“น้ำผึ้ง กานต์ธีรา” ดีใจคว้ามงฯ “มิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2026” ภูมิใจความพยายาม 2 ปีสำเร็จแล้ว เตรียมขอเคล็ดลับ “โอปอล” ไปชิงมงฯ “มิสเวิลด์” มองเป็นแรงบันดาลใจ ไม่ใช่ความกดดัน ด้าน “มาลัย” ไม่เสียใจและไม่เสียดาย ทำเต็มที่แล้ว เป็นเกียรติมากที่คว้ารองอันดับ 1
ผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับการประกวด “มิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2026” ที่ปีนี้หนึ่งในตัวเต็ง อย่าง MWT 15 “น้ำผึ้ง กานต์ธีรา เตชะภัทรธนากุล” เป็นผู้คว้ามงกุฎไปครอบครองได้สำเร็จ โดยจะเป็นตัวแทนสาวไทยไปชิงมงฯ “มิสเวิลด์” ครั้งที่ 73 ที่เวียดนาม ในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งงานนี้หลังลงจากเวทีมาแบบสดๆ ร้อนๆ สาวน้ำผึ้ง พร้อมด้วยเจ้าของตำแหน่งรองฯ อันดับ 1 “มาลัย มาลัยกะ คาร” ก็ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนด้วยความตื่นเต้น
น้ำผึ้ง : “ตอนนี้หนูรู้สึกดีใจมากค่ะ แล้วก็ภูมิใจมาก ๆ เพราะว่าความพยายามตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เพื่อที่จะมาทำหน้าที่ตรงนี้และก็มารับตำแหน่งนี้ หนูพยายามเต็มที่กับมันมากๆ ค่ะ วันนี้ความพยายามของหนู แล้วก็ความหวังของน้องๆ ทุกคนในโครงการ DARE YOUR DREAM เป็นจริงแล้วค่ะ”
"เชื่อคว้ามงฯ มาได้ เพราะความมุ่งมั่นตั้งใจ
น้ำผึ้ง : “ความมุ่งมั่นและความตั้งใจค่ะ รวมถึงความจริงใจที่หนูมอบให้กับเวทีด้วยค่ะ หนูมองว่าเวทีไม่ใช่แค่พื้นที่ในการประกวด แต่เวทีคือโอกาสที่จะทำให้หนูสามารถพัฒนาตัวเองได้ และเวทียังสามารถสร้างโอกาสให้กับผู้อื่นผ่านตัวตนของหนูด้วยค่ะ ดังนั้นความศรัทธานี้เลยทำให้หนูชนะได้ค่ะ”
ผู้เข้าประกวดทุกคน ล้วนแต่เป็นคนเก่งและมีความสามารถ
“ถามว่าด่านไหนที่ยากที่สุด จริงๆ ยากทุกด่านเลยค่ะ เพราะว่าเวทีนี้ต้องบอกว่าเราไม่ได้คัดแค่ความสวยงาม แต่ว่าเราคัดเรื่องของศักยภาพของผู้หญิงทุกคนด้วย ดังนั้นผู้เข้าประกวดทุกคนจึงเป็นคนที่เก่งมากๆ เป็นคนที่มีความสามารถทุกคน แล้วก็ทุกวันนี้พวกเราเองก็อยู่ด้วยกันแบบให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพราะว่าในแต่ละวันกว่าจะผ่านไปได้ก็คือ เราเต็มที่แล้วก็สู้กับกิจกรรมมากๆ ค่ะ”
เวทีมิสเวิลด์ไทยแลนด์ เปรียบเสมือนนักเรียนห้องคิง เพราะต้องเก่งทักษะในหลายๆ ด้าน
น้ำผึ้ง :
