“มาดามเก่ง” สารภาพไม่เคยมีเงิน 100 ล้านให้ “โทน บางแค” ยืม แต่หน้าใหญ่ดิ้นรนช่วยเพราะคิดว่าเป็นน้อง แจงปมร้อนพระเครื่อง 23 ล้านที่ขายจริงได้ไม่ถึง 5 ล้าน ลั่นเหนื่อยมากขาดสภาพคล่อง ทุกคนเด้งหมด แต่ตนเสียเครดิตไม่ได้จนต้องขายทรัพย์สิน พ้อไม่รู้ทำให้โทนโกรธตรงไหน ถึงพาดพิงบิ๊กเต่า ขอโทษด้วยหากทำให้เข้าใจผิด
ไม่จบโฟนอินเข้ารายการโหนกระแส หลังจาก “โทน บางแค” เปิดใจเรื่องหนี้ 300 ล้าน และมีการพาดพิงถึงพระเครื่อง 23 ล้าน ซึ่งหักหนี้ออกไป และสองฝ่ายยังพูดไม่ตรงกัน โดย “มาดามเก่ง” ยังได้เผยกับโทนผ่านรายการ หลังมีเรื่องมีราวกัน สารภาพที่ผ่านมาไม่มีเงิน 100 ล้านให้โทนยืม แต่หน้าใหญ่ดิ้นรนช่วยอีกฝ่ายเพราะคิดว่าเป็นน้อง “หนุ่ม กรรชัย” เปิดพื้นที่ให้มาดามเก่งได้ชี้แจงเต็มๆ
มาดามเก่ง อยากชี้แจงเรื่องเงิน 23 ล้าน แกโทรเข้ามา มาดามอยากชี้แจงยังไง?
มาดามเก่ง : เรื่องพระ 23 ล้าน วันนั้นไปหักหนี้ จริงๆ หักหนี้เพราะมีหลายคน เช่น น้องอั๋นติดหนี้น้องโทน อั๋นก็ติดหนี้เก่ง อันนี้เป็นชุด 66 ล้านบาทก่อนนะคะ ส่วนชุด 23 ล้านบาท เป็นเช็คที่เด้งมาจากเช็คของน้องอั๋นกับเช็คค่าตึกของน้องโทนที่เด้งนะคะ รวมกันเป็นยอดนี้ ก็บอกว่าเก่งจะไปหยิบพระหยิบอะไรเพื่อเคลียร์ยอดหนี้ก้อนนี้ไปโทนตีราคาที่ 46 ล้านค่ะพี่ เสร็จแล้วเก่งก็เลยบอกว่าทุกคนถ้าต่อราคาอีกสามวันเราก็ยังไม่ได้ไปไหนกันเลย เก่งก็บอกกับโทนว่าน้อง ถ้าต่อราคาเนี่ยไม่ไหวว่ะ สงสัยทีละองค์เพราะของมันย่อยมาก เก่งไม่อยากได้ เก่งไม่รู้จักพระด้วย เก่งก็เลยต่อว่าอย่างนี้แล้วกัน เก่งต่อครึ่งนึง 23 ล้านบาท
ตอนแรกน้องก็บอกเก่งว่า โอ้โห… ไม่ไหวดิพี่ผมมีทุน พระแต่ละองค์ผมซื้อมามันมีราคา พอน้องเขาพูดว่าไม่ไหว เขาเหนื่อยมากเลย เก่งเลยบอกว่าเอาอย่างนี้ซึ่งเก่งไม่ได้บอกว่าจะเอาเงินในวันนั้น บอกว่าถ้าน้องรับกลับไปในราคา 8 ล้านบาท เก่งจะไม่เอาพระในกองนี้ยอมให้หักหนี้ 23 ล้านบาทแล้วไม่เอาพระในกองนี้ออกไปเลยแม้แต่องค์เดียว น้องโทนก็ตบโต๊ะบอกว่าจบ ยกไปเลยขนไปเลย แล้วสิ่งที่เก่งได้รับก็คือเก่งไม่ใช่เซียน เก่งก็เอาไปให้พี่อ๊อด เลี่ยมทอง โหน่ง แปดริ้ว ตี๋ตื่นใดๆ ไปขาย ขายได้ทั้งหมดเก่งได้ 4,900,000 บาท
