xs
xsm
sm
md
lg

จากใจ “โอปอล” อำลาตำแหน่ง ตื้นตันคิดไม่ผิดที่เลือกเส้นทางนางงาม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อำลาตำแหน่ง “มิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2025” ไปเรียบร้อยแล้วอย่างสง่างาม สำหรับสาวงามผู้เป็นความภูมิใจของคนไทย อย่าง “โอปอล สุชาตา ช่วงศรี” ซึ่งงานนี้เจ้าตัวก็ได้ทิ้งท้ายสปีชแบบทัชใจ พร้อมยังเอ่ยชื่อขอบคุณทุกคน ที่ได้มีส่วนร่วมตลอดเส้นทางการประกวด

“ก็ดีใจค่ะ ในมุมที่ได้พูดแล้ว เพราะว่าความจริงก็คือหนูกังวลมากกับวันนี้ เพราะว่ารู้สึกว่าจากบทบาทนางงาม วันนี้เราจะมาอำลาก็จริง แต่ว่าเราก็มี participation เยอะกว่าหลายๆ ครั้ง คือเรามีส่วนช่วยทำโชว์ ช่วยดูโชว์ แล้วก็ในพาร์ทของตัวเองด้วย ก็รู้สึกว่ากดดันแบบมากๆ เลย แต่ว่าพอทุกอย่างผ่านไปด้วยดีแล้วโอเค แฮปปี้ แล้วก็ดีใจที่วันนี้ได้เหมือนมา farewell มาบอกลาทุกคนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะไปอีกครั้งที่ที่เวียดนาม ก็ตื้นตันค่ะ”

เตรียมสปีชมาอย่างดี เพื่อขอบคุณทุกๆ คน
“ไม่ได้สดร้อยเปอร์เซ็นต์ คือเตรียมมาในพาร์ตว่าเราอยากขอบคุณทุกๆ คน คือหนูก็กลัวว่าถ้าเกิดหนูออกมาพูดสดเลยร้อยเปอร์เซ็นต์เนี่ย เราอาจจะพลาดตกหล่นในการขอบคุณ ซึ่งสุดท้ายแล้ววันนี้เราก็ไม่ได้มีเวลาพูดชื่อทุกคน แต่เราก็พูดแบบภาพรวม แล้วก็หวังว่าจะไม่ได้ตกหล่นใคร ถ้าตกหล่นใครไป ก็ต้องขออภัยด้วย"

" ส่วนในพาร์ตหลังก็เป็นสิ่งที่เราพูดอยู่บ่อยๆ อยู่แล้วเวลาทำงาน แต่ว่าครั้งนี้ก็ในเมื่อมีโอกาสที่จะได้พูดบนเวที และมันเป็นสิ่งที่หนูรู้สึกว่าผ่านมาหลายเดือนแล้วยังคงติดอยู่ในใจหนู หนูก็รู้สึกว่าหนูอยากจะพูดออกไป เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าจุดมุ่งหมายของเราคืออะไร ที่เราอยากจะทิ้งไว้ให้ทุกคนได้ทราบ แล้วก็เผื่อว่าจะได้เป็นเหมือนอีกอย่างหนึ่งที่ใครบางคนเขาได้รับรู้ แล้วก็รู้สึกว่าเขาชอบเหมือนโอปอล เขาอยากจะจดจำไปตลอด”

"ยอมรับมีความกังวล เกือบร้องไห้กับสิ่งที่ได้พูดออกไป เพราะตอนซ้อมร้องไห้หนักมาก
“หนูกังวลตั้งแต่ตอนที่ก่อนจะเริ่มแล้ว มองไปทุกคนก็อาจจะเฮฮาน้อยกว่า Homecoming แต่ว่าเราเชื่อว่าทุกคนตั้งใจฟังในสิ่งที่เราพูด แล้วหนูก็ไม่รู้ว่าที่หนูพูดไปทุกคนรู้สึกยังไง เพราะว่าหนูก็เห็นหน้าคนไม่ค่อยชัด แต่ว่าตัวหนูเอง แค่เห็นหน้าทุกคนลางๆ ก็คือแบบจะไห้แล้ว หนูเลยพยายามที่จะแบบมองไปไกลๆ แล้วก็พยายามที่จะไม่คิด เพราะว่าความจริงที่หนูเขียน หนูเคยซ้อมพูดในห้องหลายครั้งแล้ว แล้วทุกครั้งที่หนูซ้อมพูด หนูร้องไห้แบบหนักมากๆ ตลอด ก็คิดว่าวันนี้คงจะไม่แล้ว แต่ว่าก็ยังมีนิดหนึ่ง"