“จริงๆ ก็เหมือนนะคะ (หัวเราะ) เพราะว่าเวลาเราคุยกันในที่เก็บตัว ก็เหมือนกับว่าเรานั่งคุยในสิ่งที่ทุกคนเข้าใจซึ่งกันและกัน เหมือนมันคือการคัดผู้คนที่มีลักษณะสังคมเหมือนๆ กันมาอยู่ด้วยกันน่ะค่ะ แล้วก็การวางตัว การพูดจา หรือแม้กระทั่งการทำกิจกรรมในกองร่วมกันก็เหมือนเด็กห้องคิงจริงๆ ค่ะ เพราะว่าเวลาเราว่างเราก็พากันหาโน่นหานี่ทำบ้าง เวลาเด็กห้องคิงเครียดก็จะพากันเต้น หัวเราะ ซึ่งมันคือการคลายเครียดที่ถูกต้องของเด็กห้องคิงสุดๆ อะไรอย่างนี้ ดังนั้นน้ำผึ้งมองว่ามันเรียกชื่อว่าเด็กห้องคิงอาจจะเป็นเพราะแค่เวลาเราอยู่ด้วยกันแล้วมันดูเป็นวิชาการ ดูทำโน่นทำนี่แข่งขันตลอดเวลา แต่ในความเป็นจริงเราก็คือเด็กคนหนึ่งที่มีความพยายามและความสามารถเหมือนๆ กันค่ะ”
ไม่ได้ล็อกเป้าว่าใครเป็นขู่แข่ง เพราะมองว่าทุกคนคือเพื่อน
น้ำผึ้ง : “โอ๊ย จริง ๆ น้ำผึ้งไม่ได้มองใครเป็นแบบต้องเล็งไว้ล็อกเป้าเลย เพราะว่าจากใจที่เราทำกิจกรรมร่วมกันมา 2 อาทิตย์นะคะ เด็กทุกคนหรือว่าผู้เข้าประกวดทุกคนมีความสามารถหมด สามารถเป็นตัวแทนของประเทศไทยได้ เพราะฉะนั้นการที่น้ำผึ้งไม่ได้มองเลย คือน้ำผึ้งมองว่าเพื่อน ๆ ทุกคนเนี่ยมาเพื่อที่จะทำกิจกรรมร่วมกัน แล้วก็แสดงศักยภาพของตัวเองบนเวทีนี้มากกว่าค่ะ เราเลยไม่ได้มีใครที่อยากจะแบบต้องเล็งหรืออะไรอย่างนี้ เพราะว่าน้ำผึ้งเชิดชูและให้เกียรติน้องๆ ทุกคนที่เข้าประกวดร่วมกันค่ะ”
เล่าโมเมนต์จับมือกับ “มาลัย” เป็นวินาทีที่ลุ้นและตื่นเต้นมาก
น้ำผึ้ง : “ลุ้น ต้องบอกว่าใจเต้น คือจริงๆ พวกเราสองคนก็มือสั่น ร้องไห้ด้วยกันไปแล้วตั้งแต่หลังเวที แล้วหนูกับมาลัยก็บอกกันตลอดเลย ว่าไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ก็ขอไปด้วยกัน เราทำในสิ่งที่ตัวเองได้รับหน้าที่มอบหมายด้วยกันให้ดีที่สุดก็พอค่ะ ในหัว ณ ตอนนั้น คือมันก็มีความรู้สึกหนึ่งตามความเป็นจริง เราก็คิดไว้อยู่แล้วว่าแบบต้องเป็นเรา ขอให้เป็นเรา เพราะว่าเราทั้งคู่และทุกคนในที่นี้ก็มีเป้าหมายเดียวกัน คืออยากเป็นมิสเวิลด์ไทยแลนด์ ดังนั้นในหัว ณ ตอนนั้น ก็คือก็ขอให้เป็นเรา แต่ถึงแม้ว่า ณ วันนี้มันจะไม่ใช่วันของเรา แต่เราก็จะทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ต่อไปค่ะ”
มาลัย : “ก็รู้สึกดีใจแล้วก็ภูมิใจในตัวเองมากๆ แล้วก็ภูมิใจกับพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ทุกคนเลยค่ะ การมาประกวดในครั้งนี้ มันก็เป็นการประกวดที่หินนิดหนึ่ง ยากจริงๆ เพราะว่ามันต้องใช้ทักษะในหลายๆ เรื่องนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การพูดในที่สาธารณะ แล้วก็พรีเซนต์ความเป็นตัวเอง แล้วก็โครงการที่ตัวเองทำมาว่าเป้าหมายของเราคืออะไร ซึ่งเหมือนที่พี่น้ำผึ้งพูดไปอะค่ะ ว่าเวลาเรามาร่วมกัน มันจะทำให้ทุกอย่างมันคลายลง ทุกอย่างมันสบาย แล้วก็โฟลว์ไปด้วยกัน ซึ่งก็รู้สึกดีใจมากๆ ที่เป็นส่วนหนึ่ง แล้วก็ดีใจที่ได้เจอกับทุกๆ คน มากกว่าเพื่อน มากกว่าพี่น้อง ได้เป็นครอบครัวเดียวกัน ก็รู้สึกดีใจมากๆ ค่ะ จริงๆ แล้วตอนจับมือ ก็คิดเลยว่าเราเป็นสาวเชียงรายเหมือนกัน มันก็จะเป็นชัยชนะของจังหวัดเชียงราย”
