xs
xsm
sm
md
lg

“ดวงดาว” ไม่ยุ่ง “ตั้ม วิชญะ” เลิกเมีย เผยตัวเองก็เคยล้มเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ก่อนเจอคนดีๆ อย่าง “พลากร”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ดวงดาว จารุจินดา” ไม่ยุ่ง “ตั้ม วิชญะ” เลิกภรรยา ลั่นลูกจะ 50 แล้วไม่ขอก้าวก่าย แต่จะอยู่ตรงนี้อ้าแขนรอตลอด เผยตัวเองก็เคยเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมาก่อน จนเจอคนดีๆ อย่าง “พลากร” เข้าใจดีและพร้อมเป็นกำลังใจให้เสมอ เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วย่อมดีเสมอ

เป็นคุณแม่ที่พร้อมซัปพอร์ตในทุกเรื่องของลูกๆ เสมอ สำหรับนักแสดงรุ่นใหญ่ “ดวงดาว จารุจินดา”ที่ล่าสุดแม้ลูกชายคนโตอย่าง “ตั้ม วิชญะ จารุจินดา” จะเพิ่งแยกทางกับภรรยา “หญิงออน ดวงพร ไชยารุ่งยศ” ไปไม่นาน แต่คุณแม่ดวงดาวไม่ขอก้าวก่าย บอกลูกโต อายุจะเข้า 50 ปีแล้ว ทุกอย่างตัดสินใจเองได้

“เรื่องลูกเขาโตมากแล้ว พี่ตั้มอายุ 48 ปี จะอายุ 50 แล้ว น้องเติ้ล (ตะวัน จารุจินดา) ก็อายุ 45 ปีแล้ว ลูกเป็นผู้ชาย เราเป็นแม่ เราต้องให้สเปซของลูก เราจะไม่ก้าวก่าย ไม่ยุ่งกัน แม่จะอยู่ตรงนี้เสมอ ถ้าลูกพร้อมจะเล่าหรือต้องการความช่วยเหลือ แม่อ้าแขนรอตลอดพร้อมโอบกอด และเป็นกำลังใจให้ แต่เรื่องอื่นไม่ก้าวล่วง ถ้าเขาอยากเล่าเขาจะเล่าเอง ถ้าไม่เล่าแปลว่าเขาไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจ

ทุกคนล้วนมีชีวิตของตัวเอง มีล้มมีลุกมีผิดพลาด ตัวเราเองก็เคยล้มมาก่อน เคยเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวมาก่อน จนมาเจอดีๆ อย่างคุณพลากร (พลากร สมสุวรรณ) เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เป็นเรื่องธรรมดามาก ใครที่ไม่แฮปปี้ก็แค่หาสิ่งที่แฮปปี้แล้วเดินหน้าต่อไป ตอนนี้เรากับพี่ตั้มก็ไลฟ์คู่กันตลอดใน TikTok ไปให้กำลังใจเราสองคนแม่ลูกได้ค่ะ”

ไม่เคยถามเหตุผลที่เลิกเพราะอะไร
“ไม่ค่ะ โตแล้ว อย่างที่บอกว่าจะ 50 อยู่แล้ว ถามว่าตกใจไหมตอนที่เห็นอดีตลูกสะใภ้โพสต์แจ้งข่าวเรื่องนี้ คือเราเคารพการตัดสินใจทุกอย่างค่ะ แต่เอาจริงๆ นะ เราไลฟ์ขายแต่ของ รู้ทีหลังคนอื่นเลย (หัวเราะ) ตั้มเขาก็ไม่ได้เครียดนะคะ เขาก็ใช้ชีวิตของเขาไป เขาอาจจะรู้มั้งเพราะแม่ก็เคยผ่านมาก่อน แล้วเขาก็เคยอยู่ในสภาวะที่พ่อแม่เลิกกัน แต่ของเขาคือไม่มีลูก ถามในส่วนของเราก็คือถ้าอยู่ด้วยกันแล้วไม่มีความสุข ทุกคนก็ต้องแยกย้ายไปหาความสุข เราไม่รู้จุดจริงๆ ของเขาสองคนหรอกว่าคืออะไร แต่เราเคารพการตัดสินใจของทั้งคู่ เพราะตอนที่เขาเป็นลูกสะใภ้ เขาก็ดีและน่ารักกับเรา”

