xs
xsm
sm
md
lg

ปฐมบท “โทน บางแค” หนี้ 300 ล้าน “มาดามเก่ง” “อั๋น - อุ๊” แฉปมวงการพระล้มโดมิโน่ มึนลาก “บิ๊กเต่า” ร่วมวงพิพาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“อั๋น โอกิ - อุ๊ กรุงสยาม” เผยหมดเปลือก “โทน บางแค” ติดหนี้ 300 ล้าน “มาดามเก่ง” เล่าปฐมบท เกิดจาก “ต้อม นครสวรรค์” ทำวงการเซียนพระล้มเป็นโดมิโน่ เช็คการันตีเด้งเป็นทอดๆ แต่งงมาดามเก่งเปิดช่องให้โทนเจรจา เคลียร์หนี้ แต่กลับไปลาก “บิ๊กเต่า” ร่วมวงพิพาท ปล่อยระเบิดอาจมีคนอยู่เบื้องหลัง รับสงสารมาดามเก่งแพนิกหนัก เสียเงินเป็นพันล้าน 

กรณีดรามาร้อนในวงการพระเครื่อง ระหว่าง “โทน บางแค”หรือ “โทนทอง สุขแก่น” เซียนพระชื่อดัง เปิดศึกพิพาทกับ “มาดามเก่ง ดรณ์ เทียนถาวรวงษ์”นักธุรกิจพันล้าน ปมหนี้สินกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งบานปลายจนมีการแจ้งความดำเนินคดีและพาดพิงถึงนายตำรวจระดับสูง อย่าง “บิ๊กเต่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง โดยโทนอ้างว่าตนถูกกดดันให้ชำระหนี้กว่า 300 ล้านบาทอย่างไม่เป็นธรรม ต่อมาเจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลเอาผิดกับเครือข่ายเซียนพระ รวม 9 ราย ที่ถูกเชื่อมโยงกับขบวนการซื้อขายพระและฉ้อโกง

รายการโหนกระแส วันที่ 8 พ.ค. ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมายเลข 33 สัมภาษณ์เซียนพระที่รู้จักทั้งสองฝ่ายอย่าง อั๋น โอกิ, อุ๊ กรุงสยาม มาพร้อม ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์

คุยกับโทนเมื่อไหร่?
อั๋น : เมื่อคืนครับ ปกติสนิทมาก รู้จักหลายปี เขาเป็นรุ่นพี่ในวงการ เขาโทรมาคุย เหมือนเครียดอยู่ครับ ตอนนี้โดนกระแสโจมตีหนัก ได้คุยทั้งสองฝั่ง วางสายจากพี่โทนเสร็จก็รับสายจากพี่เก่ง ที่คุยตอนนี้พี่เก่งเขาไม่ได้ติดใจ เขาบอกว่าเขามองว่าเป็นน้อง เขาพร้อมให้พี่โทนมาเจรจา เพื่อไกล่เกลี่ยกันให้จบ

ก็น่าจะเคลียร์กันได้ โทนกับพี่เก่งเขารู้จักกันอยู่แล้ว เรื่องราวทั้งหมดเกิดจากอะไร เริ่มยังไง?
อุ๊ : ประเด็นเหตุที่เกิด ที่ผมฟังจากบิ๊กเต่า เหตุคือวันที่ 17 โทนไปพบบิ๊กเต่าที่สอบสวนกลาง พอโทนออกมาแถลงข่าวว่าถูกบีบให้เคลียร์หนี้ ถูกโน่นนี่นั่น เหมือนโทนเป็นผู้ถูกกระทำ ป๋อง สุพรรณ บอกว่าการที่โทนเข้าพบบิ๊กเต่า ป๋องเป็นคนนัดให้ เพราะเขาสนิทกับบิ๊กเต่า ถึงขนาดเรียกไอ้เต่าก็ไม่ธรรม การที่คนจะเรียกคนระดับบิ๊กว่าไอ้ได้ แสดงว่าต้องสนิทกันมาก โทนจึงให้น้ำหนักพี่ป๋อง สุพรรณ แล้วไปเจอกันสองครั้งที่อีสาน วัดพระธาตุหมื่นหิน ที่ผมอ่านบิ๊กเต่าบอกเจอสองครั้ง ครั้งแรกไม่ได้คุยอะไร ครั้งที่สองคุยกันได้สามสี่คำแล้วก็ผ่านไป โทนยังบอกว่าคิดว่าท่านไม่อยากเจอแล้ว มันหมายความว่าอะไร ก็หมายความว่าโทนติดต่อป๋องเพื่อขอพบบิ๊กเต่า ใช้คำว่าท่านด้วยนะ กระทั่ง 20 เม.ย. ป๋อง สุพรรณโทรบอกว่าโทน ไอ้เต่ามันให้มึงไปหาที่สำนักงาน มีอะไรก็ไปคุย เคลียร์ให้จบๆ ไป นี่คือภาษาบ้านๆ แสดงว่าสองครั้งแรก โทนอยากเจอ แต่ครั้งนี้เป็นการเรียกพบหรือไม่ ไอ้เต่ามันให้ไปหา โทนบอกว่าให้ตีความเอา คำว่าตีความเอาประเด็นสำคัญ ใครก็ตีความได้หมดแต่ต้องดูต้นทางของมันก่อนว่ามันเหตุครั้งที่ 1 ที่ 2 แสดงว่าโทนอยากไปพบเขาแล้วสอดคล้องกับพี่เต่าพูด วันที่ไปเขาอยู่กัน 3 คน คุยอะไรกันก็แล้แต่ บิ๊กเต่าระวังตัวนะจากที่ฟัง แล้วถ้าเป็นฝั่งมาดามเก่ง เฮ้ย ลูกหนี้กูมาคุยกับบิ๊กเต่าเพียวๆ แบบนี้ นอกรอบผ่านคนสนิทอย่างป๋อง สุพรรณ เนี่ยเหนื่อยนะ

เรื่องเกิดจากมาดามเก่งเป็นเจ้าหนี้โทนมีการทวงหนี้ เพราะว่าโดนเช็คเด้ง เลยขอให้บิ๊กเต่าช่วยเจรจา ตามข่าวตอนแรกเป็นแบบนั้นนะ โทนให้ข่าวลักษณะแบบนั้นว่าบิ๊กเต่าเรียกไปเพื่อให้เปลี่ยนสัญญาในการทวงหนี้ มีสัญญาเรื่องหนี้อยู่ จาก 5 ปีต่อไปให้ขยับเข้ามา แต่เดี๋ยวไปฟังปฐมบท เขาไปเป็นหนี้กันยังไง พี่รู้มั้ย?
อุ๊ : โทนกับมาดามรู้จักก่อนผม รู้จักกันมานานแล้ว ตั้งแต่ปี 65 รู้จัก่อนผมเข้ามา มีการทำธุรกิจไปมาหาสู่ ซื้อขายพระยืมเงินกัน จนกระทั่งเกิดเป็นเงินก้อนหลัก 2 ก้อน 120 ล้าน ที่พูดเรื่องตึกค้ำประกัน กับ 180 ล้านที่มีพระเครื่องค้ำประกันอยู่

โทนเอาพระไปขายเหรอ?
อุ๊ : ก่อนหน้านั้นมีทั้งมาดามเก่งซื้อพระโทน โทนก็ซื้อพวกเฟอร์นิเจอร์ รถรา กระเป๋าต่างๆ จากมาดามเก่ง หนี้ก็สะสมกันมา มีอยู่ช่วงนึงเกิดปัญหา ซึ่งอั๋นรู้ ผมใช้คำว่าเกิดปัญหาโทนเช็คเด้งกับมาดาม พอมีเช็คเด้งเขาก็มีการเคลียร์กัน จะทำยังไง เจรจากัน

ตัวของลงดีเทลได้มั้ย มันคืออะไรบ้าง?
อุ๊ : เยอะมาก ที่โทนซื้อมีทั้งนาฬิกาทั้งรถสะสม มันต่อเนื่องยาว วิธีการซื้อของโทนซื้อวันนี้ แต่จ่ายเช็คตีล่วงหน้าไปเป็นปี