น้ำผึ้ง : “แต่ว่าถึงแม้ว่าเราจะมาในนามตัวแทนต่างจังหวัด เชียงใหม่ นครสวรรค์ แล้วก็มาพรีเซนต์เต็มที่ แต่ว่าภูมิลำเนาของเราสองคนก็คือยังเป็นพี่น้องกัน สาวเชียงราย”
มาลัย : “ใช่ค่ะ เป็นลูกหลานพ่อขุนเม็งรายนะคะ มาลัยก็ดีใจกับพี่น้ำผึ้งด้วย เพราะว่าโครงการที่มาลัยทำมามันก็รีเลทกับการให้ทุนการศึกษา แล้วก็ความเท่าเทียมให้กับเด็กๆ ด้วย ซึ่งที่พี่เขาทำ ก็รู้สึกว่ายินดีมากๆ แล้วก็ในอนาคตเราจะได้คอลแลปกัน ก็เป็นอะไรที่ยินดีมากๆ ให้มันอิมแพคไปอีก ให้มันเข้าถึงครอบคลุมไปแบบทุก ทุกกลุ่มเลยค่ะ ก็รู้สึกดีใจค่ะ (ยิ้ม)”
ไม่เสียใจและไม่เสียดาย ที่คว้ารองฯ 1 เพราะทำเต็มที่แล้ว
มาลัย : “ไม่เสียใจ ไม่เสียดายอะไรเลย เพราะว่าทุกอย่างที่ทำมา มาลัยก็รู้สึกว่าทำเต็มที่มากๆ ในทุกบทบาท ในทุกๆ ครั้ง ทุกๆ ฝีก้าวที่มาลัยเดินนะคะ รู้สึกมันก็มีความตื่นเต้น มันก็มีความแบบว่าจิกกล้องอะไรอย่างนี้ (หัวเราะ) มันก็ส่งอินเนอร์ไปถึงผู้ชม ก็รู้สึกว่าทุกอย่างที่เราทำ มันเป็นความตั้งใจของเรา แล้วก็ดีใจกับผลงานของตัวเองมากๆ แล้วก็เป็นเกียรติมากค่ะที่ได้เป็นรองอันดับ 1 มิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2026 ค่ะ”
ยอมรับการเป็นตัวเต็ง สร้างความกดดันมาก
มาลัย :
“จริง ๆ ก็กดดันนะคะ กดดัน พูดตามตรงเลยว่ากดดันมากๆ แต่หนูก็จะเอาความกดดันตรงนี้มาเป็นแรงผลักดัน เพราะว่าหนูเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ก็เอามาผลักดันตัวเองให้ตัวเองเป็นคนที่เรียนรู้มากยิ่งขึ้น เป็น Open-minded ค่ะ รับฟังความคิดเห็นของคนอื่นว่าเขาต้องการอะไร เขาแนะนำอะไร อะไรที่ไม่ดีเราคิดว่ามันจะเป็น Toxic หรือ Negative ก็ทิ้งออกไปเลย อย่าเอามาใส่ใจ เพราะว่าการที่เรามาประกวดตรงนี้ เรารู้อยู่แก่ใจว่าเราทำเพื่อใคร เรามีจุดยืนคืออะไร และเป้าหมายของเราคืออะไร เราอยากจะช่วยเหลือ เราอยากจะเป็นตัวแทนและเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนที่เขายังไม่มีเสียง ที่ยังไม่ได้รับการซัปพอร์ต เราก็ต้องมีจุดยืนที่เข้มแข็งมากๆ ที่สามารถที่จะต้องยืนอยู่ตรงนี้ได้ ก็ตรงนี้แหละค่ะ มาลัยรู้สึกว่าเอาความกดดันตรงนั้น มาเป็นแรงผลักดันแล้วก็แรงบันดาลใจของตัวเองค่ะ”
เตรียมเป็นตัวแทนประเทศไทย ไปชิงมงฯ “Miss World 2026”