คนเหล่านี้ที่เขาเอาไปเขาก็ต้องเอาไปมีกำไรอีกต่อหนึ่งถูกมั้ยคะ ดังนั้นเป็นที่มาที่ไปที่เก่งบอกน้องว่า น้องเป็นเซียนใหญ่กว่าพวกนี้น้องต้องขายได้แทนที่จะไปขายขาดทุนให้คนอื่น เราขายขาดทุนให้กันเองดีกว่า แต่น้องก็บอกว่าไม่เอาผมหาเงินเงินสดไม่ได้ จบ พี่เอาไปเลย พี่จะเอาขายได้เท่าไหร่ก็เอาไปเลย อันนี้เก่งก็ไม่ได้ว่าอะไร รับกันแล้วก็จบกันแล้ว แต่มีชุดก่อนหน้า น้องอั๋นติดหนี้เก่งเป็นเงินสด อะไรก็แล้วแต่ เขาบอกพี่โทนก็ติดหนี้น้องอั๋น น้องอั๋นก็ไม่ไหวก็เอาเช็คที่โทนมาใช้ให้เก่ง ด้วยความว่าเก่งอยากจบ เพราะเรื่องพวกนี้มันเคลียร์พร้อมชุด 120 ล้าน กับ 180 ล้าน หมดเลย
ดังนั้นเก่งก็เลยบอกน้องโทนว่า โอเค เก่งจะถอย เท่าที่เก่งอยากจะถอย จะถอยทุกอย่างเลย ก็หยิบพระทุกอย่างเลยมีพระกระเบื้ององค์นึงก็สวย จริงๆ หนึ่งดียว เก่งก็ไม่ได้บอกว่าเป็นพระไม่ดี น้องโทนก็ตีมาในราคา 10 ล้านบาท แต่เก่งก็เริ่มเอาพระออกมาขายบางส่วน เนื่องจากเก่งเองก็เหนื่อยเก่งขาดสภาพคล่อง เพราะทุกคนเด้งเก่งหมดเลย ก็เลยมีความจำเป็นที่จะเสียเครดิตไม่ได้ เก่งขายของส่วนตัวเก่งไปเยอะมากๆ พอสมควรเลยตรงนี้ เก่งก็โอเครับกันมา 66,600,000 บาท และอันนี้ก็ไม่ใช่หนี้ของเก่ง เป็นหนี้ที่โทนติดหนี้น้องอั๋น แล้วน้องอั๋นติดหนี้เก่ง แล้วให้เก่งมารับตรงนี้ 66,600,000 บาทไม่ได้บอกว่าพระ 66,600,000 บาทขายได้ 7.8 ล้านบาท
บางสื่อเอาไปเขียนผิดนะคะ คือพระเนี่ย เก่งขายได้แล้ว 7.8 ล้าน แต่ว่าที่เหลืออยู่เช่นพระกระเบื้องสวยมากสำหรับเก่ง ก็มีคนมาต่อมาซื้อ ตั้งแต่ราคา 1.2 ล้าน 1.5 ล้าน จนถึง 2 ล้าน ซึ่งเก่งขายไม่ลง ชุดนี้ส่วนมากเก่งก็เลยยังเก็บไว้ ดังนั้น คุณอุ๊ กรุงสยามซึ่งเขาเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียน ไม่ได้เป็นอะไรกับเก่งหรอก ไม่ได้มีเรื่องชู้สาว เขาคงจะมีจิตวิญญาณของนักการเมือง อบต อบจ. อะไรของเขา เขาอยากช่วยเหลือ เขาก็บอกว่ามาดามพระชุดที่โทนคำไว้เราถ่ายรูปสิ ถ่ายรูปกันทั้งหมดเลยนะ
แล้วพระชุดนี้ถ้าขายได้สมมติโทนตัดไปขายทีนึง 10 องค์ 20 องค์ เราก็จะได้สภาพคล่องกลับมา เผื่อว่าเราขายหมดแล้วหมดหนี้กับมาดาม โทนก็ยังมีพระชุดนี้กลับไปทำงานอีก แต่เก่งเข้าใจว่าด้วยสภาพเศรษฐกิจใดๆ มันอาจจะขายไม่ได้ คนที่อยากจะซื้อก็ไม่มี ด้วยเศรษฐกิจที่ไม่ดี ด้วยสงครามและทุกอย่างเก่งก็เข้าใจ ดังนั้นตัวเก่งเองเหนื่อยมากตอนนี้ พอเอาพระมาถ่ายรูปก็ผ่านการตีราคา และไม่ใช่ตี๋ตื่นตีราคา หรืออุ๊กรุงสยามตีราคา แต่คนที่มันอยากได้พระชุดนี้มีเยอะมากค่ะ เพราะเป็นพระสวย พระหนึ่งเดียว พระที่ประเมินมูลค่าไม่ได้ ในแต่ละคน
