xs
xsm
sm
md
lg

“ทนายเจมส์” ผ่าข้อกฎหมายมหากาพย์ “ทราย-พาย” ชี้อาจไม่เข้าข่ายข่มขืนแต่เป็นอนาจาร หยุดขุดคุ้ยก่อนพังกันหมด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ทนายเจมส์” เปิดข้อกฎหมาย มหากาพย์ “ทราย-พาย” ชี้อาจไม่เข้าข่ายข่มขืนแต่เป็นอนาจาร ต้องลุ้นอายุความ แถมหลักฐานพิสูจน์ยาก ฟันธงแม่ฟ้องเรียกคืนมรดกไม่ได้ แนะหยุดขุดคุ้ยก่อนพังกันหมด บิดไม่รู้ใครกุนซือ “พาย” นั่งแถลง แต่คิดผิด ทำ “มายด์” หน้าแตก

ยังคงเป็นประเด็นร้อนของสังคม หลังจากที่ “ทราย สิรณัฐ สก๊อต” ทายาทของตระกูลภิรมย์ภักดี ออกมาอัดคลิปแฉพี่ชาย “พาย สุนิษฐ์ สก๊อต” ข่มขืนหลายครั้งตอนวัยรุ่น และหลังจากนั้นทาง “พาย” ออกมาอัดคลิปชี้แจง โต้ทุกกรณีที่น้องชายกล่าวมา โดยบอกว่าไม่มีทางทำสิ่งที่น่าขยะแขยงอย่างนั้นแน่นอน ส่วนเรื่องที่แม่ออกมาฟ้องเรียกมรดกคืน ก็เพราะมีการนำบุคคลภายนอกเข้ามา และมีสิ่งของเสียหาย ต่อจากนี้ตนจะใช้ข้อกฎหมายในการจัดการเรื่องนี้ ต่อมาทรายได้ฟาดด้วยหลักฐานเด็ดคือคลิปเสียงสนทนาระหว่างทั้งสองคน ที่ทำเอาช็อกทั้งประเทศ รวมทั้ง “ทราย” ได้มีการออกมาให้สัมภาษณ์ว่าตนไม่ได้ฟังทั้งหมด เพราะมีแต่จะคลื่นไส้ ไม่อยากเห็นหน้าคนกระทำผิดอีกแล้ว อยากให้พี่ชายโดนโทษจำคุกด้วย

ล่าสุด “ทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต”ทนายความชื่อดังได้เปิดเผยกับทีมข่าวบันเทิง mgr online เผยถ้าข้อกฎหมายต้องดูว่าหมดอายุความหรือยัง แต่สิ่งที่ยากคือการหาหลักฐาน เพราะผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้ว โดยเฉพาะข้อกฎหมายมีการเปลี่ยนใหม่ ถ้าบอกว่าข่มขืนอาจจะไม่ใช่แล้ว น่าจะเข้าข่ายอนาจารมากกว่า

“ประการแรกก่อน คดีขาดอายุความหรือยัง ผมไม่รู้ พ.ศ. อะไร ผมกำลังจะบอกว่า ณ วันที่เขาสูญเสีย เขาใช้กฎหมายฉบับเก่าหรือใช้กฎหมายฉบับใหม่ ประเทศไทยใช้กฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 มาจนถึงปี 2550 มีการเปลี่ยนตัวบทครับ คือเดิมทีผู้ใดข่มขืนผู้อื่น โดยใช้กำลังประทุษร้ายอะไรก็แล้วแต่ มีแค่นี้นะครับ ต่อมาในปี 2550 เขาเพิ่มว่า ผู้ใดข่มขืนผู้อื่น แล้วก็มีวรรค 2 นี่แหละที่มีปัญหา วรรค 2 ของมาตรา 276 ก็คือ การใช้อวัยวะเพศของตนไปใส่อวัยวะเพศของผู้อื่น ทวารหนักของผู้อื่น ช่องปากของผู้อื่น หรืออุปกรณ์อย่างอื่นหรือการกระทำใดๆ ไปใส่ทวารหนักหรือช่องปากของผู้อื่นเป็นข่มขืน อันนี้คือปี 50 นะครับ