ซื้อรถเบนท์ลีย์ สมมติ 20 ล้าน ไม่จ่ายเงินสด แต่จะตีเช็คไป 10 เดือน ผมจ่าย แต่ไม่ได้จ่ายทั้งหมด 20 ล้าน ซอยเป็นงวดอีก 10 กว่างวด งวดแรกมาดามเก่งจะได้เงินหลังจาก 10 เดือนไปแล้ว มาดามเก่งให้?
อุ๊ : ให้ คนสงสัยว่าทำไมแกให้ มาดามเก่งบ้านแกทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงเหล็ก เหล็กซูเปอร์เกรด เหล็กทำสนามบินสุวรรณภูมิ ทางด่วน ตึกสูงในญี่ปุ่น เป็นเหล็กพิเศษ ส่งออกปีนึงผมว่าหลายหมื่นล้าน อันนี้เป็นธุรกิจสีขาวก่อน ให้ความเป็นธรรมตรงนี้ก่อน

เรื่องรถวิธีการที่เขาซื้อ นาฬิกา ริชาร์ด มิลล์ กระเป๋า?
อุ๊ : ทำไมยอดมันสูง เพราะกว่าจะซื้อครั้งที่หนึ่งมันไปสิบเดือน ระหว่างเดือนที่สองอาจมีการซื้อกันอีก มันก็ทับไปอีก เดือนที่สามอาจมีการซื้ออีกยี่สิบล้าน มันก็ทับไปอีก กว่าจะจ่ายไง เดือนที่สี่ ซื้อขายกันห้าเดือน รอบละสิบล้านกลายเป็นเงินเท่าไหร่ แกให้เครดิตชำระสินค้ายาวไง

ไม่ได้เอาเงินไปโยนให้?
อุ๊ : ไม่ใช่ เป็นการสะสม ซื้อให้เครดิตสะสม เช็คก็จะเยอะมากเรื่อยๆ มีการผ่อนจ่ายชำระอย่างนี้ พอถึงจุดนึง มันเกิดเช็คเด้ง วงการพระมีช่วงนึงที่วิกฤต วิกฤตจากใคร

อั๋น : ต้อม นครสวรรค์ ล้มทุกคน

อุ๊ : เหตุทั้งหมดผมพูดเลยว่ามาจากไอ้ต้อม นครสวรรค์ เซียนพระดาวรุ่งเลย ซื้อพระจากคนโน้นคนนี้ทั้งในวงการพระ นอกวงการพระ แล้วซอยเช็คผ่อนแบบนี้เลย แล้วเช็คเด้งเป็นโดมิโน่ เฉพาะวงเงินต้อมที่ซื้อพระจากเซียนพระแล้วเด้ง ผมว่าไม่ต่ำกว่า 3 พันล้าน ที่พูดเนี่ย ผมเซียนพระเล่นมา 35 ปี นี่เช็คไอ้ต้อมโดนไปใบละล้านกว่า โดนไป 5 ใบ ผมยังโดนเลย มี 10 ใบด้วย ผมยังไม่รอดเลย

อั๋น : ผมโดนไป 30 ล้าน

อุ๊ : ผมเป็นเจ้าทุกข์เลย โดนมาเหมือนกัน โดนแล้วกลืนเลือด ไม่ได้แจ้งความต้อมด้วย โทรคุยกับมันว่ามึงผ่อนกูได้มั้ย ไอ้ต้อมบอกว่ามีโน่นนี่ผ่อน ล่าสุดไลน์คุยกันว่าต้อมเอางี้ มึงจ่ายกูล้านเดียวพอแล้วจบกัน

จาก 10 ล้านเอาแค่ล้านเดียว?
อุ๊ : 10 กว่าด้วย ตัดความรำคาญแม่xเลย ขี้เกียจตามแล้ว

แล้วต้อมเกี่ยวไรกับเรื่องนี้?
อุ๊ : ไอ้ต้อมเป็นหนี้มาดามเก่งอยู่ประมาณ 400-500 ล้าน เหตุที่เกิด ต้อมอยู่ในผัง ฉะนั้นเรื่องนี้เลยคือไอ้ต้อมพาโดมิโน่ทั้งวงการพระ มันเป็นภาพรวมของวงการพระที่ทำให้เกิดวิกฤตจากต้นทางคือต้อม นครสวรรค์ ประมาณสัก 2 ปีแล้วเหตุการณ์นี้ มันก็ล้มเป็นโดมิโน่เลย ผมก็ไม่จ่ายนี้ นี่ก็ไม่จ่ายโน้น โน้นก็เด้งไป มันพันกันหมดเลย พอขาดสภาพคล่องไอ้อั๋นก็แย่ ไอ้โทนก็ระบม เซียนทุกคนผมว่าตอนนี้ไอ้ต้อมโดนแจ้งความดำเนินคดีไม่ต่ำกว่า 50 คดี

ต้อมปล่อยเช็คกับทุกคน แล้วสมมติว่าผมเองไปเครดิตกับมาดามเก่งเอารถมา เอาพระมา ผมเอาพระขายให้ต้อมไป ต้อมตีเช็คให้ผม ผมคิดว่าจะเอาเช็คนี้มาจ่ายให้เจ๊เก่ง ปรากฏว่าไอ้ต้อมไม่จ่ายผม ผมไม่มีเงินจ่ายเจ๊เก่ง ผมกับเจ๊เก่งก็ซวยเลย?
อุ๊ : นี่คือปฐมบทก่อน ภาพรวมวงการพระ

จะบอกว่าโทนโดนไอ้ต้อมทำแบบนี้เหมือนกัน?
อุ๊ : ต้องถามไอ้โทนมึงโดนเท่าไหร่

อั๋น : ไม่แน่ใจว่าโดนเท่าไหร่ แต่คิดว่าไม่เยอะครับ กรณีการใช้มูลหนี้พี่โทนไม่ได้ติดพี่เก่งแค่คนเดียว ยอดวงการเช็คมันหลายเจ้า ต่อเดือนที่ต้องจ่ายไม่ใช่แค่หลักสิบล้าน มันจ่ายเดือนเป็นร้อยล้าน พอจ่ายไปมันถึงจุดที่ล้มกันหมดทุกคน พอล้มกันหมดทุกคน ทีนี้ทุกคนหมุนไม่ทัน มันก็เลยทำให้เกิดเช็คเด้งเป็นโดมิโน่ มันล้มทีเดียวพร้อมกันหมด

อุ๊ : วิกฤตวงการพระเกิดจากไอ้ต้อม แล้วไอ้ต้อมเป็นเซียนดาวรุ่งไลฟ์สด ขายปีนึงโอ้โห ยอดขายพันล้าน ถ้าเขาจะฟ้องผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ ผมเป็นเจ้าหนี้เขา จะฟ้องผมอีกเหรอ ผมไม่เจอเขาเลย ล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้วเอาเบอร์คนอื่นโทรหามัน มันก็รับสาย แต่เบอร์ตัวเองมันไม่รับไง

เขาเกลียดพี่เปล่า?
อุ๊ : ไม่ มันรักผม ผมไม่เคยซื้อขายพระกับต้อมเป็นร้อยล้านนะ ผมไม่ได้เล่นซื้อขายพระมานานมากแล้ว เผอิญขายไปองค์เดียวเท่านั้นเอง ก็หลายล้านอยู่ ก็เห็นว่ามันเป็นน้องไง น้องบอกพี่อุ๊ผมผ่อนได้มั้ย ผมจะได้หายใจได้ ด้วยความเป็นน้องไง คนในวงการพระเป็นพี่เป็นน้องไง

ประเด็นเกิดจากโทนออกมาร้องบิ๊กเต่าว่าบิ๊กเต่าไปรับทวงหนี้อะไรก็แล้วแต่ จนเป็นประเด็นในสังคม บิ๊กเต่าออกมาแถลงว่าโทนมีการทำแบบนี้ๆ แต่จริงๆ ประเด็นทั้งหมดเท่าที่ฟังมา ให้พี่เล่า โทนติดหนี้เจ๊เก่งหลายร้อยล้าน?
อุ๊ : ครับ เคลียร์กันแล้วเหลือ 320 ล้าน