"คือภาพรวมเรารู้สึกขอบคุณว่า เรามีวันนี้ได้ก็เพราะทุกคน พาร์ตที่เรารู้สึกมากๆ คือตอนที่ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ เพราะหนูโตมากับความรู้สึกที่หนู appreciate ทุกอย่างที่เขาสอนหนู หนูก็รู้สึกว่าวันนี้คืออีกวันหนึ่งที่ทุกคนได้เห็นจริงๆ ว่าผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาเลี้ยงดูมา โตมาเป็นยังไง แล้วหนูก็เชื่อว่าเขาภูมิใจ ถึงแม้ว่าเขาอาจจะไม่ได้พูดเยอะ แล้วเรารู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามีวันนี้ ที่ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ คือสิ่งที่เขาสอนเรามา”

เอ่ยชื่อขอบคุณครบทุกคน ตลอดเส้นทางการประกวด
“คือทุกคนที่ผ่านพ้นเข้ามา ล้วนมีส่วนที่ทำให้เรามีวันนี้ คือสุดท้ายแล้วมนุษย์ก็เป็นสัตว์สังคม แล้วเราก็เติบโตด้วยการเรียนรู้จากคนรอบข้าง เรียนรู้จากสภาพแวดล้อม หนูเชื่อว่าทุกวันนี้ที่หนูเป็นหนูได้ ก็เพราะทุกๆ คน คือหนูเคยพูดตั้งแต่ 2022 แล้วว่า ถ้าหนูมีโอกาสได้เป็นตัวแทนประเทศ มันจะมีเศษเสี้ยวทุกคนในตัวหนู คือยังไงเราก็ต้องได้เรียนรู้อะไรสักอย่างจากใครบางคน ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุน ความใจกว้าง ความใส่ใจ ความมุ่งมั่น หรืออะไรก็แล้วแต่ หรือแม้กระทั่งบางอย่างที่เราอาจจะเห็นไม่ตรงกันบ้าง หรือว่าขัดแย้งกันบ้าง แต่มันก็ทำให้เราเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกัน เรียนรู้ที่จะเข้าใจกัน หนูรู้สึกขอบคุณกับสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่สอนมา เพราะเขาสอนหนูมาให้หนูเหมือนกับเรียนรู้ที่จะรับได้กับทุกๆ อย่าง แม้กระทั่งกับตัวเอง คือเขาสอนให้หนูแบบดีใจกับตัวเอง แล้วเขาก็สอนให้หนูให้อภัยตัวเองในวันที่หนูอาจจะทำผิดพลาด ก็เลยรู้สึกว่าอยากเอ่ยถึงทุกคน เพราะว่าทุกคนทำให้เรามีวันนี้จริงๆ”

ความรู้สึกที่พูดไป ยังไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของใจที่อยากจะพูด
“ยังไม่หมดหรอกค่ะ คือเอาจริงๆ สปีชนี้นี่เป็นสปีชที่คิดยากมาก เพราะว่าหนูคิดมานานแล้ว ความจริงอันนี้คือสิ่งที่หนูรู้สึกว่ายังไม่ได้แบบ 10 เปอร์เซ็นต์ของใจหนูด้วยซ้ำ คือหนูรู้สึกว่ามันมีอะไรที่มากกว่านี้ แต่ว่ามันคงมีเพียงเท่านี้ที่สามารถออกมาเป็นคำพูดได้ หนูก็หวังว่าหลังจากนี้ทุกอย่างมันจะเป็นการที่ทุกคนได้เห็นผ่านตัวหนูแล้วกัน ว่าเส้นทางนี้มันมีคุณค่ามากแค่ไหน”

สมใจแล้วกับทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นมาจนถึงวันนี้
“สมใจแล้วค่ะ คือเอาจริงๆ หนูมองย้อนกลับไป หนูสมใจตั้งแต่ก้าวแรกที่หนูได้เข้ามาแล้ว เพราะมันเป็นโอกาสที่ไม่ได้หากันได้ง่ายๆ เราสามารถที่จะต่อยอดอะไรได้เยอะ ถ้าเรามุ่งมั่นตั้งใจกับมันจริงๆ จนถึงวันนี้หนูรู้สึกว่าหนูโอเคแล้ว ความจริงหนูฟูลฟิลหลายๆ อย่างในชีวิตด้วยซ้ำ เพราะได้เป็นมิสเวิลด์ หนูได้เดินทาง ได้ไปช่วยเหลือคน มันคือสิ่งที่มันเป็นจิกซอว์ตัวสุดท้ายที่หายไปกับเส้นทางวงการนางงามของหนูจริงๆ แล้วหนูก็คิดไม่ผิดที่หนูเลือกเดินเส้นทางนี้ เพราะตอนนี้คือจิกซอว์ภาพนี้หนูเต็มแล้ว แล้วก็เราพร้อมที่จะเริ่มภาพใหม่ เป็นเป็นบทบาทใหม่ของเราก็ดีใจ”