เก่งขอยกตัวอย่างนอกเรื่อง เก่งมีหมาที่มันมีปอดข้างเดียว มันจะตายอยู่แล้ว ตัวเหม็นมาก มันไม่มีค่าสำหรับใครเลยถ้าจะเอามันไปขายตัวนึง 10,000 บาทยังไม่มีใครเอาเลย แต่ว่าสำหรับเก่งแล้ว ณ วันนี้ ขนาดเก่งจนๆ แบบนี้ในเวลานี้ ให้คนเอามันไปและให้เงิน 100 ล้านบาทในเวลานี้เก่งก็ไม่ขายหมาตัวนี้นะคะ เหมือนกันคุณค่าบางอย่างที่น้องสะสมมา น้องมีคุณค่า มันมีคุณค่าสำหรับน้อง น้องมีเส้นทางแบบนี้น้องก็เอาไปขาย เก่งไม่ได้ปิดกั้น และสิ่งที่ราคามันไม่ถึงเก่งรู้สึกว่าโทนขยับให้พี่หน่อยได้ไหม พี่ไม่ได้ก้าวล่วง แต่ว่าวันนั้นเก่งก็มีความรู้สึกว่ามันคุยกันง่ายมาก
แต่ถ้าเก่งไปหาน้องโทน ทำไมน้องโทนจะไม่โดนอะไรเลย ที่โทนบอกว่าไม่ได้เป็นแก๊งมาเวลใดๆ มันถูกต้องอยู่แล้วเพราะโทนมีเจตนาจะเคลียร์มาตลอด แต่วิธีการเคลียร์ต้องขออนุญาตใช้คำของน้อง เก่งบาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหว และเก่งไม่ได้ป๋าอะไรนักหนาหรอก จะไปขาดทุนอะไรให้ใครเยอะแยะ แต่เก่งมีความรู้สึกว่าถ้าเก่งจะต้องไปรบราฆ่าฟันกับคนที่เราเคยเรียกว่าเป็นน้อง สู้เราคุยกันดีกว่า
แล้วเก่งจะเอาของพวกนี้ไปขาดทุนให้คนอื่น สู้เก่งคุยกับโทนดีกว่า แล้วสมมติของพวกนั้นเก่งก็แค่คิดว่ามันไม่เกี่ยวกับโรงงานเก่งเลย คำว่าโรงงานคือเก่งมีพนักงานที่เขามีเงินออมอยู่แล้วเก่งไปเอาเงินออมของเขาออกมา เก่งเอาเงินเขาไปจ่ายค่ารถค่าทะเบียนอะไรที่บริษัทไปเรียบร้อย เก่งก็มีความรู้สึกว่าไอ้ทะเบียนรถโฟร์เก้าเน่าๆ มันไม่จำเป็นเลยถ้าโทนไม่ใช้โฟร์9 รถมันจะสตาร์ทไม่ติดหรอ ถ้าคืนเก่งมากเก่งก็เอาไปคืนเก่งก็ได้ลดหนี้บางส่วน น้องจากที่ติดหนี้เก่ง 180 ล้านบาทก็เหลือเพียงแค่ 170 ล้านบาท
น้องคืนอาร์เอ็มมาราคาที่น้องไปขายในตลาดตอนนี้ราคาลงจะเอาราคาเท่าไหร่เก่งเป็นคนที่คุยได้ แต่ตลอดมาที่เก่งไปคุยกับน้อง น้องทะเบียนโฟร์ 9 อยู่ไหนวะเอามาคืนหน่อย น้องก็บอกว่าจำนำไปแล้วขายไปแล้ว จริงๆ ท่านจรูญเกียรติไม่ได้เรียกเก่งไปในวันนั้น เก่งไปด้วยเรื่องอื่น เก่งไปด้วยเรื่องของต้อม นครสวรรค์ แล้วทำไมหวยมันถึงมาออกที่โทนกับเก่งก็ไม่รู้
เป็นเรื่องของต้อม แต่อยู่ดีๆ เป็นโทนมาเกี่ยวข้อง?
มาดามเก่ง : โทนไม่ได้อยู่ในนี้เลยและเก่งก็มีความรู้สึกว่า วันนั้นน้องก็เสียใจกับเก่งนิดนึงซึ่งเก่งก็เข้าใจ พี่ผมไม่ควรจะมาเจอกับพี่ที่นี่นะ แต่เก่งก็ไม่ได้คิดคำพูดนี้ว่ามันจะเป็นประเด็นสำคัญใดๆ เพราะท่านจรูญเกียรติเขาบอกกับเก่งว่าไม่รู้เรื่องเลย มีของอะไรกัน ถ้าเธอบอกว่าเป็นพี่น้องกันก็ไปคุยกันเองสิแค่นั้น