ผ่อนทับไปเรื่อยๆ เบนท์ลีย์ , ริชาร์ด มิลล์?
อุ๊ : ใบรับรองบางอัน ริชาร์ด มิลล์ แกก็มาทิ้งไว้กับผม ผมก็ไม่รู้เรื่อง

แหวนเพชร โทนเอามาหมด แล้วตีเช็คไว้ให้?
อุ๊ : ซื้อผ่อนไง โทนซื้อขายก็ว่าไป

ตีเช็คการันตีไว้สิบเดือน คำว่าผ่อนชำระคือได้มาแล้วเริ่มผ่อนเลย แต่อันนี้แปลกกว่าที่อื่น ตรงที่ซื้อวันนี้ ตีเช็คอีกสิบเดือน แล้วเริ่มผ่อนอีกสิบเดือนข้างหน้า?
อุ๊ : อันนี้วงการทั่วไปไม่มี ด้วยความที่เจ๊เก่งแกเป็นคนใจใหญ่ ใจถึง เหมือนเห็นโทน อั๋น เป็นน้อง พวกนี้อยากสร้างตัวเองขึ้นมา อะไรที่แกช่วยซัปพอร์ตได้ แกก็ยินดีช่วยนะ แกเป็นคนอย่างนั้น แกเป็นคนใจใหญ่เกินเหตุไง

แล้วเรื่องแตกหักตรงไหน อยู่ดีๆ ไปแจ้งความ ทำไมประเด็นโทนถึงเป็นประเด็นข่าวขึ้นมา?
อุ๊ : ก่อนหน้าโทนมีปัญหา ก็มีการเคลียร์กัน คุยกัน มีการเอาพระมา 3 ชุดก่อนในรายละเอียด ครั้งแรกเป็นพระบูชา วงเงิน 60 ล้าน ยอดนี้เป็นยอดที่โทนซื้อขายกับอั๋น อั๋นเอาเช็คโทนมาจ่ายพี่เก่ง

อั๋น : ผมให้เช็คพี่โทนกับพี่เก่งไป 200 กว่าล้าน

อุ๊ : โทนกับอั๋นซื้อขายพระกัน 500 ล้าน แล้วเช็คของโทนที่อยู่กับอั๋น อั๋นเอามาจ่ายพี่เก่ง ประมาณ 200 ล้าน ก็มีการคุยกัน เจรจาไม่ไหว ท้ายสุดโทนก็ยอมรับว่าเช็คนี้เป็นเช็คของโทนที่ไม่ผ่านให้อั๋น มันเริ่มเป็นทอดแล้ว พี่เก่งก็ใจดี มีพระอะไรก็ไปหยิบ หยิบล็อตแรก 66 ล้าน แต่เอาแค่ 60 ล้านแล้วกัน หยิบจากตึกโทน เป็นพระบูชา ไปตีพระเพื่อชำระหนี้ นี่เขาช่วยนะ เรื่องที่ผมพูดยังไม่เคยพูดรายการไหน ดีเทลมันเยอะ 60 กว่าล้านเจ๊เก่งก็เอามาขายกับคนโน้นคนนี้ เบิ้มซื้อบ้าง เซียนพระซื้อบ้าง ขายก็ไม่ถึง 10 ล้านหรอก พระก็ยังตั้งอยู่บ้านเจ๊เก่ง เท่ากับหนี้ลดไป 60 กว่าล้านแล้ว

เอายอดหนี้มา 60 ล้าน หยิบพระจากโทนมา ขายได้ 10 กว่าล้าน แล้วอีก 50 ล้านไปไหน?
อุ๊ : เป็นพระตั้งอยู่ไง ยังขายไม่หมด ยังขายไม่ได้

อั๋น : ตอนนั้นผมได้ที่ดินมาด้วย พี่โทนให้ที่ดินผมมาประมาณ 50 กว่าล้าน เพื่อใช้หนี้ อยู่ในเหตุการณ์เดียวกัน

อุ๊ : เรื่องนี้มันสับสน แล้วคนไม่เข้าใจที่มาและที่ไปของการเกิดเหตุ ผมว่าผมเข้าใจเรื่องนี้

อั๋นอยู่ด้วยตลอด ที่ไปเอาเงินจากเจ๊เก่ง อั๋นอยู่ด้วยตลอด?
ทนายตุ๋ย : เท่ากับอั๋นเป็นลูกหนี้เจ๊เก่ง เป็นเจ้าหนี้โทน

อุ๊ : ถูกต้อง อั๋นเอาเช็คโทนมาให้พี่เก่ง

อั๋น : จริงๆ ยอดคือเซียนพระประมาณ 8-9 คน ไม่ใช่คนเดียว

อุ๊ : คนอย่างอั๋นอย่างโทนมีมากกว่านี้อีก ที่ไปเข้าถึงเจ๊เก่ง ไปรุมเจ๊เก่ง โทษทีใช้คำผิด มันคือการซื้อขาย พอเป็นหนี้ก้อนนี้ เจ๊เก่งก็ไม่ได้อะไรกับอั๋นกับโทน เห็นน้องลำบาก ก็ไปตกลงคุยกับอั๋นว่าเดี๋ยวเช็คพวกนี้จะไปคุยกับโทนนะ ให้โทนยอมรับก่อนว่าโทนเป็นหนี้อั๋นจริง เซ็นสัญญาสามฝ่าย โทนก็ไม่ได้มีเงินสดมาคืนตรงนี้ อั๋นก็ไม่มีเงินสดมาคืน แต่น้องมีของ ก็เอาของยัดไป ตีมา ราคาเท่าไหร่ โทนก็ไปช่วยกันดู ช่วยตี ช็อตแรก 60 กว่าล้าน ช็อตแรกผมอยู่ในเหตุการณ์ ช็อตสอง 40 กว่าล้าน สองช็อตนี้เป็นร้อยแล้ว ผมว่าขายได้สัก 10 ล้านถึงมั้ยวะ ทีเด็ดคือช็อต 3 หนี้ 23 ล้าน ก็เป็นพระย่อยๆ ที่โทนวางเยอะๆ เต็มๆ ไปก็ไม่ได้ดูอะไรหรอก เจ๊เก่งบอกทั้งหมดเท่าไหร่ เหมาเลยแล้วกัน มึงตีเท่าไหร่ โทนตี 40 กว่าล้าน เอางี้แล้วกัน 23 ล้านขาดเลย ต่อไปเลย 23 ล้าน โทนต้องเอาสิ 23 ล้าน เจ๊เก่งเด็ดกว่านั้นอีก โทนเอางี้แล้วกัน 23 ล้านพี่ไม่เอาพระไปเลยสักองค์เดียว พี่คิดโทนแค่ 8 ล้าน พี่ว่าโทนเอามั้ย

ก็ต้องเอาสิ?
อุ๊ : โทนไม่เอา พอโทนไม่เอาก็กวาดพระกันมา กล้องวงจรปิดที่โทนคงมี ยกเป็นถาดใส่รถกันไป เจ๊เก่งเอาพระไป 23 ล้าน พี่ตื่นก็ไปร้านพระที่หลานหลวง เรียกพี่ต้าร์ บางแคมา อ๊อด เลี่ยมทองมา เฮ้ย มีพระอย่างนี้มาดูสิเท่าไหร่ 23 ล้านขายได้ไม่เกิน 6 ล้าน แล้วผ่อนเป็น 10 เดือนด้วย เป็นเช็คซอยอีก เท่ากับแค่นขายกันเลยนะ ผมซวย แต่โชคดีอยู่ในเหตุการณ์ เห็นคาตา เท่ากับมาดามสามช็อตนี้เข้าเนื้อไป บาดเจ็บเลือดสาด

คนดูเริ่มงง อย่าว่าแต่คนดูงง กูยังงงเลย แต่ต้องพยายามอ๋อครับ แต่ในใจมันยังไงวะเนี่ย?
อุ๊ : ต้องเล่าลำดับเหตุการณ์ให้ฟัง แล้วเรื่องนี้ไม่มีใครพูดแทนได้ นี่แค่เริ่มต้น

