”

ไม่รู้จะเอามาใช้เมื่อไหร่ แต่คงใช้กับหวานใจ “แบงค์ พชร”
“แหม ก็มีแค่คนเดียวแล้วเนาะ (หัวเราะเขิน)”

โอเพ่นทั้งคู่เรื่องลูก ก่อนจะคบมีคุยกันแล้ว
“ก่อนที่เราจะตัดสินใจคบกัน เราคุยกันทุกเรื่องเลย เรื่องอนาคตเป็นยังไง มีเป้าหมายตรงกันไหม โบว์ก็ถามว่าถ้าในอนาคตโบว์ดันอยากมีลูกขึ้นมา พี่โอเคไหม พี่อยากมีหรือเปล่า เพราะว่าถ้าโบว์อยากมี เขาไม่อยากมี มันจะได้โอเค แยกทางกันก็ Let's say ถ้าโบว์อยากมีมากๆ แต่เขาบอกเขาพอแล้ว มันจะได้โอเค แต่คือพอคุยปุ๊บ เขาก็บอกโอเพ่น คือตอนนี้ทั้ง ทั้งคู่โอเพ่นมากๆ

ในอนาคตไม่แน่ แต่ตอนนี้อยากเต็มที่ในฐานะแฟนก่อน
“ไม่แน่ ตอนนี้มันเหมือนเราอยู่ในจุดที่เราเป็นแฟนกันค่ะ เราก็เลยอยากใช้ชีวิตในฐานะเป็นแฟนกันให้เต็มที่ คือไปเที่ยว ไปทำกิจกรรมที่เราต้องเรียนรู้จากการทำกิจกรรมพวกนี้ก่อน ถ้าไปอีกสเต็ปหนึ่ง มันอาจจะเร็วไปตอนนี้ อาจจะค่อยๆ ดีกว่า”

ชอบตัวเองเวอร์ชั่นนี้ ความสัมพันธ์มันน่ารักและแฮปปี้มาก
“มันน่ารักมาก มีแต่แฮปปี้ค่ะ โบว์รู้สึกว่าโบว์ชอบตัวเองเวอร์ชั่นนี้ เพราะโบว์ได้เป็นตัวของตัวเองเต็มที่ ไม่ว่าจะอยู่กับเขา อยู่กับเพื่อน อยู่กับครอบครัว เราเป็นตัวของตัวเองจริงๆ แล้วคนรอบตัวเขาเห็น คือคนที่บอกโบว์ได้ชัดเจนมากที่สุดคือเพื่อนๆ นี่แหละ เพื่อนๆ พูดบ่อยมาก ชอบยูเวอร์ชั่นนี้ อยากเห็นยูเป็นแบบนี้มานานแล้ว (เวอร์ชั่นนี้ที่เราตามหา มันไม่เคยมีเลย?) มันไม่ใช่ไม่เคยมีค่ะ แต่มันแค่ไม่ได้ออกมา แค่นั้นเอง มันมีอยู่ในตัว”

ให้คะแนนความสุขตอนนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์
“ร้อย คือความสุขที่โบว์ได้สร้างด้วยตัวเองที่ผ่านมา มันเยอะอยู่แล้วค่ะ แต่การที่มีเขาเข้ามา มันไม่ทำให้มันน้อยลง มันมีแต่เพิ่มขึ้น คลั่งรักก็มา (หัวเราะ) โบว์ไม่เคยรู้ตัวว่าโบว์เป็นคนโรแมนติก จนกระทั่งเจอเขา คือเขามีความโรแมนติกสูงมาก จนทำให้เรารู้สึกโอ้ เราชอบอะไรแบบนี้เหรอเนี่ย เราชอบการเทกแคร์แบบทุกอย่าง เขาเป็นคนสังเกต บางทีบางอย่างเราพูดลอยๆ อีกวันหนึ่งเขาพาเราไปแล้ว เราบอกชอบอันนี้ อีกวันหนึ่งมาแล้ว คือเป็นคนเทกแคร์ดูแล ช่วงการเจอแรกๆ ตอนนั้นโบว์ป่วย เขาก็แบบกินยาไหม อะไรไหม เราก็บอกอ๋อไม่เป็นไร โบว์โอเคแล้ว เขาก็เลยส่งถังออกซิเจนมาให้ เพื่อให้แบบเรารู้สึกสดชื่นขึ้น เผื่อเพลียๆ ชอบดอกไม้เขาก็ส่งมา หรืออะไรที่โบว์ชอบกินเขาจะจำ ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ตั้งใจบอกเขา แค่เกริ่นพูด เขาก็จะคอยดูแล”