ส่วนเรื่องกล้อง ความเป็นจริงแล้วเก่งเอง ความห้าวเป้งของเก่งเวลาที่เก่งดื่ม เก่งใช้ชีวิตเหมือนกับว่าไม่มีพรุ่งนี้อยู่แล้วตลอดเวลา เก่งรู้สึกว่าชีวิตคนเราสุดท้ายแล้วความยุติธรรมเดียวในโลกที่มนุษย์จะมีให้กันหรือโลกจะมีให้กับมนุษย์ทุกคนก็คือทุกคนต้องตาย แล้วโทนจะบอกกับเก่งตลอดเวลาว่ามันคอเดียวกัน เขาก็สู้ เก่งก็สู้มาพอสมควร และเขาก็บอกว่าพี่ผมเป็นน้องนะ แล้ววันที่โทนมาขอยืมเงินเก่ง 100 ล้านบาท
วันนี้จะพูดกับพี่หนุ่ม กรรชัยเป็นที่แรกนะคะ เก่งไม่ได้มีเงิน 100 ล้านบาทหรอกค่ะแต่เก่งหน้าใหญ่ เก่งดิ้นรนสุดหัวใจเลยที่จะช่วยน้อง เก่งรู้สึกว่าน้องเขียนเช็คไว้แล้วจะไปเอาจากผู้ใหญ่ท่านนึง เสร็จแล้วเขาไม่ให้ผม ถ้าพี่ช่วยผมนะตัวนี้ผมไปรอดได้เลย น้องบอกเก่งว่าจะให้กล้องพี่เก่งตัวนึง 3,000 บาท 500 ตัว แต่สรุปแล้วความน้อยใจที่เก่งมี เก่งอาจจะเป็นผู้หญิงก็ได้เก่งก็น้อยใจว่าทุกคนได้กล้องหมดแล้ว แต่เก่งไม่ได้ (เสียงสั่นเครือ) แล้วในกลุ่มนั้นเขากดสปีกเกอร์หาน้อง เขาก็บอกว่า โทนกล้องมาดามล่ะ เขาก็บอกว่าไม่มีแล้ว ขายไปหมดแล้ว
สรุปแล้วพอโทนรู้ว่าเก่งอยู่ตรงนั้นโทนก็บอกว่าเอางี้ งั้นให้มาดาม 300 ตัวแล้วกัน แต่ราคา 3,000 มันไม่มีแล้วนะ มันหมดแล้วเดี๋ยวตัดให้ ให้ตัวละ 10,000 บาท ตอนนั้นถามเก่ง เก่งก็โบกมือกับทุกคนตรงนั้น เพราะสุดท้ายกล้องตรงนี้พี่อ๊อด เลี่ยมทองเป็นคนเอาไป เขารวมเงินและโอนให้คุณโทน 3 ล้านบาทตามที่คุณโทนบอกจริงๆ แต่เก่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งเขาเอาไปขายผ่านทางตัวละ 12,000 บาท เขาได้กำไรกันไป 600,000 บาท แต่เก่งไม่ได้มีส่วนตรงนี้เลย และนับตั้งแต่ตอนนั้นใจเก่งสำหรับน้อง เก่งรู้สึกว่า ณ วันนี้ ต่อให้เก่งมาอยู่ในยุทธจักรเซียนพระใดๆ ก็ตามแต่ตัวเก่งเอง ไม่ชอบทำงานเล็ก เข้ามาในยุทธจักรใดๆ ไม่ชอบงานเล็ก ก็ไปเต็มที่ พอเจอแบบนี้เก่งก็ใจหัก พอใจหักก็รู้สึกว่ามันคงไม่ใช่ทาง น้อยใจน้องนั่นแหละแต่แรก เก่งก็เริ่มถอยออกมาเท่านั้นเอง
เรื่องของเรื่องถ้าเก่งจะทำให้น้องเข้าใจผิดใดๆ ถ้าไม่พอใจวันนั้นยกหูหาเก่งก็ได้ เขาบอก พี่ไม่ได้นะผมกลัวนะ พี่เอามาอย่างนี้ แต่วันนั้นมันไม่ได้มีการคุกคาม และการนัดกันในสำนักงานรองผู้บัญชาการสอบสวนกลางใดๆ มันไม่ใช่ที่จะเกิดอะไรขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษน้องเลยถ้ามีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เก่งทำให้โทนเข้าใจผิด พี่ขอโทษด้วยนะคะ อย่างนี้เลย ของเก่งมีแค่นี้เลยค่ะ
โทนอยากพูดกับมาดามเก่ง?