โทนเอาของเจ๊เก่งไปเรื่อยๆ จนหนี้เพิ่มพูนขึ้นมา จนวันนึงเช็คเด้ง โทนจำเป็นต้องมาเคลียร์กับเจ๊เก่ง ก็เอาพระเอาตึกไปให้ เอาไปเทให้เจ๊เก่ง เจ๊เก่งพยายามเลือกออกมาแล้วว่าตรงนี้เท่านี้ๆ เช่นชุดแรก บอกมาว่า 60 ล้าน ชุดสอง 40 ล้าน ชุดสาม 23 ล้าน แต่ละชุดที่มา ราคาไม่ถึงตรงนั้นหรอก ตีอัด ถูกมั้ย เอาตรงๆ?
อุ๊ : ผมอยู่ในเหตุการณ์เห็น แต่ผมไม่ใช่คนตีราคา ผมพยานในเหตุการณ์

พี่ก็พูดไม่ได้สิ เดี๋ยวหมากับโทน?
อุ๊ : เจ๊เก่งบอกว่าพี่อุ๊ทั้งหมดตรงไหนก็แล้วแต่พี่อุ๊หยิบไป เก่งคิดพี่อุ๊แค่ 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ผมบอกพี่เก่ง ผมไม่ได้เล่นซื้อขายพระแล้ว ผมไม่เอาไม่แตะพระแม้แต่องค์เดียว

จริงๆ พระจบที่ 23 ล้านแล้ว แต่เจ๊เก่งบอกใหม่ว่า ถ้าโทนตี 23 ล้านนะ ไม่เป็นไร โทนเอาพระกลับไป โทนจ่ายพี่มา 8 ล้าน แล้วหักหนี้ไป 23 ล้าน โทนต้องเอานะจริงๆ แล้ว เพราะพระมูลค่า 23 ล้าน แต่ทำไม 8 ล้านโทนไม่เอา เพราะถ้าพระ 23 ล้านจริง โทนกำไร เจ๊เก่งถึงรู้ว่าพระนั้นไม่ถึง 8 ล้าน ถูกมั้ย?
อุ๊ : เอามาขายก็ไม่ถึงหรอก ถ้าพูดกันตามเนื้อผ้า ถ้าโทนเอาความบาดเจ็บของพี่เก่งจะรู้สึกดีขึ้น เพราะเขารู้สึก กูต่อซะขนาดนี้แล้ว

พอโทนไม่เอาปุ๊บ?
อุ๊ : แกเริ่มรู้สึกไม่ดี

แกก็รู้สึกว่าพระที่ตี 20 กว่าล้าน ขายต่อ 8 ล้านมึงยังไม่เอาเลย แต่ทำไมมาให้กู 23 ล้าน?
อุ๊ : ส่วนนึง 120 ล้านที่เป็นตึกค้ำประกันไม่มีปัญหานะ สิบปี เจ๊เก่งทำตัวเหมือนแบงก์เลย โทนก็ผ่อนจากเช่าซื้อ 10 ปี อันนี้ไม่มีปัญหาเลย กอง 180 ล้าน ที่มีปัญหาเรื่องพระในพิพิธภัณฑ์ของโทน ทั้งหมดพระ 152 องค์ โทนตีค้ำประกันหนี้ 180 ล้าน ก็หยิบๆ ไปไว้ที่โรงงานพี่เก่ง ตอนหลังงัดมาถ่ายรูปทำทะเบียน เราไม่รู้องค์ไหนราคาเท่าไหร่ ผมนี่แหละทำทะเบียนถ่ายรูปให้โทนตีราคา

แต่ประเด็นที่เป็นเรื่องเป็นราว ต้องถามว่า ณ ตอนนี้เรื่องของโทนกับเจ๊เก่งปะทุขึ้นมาได้เพราะมีข่าวออกมาว่าเจ๊เก่งไปแจ้งความเซียนพระ ว่าโดนเซียนพระคนนึงบิดเงิน เบี้ยวหนี้ ปรากฏว่าพอเจ๊เก่งแจ้งความ เกิดผลกระทบกับเซียนพระคนอื่นๆ ที่มายืมเงินกับเจ๊เก่ง หรือซื้อของกับเจ๊เก่งแล้ววางเช็คเอาไว้ ถูกมั้ย?
อุ๊ : พระยังไม่ถูกจ่ายเงิน ถูกเอาไปจำนำที่นี่ ไปขายที่นี่ พระทั้งหมดก็เป็นของกลางแล้ว มีการเรียกคนต่างๆ มาสอบโดยตร.เรียก สะเทือนวงการด้วยเหตุนี้ ซึ่งไม่เกี่ยวกับโทนเลย

เป็นที่มาของ 9 บุคคล?
อุ๊ : ตอนนั้นยังเลย ตร.ทำเรื่องนี้มาปีกว่าแล้ว

เรื่องโทนกับเจ๊เก่ง จริงๆ แล้วเจ๊เก่งเขาแจ้งความปีที่แล้ว แจ้งความเซียนพระคนนึง ไม่ได้แจ้งความโทน เขาแจ้งคนอื่น แต่คนอื่นมีหนี้สินกับเจ๊เก่งอยู่ มีเรื่องพระองค์นึงที่เวียนอยู่ในนี้ ทำให้คนเหล่านี้ดิ้น เพราะรู้สึกว่าเผือกร้อนกำลังจะถึงกูแล้ว เพราะเจ๊เก่งไปแจ้งความ เป็นกูหรือเปล่า ออกมาตีโพยตีพาย มันเลยกลายเป็นประเด็นเกิดขึ้น เรื่องทั้งหมดเจ๊เก่งไม่ได้อยากจะเล่นโทน แต่ต้องการเล่นอีกบุคคล บุคคลนึง แต่โทนกลับเข้าใจว่าเป็นตัวเองด้วย มันคือการร้อนตัวของใครหลายๆ คนด้วย เซียนพระคนนั้นคือใครที่เจ๊เก่งไปแจ้งความ?
อั๋น : จริงๆ แจ้งหลายคน เพราะยอดรวมๆ เป็นพันล้าน เยอะมาก

ครั้งแรกเขาแจ้งใคร?
อุ๊ : ต้อม นครสวรรค์ แล้วก็อีกหลายคน

ในนั้นมีโทนมั้ยที่แจ้ง?
อุ๊ : ไม่มีครับ

อั๋น : เพราะเจรจารู้เรื่องจบไปแล้ว

วันนั้นเจ๊เก่งแจ้งต้อมคนนึงแล้ว มีใครอีก?
อั๋น : หลายคนครับ

อุ๊ : การแจ้งตร.ต้องมาสอบไง ใครเข้าความผิดถึงจะเป็นคดี

แล้วทำไมอยู่ดีๆ โทนถึงขึ้นมา?
อุ๊ : ผมก็ไม่เข้าใจ อาจโทนร้อนรน ขอเข้าพบบิ๊กเต่าไง เลยคิดว่าตัวเองอาจเกี่ยวข้องคดีนี้ด้วย 

แต่ทำไมกับโทน ตอนแรกไม่มีชื่อโทนเลย แต่โทนอยากเจอพี่เต่า เริ่มอยากเจอพี่เต่าตั้งแต่เมื่อไหร่?
อุ๊ : ผมฟังจากข่าวนะ เริ่มจากไปวัด เขาไม่ได้เจอก็นัดเจอกันวันที่ 17 แต่วันนั้นผมไม่ได้อยู่ โทนเขาไปมาแล้วออกมาแถลงข่าว

อั๋น : จริงๆ เรื่องไม่ควรที่จะไปใหญ่ขนาดนี้ครับ เรื่องทั้งหมดสามารถเจรจาได้ พี่เก่งเขาเป็นคนคุยรู้เรื่อง วันนั้นเคลียร์หนี้กัน 500 กว่าล้าน คุยกันไม่ถึงชม.จบเลย

