“ทราย สิรณัฐ สก๊อต” ออกมาเปิดใจหมดเปลือกผ่านรายการโหนกระแส วันที่ 18 พ.ค. ที่มี “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ ปมถูกล่วงละเมิดจากพี่เลี้ยงและพี่ชาย รวมทั้งถูกคุณแม่ฟ้องร้องเรียกทรัพย์สินที่คุณตาตั้งใจยกให้ทรายคืน โดยทรายร่ำไห้ พร้อมเผยว่าฟางเส้นสุดท้ายคือการฟ้องร้องเรียกที่ดินคืน กล่าวหาตนเป็นลูกเนรคุณ
-กลับไทย 6 ปีครับ กลับมาที่ไทยตั้งแต่ 6 ปีที่แล้ว กลับมาก็เป็นนักอนุรักษ์ จริงๆ ตอนที่ทรายไปอยู่ต่างประเทศ ทรายใช้เวลาบำบัดตัวเองกับจิตวิทยา เราไปทำงานกับหมอที่เป็นจิตแพทย์ และค่อยๆ อันล็อกเรื่องต่างๆ ที่เราเจอตอนเด็กๆ ครับ ด้วยจังหวะโควิดเราต้องกลับมา พร้อมเผชิญเรื่องนี้
-ตอนกลับมาปีแรกก็เริ่มบอกคนในครอบครัวแล้วว่าเราเจออะไรบ้าง เมื่อสิ่งที่เราพูดไป มันไม่ค่อยมีน้ำหนัก สุดท้ายจากที่อยู่กับครอบครัวที่หัวหิน หรือกรุงเทพฯ เราก็ไปภาคใต้ ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ครับ
- อยู่กับทะเลครับ ว่ายน้ำ เก็บขยะ รู้สึกว่าเขาเป็นที่เดียวที่เยียวยาจิตใจเราได้ครับ งานทุกแบบที่เราหาเหตุผลจะอยู่กับทะเล แล้วก็ขอบคุณเขาทุกวันครับ เราก็เก็บขยะกับอุทยาน เป็นเจ้าหน้าที่ ว่ายน้ำทุกอย่างครับ นั่นคืองานที่เราทำมา 6 ปีครับ
- มันคือความสุขของเราครับ เรารู้สึกว่าตอนเราอยู่กับธรรมชาติ ไปดับไฟ เราเป็นห่วงทรัพยากรครับ เมื่อเรารู้ว่ามีปัญหา เราก็หาทางไป และเรียนรู้เรื่องปัญหา เราอยากเข้าใจทุกปัญหาที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมครับ
-ลุยเรื่องช้างสีดอ บางทีทรายรู้สึกว่าเหมือนเราอยากเป็นเสียงให้กับสิ่งที่ไม่มีความยุติธรรมครับ รู้สึกว่ามันคือสิ่งที่ถูกต้อง ที่ต้องทำครับ
-ทรายรู้แค่ว่าในวันที่ทรายไม่ได้มีครอบครัว ทรายมีแต่ทะเลครับ กับทรัพยากร (ร้องไห้) เขาเหมือนพ่อที่เราไม่เคยมี เขาเป็นแม่ที่เราไม่เคยมีครับ เขาไม่เคยทำร้ายเรา (ร้องไห้) ตอนทรายอยู่ในธรรมชาติ ทรายรู้สึกว่า เราเป็นมากกว่าผู้ชายที่โดนข่มขืนครับ (ร้องไห้) มากกว่าผู้ชายที่โดนครอบครัวทิ้งครับ (ร้องไห้)
- ตอนทรายเด็กๆ ทรายหวังว่าจะมีคนมาช่วยเราหรือช่วยสิ่งอื่นๆ เราโตขึ้น เรารู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้มันไม่มีจริงถ้าเราไม่ลุกขึ้นมาเป็นเองครับ ทุกวันที่ทรายได้เป็นตัวเอง ที่มันชัดเจน ทรายรู้สึกว่าเราได้พักความเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับเราไปห่างขึ้นครับ
-(ได้ปรึกษาใครมั้ย?) นอกจากเพื่อนๆ และคุณแม่บุญธรรมทราย ก็ไม่ได้มีใครที่คุยด้วยครับ ก็พยายามไปทีละวันๆ อยู่กับธรรมชาติครับ ทรายเป็นคนที่มีความหวังครับ ทรายแค่พยายามดูว่ามีใครที่จะช่วยเราได้มั้ยในครอบครัว เราพยายามเก็บความหวังไว้ครับ วันนี้เราก็ไม่มีความหวังในเรื่องนั้นแล้วครับ