โทน : อะไรก็แล้วแต่ที่มันจะเข้าใจผิดหรือเข้าใจถูก ผมไม่ขอพูดนะพี่ แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง ผมมีเจตนาที่จะใช้หนี้พี่มาโดยตลอดนะครับ และแค่เราตกลงกันไม่ได้แค่วันนั้น แต่เมื่อวานนี้เราก็ได้มีการประสาน ทรัพย์ที่ผมมีผมพร้อมขายและใช้หนี้พี่เพื่อลดยอด 180 ล้านบาทเลยครับ
มาดามเก่ง : แล้วเก่งก็ไม่เห็นด้วย กับเซียนทุกคนใน 180 ล้านบาท ทุกสถาบันทุกเซียน จ้องมากอยากได้มาก พร้อมจะจ่ายเงินสดทันที แม้กระทั่งเศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้ ต้องการจ่ายให้เก่ง 40 ล้าน เพื่อเอาพระของโทนไป พระเนี่ยถ้าคุณซื้อ 40 ล้าน คุณจะต้องมีกำไรมากๆ เลย
โทน : พี่ ภายในระยะเวลาที่พี่ให้ผมไว้ ผมมั่นใจว่าผมจะเอาเงินไปใช้หนี้พี่ทั้งหมด และจะเอาพระชุดนี้กลับมา เพราะพระชุดนี้มันเป็นชีวิตผมเลยนะครับ พระชุดนี้ผมเก็บมาพี่ก็รู้อยู่
มาดามเก่ง : ตัวเก่งเองไม่ได้ติดใจในระยะเวลาวันนั้น ตัวเก่งเอง 180 ล้านบาทเนี่ย เก่งยึดตามสัญญาและเคารพตามสัญญาทุกอย่าง เก่งไม่ใช่เซียนพระ แล้วถ้าคนมันประเมิน 40 ล้านบาท แต่ถ้าเก่งให้เป็นดับเบิล 80 ล้านบาท ในส่วนต่าง 100 ล้านบาทเนี่ย โทนเอาอะไรมาวางให้พี่สบายใจ จนเรารอถึงปี 2573 แบบนี้ได้ไหม นี่คือสิ่งที่เก่งอยากจะพูดแต่เก่งยังไม่มีมีโอกาสพูดเลย
ขอเพิ่มของค้ำประกันหน่อย?
มาดาม : ใช่
โทน : ผมตั้งใจเอาทรัพย์ที่ผมมีขายให้พี่เพื่อลดหนี้ตรงนี้อยู่แล้วครับพี่ ขายเพื่อชำระหนี้ ที่เราดีลกันและพี่ป่วยเข้าโรงพยาบาลก่อน
มาดามเก่ง: เมื่อก่อนนี้มันไม่มีการคุยแบบนี้ได้เลย แม้กระทั่งพี่รับทุกอย่างเลย ตอนนี้อะไรก็รับได้ แต่สิ่งที่เก่งเสียใจที่สุดคือทำไม ท่านจรูญเกียรติ ต้องมาทะเลาะกับโทนด้วยเรื่องแบบนี้ โทนต้องไปแจ้งความอย่างนี้ น้องพี่ที่เป็นอัยการก็โดนแบบนี้ เหมือนเราไม่ได้โกรธแค้นกันขนาดนั้น แล้วจริงๆ แล้ว
เก่งสารภาพในรายการได้มั้ยคะ ตัวเก่งเองตอนแรกขาดสภาพคล่องมากเลย เพราะน้องโทนบอกว่าถ้าพี่ขายได้พี่ขายไปก่อนเลย ถ้าสมมติว่าเก่งขายได้ 120 ล้านบาท เก่งจะขาดทุน 60 ล้านบาท เก่งจะไม่ไปยุ่งกับโทนเลยด้วยซ้ำ แต่พอคนตีราคามันกดตามสไตล์คนทำมาหากินที่ทุกคนมีสิทธิ์เข้าข้างตัวเองหรือหาประโยชน์ส่วนตัว เข้าตัวเองทุกอย่าง
มันทำให้เขารู้สึกว่าราคานี้มันจะไปต่อได้ เขามีกำไร เป็นการค้าของเขา ซึ่งเก่งก็รับราคานี้ไม่ได้ ทำให้เกิดการเจรจาแบบนั้น เส้นทางที่เก่งเดินกับน้องมามันน่ารักมาโดยตลอด และเก่งก็บอกกับทุกคนว่า เก่งคุยกับโทนได้นะ เก่งคุยกับน้องได้นะ แต่บังเอิญเก่งไม่รู้ว่าจุดไหนที่เก่งทำให้น้องโกรธ และไปพาดพิงผู้ใหญ่ เลยรู้สึกว่ามันไปกันใหญ่จริงๆ เลย แค่นั้นเอง และวันนี้ที่เก่งพูดเก่งก็ไม่รู้ว่าไปพูดอะไร ที่มันเป็นผลร้ายต่อข้อกฎหมายของเก่งหรือว่าอะไร เก่งก็ไม่รู้เหมือนกัน ขอโทษนะคะ
เท่าที่ฟังทั้งสองฝั่ง ทางตัวมาดามเองก็เข้าใจในเรื่องของการขาดสภาพคล่อง แต่มาดามก็ให้ทางออกว่าอยากให้ทางฝั่งของตัวโทนหาทรัพย์มาค้ำเพิ่ม?
มาดามเก่ง : ทรัพย์ที่มาค้ำเพิ่ม เก่งต้องการให้น้องตีราคาเลย สมมติว่าน้องตีราคา 20 ล้านบาท เก่งจะไปขายได้ 10 ล้านบาทหรือ 15 ล้านบาท ก็เรื่องของเก่ง เก่งก็รับตรงนั้นไป แต่ว่าตอนนี้กลายเป็นว่าเท่าที่เก่งได้รับข่าวมา น้องบอกว่ายังไงก็ต้องยึดปี 2573 ซึ่งประเด็นมันคือเละเทะ
ทางฝั่งโทนเองวันนี้ก็ต้องการที่จะเอาของเดิมที่มีอยู่ไปขายคืนให้มาดาม?