ยืนยันไม่ใช่ปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้แน่นอน
“ไม่ค่ะ (หัวเราะ) ดวงดาวไม่ได้เป็นแบบนั้น เราเคยผ่านการเลิกราผ่านชีวิตตรงนั้นมาแล้ว แล้วเราจะไปพูดเรื่องคนอื่นทำไม เอาชีวิตเราให้รอด ไม่ว่าจะเป็นใครเราก็เคารพการตัดสินใจของทุกคน เวลาที่มีเรื่องละเอียดอ่อนในครอบครัวเราจะไม่ยุ่งเลย เพราะไม่มีใครรู้ลึกจริงๆ ว่าแต่ละบ้านมีปัญหาอะไร บางเรื่องเราก็เก็บไว้และเยียวยาหัวใจตัวเอง เราก็เยียวยาตัวเองด้วยครอบครัว เรามีแม่ซึ่งเป็นเสาหลัก เราสัญญากับคุณพ่อไว้ว่าจะดูแลคุณแม่ให้ดีที่สุด

แล้วพี่ตั้มเป็นหลานคนแรกของคุณยาย คิดว่าสิ่งที่เขากลัวที่สุดคือถ้าคุณยายรู้ คุณยายจะรู้สึกยังไง พอข่าวออกตู้ม! คุณยายโทร.หาพี่ตั้มทันทีตอนที่เขากำลังไลฟ์กับเราอยู่ เราก็เลิ่กลั่กเลยเพราะแม่รู้จากข่าวทีวี แต่พี่ตั้มก็กลับมาหาคุณยาย มากินข้าวด้วยกัน สิ่งหนึ่งที่อยากพูดแล้วน้ำตาจะไหลก็คือเมื่อก่อนพี่ชายเรา (ลุงเล็ก)จะอยู่กับแม่ตลอด พอพี่ชายจากไปแม่ก็ต้องอยู่คนเดียว กินข้าวคนเดียว พอหลานชายคนแรกที่คุณยายเลี้ยงมากับมือกลับมาหา กลับมากินข้าวด้วยกัน มันเป็นสิ่งที่คุณยายมีความสุขมาก ได้ลุกมาทำกับข้าวให้หลานกิน”

บอกสิ่งใดเกิดขึ้นแล้วย่อมดีเสมอ
“เราเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วล้วนดีเสมอ ตอนนี้พี่ตั้มก็ได้มาทำหน้าที่อยู่ข้างๆ คุณยาย ได้มากอด มาหอม จากที่เมื่อก่อนไม่ค่อยทำเลย ยิ่งช่วงที่เขามีปัญหาเขาอาจจะไม่ได้ติดต่อเรา เราก็ไม่ไปกวน เราอยู่ตรงนี้ ถ้าลูกต้องการถึงจะเข้ามาหา เราต้องเคารพเขาเพราะเขาโตแล้ว ถามว่ายังห่วงอะไรตั้มไหม ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เขาโตแล้ว เพื่อนเรา อย่างคุณโย (ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา) ก็จะบอกว่า เฮ้ย! ลูกจะ 50 แล้ว เป็นอะไรหรอก ล้มแล้วเดี๋ยวก็ลุกขึ้นมาได้ แล้วคุณดวงใจ (แม่อี๊ด ดวงใจ) ก็จะบอกว่า สิ่งใดเกิดขึ้นแล้วย่อมดีเสมอ ฉะนั้นข้างกายเราจะมีเพื่อนที่ดีที่คอยโอบกอดซึ่งกันและกัน”