500 กว่าล้านคือของใคร?
อั๋น : ทั้งหมดครับ รวมฝ่ายผมด้วย ฝ่ายพี่โทนด้วย เคลียร์มาหลายช็อต แต่ล่าสุดที่คุยกัน เคลียร์รู้เรื่อง จบหมดแล้ว แต่ไม่รู้ว่าตอนสุดท้ายมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้บานปลาย

ถามมั้ยทำไมลุกขึ้นมาพูดแบบนี้?
อั๋น : ไม่ได้ถามครับ

โทนพูดว่ามีการเจรจา มีการเจรจาสองวันคือ 17 เม.ย. มันเกิดอะไรขึ้น?
อุ๊ : ไปกลับมาแล้ว คุณเก่งมาบอกผมว่า ได้ไปบิ๊กเต่าเรียกไป ไปเจอโทน มีการคุยกัน โทนบอกว่าจะเอานาฬิกา รถ ทะเบียนรถ เอามาลดหนี้ให้ แต่ไม่ได้บอกว่าจะเคลียร์สัญญาหรือยกเลิกสัญญา หนี้ 180 ล้าน ที่พระราคาต่ำ ทรัพย์พวกนี้ที่เคยซื้อพี่เก่งไปก็เอามาคืน เหมือนอั๋นคืนรีสอร์ต หนี้ 180 ล้านก็จะลดลงมา แค่นั้นเองนะที่แกบอกผม

ฝั่งโทน ณ ตอนนั้นเอาของมาให้เจ๊เก่งยอดไม่ได้ ยอดสูงแต่ราคาไม่ถึง เขาเลยเอาทะเบียนรถต่างๆ มาใช้คืน นี่คือวันที่ 17?
อุ๊ : 17 ถึงเป็นที่มาของการนัดวันที่ 24

วันนั้นอัยการไปมั้ย?
อุ๊ : ไม่รู้เลยผมไม่ได้ไป แต่ที่รู้ข่าวเป็นญาติเจ๊เก่งมั้ง

ขณะเดียวกัน โทนพูดบอกว่าเป็นอัยการที่บิ๊กเต่าเรียกมา?
อุ๊ : ไม่ใช่เลยล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะพี่เต่ายังไม่รู้ตัวเลยว่าจะมาคุยเรื่องอะไร

อยู่ดีๆ วันที่ 17 ทำไมเข้าไปได้?
อุ๊ : ป๋อง สุพรรณเป็นคนนัดให้ เพราะโทนบอกป๋องว่าอยากจะคุยกับบิ๊กเต่า แล้วคุยเรื่องอะไร ถามว่าใครจะไปรู้ คุณเก่งก็ยังไม่รู้เลย

บิ๊กเต่านัดคุณเก่งเข้ามาด้วย?
อุ๊ : คุณเก่งเขาระมัดระวังตัวเอง ไม่เหมาะที่จะคุยกับโทนฝั่งเดียว เพราะมีปัญหาเรื่องคดีเริ่มงวดเข้ามาแล้ว

อั๋น : พระมันไม่มีราคากลางที่ชัดเจน ไม่เหมือนทอง ราคาอยู่ที่อีกคนตี อีกคนรับราคาได้หรือเปล่า อย่างทองบาทนึงเจ็ดหมื่น มันชัดเจน แต่พระไม่ใช่

อุ๊ : พระมีราคากลางสามารถไล่ได้ คนนี้ 4 แสน ไอ้นี่บอก 3 แสน ไอ้นี่บอก 8 แสน ก็เอามาเฉลี่ยกัน

โทนไปคุยวันที่ 17 แล้วนัดกัน 24 เป็นยังไง?
อุ๊ : ผมไป โทนไม่ได้มา เจอทนาย ทนายบอกว่านาฬิการิชาร์ด มิลล์ รถเอามาราคาเท่านั้นเท่านี้ ผมก็งงๆ เอามาให้เจ๊เก่งลดหนี้เหมือนอั๋นทำ แต่คุยอะไรกันไม่ได้เพราะโทนไม่ได้มา พอโทนไม่ได้มาทุกอย่างก็ไม่เกิดขึ้น โทนไปฮ่องกง ทนายตัดสินใจตัวเลขไม่ได้

พี่เจอโทนก่อนวันที่ 20 เจอเรื่องอะไร?
อุ๊ : คุยเรื่องนี้แหละ ก็บอกว่าพี่เก่งไม่ได้อะไรกับมึงเลยนะ แค่มึงเอานาฬิกา กับรถที่มึงบอกตอนนั้น แล้วโทนบอกว่าเรื่องนี้พี่เก่งเคยถามครั้งนึงแล้ว ก่อนไปเคลียร์ยอดอั๋น โทนบอกนาฬิกาไม่อยู่แล้ว ทะเบียนรถไปจำนำแล้ว รถขายไปแล้ว ทั้งหมดไม่อยู่แล้ว ไม่อยู่แล้วก็จบไป แต่ปรากฏว่าที่มาเคลียร์ตอนนี้ เพราะมันยังมีของอยู่ไง ของปรากฏมา พี่เก่งบอกว่าพี่อุ๊ไปคุยกับโทนหน่อยให้เอารถมา

ของปรากฏคือเห็นรูปอยู่ว่าโทนยังใช้อยู่ พี่เก่งก็ยังมองว่าเขามีทรัพย์อยู่นี่ เอามาให้เขาก่อนมั้ยล่ะ หนี้จะได้ลด?
อุ๊ : ถูก ผมก็ไปคุย หนี้จะได้ลดลงไป หนี้ 5 ปี ยังอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้อะไรนะ พระราคาเท่าไหร่ โทนก็สามารถเอาไปช่วยกันขายได้ ก็ลดลงไปอีก เพราะมันมีทรัพย์อยู่ไง แค่นี้เองนะประเด็น แต่โทนบอกว่าไม่ได้ ต้องเอายอด 50 ล้านเคลียร์ยอดหนี้อั๋น อั๋นยังมียอด 20 ล้านค้างอยู่ที่โทนรับผิดชอบ ผมมีไลน์เลย โทนไม่ยอมเคลียร์ยอดอื่น จะเคลียร์ยอดอั๋นอย่างเดียว 20 ล้าน ซึ่งประเด็นคือมันไม่เกี่ยวกัน

โทนติดหนี้อั๋นเท่าไหร่?
อั๋น : 500 ล้าน คนเป็นหนี้ผมประมาณ 8-9 คน คือเซียนพระมีชื่อหมดเลย รวมๆ แล้วหลายร้อยล้าน แต่คนที่จ่ายผม มีพี่โทนคนเดียว คนอื่นไม่จ่ายเลย แต่เป็นการผ่อนชำระจากเดือนนึง 50 ล้าน พอมาเจอวิกฤตก็เจรจากัน เหลือเดือนละ 7 ล้าน พอผ่านไปไม่ไหวอีก ก็เจรจากันใหม่อีก เหลือเดือนละล้านกว่าบาท

ปัจจุบันโทนจ่ายเหลือเท่าไหร่?
อั๋น : น่าจะใกล้หมดแล้ว แต่เช็คไปอยู่ที่พี่เก่ง พี่เก่งช่วยรับเช็คชุดนี้เอาไว้

รับหนี้แทนกันไปมา ก็ทบกันไปมาอีก?
อุ๊ : ยอด 120 ล้านที่โทนบอกผ่อนไปถึงปีหน้า ก็ไม่ใช่การผ่อนด้วยเงินสด หักเป็นพระอีก

ทนายตุ๋ย : เจ๊เก่งเป็นเจ้าหนี้หลัก เขารับหน้าเสื่อว่าระหว่างอั๋นกับโทนเป็นหนี้กัน ไม่เป็นไร เดี๋ยวเจ๊เก่งดูแลเอง โอนหนี้มาให้แล้วหักหนี้กันไป

อั๋น : เอาง่ายๆ ที่ตัวเลขเยอะขนาดนี้ มันไม่ได้เป็นการซื้อด้วยเงินสด พี่เก่งเขาเป็นนายทุน เขาใช้เงินสดลงทุน อย่างพวกผมเป็นเซียนพระ ก็ใช้เครดิต ตีเช็คเขียนกระดาษ ช่วงแรกก็จ่ายกันปกติ แต่ลึกๆ ไปมันจ่ายกันไม่ไหว เพราะยอดมันเยอะมาก