โทน : ขายคืนให้กับมาดามเลย อะไรที่ซื้อมาจากมาดามแล้ว ขายให้มาดามเลย ถ้ามาดามไม่เข้ารพ. ได้ดีลแล้ว
มาดามเก่ง : พี่หนุ่มฟังนะ เก่งไม่ได้เห็นดีลเลย เพราะเขาไม่ได้ให้เก่งเห็น คนกลางทางไหนก็ไม่รู้ไม่ให้เก่งเห็น แต่ประเด็นก็คือว่าสมมติว่ากระเป๋าใบนึงเก่งขายน้องโทนไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ฟังดีๆ นะคะ 1,450,000 บาท แต่เวลาน้องโทน มาตีราคาจะเอาให้เก่งเนี่ย น้องโทนเขียนมาว่า 2,500,000 บาท เก่งเลยแบบ..
โทน : ตรงนั้นมันไปคุยกันได้ครับ ผมไม่รู้ราคา ผมก็เขียนตามตัวเลขที่ได้เห็นราคาวันแรกเท่านั้นเอง
มาดามเก่ง : เก่งมีราคาวันแรกอยู่ไง
ผมว่าทางออกที่ดีที่สุด ผมว่ามาดามกับโทนนัดเจอกันสักวันนึง แล้วก็ไปนั่งเคลียร์กันเลยดีมั้ย?
มาดามเก่ง : เก่งก็ไม่รู้ว่าตอนนี้มันเป็นยังไง ถ้าหมายถึงว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเนี่ย ที่เก่งทำให้น้องเข้าใจผิดเก่งก็ขอโทษ แต่สิ่งที่น้องเข้าใจผิดมันไปใหญ่โตจนไปถึงผู้ใหญ่ ท่านจรูญเกียรติ เก่งก็มีความรู้สึกว่าไม่รู้ว่าจะชดเชยยังไง สิ่งที่เก่งป่วยก็คือว่าเก่งนำพาตัวเองมาทำให้ผู้หลักผู้ใหญ่เดือดร้อนขนาดนี้ได้ยังไง (เสียงสั่นเครือ)
ถ้าเรื่องนี้จบโทนจะถอนมั้ย?
มาดามเก่ง : ถอนไม่ได้ค่ะพี่ เท่าที่แกรู้เพราะน้องสาวเก่งเขาเป็นอัยการ คดีนี้เป็นคดีที่ยอมความไม่ได้ ถ้าส่ง ปปช.
ทนายตุ๋ย : ถ้าถอนเดี๋ยวเขาจะมีกระบวนการในการทำเรื่อง ถ้าสมมติว่าแสดงเจตนาถอน ก็จะมีกระบวนการที่สามารถทำได้อยู่
โทน : ก็ต้องคุยกันก่อนครับ
ผมว่าก็ต้องไปคุยกันก่อน คือตอนนี้มันเหมือนไม่ได้คุยกัน มันก็ไม่เห็นภาพมันก็ต้องไปเจอกันเอง จะเอาหลักทรัพย์อะไรยังไงจะวางกันยังไงต่อรองกันแบบไหน ดีมั้ยทนาย?
ทนายโทน : ดี
มาดามเก่ง : เก่งเป็นคนที่ได้ทุกอย่างเลยนะ ทุกคนเกิดมาไม่มีคู่มือชีวิต และทุกคนมีเหตุผลในการเข้าข้างตัวเองหมด แต่พอเรื่องมันขยายไปขนาดนี้แล้ว เก่งก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป เก่งก็เลยมีความรู้สึกว่าเสียใจมากเลยที่เป็นแบบนี้ หรือแม้กระทั่งตอนนี้
โทน : ตัวผมเองก็เสียใจไม่ใช่ว่าผมไม่เสียใจพี่ มันเสียใจไปกันหมดแหละพี่
มาดามเก่ง : อย่างลูกของโทนเก่งก็รักเป็นหลาน ไม่เคยคิดร้ายอะไรกับหลาน เก่งมีความรู้สึกว่าเอ๊ะเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร แสดงว่าเราเป็นคนที่ใช้ไม่ได้จริงๆ หรือเปล่า แค่นี้เลยค่ะ พี่หนุ่มอยากจะถามอะไรก็สามารถถามได้เลยนะคะ นอกเหนือจากเรื่องของน้องโทน
เรื่องโทนนัดคุยกันจะได้จบตรงนี้ ไม่รบกวนดีกว่า จริงๆ มีคำถาม แต่มองว่าไม่อยากรบกวน?
มาดามเก่ง : ไม่เป็นไรค่ะ พี่ถามได้เลยค่ะ
มารายการได้มั้ย?