ร่ำไห้ไม่เคยออกมาพูด เพราะคุณตาสอนให้รักครอบครัว เชื่อถ้าคุณตาเห็น คงบอกให้เดินออกมา หมดหวังกับครอบครัวนี้แล้ว
-เพราะคุณตาสอนให้เรารักครอบครัวครับ (ร้องไห้) ทรายโตมาในครอบครัวที่คุณตาเขาเลี้ยง พยายามเชื่อว่าสิ่งที่เขาสอน จิตวิญญาณเขาที่ยังอยู่ในครอบครัวนี้อยู่ครับ (ร้องไห้)
-ทรายไม่อยากออกมาพูด เพราะว่ามันคือโลกที่คุณตาสร้างให้กับเราครับ แต่เมื่อคุณตาไม่อยู่แล้ว ทรายก็เห็นว่าครอบครัวของทรายไม่ได้เก็บจิตวิญญาณของคุณตาไว้เลยครับ วันที่ทรายตื่นตัว ทรายคิดว่าคุณตาคงไม่ได้อยู่แล้วครับ เขาไม่ได้อยู่กับครอบครัวนี้แล้วครับ ทรายไม่อยากทำร้ายครอบครัวตัวเองครับ แต่ทรายคิดว่ามันหมดแล้วครับ (ร้องไห้)
- ทรายคิดว่าถ้าคุณตาเห็นในสิ่งที่เกิดขึ้นนะครับ (ร้องไห้) เขาคงบอกให้เราเดินออกเหมือนกันครับ มันหมดความหวังในเรื่องนี้กับคนพวกนี้แล้วครับ (ร้องไห้)
เผยฟางเส้นสุดท้าย เพราะไม่มีอะไรหยุดแม่ได้ ลั่นตอนแรกไม่คิดจะบอกคุณแม่เรื่องพี่ชาย
-ตอนแม่เขาฟ้องร้องเราครับ ผมเห็นว่ามันไม่มีจุดหยุดของผู้หญิงคนนี้ครับ ตอนที่ผมกลับมาที่หัวหิน 6 ปีที่แล้ว ผมไม่ได้กะบอกคุณแม่เรื่องพี่ชายเลย ผมยังไม่พร้อม แต่ผมบอกคุณแม่เรื่องพี่เลี้ยง วันที่พี่เลี้ยงเขาถูกไล่ออก เขาโทรไปบอกแม่ เขาขู่ว่าเขารู้เรื่องพี่ทรายครับ แม่ก็เรียกเรามาคุย และบอกว่าเรื่องนี้มันจริงมั้ย เราบอกจริง แม่บอกห้ามบอกใครครับ
-ตอนนั้นทรายไม่ได้คิดมาก ว่าเป็นเรื่องผิดปกติที่คนจะไม่แก้ไขอะไรเลย ทรายแค่คิดว่าทรายได้บอกเรื่องพี่เลี้ยงไปแล้ว ทรายปลอดภัยในครอบครัว เพราะพี่เลี้ยงก็ไม่อยู่แล้ว สักพักนึง แม่เขาก็ไล่เราออกจากบ้านหัวหินครับ ซึ่งตอนนั้นเราไม่ได้รู้ว่าเราเป็นเจ้าของบ้านด้วย เขาบอกว่าเป็นบ้านของเขา ทรายก็ได้สูญเสียครอบครัวตัวเอง ความปลอดภัยในบ้านอีกครั้งนึง ก็เก็บทุกอย่างในบ้านที่เราพอเอาไปได้ เสื้อผ้า แปรงสีฟัน แชมพู หนีไปอยู่ภาคใต้ครับ ตั้งแต่ปี 2020 ครับ
แจงปมที่ดินที่คุณตายกให้
- ต้องเล่าว่าทรายเพิ่งมารู้ว่าทรายเป็นเจ้าของ หนึ่งในเจ้าของที่ดินในหัวหิน 2 ปีที่แล้ว เพราะว่าตลอดมา คุณแม่บอกว่าเป็นที่ของเขา นั่นคือข้อความที่เขาส่งมา ทุกคนคงเห็นแล้วล่ะ เขาบอกเป็นที่ของเขา ทะเบียนบ้านหมด ต้องไปต่อทะเบียน เขาต้องการลายเซ็นของเรา นั่นคือจุดที่เรารู้ว่าเราคือผู้ถือกรรมสิทธิ์ หลังจากนั้น 2 ปีนั้น ทรายจ่ายภาษีในที่ดินส่วนของทรายและพายเองครับ แค่แปลงส่วนของทราย จะแบ่งกับพายครับ คุณตาเขาโอนให้แม่ก่อนเพื่อลดหย่อนภาษี แม่ก็โอนมาให้เราภายใน 4 เดือนนั้น ไม่ได้ทิ้งไว้นานครับ