มันเป็นยอดเงินอะไร?
อั๋น : มันไม่ใช่การซื้อขายระหว่างบุคคลสองคน เหมือนผมซื้อพระพี่หนุ่ม 500 ล้าน ผมแบ่งกันไปคนละเจ้า ปรากฏว่าล้มทุกเจ้าพร้อมกันหมดเลย อย่างผม ผมเป็นคนกลาง ผมได้เครดิตจากผู้ใหญ่มาเยอะ ผมก็เอาพระทั้งหมดที่ผู้ใหญ่ให้มากระจายให้เซียนพระทุกคน พอเซียนพระทุกคนล้มหมด ผมก็ต้องรับผิดชอบหนี้ทั้งหมด คือสูญเงินตรงนั้นไปเกือบพันล้าน แล้วผมต้องมานั่งจ่ายผู้ใหญ่ ผมโดนสองเด้ง

จ่ายวิธีอะไร?
อั๋น : ทั้งจำนำพระ ทั้งกู้ ทั้งยืม ทั้งขายทรัพย์สินตัวเองที่มี ผมขายหมด ผมเสียดอกเบี้ยรวมๆ แล้วไม่ต่ำกว่า 200 ล้าน ที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ผมเคลียร์หมดแล้ว

เอาพระมาแล้วก็ขาย?
อั๋น : ผมเหมือนยี่ปั๊วคนกลาง ได้เครดิตจากผู้ใหญ่มา เอาพระไปให้เซียนพระอีกที เอาพระไปกระจายให้พ่อค้า คนละ 50 ล้านๆ ส่วนใหญ่เป็นพระหลัก พระนิยม ตอนแรกล้มคนเดียว สักพักพอล้มคนแรก คนที่สองก็ล้มตาม คนที่สามก็ล้มตาม ทีนี้ก็ล้มตามกันทุกคน ผมรับหน้าเสื่อ ถ้าจะให้ผมไปบอกกับผู้ใหญ่ว่า ผมไม่ไหว เพราะทุกคนล้มหมดแล้ว ผมไม่มีปัญญาจ่าย ผมพูดไม่ได้

ไม่กลัวเป็นเรื่องฟอกเหรอ?
อั๋น : ไม่ใช่เรื่องฟอกเงินครับ เรียกว่าเครดิตดีกว่า ผมไม่ได้เอาเงินไปซื้อพระผู้ใหญ่นะ แต่ผู้ใหญ่เขาเมตตาผม เขาให้เครดิตก่อน เอาพระไปก่อนเลย เจ้านึง 100 ล้าน 200 ล้าน คือให้เครดิตเรามา พระ 100 ล้านก็เยอะ องค์นึง 10 - 20 ล้าน ผมก็เอาพระไปกระจายให้พ่อค้าทุกคน อาจได้บวกกำไรมา แต่สุดท้ายมันคือกระดาษ มันเป็นแค่ตัวเลข สุดท้ายที่เราเอาพระเขามาให้เซียนทั้งหมด ผมได้เช็คมาเป็นกำเลย แล้วสุดท้ายเช็คมันคือกระดาษ มันไม่ได้เงิน

อุ๊ : ประเด็นคือผู้ใหญ่ที่อั๋นอ้างไม่ใช่คุณเก่งคนเดียว หลายคน แต่ผู้ใหญ่ได้พระมาโดยการซื้อพระด้วยเงินสด ผู้ใหญ่จ่ายเงินสด คุณเก่งซื้อพระเงินสดมาให้ทางนี้ ทางนี้ก็เอามาซอย เอาเช็คมาผ่อน นึกออกมั้ย คุณเก่งถือเช็คไว้แต่พวกนี้เช็คเด้งหมดไง

อั๋น : ผมเลยต้องรับผิดชอบกับนายทุน

แต่กรณีโทน ทำไมลามไปถึงพี่เต่า?
อุ๊ : นี่ไงที่งง ผมงงมาก ไปคุยกับโทน ก็แค่เอาสิ่งที่โทนมีไปคืนพี่เก่ง แล้วก็ลดหนี้ลงมา ไม่ได้บังคับว่าโทนต้องคืนเดี๋ยวนี้ ขนาดอั๋น 500 ล้าน ยังไม่มีปัญหาเลย โทนก็คุยกับเขาดีอยู่แล้วทำไมกลายเป็นเรื่องนี้ไปได้ ผมงงมากเลยนะ

วันนี้โทนกับพี่เก่งเขาคุยกันมั้ย?
อั๋น : ไม่น่าจะคุยนะครับ ล่าสุดผมต่อสายหาพี่เก่ง เขาบอกว่าเขาไม่ได้ติดใจ เขายังเอ็นดูว่าพี่โทนเป็นน้อง แต่ประเด็นตอนนี้ถ้าพี่โทนคุยกับพี่เก่ง แล้วยอม ก็น่าจะจบ แต่ถ้าเกิดต่างคนต่างสู้กันไป มันก็จะบานปลาย

อุ๊ : สู้เพื่ออะไร

ทำไมโทนไม่เคลียร์กับพี่เก่ง ในเมื่อเขารอเคลียร์อยู่?
อั๋น : ถูกต้อง

อุ๊ : ผมเป็นตัวกลางให้เคลียร์ด้วย แต่โทนไม่ยอม

โทนต้องการอะไร?
อุ๊ : ผมก็งง ไม่เข้าใจ ต้องการยึดสัญญาเดิม โทนบอกเขาไม่ได้ผิดสัญญา ถูก มันไม่ผิดสัญญา แต่ที่บาดเจ็บกันมา 100 กว่าล้าน พี่เก่งเขาทนไม่ไหว เอามาลดหนี้เขา อย่าไปดองเขา พี่เก่งใช้คำว่าอย่ามาขังเก่งไว้ 5 ปีเลย เราช่วยกันเถอะ เก่งก็จะไม่ไหวอยู่แล้ว

พูดง่ายๆ โทนมีสัญญาถือไว้ 5 ปี จะผ่อนชำระ 5 ปี แต่ถึงเวลาเจ๊เก่งจะขอเงินตรงนี้ๆ ยังไม่ครบ 5 ปี โทนมองไม่เป็นธรรมกับเขา แล้วให้บิ๊กเต่าไปกดดันเขาต้องเปลี่ยนสัญญา?
อุ๊ : ไม่ใช่เลย บิ๊กเต่าเกิดขึ้นเพราะโทนวิ่งไปหาเขาเอง จริงๆ เจ้าหนี้ลูกหนี้แค่คุยกันเอง

อั๋น : จริงๆ เจรจาก็จบแล้ว

อุ๊ : อั๋นโอนตึกโอนอะไรให้พี่เก่ง คืนโรงแรมที่เชียงใหม่ ซื้อเขาไปเท่าไหร่ อั๋นก็คืนมา หนี้ก็จบ สมมติโทนซื้อนาฬิกาไปเท่าไหร่ โทนก็เอามาคืนพี่เก่งไป หนี้ก็ลดลงมา เรื่องก็ไม่มีอะไรนะ แฮปปี้ ไม่มีอะไรเลย

หลายคนอยากให้โทรหาโทน แต่โทรแล้วโทนยังไม่พูด สองคนนี้ยืนยันว่าพี่เก่งพร้อมจบเลย ถ้าโทนไปคุยกับเขา เอาของบางส่วนไปคืนเขา แค่นั้นเลย แต่ถ้าโทนมองว่าไม่ได้ ต้องครบ 5 ปีสิตามสัญญา?
อั๋น : ตอนนี้คุยกันก็จบ ผมลำบากใจสุดเพราะผมคนกลาง พี่โทนก็พี่ชายผม พี่เก่งก็เป็นพี่ผม ผมเป็นคนกลาง ผมก็พยายามให้เขาคุยกัน แล้วเคลียร์กันให้จบ ถ้าเคลียร์ไม่จบจะเป็นเรื่องใหญ่ กลายเป็นเรื่องเป็นราวใหม่โต

