“ติ๊ก กัญญารัตน์“ ขอบคุณคนเชียร์ แต่ยังไม่แต่งงาน หลังโพสต์หวานจนหลายคนเข้าใจผิด ย้ำอีกฝ่ายคือพาร์ตเนอร์คนสำคัญ อยู่เคียงข้างกันมายาวนาน เปิดมุมมองความรักคือความสบายใจ ไม่จำเป็นต้องตีกรอบ หรือผูกมัดด้วยทะเบียนสมรส
ทำเอาคนฮือฮาและแห่ไปแสดงความยินดีกันยกใหญ่ หลังนักแสดงมากฝีมือ “ติ๊ก กัญญารัตน์ จิรรัชชกิจ” โพสต์รูปคู่กับคนพิเศษ พร้อมดอกไม้ช่อโต และใส่แคปชั่นสุดหวาน ฉลองครบรอบความรัก 25 ปี ล่าสุดได้เจอสาวติ๊ก ในงานประกาศรางวัล “KAZZ AWARDS 2026” เจ้าตัวก็ขอออกมาแก้ข่าว ว่าแค่โพสต์ขอบคุณพาร์ตเนอร์คนสำคัญ ที่อยู่เคียงข้างกันมาตลอดเท่านั้น ยังไม่ได้มีข่าวดีเรื่องแต่งงานอย่างที่หลายคนเข้าใจ
“ไม่ คือเราอยากจะขอบคุณพาร์ตเนอร์เรา ตลอดหลายๆ ปีที่ผ่านมา คือคนเรามันก็จะมีคู่หูบัดดี้ ที่สนิทชิดเชื้อกัน กี่ปีผ่านมา ก็ยังมีความสัมพันธ์ที่ดี หรือว่าความน่ารักที่มีให้ก็ยังคงอยู่ เรารู้สึกว่าเราอยากจะขอบคุณ แต่ว่าเรายังไม่ได้แต่งงาน ยังไม่มีอะไรเลย เราก็แบบอุ้ย มูฟแทบไม่ทัน ก็บอกว่าไม่ๆ อย่าเพิ่งเข้าใจผิด เรายังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เป็นบัดดี้ที่ดีต่อกัน ก็คือเรารู้สึกว่าเราล้ม เขาก็ฉุดเรา การที่คนคนหนึ่งที่จะดีกับเราได้แบบเสมอต้นเสมอปลาย จนกี่ปีผ่านไป ไม่ว่าจะสุขจะทุกข์ ก็ให้อภัย ก็จะส่งเสริมเราเสมอ
ซึ่งเรารู้สึกว่าเราโชคดีที่มีคน appreciate เรา ยกย่องเรา หรือว่าให้เกียรติเรา คือก็อยากรักษามิตรภาพดีๆ แบบนี้ไว้ คือวันไหนที่เราท้อ เราเหนื่อย เราหันกลับไปปุ๊บ ก็ยังมีคนฉุดขึ้นมา ปลอบ ไปต่อ มันมีแรงฮึด ซึ่งช่วงนั้นรู้สึกว่าเรางานหนักมาก หันไปเจอว่า สู้ลูก สู้ ไปต่อ หนูต้องไปต่อ หนูต้องทำได้ เพราะฉะนั้นเรารู้สึกเราว่าได้กำลังใจ เลยอยากแต่งกลอน อยากขอบคุณ เราเหนื่อยเราล้า แล้วเราก็ยังได้กำลังใจตรงนั้น”
เผยคนเข้าใจผิดเยอะ คิดว่ามีข่าวดี
“เยอะมาก มันฮือฮามาก จนหลายรายการขอให้ไปออก มีเยอะมาก จนบอกว่าไม่ขอออกได้ไหม”
ทุกวันนี้สังคมเปิดกว้าง และความรักมีได้หลายรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องลงเอยด้วยการจดทะเบียนสมรส
“ติ๊กมองว่าความรักเป็นสิ่งที่ไม่แปลก คนเรารักกันได้หลากหลายรูปแบบ ไม่จำเป็นว่าจะต้องลงเอยด้วยเป็นคู่ชีวิตกับการแต่งงาน จริงๆ คนแต่งงานก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จของการมีชีวิตคู่ แต่เราจะครองยังไงให้รู้สึกว่าการที่เรามีมิตรแท้ บัดดี้ของชีวิตที่เดินทางไปด้วยกันยาวนานที่สุดมันจะเป็นยังไง สิ่งที่เราควรจะรักษาคือคนที่เขาอยู่เคียงข้างเรา และเขาดีกับเรา แค่นั้นพอ มันไม่จำเป็นว่าเราจะต้องเป็นชายหรือหญิง หรือเป็นหญิงกับหญิง หรือเป็นชายกับชาย หรือว่าต้องชายหญิงเท่านั้น