คราวนี้ปรากฏว่าปี 2562 กฎหมายแก้ไขใหม่ เอาวรรค 2 ออก และให้กลับไปใช้ตัวกฎหมายแบบเดิมก่อนปี 50 พอเป็นอย่างนี้ความหมายคือพอใช้ช่องปากอวัยวะเพศกับช่องปาก มันไม่ใช่การข่มขืนแล้ว แต่มันคือการอนาจาร พอเป็นอนาจาร อัตราโทษมันก็เปลี่ยนแปลงไป กลายเป็นอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โทษไม่เกิน 15 ปี มันอยู่ในเรนจ์ของมาตรา 95 อีกทีหนึ่ง ของเขาอยู่เรนจ์นี้ถ้าเป็นอนาจารนะ แต่ถ้าเป็นข่มขืน อายุความไม่ขาด คราวนี้อยู่ที่ว่าปี 50 ถ้าผมเดาไม่ผิดน้องเขาเกิด พ.ศ. 2539 น้องเขาบอกว่าโดนประมาณ 11 ขวบ นั่นหมายถึงโดนตอนปี 50 พอดี ตอนมันเปลี่ยนกฎหมายพอดี

พอมันคาบเกี่ยวกันมันมีประเด็นมาเกี่ยวข้อง 2 อย่าง ว่าจะเป็นข่มขืนหรืออนาจาร อันที่ 1 อันที่ 2 มีประเด็นเรื่องของอายุความเข้ามาเกี่ยวข้องนะครับ อันที่ 3 พยานหลักฐานต่างๆ เมื่อเกิดขึ้นเป็นระยะเวลานาน หลักฐานต่างๆ แทบจะไม่มีแล้ว อนาจารเนี่ยหลักฐานเก็บโคตรน้อยเลย สารคัดหลั่งจะอยู่ในปากของทรายไหม ก็ไม่เหลือ 10 ปีมันจะไปอยู่ได้ยังไง มัน 10 กว่าปีแล้ว ถูกต้องไหมครับ ดังนั้นเรื่องราวต่างๆ พวกนี้มันก็เลยเอาผิดยาก ผมใช้คำนี้ดีกว่า 1. ด้วยระยะเวลาผ่านมานาน 2. หลักฐานต่างๆ ยังคงมีอยู่หรือเปล่า และประการสุดท้ายคือ เรื่องข้อกฎหมายที่ผมบอก เขายอมรับไหมละว่าเขาข่มขืน เขาก็ไม่ได้พูดว่าเขาข่มขืน พูดไหมว่าเขาเป็นคนเอาอวัยวะเพศเข้าปากทราย เขาไม่ได้พูดนะ มีแต่ทรายพูดเองเออเอง ในขณะเดียวกัน เขาก็บอกเลยเป็นการหยอกล้อเล่นกัน ผมไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่ทำ มันเล่นกันหรือมันยังไงกันเราไม่รู้ ถูกไหมครับ

ข้อกฎหมายที่สองที่เกี่ยวข้องก็คือ มีประเด็นอยู่ว่าแม่เขาจะฟ้องเรียกคืนการให้ได้หรือไม่ อันนี้ผมบอกได้เลยฟ้องไม่ได้ เพราะการที่แม่อ้างว่าน้องไปหมิ่นประมาท มันยังไม่เพียงพอ เพราะตามมาตรา 531 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มันจะต้องหมิ่นประมาทผู้ให้ ‘อย่างร้ายแรง’ ประเด็นคือ ทรายหมิ่นประมาทแม่เหรอ เปล่า เขาก็พูดระบายด้วยความน้อยอกน้อยใจ แต่ถ้าเมื่อไหร่ทรายพูดว่า ‘แม่ผมโกงมรดกตาหมดเลย’ อันนี้หมิ่นประมาทอย่างร้ายแรงแน่นอน แต่กรณีอย่างนี้ยังไม่เข้า จะถอนการให้ทำไม่ได้ อันนี้ยาก แล้วเหตุผลฟังไม่ขึ้นด้วยนะ เหตุผลฟังได้ตามที่ทรายพูดเลยก็คือ พยายามจะบีบทรายเพื่อไม่ให้ทรายพูดเอาความลับที่หมกเม็ดมานานเอามาพูด เพื่อรักษาหน้าของตัวเอง แล้วรักษาหน้าของตัวเอง แต่ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน อันนี้ผมแนะนำให้นะ ไม่ต้องไปฟ้องเรียกการให้ครับ วิธีที่ง่ายที่สุดคือ ให้คุณพายซึ่งเป็นเจ้าของร่วมไปแจ้งความครับ ง่ายกว่า คุณพายก็เป็นเจ้าของคนหนึ่ง ก็คุณพายก็ไปแจ้งความเอาสิ”

