“เจมส์ เรืองศักดิ์-ครูก้อย” สุดตื้นตัน รับขวัญลูกสาวคนที่ 2 “น้องมีเมตตา” พิสูจน์ความสำเร็จแม้วัย 42 ไม่ใช่อุปสรรค แถมเปรยอยากมีลูกชายคนที่ 3 ต่อทันที เตรียมชื่อรอแล้ว
คลอดลูกสาวคนที่สอง “น้องมีเมตตา”เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา สำหรับ “ครูก้อย นัชชา” และคุณพ่อ “เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์” ท่ามกลางความดูแลอย่างใกล้ชิดของ “หมอกล้วย พญ.กมลภัทร วิจักขณ์พันธ์” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ วันนี้ (11 พ.ค.) ครูก้อย - เจมส์ - หมอกล้วย ตั้งโต๊ะแถลง ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ เปิดใจทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แม้อายุคุณแม่เกินเลข 4 แต่มีการเตรียมตัวที่ดี
ครูก้อย : “ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี น้องสมบูรณ์แข็งแรงดี น้ำหนักน้องดี 3.2 กิโล คุณแม่ก็สุขภาพกาย สุขภาพจิตดี ไม่อ่อมไม่ยม เป็นท้อง2 ในวัย 42 ที่เป็นไปได้ด้วยดี แข็งแรงทั้งแม่ทั้งลูก”
เจมส์ : “น้องร้องตั้งแต่วินาทีแรกที่ลืมตาดูโลกเลย ร้องไม่หยุดจนเจ้าหน้าที่พยาบาลชั่งน้ำหนักก็ยังร้องอยู่ แล้วก็ร้องเสียงดัง สัญญาณที่ดี แสดงว่าปอดของน้องทำงานเป็นปกติดี”
ครูก้อย : “ความรู้สึกครั้งแรกที่อุ้มน้องจริงๆ ตั้งใจจะไม่ซึ้ง เพราะตอนลูกคนแรกน้ำตาคลอจะร้องไห้ แต่นี่ก็ครั้งที่สองแล้วเนอะ แต่มันก็ทัดทานไม่ไหวจริงๆ น้ำตารื้นเลยแล้วก็มองว่าเขาเหมือนกับที่อัลตร้าซาวด์หรือเปล่า ดูแล้วเหมือน 90% ในเรื่องของการเย็บปากมดลูก จากกรณีที่ปากมดลูกสั้น ก็เย็บไปตั้งแต่ท้อง 3 เดือน จากนั้นเราก็ดูแลตัวเองในเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย อารมณ์ การนอน และไม่เดินเยอะจนเกินไป ตอนนี้อยู่ในช่วงพักฟื้นแล้ว ด้วยความที่เราบล็อกหลัง วันแรกๆ เราก็ยังจะชาอยู่ อีก 1 วันก็ลุกเดินได้เลย”
หมอกล้วย : “ของครูก้อยไม่ค่อยจะมีปัญหาอะไรเพราะคุณแม่ดูแลตัวเองดีมาก ความรู้ก็เยอะ คือทำได้ทุกอย่างแล้วเหลือแค่ผ่าคลอด ปัญหาในวัยคุณแม่ท้องอายุเยอะแบบครูก้อยจะเป็นเรื่องเบาหวาน เรื่องของโครโมโซมผิดปกติ ของครูก้อยเบาหวานก็ผ่านแบบหวุดหวิด กับเรื่องของปากมดลูกสั้นเราก็ประเมินกันมาเรื่อยๆ ให้ยาช่วยบวกกับการผ่าตัดเย็บปากมดลูก ก็ป้องกันไว้ทุกด้าน ซึ่งทุกอย่างผ่านเรียบร้อยดี ขนาดน้องก็ตามเกณฑ์ ทุกอย่างโอเคมากๆ”