แล้วเรื่องหนึ่งในลูกหนี้เจ๊เก่งโดนรุมกระทืบ จริงมั้ย คนนี้เขาบอกยอดหนี้เป็นร้อยล้าน?
อั๋น : กรณีนี้ผมไม่ทราบ แต่ผมอยู่ในเหตุการณ์ มีเซียนพระรุ่นพี่คนนึงเป็นหนี้พี่เก่งประมาณหลัก 100 ล้าน วันนั้นผมนั่งอยู่กับพี่เก่ง เซียนพระคนนี้โอนเงินใช้หนี้ให้พี่เก่ง แค่ 100 บาท จากหนี้ 100 ล้านนะ พี่เก่งก็ยื่นโทรศัพท์ให้ผมดู บอกว่าอั๋นดูสิ มันโอนเงินให้พี่ร้อยเดียว ไม่โอนดีกว่า ถ้าผมเป็นเจ้าหนี้ผมก็โกรธนะ ไม่โอนดีกว่า โอนร้อยนึงเหมือนหยามกันเลย

อุ๊ : แต่นี่ไม่ใช่เหตุ ไม่ใช่พี่เก่ง เขามีเรื่องกับคนอื่น ใช้คำว่าไม่ใช่ เขาไปเป็นหนี้อะไรอีกพอสมควร

เขาโดนกระทืบ?
อุ๊ : แต่ไม่ใช่เรื่องเจ๊เก่ง ยืนยัน

ติดต่อไป โทนไม่รับนะ ติดต่อหาคุณมั้ย?
อั๋น : โทรก็โทรไม่ติด ผมคุยกับพี่โทนแล้วตอนโดนกระแสหนักมาก พี่โทนก็พยายามเคลียร์หนี้สิน แต่ด้วยเศรษฐกิจเงินก็หายาก

เขาเลยดึงสัญญาให้ครบ 5 ปี?
อั๋น : ถูกต้องครับ

วันนี้โทนคุยได้ ก็ต่อเมื่อเจ๊เก่งบอก 5 ปีก็ตามนั้น?
อั๋น : วันนี้ถ้าพี่โทนมาคุยกับพี่เก่งคือจบเลย

อุ๊ : ซึ่งพี่เก่งไม่ได้ให้ร่นระยะเวลาขึ้นมาเลยนะ เขาไม่ได้พูดเลย 5 ปีก็คือ 5 ปีเขาไม่ได้ว่าอะไรเลย ยืนยันเจ๊เก่งไม่มีบอกว่าจาก 5 ปีเหลือ 3 ปี 2 ปี ไม่มี

อุ๊ : ผมคุยกับโทน 3 ชม. บอกว่าพี่เก่งไม่ได้อะไรโทนเลยนะ แค่มาคุยก็จบ ไม่เข้าใจว่าทำไมโทนถึงออกมาเป็นแบบนี้ จริงๆ คุยกันได้ มันคุยกันตลอดอยู่แล้ว

มีใครให้ความคิดเห็นเขาอยู่ข้างหลังหรือเปล่า?
อั๋น : อันนี้ไม่ทราบ แต่ว่าจริงๆ แล้วแค่คุยกันก็จบแล้ว แต่ตอนนี้เรื่องราวบานปลายเลยเถิดแล้ว

ไปแจ้งความบิ๊กเต่า จะโดนแจ้งความเท็จได้หรือเปล่า?
ทนายตุ๋ย : แจ้งความเท็จ เรื่องหมิ่นประมาท เรื่องพรบ.คอมพิวเตอร์ อาจเป็นอย่างนั้นได้

อุ๊ : โทนแจ้งกระทั่งเด็กผู้หญิงคนนึงซึ่งเป็นเสมียนหิ้วของให้พี่เก่ง แจ้งความเขาด้วย เขาไม่รู้อะไรเลย เป็นพนักงานกินเงินเดือน แจ้งเกี่ยวกับคดีที่เกิด บิ๊กเต่าเป็นจำเลยที่หนึ่ง เจ๊เก่งจำเลยที่สอง แจ้งเด็กซึ่งหิ้วกระเป๋าตามพี่เก่ง ผมบอกว่าโทนก็รู้จักเด็กคนนี้เป็นพนักงานไม่รู้เรื่องอะไรเลย นั่งเงียบ ไปแจ้งเขาว่าสนับสนุน งงมาก แจ้งยันทนายที่ไปกับพี่เก่ง ทนายควรโดนแจ้งมั้ย ทนายคือทูต

ทนายตุ๋ย : ทนายทำหน้าที่ทนายความ ไม่ได้ไปเสี้ยมไปอะไร แต่มองว่าคุณโทนเขาคงอยากใช้สิทธิ์ จริงๆ สิทธิ์ใช้ได้ ก็ไปต่อสู้กันกับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันเข้าข้อกล่าวหาที่เขาแจ้งหรือเปล่า ก็ต้องยอมรับผิดชอบในการดำเนินตามขั้นตอน ถ้าเขามองไม่ใช่เรื่องจริง เขาก็ดำเนินการกลับได้ เป็นกระบวนการปกติครับ

มีคนลงข้อความฝากถามคุณอั๋น บอกว่าเคยเป็นคนโด่งดังในติ๊กต๊อก เป็นเจ้าของเครื่องคอมพ์ฯ ที่แพงที่สุดในประเทศไทย เป็นเจ้าของซูเปอร์คาร์หลายคัน เติบโตจากการค้าวัตถุมงคล โดยแต่งเรื่องและรับซื้อพระเพื่อนำมาสร้างวัตถุมงคล เปิดกิจการขายสร้อยคอทองชุบ ปัจจุบันขายรถออกไปใช้หนี้ แต่ก็ยังมีหนี้อยู่ ตลอดเวลาคือไม่เคยส่งรายได้หรือเสียภาษี จากข้อมูลที่มีสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินได้ อยากเห็นทำข้อมูลธุรกรรมที่ถูกต้อง เจ้าของบริษัทต้องทำบัญชีเพื่อส่งภาษี ประมาณอย่างนี้ แล้วมีการซื้อขายพระเครื่องในคลิปเก่า พระปิดตาจากพันตำรวจใหญ่คนนึง ช่วยกันเชียร์?
อั๋น : จริงๆ ของผมชัดเจนอยู่แล้ว ผมเหมือนอินฟลูฯ ในโซเชียล ผมทำอะไรผมเปิดเผยหมด ถ้าผมทำธุรกิจที่ไม่ถูกต้อง ผมต้องไม่ลงสื่อ ถูกมั้ยพี่ แต่อันนี้ผมลงสื่อหมด และทุกธุรกิจที่มีการซื้อขาย มันไม่ใช่การหอบเงินไปซื้อ มันคือเครดิต ที่เราได้เครดิตมาแล้วเอาเครดิตไปให้อีกที

เขาแชร์จากเพจบังแจ็คให้ถาม คุณตอบอย่างนี้ แล้วเรื่องนี้จะไปจบตรงไหน?
อุ๊ : มันบานปลายไปเยอะเลย แนะนำโทนนะว่าคุยกับคุณเก่งง่ายสุดเลย ไม่ได้มีอะไรเลยนะ

โทนน่าจะรู้อยู่แล้วว่าคุยได้ ทำไมไม่คุย อันนี้คือที่สงสัย?
อุ๊ : ทั้งที่ผมเป็นทูตคุยกับโทนนะ ก่อนหน้ามีเรื่องด้วยซ้ำ ผมไปหาโทนคุยกัน วันที่เท่าไหร่จำไม่ได้นะ นี่ยกสุดท้ายนะ ก็บอกให้เขาคิดให้ดีๆ ใจร่มๆ อะไรคุยกันได้ก็ควรคุย ผมขนาดนี้แล้ว แล้วมันคุยกันไม่ได้ตรงไหน