มาดามเก่ง : กลัวแพ้ความหล่อพี่หนุ่ม ตอบติดๆ ขัดๆ
ขอสัก 10 เดือนได้มั้ย?
มาดามเก่ง : (หัวเราะ) ขออภัยด้วยทุกคนนะคะ และทิ้งท้ายนิดนึง น้องโทนอาจเข้าใจผิด ยอดหนี้เก่งกับน้องเยอะที่สุดคือ 600 ล้าน ไม่เคยมี 800 ล้านค่ะ ไม่เคยค่ะ
เรื่องคุณเจนข้อเท็จจริง ตกลงเขาเป็นลูกหนี้มาดามหรือเป็นเจ้าหนี้?
มาดามเก่ง: มันก็จะมีผลเกี่ยวกับคดี เพราะเรื่องมันอยู่ที่กองปราบแล้ว เอาเป็นว่าเก่งฝากอย่างเดียวว่า ถ้าเก่งเอาพระคุณเจนมา แล้วเก่งไม่จ่ายเงิน เป็นไปไม่ได้ ถ้าเก่งเอาพระมาไม่ต้องบอกว่า 53 องค์นะคะ เอามาแม้แต่องค์เดียว เก่งก็จ่ายเงิน 65 ล้านบาทไม่ขาดแม้แต่บาทเดียวค่ะ แต่วันนั้นมันมีหนึ่งเรื่อง คือคุณเจนเข้ามากับต้อม นครสวรรค์ และหนุ่ม นครปฐม และบอกว่ามีพระ 53 องค์ จะให้เก่งซื้อ แต่เก่งบอกว่าเก่งไม่ซื้อ ทีนี้ก็มีคนบอกว่าถ้าเก่งไม่ซื้อ เก่งไม่มีพระแล้วแล้วแต่คุณเจนมีพระ แต่เขาก็ไม่กล้ารับเช็คของคุณต้อม นครสวรรค์ กับหนุ่ม นครปฐม
เอาอย่างงี้มั้ยมาดาม ถ้าเราปล่อยมือไอ้ต้อม ต้อมน่าจะไม่รอดแน่ ผมเจ้าหนี้ต้อม 300 ล้านบาท มาดามเป็นเจ้าหนี้ต้อมก็พอๆ กับผม อยากออกพระ มาดามออกเช็คได้มั้ย ให้ต้อมกับหนุ่มจ่ายเช็ควันที่ 15 และที่ 20 มาดามจ่ายเช็ควันที่ 25 ก็แล้วกัน แล้วเขาผ่าน มาดามก็ผ่านเช็คให้ผม เก่งทำตามนั้น พอถึงเวลาเช็คของเขาเด้งเก่งก็อายัด พออายัดแล้วสัญญาไม่ได้มีการเซ็น ณ ซื้อขาย เขาให้เก่งเซ็นย้อนหลัง เก่งก็เซ็นให้ แต่พอเก่งเซ็นให้แล้วเอาสัญญามาฟ้องเก่ง พอสัญญาฟ้องเก่งแล้วเก่งก็ไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ
เก่งก็ถามคุณต้อมกับคุณหนุ่มเอาพระของคุณเจนไปไหนคะ เขาก็บอกว่าเอาไปจำนำไว้หมดแล้ว กับคุณแต ไร่ขิง สาธิต พันตาวงศ์ เก่งก็ถามว่าจำนำเท่าไหร่ เขาก็บอกว่าจำนำไว้ 14 ล้านบาท ฟังดีๆ นะคะเก่งเสียหายขนาดนี้แล้วเก่งก็บอกว่า ให้ไปติดต่อคุณสาธิต พันตาวงศ์ จะยอมออกเงิน 14 ล้านบาทแล้วให้ต้อมกับหนุ่ม มาติดเก่งคนละ 7 ล้าน แล้วเอาพระไปคืนเขาให้หมดเพื่อไม่ให้มีเรื่องกัน แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาที่เก่งก็คือ คุณแตไร่ขิงบอกว่า บวกหนี้ที่หนุ่มติด บวกหนี้ที่ต้อมติดเขาไป ตอนนี้ต้องเป็น 50 - 60 ล้าน ไม่ให้เก่งไถ่พระชุดนี้ แล้วเก่งไม่ได้เอาพระไป และเก่งไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย ไม่อย่างนั้นพนักงานสอบสวนชั้นตำรวจตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำงานจะสั่งไม่ฟ้องเก่งได้ยังไงคะ
แต่ล่าสุดเขาไปร้องอัยการสูงสุดแล้ว และรู้สึกว่ากลับให้มีการฟ้อง?
มาดามเก่ง : ไม่กลับค่ะ อัยการสูงสุดไม่ได้กลับ ถ้าอัยการสูงสุดกลับคำสั่งเป็นฟ้องเก่ง ทำไมเขาต้องไปฟ้องเองคะ คิดง่ายๆ แค่นี้ค่ะ
เขาแยกเช็คไปฟ้อง กรณีที่มีการกลับก็คือเช็คใบแรก 13 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 23456 รู้สึกว่าจะไปฟ้องเอง?