-เขาฟ้องเราครับ อยากเอาที่ดินตรงนั้นคืนครับ ในคดีฟ้องเขาก็ใส่ชื่อพี่ชายเป็นพยาน ที่หาว่าเราเป็นลูกเนรคุณ สำหรับสิ่งที่เราพูด เรื่องพี่เลี้ยงที่เราเล่าให้ทุกคนฟัง มันเป็นเรื่องจริงที่แม่ผมจ้างพี่เลี้ยงที่ข่มขืนผมกลับมาทำงานในบ้านเพื่อไล่เราออกจากบ้านหัวหินครับ นั่นคือเรื่องที่ทรายต้องแบกมา 6 ปีครับ พี่เลี้ยงคนนี้สรุปแล้วครอบครัวทรายไม่ดำเนินคดีนะครับ เขายังอยู่ที่เพชรบุรี วิ่งไปไหนไม่รู้ หลังทรายเขียนเรื่องออกมา เขาวิ่งหนีไป แม่ทรายไม่เคยดำเนินคดี ไม่เคย เขาจ้างเขากลับมาทำงาน ก็ไม่มีคำบรรยายมากกว่านั้นครับ (ทนายบอกว่าต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าคุณตาตั้งใจยกให้ทราย) ทรายมีน้า มีที่ดินหัวหินแปลงข้างๆ กัน ในเวลาเดียวกัน เขาก็โอนให้ลูก รุ่นหลานเหมือนกันหมดครับ ทุกคนทำหมดครับ
-ระหว่าง 4-5 ปีที่ทรายแทบไม่กลับไปอยู่ที่บ้านหัวหิน พี่กับแม่ก็ไปเที่ยวกันตลอดครับ อยู่กับพี่เลี้ยงที่ข่มขืนทราย อยู่กับพี่ชายที่ข่มขืนทราย อยู่ด้วยกัน 3 คน
เผยเรื่องใหญ่เกิดตั้งแต่ไปออกรายการตีท้ายครัว
-จริงๆ เรื่องใหญ่มันเกิดขึ้นตั้งแต่รายการตีท้ายครัวครับ เพราะในรายการนั้น มีช่วงนึงทรายบอกว่าเขาจ้างพี่เลี้ยงที่ข่มขืนเรากลับมาทำงาน เขาหาว่าทรายไปพูดอย่างนั้นทำให้ชื่อเสียงเสียหาย ซึ่งตั้งแต่รายการตีท้ายครัวมา คนอื่นในครอบครัวก็เริ่มหนาวๆ กับทราย มีแชตอันนึงที่ทรายปริ้นต์ออกมาให้ มีน้าส่งมาให้ทราย หลังตีท้ายครัวออกนะครับ เขาเขียนมาว่า ทรายครับ ทรายต้องไม่พูดเรื่องแม่หรือพายอีกแล้วนะครับ ตอนนี้ทุกคนรู้เรื่องราวอยู่แล้ว ควรจบตามสัญญาที่เซ็นตอนตกลงจะให้เงินเราทุกปี ตอนนี้คนในตระกูลภิรมย์ภักดีไม่ค่อยแฮปปี้สักเท่าไหร่ เขากำลังจะฟ้องเรา ว่าเราเป็นลูกทรพี ซึ่งตรงนี้ทรายควรปรึกษาทนายของทรายนะว่ามันเป็นไปได้มั้ย
เผยเคยขอความช่วยเหลือจาก “ต๊อด ปิติ” และคนอื่นๆ ในครอบครัว แต่ไม่มีใครช่วย
-ทรายขอความช่วยเหลือสายอื่นด้วยครับ ลุงสันติทรายก็เคยขอความช่วยเหลือ จริงๆ ลุงสันติได้ฟังเทปของพี่ชาย ขอความช่วยเหลือเขามา 4 เดือนแล้วครับ ตั้งแต่รู้ว่าเขาจะฟ้องเรา ก็ไม่ได้มีอะไรมา ลุงก็บอกให้ทรายไปขอโทษแม่ครับ แล้วพี่ต๊อด ทรายก็เคยขอความช่วยเหลือ 3 ปีที่แล้วครับ ทรายเคยส่งภาพรถทรายมีแต่สัมภาระของทราย บอกว่าแม่ทรายทำแบบนี้ ครอบครัวทรายไม่ได้ช่วยทราย จริงๆ ทรายมีแชตหมดนะครับ ที่ทรายขอความช่วยเหลือ ลุงสันติ พี่ต๊อด น้าต่างๆ
- ทรายพยายามนัดคุยกับเขา ก่อนงานแต่งงาน ตอนนั้นที่ทุกคนเห็น ก็ไม่มีการตอบรับอะไรเลยครับ ไม่มีการคุยก่อนหน้านี้ ซึ่งอยู่ดีๆ เขาให้ใครไม่รู้ ไปแขวนหมายเรียกศาลหน้าประตูรั้วที่บ้านครับ
- คุณยังไม่ช่วยจัดการเรื่องพี่ชายที่ข่มขืนผมเลย แล้วคุณจะมาเอาเรื่องนี้กลับ มันวิปริตครับ