ในสังคมนี้มันเปิดกว้าง มุมมองความรักมันได้หลากหลายรูปแบบ และไม่ได้โฟกัสว่าเราต้องรักใครแบบไหน เราไม่จำเป็นต้องลงเอยด้วยทะเบียนสมรส ไม่ต้องลงเอยด้วยการแลกแหวนซึ่งกันและกัน จริงๆ แล้วมันถูกมองได้หลากหลายมุม แต่อยู่ที่เราแฮปปี้ไหม เราอยู่กับใครแล้วเรารู้สึกว่าเราสบายใจ เราไม่ได้ปิดกั้น ครอบครัวไม่ได้ปิดกั้น แต่เราไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎ ออกนอกกรอบ หรือผิดแบบทุกอย่าง เราก็เป็นคนคนหนึ่งนี่แหละ ที่ทำในสิ่งที่ดีที่สุด แต่แค่เราเป็นคนเปิดกว้าง แล้วเราก็ทำในขอบเขตที่เราอยู่ เราไม่ได้ไปทำอะไรที่แบบรู้สึกว่าโอ้โหไม่ใช่แล้ว เราก็ยังอยู่ในกรอบอยู่”
ฟีดแบ็กดี มีแต่คนสนับสนุน
“ทุกคนบอกว่า โห ขอได้ไหมคนอย่างนี้ อยากให้มีคนแบบนี้บนโลก มีเคล็ดลับอย่างไร ทำอะไรแบบไหน การที่จะอย่างนี้ได้ (แล้วทางบัดดี้เขาว่ายังไงบ้าง?) เขาเฉยๆ เขาบอกว่ารู้อยู่แล้วว่าจะขอบคุณ แต่ว่าเราเป็นคนที่ไม่เคยลงโพสต์อะไรเลย เป็นคนที่ปากหนักด้วย ไม่เคยชื่นชม ไม่เคยอะไรเลย เราคิดว่าเราอยู่ด้วยความเข้าใจ มันเป็นเพื่อนมากกว่า คือไม่อยากกำหนด เวลากำหนดปุ๊บมันจะตีกรอบ เราใช้ชีวิตเราไม่ชอบตีกรอบ
บางคู่พอกำลังจะแต่งงานปุ๊บ รู้สึกว่าถอย เริ่มไปตั้งหลัก เรารู้สึกว่าเราไม่ต้องการความฟิกซ์แบบนั้น เราโอเพ่น เราแค่ทำชีวิตของเราให้มีความสุข แล้วต่างคนต่างมีชีวิตที่มันเสรี มีความสุข เราไม่ต้องผูกมัดกับใคร เราไม่ต้องไปบีบคั้นใคร เราไม่ต้องตั้งข้อแม้กับใคร แล้วการใช้ชีวิตมันจะทำให้เราเป็นสุข เพราะเราไม่ต้องทุกข์ว่า เฮ้ย ไหนรายงานสิ ไปไหน ไหนตรวจโทรศัพท์สิ มันคือความซื่อสัตย์ที่เขาจะต้องให้เรา คือเวลาไปฟิกซ์ปุ๊บเนี่ยมันจะไม่ได้แล้ว หวง หึง”
มองความรักคือความสบายใจ
“จริง มันคือเซฟโซน ความรักคือเซฟโซน คนเรามันอาจจะไปไหนก็ได้ แต่ว่าอย่างน้อยมันจะต้องมีคนหนึ่ง ที่เก็บความลับของเราไว้กับเขา”
ขอบคุณคนเชียร์ แต่เรื่องแต่งงานยังไม่มี
“ไม่มี (หัวเราะ) ก็ขอบคุณหลายๆ คนนะคะ น้องๆ ศิลปินที่รู้ คือทุกคนก็แบบแม่ๆ อย่างโน้นอย่างนี้ ถามเคล็ดลับอะไรกันใหญ่ ทุกคนก็จะมาแสดงความยินดีเต็มไปหมดเลย อยู่ดีๆ ตื่นขึ้นมาคือ คืนนั้นคืองงมาก แล้วก็มากันเต็มไปหมดเลย ก็กลายเป็นไวรัล แล้วไปไหนทุกคนก็แซว เราก็โอเค แต่ก็บอกว่าไม่ใช่ๆ ยังนะยัง (หัวเราะ)”