เตรียมอำลาตำแหน่ง “มิสเวิลด์ 2025” บนเวที “มิสเวิลด์ 2026” ที่เวียดนาม แอบเสียดายจะไม่ได้ใส่มงฯ ฟ้าอีกแล้ว
“ตอนนี้ยังไม่ได้ใกล้ถึงขั้นตื่นเต้น เพราะยังมีบางอย่างที่ยังคงต้องทำ ยังมีงานนั่นนี่นู่น แต่ก็ไม่รู้นะ วินาทีนั้นหนูคงรู้สึกอาจจะโล่งด้วย แต่ว่าในขณะเดียวกันก็รู้สึกแบบบิทเทอร์สวีท (Bittersweet) แบบว่าคงจะคิดถึงโมเมนต์นี้ อย่างมงกุฎแบบนี้ แล้วก็เพิ่งถ่ายโฟโต้ชูทเป็นพอร์ตเทรตเก็บเอาไว้ แล้วก็คุยกับพี่ๆ ในทีมว่า หลังจากนี้ต้องคิดถึงแน่ๆ เลย เพราะว่าคือมันเป็นโมเมนต์ที่ส่งต่อ ถ้าเกิดว่ามีมิสเวิลด์คนต่อไป เราก็ไม่มีโอกาสได้เอามาใส่แล้ว แล้วก็เราไม่ได้ใส่บ่อยขนาดนั้น ใส่แค่เวลาปฏิบัติภารกิจอย่างเดียว ก็คงจะรู้สึกเสียดาย ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งเราจะไม่ได้ใส่แล้ว แต่ก็รู้สึกว่ามันคงมีเรื่องราวของเราที่อยู่ในมงกุฎนั้นละ จากที่เราเคยรู้สึกจากรุ่นพี่ปีที่ผ่านๆ มา วันนี้หนูดีใจที่มีเรื่องราวของหนู แล้วก็ดีใจที่ได้เห็นมันอยู่บนมงคนต่อไป”

เห็นศักยภาพในตัวของ “น้ำผึ้ง กานต์ธีรา เตชะภัทรธนากุล”
“ความจริงก็เห็นเขามาตลอดในการประกวด แล้วก็รู้สึกว่าเป็นอีกคนหนึ่งที่มีศักยภาพ เป็นอีกคนหนึ่งที่พร้อมมากๆ ก็เดี๋ยวคงคุยกัน แล้วก็ปรึกษากัน แล้วก็เชื่อว่าทีมของพี่น้ำผึ้งรู้อยู่แล้ว เพราะว่าเป็นทีมที่ดูมิสเวิลด์ตลอดอยู่แล้ว แล้วก็ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วง เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือน ก็หวังว่าจะได้แบบพัฒนาเต็มที่ แต่ความจริงไม่ค่อยอยากให้เขาไปไปแบบอะไรมาก เพราะเรารู้สึกว่าสุดท้ายแล้วไปที่นู่นอ่ะ ความเป็นธรรมชาติคือสิ่งที่แบบสำคัญที่สุด หนูอยากให้เขาคือเขาเก่งอยู่แล้ว เดินก็เก่ง พูดก็เก่ง แบบอาจจะแบบเล่นสตอรี่ไลน์อะไรหน่อย แต่ที่เหลือคือโอปอลเชื่อว่าทุกคนอยากดูว่าธรรมชาติของผู้หญิงคนนี้เป็นยังไง"

เชื่อคว้ามงฯ “มิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2026” มาได้ เพราะมีความพร้อมในหลายๆ ด้าน
“คงเป็นความพร้อมในหลายๆ ด้าน อย่างที่เห็นได้ชัด เพอร์ฟอร์มเขาก็ดีมาก โดดเด่น แล้วก็การพูดก็ฉะฉาน แล้วก็มั่นใจ แล้วก็เรื่องสตอรี่ไลน์เขาน่าสนใจอยู่แล้ว ก็คือช่วยกลุ่มคนที่ Stateless (คนไร้สัญชาติ) ซึ่งมันสำคัญมากที่คุณทุ่มกับสิ่งที่คุณทำจริงๆ แล้วตัวพี่น้ำผึ้งเองเขาเป็นเด็กที่เคยเป็นสถานะคนไร้สัญชาติมาก่อน เพราะฉะนั้นจุดเชื่อมโยงมันดีแล้ว คอนเน็กชันมันดีแล้ว ก็คงแค่เป็นแพลนนิ่งว่าไปนู่นจะดีเทลยังไง จะเล่นเกมยังไง แต่ว่าต้นทุนเขาเยอะ”