น้ำผึ้ง : "ก็ตั้งใจไว้มากเลยค่ะ จริงๆ น้ำผึ้งก็วางแผนไว้แล้ว ว่าถ้าเกิดว่าเราได้ตำแหน่งจริงๆ เราจะวางแผนประมาณไหนไว้บ้าง เพราะว่าเป้าหมายตั้งแต่มาประกวดก็คือเราต้องการจะเป็นตัวแทนประเทศไทยจริงๆ ก็มีการวางแผนไว้ 2 เดือนหลังจากนี้ เราก็จะทำให้เต็มที่ พัฒนาเรื่องของการพูดให้มากขึ้น พัฒนาเรื่องของการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นภาษา หรือว่าเป็นในเรื่องของการใช้สื่อโซเชียลมีเดียในการส่งต่อโอกาสดีๆ หรือว่าข้อมูลข่าวสารให้กับผู้คนในโลกใบนี้ให้มันดีขึ้นมากกว่าเดิม เพราะว่าเป้าหมายของประเทศไทยเราต่อไปก็คือ เราต้องการที่จะ B2B เหมือนกัน แล้วก็เราอยากจะคว้ามงฟ้ามาเป็นของขวัญให้กับประชาชนชาวไทยเราให้ดีที่สุดค่ะ"
ความสำเร็จของ “โอปอล สุชาตา ช่วงศรี” ไม่ได้สร้างความกดดัน แต่เป็นแรงบันดาลใจ
น้ำผึ้ง
“ไม่เลยค่ะ ความสำเร็จของโอปอลคือแรงบันดาลใจมากกว่าค่ะ ที่ทำให้เราอยากจะพัฒนา แล้วก็อยากจะทำให้เราไปคว้ามงกุฎนั้นกลับมาอีกครั้ง เพราะว่าความสำเร็จที่เขาวางไว้ มันคือต้นแบบ แนวทางที่ทำให้เรารู้แล้วว่ามาตรฐานของการเป็น Miss World เป็นยังไงบ้าง เราเพียงแค่ต้องทำตามมาตรฐานนั้นให้ดี และก็เพื่อที่จะส่งต่อโอกาสดีๆ กับผู้คนและคว้าสิ่งดีๆ กลับมาให้กับประเทศเราค่ะ”
เตรียมขอเคล็ดลับคว้ามงฯ ฟ้า ให้ประเทศอีกครั้ง
น้ำผึ้ง : “โห... น่าจะเยอะเลยค่ะ เดี๋ยวรอจังหวะเจอโอปอลอีกรอบหนึ่ง แล้วก็น่าจะเข้าไปคุยตัวต่อตัว แล้วก็ขอทริกเลยว่าทำยังไง ถึงจะทำให้เราไปแล้วรู้สึกสบายมากขึ้น ทำยังไงถึงจะทำให้เราไปแล้วรู้สึกว่าเราสามารถเป็นหนึ่งในคนที่จะคว้าตำแหน่งหรือว่ามงกุฎ Miss World อีกครั้งหนึ่งให้ได้ค่ะ”
ขอบคุณทีมงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ที่ทำให้ได้มายืนอยู่ตรงนี้
น้ำผึ้ง : “ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณ คุณจูเลีย มอร์ลีย์ นะคะ ที่ได้สร้างแพลตฟอร์มในการประกวดนางงามเพื่อสร้างคุณค่าให้กับผู้หญิงทุกคน และส่งต่อคุณค่าเหล่านี้ให้กับสังคมได้นะคะ และก็ขอบคุณทางแม่ปุ้ย TPNG และก็ทางเทโรนะคะ ที่ได้เล็งเห็นว่าศักยภาพเหล่านี้ของผู้หญิงทุกคนในประเทศไทยเราสามารถส่งต่อให้กับผู้คนได้ และจัดเวทีการประกวดนี้ขึ้นมา ทำให้พวกเราทั้ง 5 สาวนะคะ และก็รวมถึงพี่ๆ น้องๆ ในกองประกวดอีกทุกคนเลยที่ได้แจ้งเกิดกับเวทีนี้ เพราะว่าทุกคนใช้ศักยภาพของตัวเองโชว์บนเวทีนี้อย่างเต็มที่มากๆ แล้ว และก็น้ำผึ้งอยากขอบคุณแฟนนางงามทุกคนนะคะ และก็พี่ๆ นักข่าวทุกคนเลย สื่อทุกท่าน ที่ให้โอกาสพวกเราในการพูดคุย ให้โอกาสพวกเราในการส่งต่อข้อมูลข่าวสารต่างๆ และให้โอกาสพวกเราในการเป็นคนคนหนึ่งที่อยากจะทำเพื่อสังคม และก็สร้างสิ่งดีๆ ให้กับสังคมได้ค่ะ”