เจมส์เผยท้องนี้แข็งใจดูภาพแรกให้กำเนิดชีวิต ไม่กลัวเป็นลมเหมือนท้องแรก
เจมส์ : “ตื่นเต้นครับ มีโอกาสได้เข้าไปให้กำลังใจครูก้อยตั้งแต่วินาทีที่คุณหมอลงมีด ตอนท้องแรกผมไม่กล้าดู กลัวตัวเองจะเป็นลมแล้วไปเป็นภาระคุณหมอเพิ่ม แต่ท้องนี้ขอแอบดูนิดนึง ก็ได้เห็นภาพแรกของการให้กำเนิดชีวิตจริงๆ ที่คุณหมอหยิบน้องออกมาแล้วน้องร้อง มันก็เป็นภาพแห่งความตื้นตันของคนเป็นพ่อ ถึงแม้ว่าคุณหมอจะตรวจอย่างดี ขนาดเรารู้ 100% ว่าทุกอย่างเพอร์เฟกต์แล้วเราก็ยังมีความกังวลอยู่ว่าอาจจะเกิดอะไรที่เราคาดไม่ถึง พอคุณหมอหยิบน้องออกมาภาพแรกที่เห็นใจชื้นแล้ว ครบ 32 ผิวพรรณดี น้ำหนักดี เสียงร้องดังดี ก็เรียกว่ายกภูเขาออกจากอกคนเป็นพ่อ ตอนนี้หลายคนลงความเห็นว่าน้องหน้าเหมือนผม คิ้ว ตา เหมือนคุณแม่”
ครูก้อย : “เป็นความตั้งใจว่าจะมีลูก 2 คนอยู่แล้วและตั้งใจจะให้ห่างกัน 7 ปีด้วย เพื่อที่จะให้น้องเมดาสามารถโตเป็นพี่ดูแลน้องได้”
เจมส์ : “ในบทบาทความเป็นพ่อแม่เราตั้งใจจะมีน้องให้กับเมดา แต่ในบทบาทของครูก้อย babyandmom ก็อยากจะส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับคุณแม่อายุมากด้วยว่าถ้าเดินทางถูกทาง ดูแลตัวเองอย่างดี อายุ 42 ก็ไม่ใช่อุปสรรค สามารถมีลูกได้เหมือนกัน”
อายุเยอะไม่เป็นอุปสรรค
หมอกล้วย : “อายุเท่านี้ถือว่ากลางๆ จริงๆ คนสมัยนี้มีลูกกันเลข 30-40 อัป เคสที่หมอเคยเจออายุเยอะที่สุดในชีวิตหมอก็คือ 52 แต่ ณ ปัจจุบันที่หมอดูแลอยู่ก็อยู่ที่ 48 เราดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์เหมือนกันหมด แต่พออายุเยอะโอกาสที่จะมีโรคแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์มันจะมีเยอะกว่า ไม่ว่าจะความดัน เบาหวาน”
เตรียมชื่อให้ลูกคนที่สาม
เจมส์ : “ผมเคยทำงานอยู่ที่นึง เจ้านายเก่าเขาพูดในที่ประชุมท่านบอกว่าเมตตาเป็นของสูงนะ ถ้าพวกเราอยากจะมีจิตใจที่สูงต้องรู้จักมีเมตตา ผมรีบคว้าสมุดมาจดคำนี้ไว้เลย มีเมตตา สะกดง่าย ความหมายดี ก็ตั้งใจเก็บไว้วันนึงจะมาตั้งเป็นชื่อลูกแน่นอน ซึ่งชื่อก็คล้องจองกับน้องเมดา จริงๆ เตรียมชื่อลูกอีกคนไว้ด้วยแล้วนะ พร้อมครับ”
ครูก้อย : “พูดจริงหรือพูดเล่น ปรึกษาคนที่บ้านหรือยัง”
เจมส์ : “โยนหินไปก่อน อันนี้ก็แล้วแต่ว่าครูก้อยจะปราณีอีกสักคนไหม”
ครูก้อย : “ถามคุณหมออยู่เหมือนกันว่ายังได้อยู่ไหม มดลูกยังได้ไหม คือเรายังไม่มีลูกชาย ก็มีความหวังนิดๆ ว่าถ้าเป็นไปได้ก็อาจจะมี“