มองว่า “น้ำผึ้ง” กับ “มาลัย มาลัยกะ คาร” รองอันดับ 1 สามารถคว้ามงฯ ได้ทั้งคู่ แต่ส่วนตัวแอบเชียร์ “มาลัย”
“ความจริงได้ทั้งสอง ความจริงได้หมดเลย คืออย่างมาลัยก็เข้าวงการนางงามพร้อมโอปอล ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เรามีความรู้สึกแอบเชียร์เขาอยู่ลึกๆ ในใจ แล้วก็คิดว่าตัวเขาเองก็มีของเยอะเหมือนกัน ความจริงมันก็ใครก็ได้ ถ้ามีโอกาสก็อยากให้ได้ไปทั้งสอง แต่อันนี้ก็เหมือนว่าจะส่งออกเหมือนกัน ก็หวังว่า หวังว่าเขาจะได้ใช้โอกาสนี้ในการแบบเป็นตัวแทนประเทศไทยให้ให้เต็มที่ เพราะว่าตัวมาลัยเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ inspiring มากๆ ค่ะ”

แชร์ทริคพิชิตมงฟ้า คือต้องเล่นเกมไว
“พวกความเป็นตัวเองพูดไปเยอะแล้ว อาจจะต้องเล่นเกมไวนิดหนึ่ง จะมีบางมุมที่เราต้องแก้เกมเยอะ ก็อาจจะแบบเตรียมหลายๆ ออปชันไว้สำหรับหลายๆ เหตุการณ์ แล้วก็อาจจะแบบว่าต้องฝึก analyze แบบเหตุการณ์นิดหนึ่ง ว่าถ้าเกิดว่าคู่แข่งมาแบบนี้ เราจะต้องไปยังไง มันก็จะมีความแบบเวย์ของมัน”

ขอบคุณทุกคนที่เชื่อมั่นและเชื่อใจตลอดการดำรงตำแหน่ง แม้จะหมดหน้าที่แล้ว แต่ยังเรียกใช้งานได้
“ก็ขอบคุณทุกคนอีกครั้งหนึ่งค่ะที่เชื่อมั่นในตัวโอปอล เพราะว่าตอนนั้นก็คือเราเข้าใจว่าด้วยเวลาที่กระชั้นชิด ไม่กี่วันต้องบินแล้ว ต้องประกวดแล้ว หลายๆ คนก็เชื่อมั่นแหละ แต่ว่าโอปอลก็เชื่อว่าสุดท้ายแล้วมนุษย์เรามันก็มีความแบบว่า doubt ในใจนิดหนึ่งว่าเอ่อด้วยระยะเวลาที่มันสั้นมากเนี่ย เราจะทำได้ไหม เพราะว่าทุกคนก็มีความหวังอยู่แล้วกับการได้มงใหญ่ ก็ขอบคุณทุกคนที่เชื่อใจโอปอล แล้วก็ให้เกียรติโอปอลได้ represent ประเทศไทย วันนี้ก็หมดหน้าที่แล้วในฐานะ Miss World Thailand แต่ว่าก็ยังคงเป็น Miss World Thailand 2025 ตลอดไปค่ะ เรียกใช้งานได้นะคะ”

"อยากเขียนตำราบอกเล่าประสบการณ์ ในฐานะ Miss World คนแรกของประเทศไทย
“ทุกคนบอกให้หนูเขียน ความจริงหนูเป็นคนเขียนอันนี้อยู่แล้วตั้งแต่ได้มงมา เพราะว่าเผื่อว่าเราจะได้เป็นประสบการณ์บอกกล่าว แต่กลับไปอ่านแล้วมันมีแต่แบบตัวเองบ่นอะไรไม่รู้ รถไฟร้อนมาก นั่งเครื่องปวดหลัง อังกฤษหนาวจัง แต่คิดว่าอยากทำค่ะ แต่ในใจก็คงรวบรวมให้ให้เรามั่นใจ คือหนูก็รู้สึกว่าเรายังเด็ก ไม่รู้ว่าเราจะสามารถแบบไปสอนใครได้ แต่เราคิดว่าประสบการณ์ที่เรามี ก็อาจจะเป็นประโยชน์ให้กับใครหลายๆ คนค่ะ”