รู้สึกว่าตัวเองคู่ควรกับสิ่งได้รับ
จริงๆ เราก็คู่ควรนี่หน่า โบว์ว่ามันเป็น Both ways ค่ะ คือแบบเราเทกแคร์เขา เขาเทกแคร์เรา แต่ว่าเขาอาจจะเป็นคนที่ชอบเทกแคร์มากๆ เราก็เลยได้รับมากกว่า ชอบค่ะ ควรจะได้รับตั้งนานแล้วค่ะ ทุกวันนี้ก็ยังสม่ำเสมอมากๆ คือเมื่อก่อนเราอาจจะรู้สึกว่าแค่นี้ก็พอแล้ว แต่พอมันได้อยู่กับตัวเองจริงๆ เหมือนค้นเข้าไปหาตัวเองลึกๆ จริงๆ แล้วก็รู้สึกว่าเฮ้ย อะไรที่เรากิฟต์ให้คน เขาคือคนที่จะรับ ใช่ แต่ว่าสิ่งที่เราให้ เราเองก็คู่ควรที่จะได้รับเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นคือ ก็คือเหมือนปรับมายด์เซ็ตตัวเองไปเยอะมาก ว่าเราก็ไม่ได้ด้อยค่ากว่าใคร เราก็คู่ควรที่จะได้รับสิ่งดีๆ เช่นเดียวกัน”

ปีสองปีที่ผ่านมา มันคุ้มค่า
“คุ้มค่าค่ะ มันไม่จำเป็นต้องไปพิสูจน์ให้ใครรู้เลย โบว์ว่าเราซินเซียร์ต่อกัน มันแสดงออกชัดเจนแล้ว คนรอบตัวเห็น คนรอบตัวยอมรับ มันไม่มีอะไรมากกว่านั้น แล้วว่าโบว์ว่าทั้งคู่ทำด้วยความจริงใจทั้งคู่เลยค่ะ แล้วไม่มีอะไรปิดกั้น เราไม่ได้มีอะไรต้องมานั่งโกหกกัน ใครถามเราก็ตอบตรงๆ ได้ มันไม่มีอะไรต้องมานั่ง เอ๊ะ ตอบดีไหมนะ เพราะว่ามันไม่มีอะไรที่จะต้องมานั่งปิดบัง”

ข่าวไม่ได้มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์
“ไม่มีเลย คือทั้งฝั่งครอบครัวเขา ครอบครัวโบว์ด้วย คือทุกคนให้กำลังใจแล้วเขาเข้าใจ แล้วเขาเห็นแล้วว่าการที่โบว์มีพี่เขาเข้ามา หรือการที่พี่เขามีโบว์เข้ามา มันอยู่ด้วยกันแล้วมันดี คนรอบตัวก็ดี

ขอบคุณกันและกัน ที่เข้ามาเป็นสิ่งดีๆ ในชีวิต
ขอบคุณค่ะ ขอบคุณตลอด คือเวลาเราได้รับการอะไรดีๆ ก็บอกโอ้ ขอบคุณนะที่ในที่สุดเราก็ได้เจอกันเนาะ เขาก็จะพูดบ่อยเหมือนกันว่า โห ดีมากเลย ที่ผ่านมาที่อดีตอะไรก็แล้วแต่ที่มันให้เราต้องเจอกันก็ขอบคุณสิ่งๆ นั้นด้วย”