มาดามเก่ง : ไม่ค่ะ 2 3 4 อัยการสั่งไม่ฟ้องเรียบร้อยไปแล้ว และ ตล.เห็นชอบไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้อง ส่วนชุดที่เหลือ อีกสามใบเขาไปยื่นฟ้องเองค่ะ
ทนายตุ๋ย : แต่เช็คกรณีที่สั่งไม่ฟ้อง เขาสามารถที่จะไปฟ้องเองได้อยู่นะครับ
มาดามเก่ง : ไม่มีปัญหาค่ะ ทุกคนเอาความจริงเอาความเท็จมาพูดกันค่ะ
สุดท้ายพอได้คุยกัน เริ่มบรรยากาศดีขึ้น?
มาดามเก่ง : ตอนเกิดเรื่องใหม่ๆ มันมีตัวกูของกูไงคะ
คุยได้ ลองคุยดู อาจต้องเจอกันคนละครึ่ง?
โทน : อย่างที่บอกมีหลายเรื่องราวที่ไม่ได้ลงดีเทล จริงๆ พี่เขาควรคุยกับผมตั้งแต่ทีแรก ล่าสุดที่กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น ดีลมันไม่ตกลงโดย.. อย่างที่ผมบอก ถ้าเขารับแล้ว เอาไปแล้ว จะใช้หนี้เขาแบบไหน รับได้ทุกอย่าง เก่งหักมา 20 ล้าน ขายได้ 10 ล้านเก่งยินดี พี่ได้ยินใช่มั้ย ถ้าเอาทรัพย์มาชำระหนี้ ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ เอามา 20 ล้าน เขาขายได้ 10 ล้านเขาก็ยอมรับได้หมด อย่างพระเครื่อง อย่างที่บอก พระเครื่องพระบูชาดีลแล้ว ตี๋ตื่นต่อรองจนราคาสุทธิแล้ว วันนี้ผมขอบคุณพี่มากที่ให้พื้นที่ผมได้บอกกับสังคม คนตีข่าวว่าซื้อของจากโทน ระหว่างรับของโจร มันกลายเป็นลงข่าวกันไป แล้วผมจะไปทำการค้ายังไง ผมไม่ได้มีการฉ้อโกงใดๆ ทั้งสิ้น และยังไม่ได้เป็นโจร แต่ท่านพูดชี้นำ พวกนี้โจรกระจอก ถือว่าชี้นำมั้ย
ทนายตุ๋ย : คงเปรียบเทียบเฉยๆ ไม่ได้ชี้นำ
โทน : แล้วไปลงข่าวถ้าซื้อของกับโทน จะไม่เหลือพื้นที่ให้ผมทำมาหากินเลยเหรอ ผมยังไม่รู้ผมจะโดนคดีอะไรเลยด้วยซ้ำ
ทนายตุ๋ย : อาจไม่มีเลยก็ได้
โทน : ผมเข้าใจทุกอย่าง แต่ได้ยินคำนั้นมั้ย ที่มาดามบอกว่า พี่เราไม่ควรมาเจอกันที่นี่ ซึ่งเป็นคำพูดผมเอง ผมว่าโลกนี้คงไม่บังเอิญขนาดนี้หรอก เดี๋ยวคงนัดและดีลกัน ขอบคุณพี่ ขอบคุณรายการ ขอบคุณทีมงาน และอยากฝากข้อความถึงครอบครัว ผมขอโทษครอบครัวทุกคน พ่อแม่พี่น้องลูกเมีย คนสนิทในวงการพระ หรือใครก็แล้วแต่ที่เคยชื่นชมผม คิดว่าผมเป็นคนโกง ขอสังคมอย่าเป็นศาลเตี้ยตัดสินผมเลย ให้ผมพิสูจน์ตัวเองก่อน
ขอความเมตตาให้ผมได้กลับไปทำมาหากิน ให้ผมได้กลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิมที่เป็นโทนบางแค มีตัวตนชัดเจน อย่าเพิ่งตัดสินผมเลย เหลือพื้นที่ให้ผมยืนบ้าง หลังจากนี้ผมไม่ไปรายการอะไรแล้ว ไม่เอาแล้ว ผมจะทำมาหากิน ขอบคุณมากๆ ครับ ขอโทษพี่ป๋อง สุพรรณ ด้วยที่ต้องให้มายุ่งอะไรก็ไม่รู้ ขอโทษจริงๆ ครับ (ยกมือไหว้) ผมโคตรละอายใจเลย มาถึงจุดนี้ได้ยังไงก็ไม่รู้ แต่ผมยังเป็นผู้บริสุทธิ์นะ ผมยังไม่โกงใคร มาดามพูดชัดเจนนะ