บอกการที่ “ทราย” ปล่อยคลิป เป็นเพียงการปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง เพื่อพิสูจน์ว่าเรื่องที่พูดเป็นความจริง
“ประเด็นต่อมาที่สังคมมองกันนั่นคือ การปล่อยคลิปเสียงของทรายจะเป็นความผิดหรือเปล่า ให้ดูก่อน ครั้งแรกเขาเข้ามาระบายความอัดอั้นตันใจ เนื่องจากเขาเป็นผู้ถูกกระทำ เขาระบายความอัดอั้นตันใจ เพราะเขาไม่ได้รับความยุติธรรมจากครอบครัว นี่คือการปกป้องสิทธิ์ของเขา อันที่สอง เขาพูดถึงพี่ชายจริง พาดพิงพี่ชายจริง แต่พี่ชายเขากลับบอกว่า ไม่ได้ทำ สิ่งที่ทรายพูดไม่เป็นความจริง เท่ากับทรายพูดโกหกถูกต้องไหมครับ เขาจึงปล่อยคลิปออกมาเพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่เขาพูดมันเป็นความจริงไง มันคือการใช้สิทธิ์ปกป้องตัวเอง หรือส่วนได้ส่วนเสียของตัวเองครับ ไม่เป็นความผิดนะครับ ได้รับข้อยกเว้นตามมาตรา 329 ครับ

ในเรื่องนี้ถ้าให้ดีที่สุดในมุมของผมนะ เจรจากันครับ คุยกันครับ คนครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น สิ่งที่ทรายระเบิดออกมานี่คือสิ่งสะท้อนของเด็กคนหนึ่งที่ถูกกระทำ แล้วก็เก็บกดเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ตอนนี้เขา 30 แล้ว เรื่องนี้เขาเก็บงำมาเกือบ 20 ปีที่ แล้วเขามาระเบิด แสดงว่ามันต้องมีอะไรที่ไปกระแทกใจเขา นั่นก็คือเรื่องการเพิกถอนการให้นี่แหละ ดังนั้นก็ลองคุยกันดูครับ แล้วก็ไม่อยากให้ไปขุดคุ้ยเรื่องนี้อีก เพราะมันกระทบกันในวงกว้างเลย ถ้าเกิดทรายงัดคลิปเสียงหมดเลยล่ะ มันตายเลยใช่ไหมครับ ใครบ้างล่ะที่จะเข้ามาเป็นสมการในเกมนี้”

บอกถ้าครอบครัวจะฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทก็สามารถใช้สิทธิ์ทำได้
“ถ้าฝั่งทางผู้ใหญ่ทางโน้นบอกว่า คลิปเสียงพวกนี้มันหมิ่นประมาทครอบครัว หมิ่นประมาทตระกูล ก็ใช้สิทธิ์ทางศาลไป ทำได้ เพราะทรายเขาไม่ได้กลัว คือผมมองว่าการที่ทรายออกมาอย่างนี้ นั่นหมายถึงเขาไม่มีอะไรเหลือแล้วครับ หลังชนฝาแล้วเขาถึงออกมาอย่างนี้ ไม่งั้นก็คงไม่ออกมาตอนนี้ แล้วผมบอกเลยว่าการที่พายออกมานั่งแถลงข่าวในลักษณะนี้พายคิดผิด ผมไม่รู้ใครเป็นกุนซือนะ แต่พายคิดผิดครับ แทนที่จะเรียกเคลียร์กับน้อง น้องต้องการอะไร รีบเคลียร์กันแล้วให้เรื่องมันจบ กลับไปแถลงข่าว พอเขาเอาหลักฐานมา หัวแตกเลย ตอนนี้มายด์ก็หน้าแตก ต้องดูข้อเท็จจริงอย่างละเอียดรอบด้าน รอบคอบ”

เตือนอย่าคอมเมนต์หยาบคาบรุนแรง เพราะเข้าข่ายหมิ่นประมาทได้
“เรื่องคอมเมนต์นี่อยากจะเตือนมากๆ เลย ในฐานะที่ผมเป็นทนายความนะ คือการวิพากษ์วิจารณ์บุคคลสาธารณะสามารถทำได้ไหม ทำได้ วิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตทำได้ แต่ข้อความ อย่าใช้ข้อความหมิ่นประมาท หรือถ้อยคำที่มันหยาบคายรุนแรงเกินไป เพราะมันจะทำให้บุคคลต้นเรื่องเขาเสียหาย การที่คุณจะคอมเมนต์อะไรไปก็ตามแต่ ให้สังคมนี่ได้ประโยชน์ คอมเมนต์ในเชิงสร้างสรรค์เช่น ไม่ควรทำอย่างนี้ ควรทำอย่างนี้ อย่างนี้ไม่ควรทำนะ มายด์ทำอย่างนี้ไม่ควรเลย ไอ้การไปยื่นฟ้องคนอื่นเนี่ย ทำไมไม่ให้พายไปคุยกับทราย ก็ควรต้องระวังในการพิมพ์กันด้วยครับ”