เจมส์ : “ไข่ตอนนี้มีผู้หญิงอยู่ 6 ไม่มีผู้ชายเลย ถ้าเป็นผู้ชายอาจจะต้องรอมาธรรมชาติ หรืออาจจะต้องบำรุงไข่ใหม่”
ครูก้อย : “ซึ่งจุดกระตุ้นไข่ใหม่ยังไม่คิด ถ้ามาแบบฟลุคๆ ธรรมชาติเอาค่ะ จริงๆ เราเคยท้องธรรมชาติมาแล้ว 2 ครั้ง แต่สุดท้ายไม่ผ่านหมดเลย โครโมโซมผิดปกติเพราะอายุเยอะ ก็เป็นการคัดเลือกตามธรรมชาติติดได้แต่ด้วยอายุมันก็เลยอาจจะต้องหลุดไป ไม่ได้เป็นศูนย์นะ แต่น้อยหน่อย”
พี่รักน้อง ให้มีส่วนร่วมตลอดตั้งแต่เก็บไข่
เจมส์ : “เขารักน้องมาก อาจจะเป็นเพราะเราทำให้เขามีส่วนร่วมมาโดยตลอด ตั้งแต่ถามเขาจะมีน้องดีไหม เก็บไข่ ใส่ตัวอ่อน เขาร่วมตัดสินใจกับเราหมด ไปดูขั้นตอนการเก็บไข่ ดูตัวอ่อน อัลตร้าซาวด์จนวันคลอดเมดามีส่วนร่วมทุกขั้นตอน เขาก็เลยผูกพัน ทุกอย่างที่เมดามีจะยังเหมือนเดิม เขาต้องไม่รู้สึกว่าโดนแชร์หรือโดนขาดอะไรไป ก็เป็นความรับผิดชอบของคนเป็นพ่อเป็นแม่ ซึ่งเราวางแผนมาก่อนที่จะมีน้องแล้ว
เขาเห็นน้องแล้ว คำแรกที่เขาพูดกับน้องคือไอเลิฟยูเมตตา แล้วก็ร้องเพลงกล่อมเด็กให้น้องฟัง ทำให้เราได้เห็นความรักของพี่ที่ไปสู่น้องมันธรรมชาติเลย ไม่ต้องสอน”
ครูก้อย : “เขา 7 ขวบโตพอที่จะเลี้ยงน้องได้ แล้วเขาก็แสดงให้เราเห็นหลายๆ อย่างว่าตอนที่แม่มาอยู่โรงพยาบาลเขาสามารถรับผิดชอบตัวเองได้ ทำการบ้าน ไปโรงเรียนไม่มีงอแงเลยเขาพูดว่าแม่ไม่ได้รับโทรศัพท์หนู หนูรู้นะว่าแม่ทำอะไร แม่กำลังให้นมน้องอยู่ เขาเข้าใจทุกอย่าง ก็รู้สึกชื่นใจกับเมดามาก ยิ่งตอนที่เราเห็นเขาอวยพรน้อง เขาอวยพรเป็นคำแบบที่ผู้ใหญ่อวยพรเลย อวยพรให้น้องเติบโต แข็งแรง ให้น้องไม่มีโรคประจำตัว ให้น้องมีสุขภาพที่แข็งแรง เขาโตกว่าที่เราคิด”
ให้กำลังใจคนมีบุตรยาก เปลี่ยนความผิดหวังให้เป็นพลัง
ครูก้อย : “คนที่มีบุตรยากอาจจะไม่ประสบความสำเร็จในหลายๆ ครั้ง ก็จะมีความรู้สึกเศร้าใจ ทุกข์ใจ ไม่มีทางออก ครูก้อยอยากจะบอกว่ามองครูก้อยเป็นตัวอย่างก็ได้ว่าจริงๆ แล้วอายุ 40 กว่าก็มีโอกาสประสบความสำเร็จได้ แต่อาจจะไม่ใช่ในครั้งแรกนะ อาจจะต้องหลายครั้งหน่อยเพราะอายุเราเยอะ ฉะนั้นดูแลตัวเอง เปลี่ยนความเสียใจ ความซึมเศร้าเหล่านั้นเอามาใส่ร่างกายเราให้สมบูรณ์ที่สุด สุดท้ายน้องจะอยู่ได้หรืออยู่ไม่ได้ อยู่ที่ความแข็งแรงของแม่และสภาพจิตใจของแม่ด้วย เปลี่ยนความผิดหวังให้เป็นพลังค่ะ”