จนปัญญาเลย จะทำยังไง?
อุ๊ : ผมงงมากเลยนะ

อั๋น : ตอนนี้เรื่องมันไปไกลแล้ว มันไปเกี่ยวกับบิ๊กเต่า

อุ๊ : ตอนนี้ไม่ใช่โทนกับเก่งนะ โทนกับเต่า เก่งไม่ได้มีอะไรเลยนะ

มันไปถึงตรงนั้นได้ยังไง?
อุ๊ : วันนี้โทนไม่มีให้เก่ง เก่งก็อยู่เฉยๆ ไม่ได้มีอะไรเลยนะ

คุยกับเก่งเมื่อไหร่?
อุ๊ : คุยกันทุกวัน จนตอนนี้แกค่อนข้างมีอาการทางประสาทหน่อยด้วย แพนิกหนักเลยด้วย

จริงมั้ยเวลายืมเงิน ชอบเอาไวน์ให้แกกิน แกจะได้เมาๆ แกจะได้เอาเงินให้?
อั๋น : แกเป็นคนดื่มอยู่แล้ว แต่เรื่องมอมอะไรผมไม่ทราบ แต่ต่างคนต่างดื่ม

อุ๊ : มันคนรู้จักกัน กินแล้วสนุก แกแฮปปี้ กินแล้วไปเรื่อย ไวน์เป็นขวด

เจ๊เก่งเป็นเจ้าหนี้โทน เจ้าหนี้เซียนพระ หลักร้อยล้านขึ้นไป หนึ่งในนั้นคือต้อม นครสวรรค์ เจ๊เก่งมีการแจ้งความต้อม นครสวรรค์เพราะเหมือนโดนบิดเงิน มีการแจ้งเซียนพระบางคนซึ่งไม่ได้มีโทนเลย แต่พอถึงเวลาโทนประสานกับป๋อง สุพรรณ ขอพบบิ๊กเต่าเพราะรู้ว่าประเด็นทั้งหมดไปอยู่ที่สอบสวนกลาง ก็เลยอยากแสดงความบริสุทธิ์ใจกับทางบิ๊กเต่า หลังจากนั้นฝั่งพี่ป๋องเองเลยประสานให้ ระหว่างประสาน โทนเคยออกมาบอกเองว่าไม่รู้เหมือนกันว่าท่านจะให้พบมั้ย อันนี้ยืนยันข้อเท็จจริงว่าโทนขอพี่ป๋องไปติดต่อจริงๆ หลังจากนั้นป๋องสุพรรณนัดให้ ให้ไปเจอวันที่ 17 และนัดเจ๊เก่งมาด้วย จริงๆ เจ๊เก่งไม่ได้แจ้งอะไรโทน ไม่ได้จะเอาเรื่องโทน เพราะเคลียร์กันอยู่แล้ว แต่พอกลับมาจากวันนั้น ก็กลายเป็นประเด็น เพราะโทนบอกว่าบิ๊กเต่ามีการกล่าวอ้างทวงหนี้แทน มีการเปลี่ยนเรื่องของสัญญา ในการจ่ายหนี้ จาก 5 ปี ให้ขยับลงมา ให้เอาทรัพย์สินอื่นๆ จ่ายหนี้คืนเขา แล้วมีการกล่าวอ้างว่าบิ๊กเต่ารับงานทวงหนี้แทน จากนั้นโทนไปแจ้งความที่พหลโยธิน วันที่ 24 โทนไม่มา ส่งทนายเจรจาแทน ส่งของบางอย่างซึ่งไม่ใช่ของที่เคยพูดเอาไว้?
อุ๊ : ส่งมาเป็นแฟ้ม แต่จบไม่ลง คุยอะไรกันไม่ได้ เพราะเจ้าตัวไม่มา

จากนั้นเป็นประเด็นที่โทนออกมาแจ้งความบิ๊กเต่าและยาวมาถึงวันนี้ ส่วนมุมอั๋นเอง ตอนแรกติดหนี้ 400 กว่าล้าน ใช้ครบหมดแล้วทุกอย่าง มีการโอนรีสอร์ตซึ่งซื้อต่อจากเจ๊เก่ง 140 ล้าน แต่ขายคืนกลับไป 110 ล้าน ยอมขาดทุน จากนั้นมีการเอาพระ สิ่งของอื่นๆ คอนโดด้วย รถด้วย ผ่อนจากที่อื่น เอาทรัพย์สินที่มีใช้หนี้ ทรัพย์สินที่มีอยู่แล้ว ก็คืนให้เขาไป ชำระหนี้ไป จบแยกย้าย จากนั้นโทนเอง ก่อนหน้านั้นติดหนี้เราอยู่ 500 ล้าน มีการผ่อนชำระเราอยู่เรื่อยๆ หนึ่งในหนี้นั้นก็เด้งไปอยู่กับตัวเจ๊เก่งด้วย คุณต้อมคือต้นเรื่องที่ทำให้วงการพระ
อุ๊ : ปั่นป่วนเลย

คุณไม่กลัวเขาฟ้องเหรอ?
อุ๊ : ก็รีบๆ ฟ้องมาสิ

อั๋นไม่กลัวเขาฟ้องเหรอ?
อั๋น : เขาเป็นหนี้ผม 30 ล้าน ผมยังไม่ได้ฟ้องเขาเลย วันที่พี่ต้อมล้ม วันนั้นไม่มีใครให้เครดิตเขาแล้ว เขาเดินมาหาผม มาขอพระผมไปชุดนึงเพื่อเอาไปตั้งตัว เอาไปหมุน ผู้ใหญ่ทุกคนก็เตือนผมว่าอย่าให้ แต่ผมเห็นแก่ความเป็นพี่เป็นน้องกัน ผมให้ไปก้อนแรก 25 ล้าน เขาตีเช็คมาให้ผม 4 ใบก็เด้งตั้งแต่ใบแรกเลย และเด้งทั้งหมด แล้วเขามาหาผมอีก เขามาขอโทษผม ขอโอกาสอีกได้มั้ย จะไม่ตีเช็คแล้วจะขอยืมพระไปขาย ถ้าผมขายล้านนึง เขาขายได้ล้านสอง เขาเอากำไรไป แล้วเอาทุนมาคืนผม ผมก็ให้ไปอีก 5 ล้านเป็น 30 ล้าน ก็โดนสองเด้งเลย รอบสองก็ไม่ได้เงินเหมือนกัน

พระที่ขายประกันมั้ย?
อั๋น : ในจำนวนเงินเท่านี้ ต้องเล่นพระแท้อย่างเดียวครับ ถ้าเล่นพระเก๊มันฟ้องเอาได้ ติดคุกครับ

อุ๊ : คุณเก่งก็โดนกับต้อมแบบนี้เหมือนกัน แม้วันที่เป็นข่าว 65 ล้าน เช็คเจ๊เก่งเด้ง ไอ้ต้อมก็ต้นเหตุ อยู่ใน 65 ล้านนี้ ซับซ้อนอีก ผมไม่พูดรายละเอียด

ยืนยันว่าเก่งไปแจ้งต้อม ไม่ได้แจ้งโทน แต่โทนร้อนรน?
อุ๊ : พูดต่อหน้าพระเตารีดทองคำ เก่งยังบอกว่าไม่อยากแจ้งโทน มีอะไรคุยกัน แกไม่ได้มีเจตนาหรือความตั้งใจเลย จนมาแจ้งโทนเพราะปกป้องบิ๊กเต่า เพราะทำไม่ถูก ไม่เป็นธรรมกับบิ๊กเต่า พี่เต่าไม่เคยเรียกเงินพี่เก่งเลย บางครั้งพี่เก่งเปิดสปีกเกอร์โฟนให้ผมฟัง ผมยังรู้สึกว่าเออ ตร.คนนี้เข้าท่าเว้ยใช้ได้เลย

เจ๊เก่งก่อนหน้านี้ไม่เคยแจ้งความโทน บางแค แต่แจ้งความต้อม นครสวรรค์ และเซียนพระอีกสองสามคน เนื่องจากโดนบิด หลังจากนั้นเรื่องไปอยู่สอบสวนกลาง มี่ข่าวว่าเซียนพระโดนแจ้งความ คนอยู่แวดล้อมเจ๊เก่ง เป็นหนี้เป็นสินเจ๊เก่งก็ร้อนตัว มีการประสานเข้าไปหาตร.ชั้นผู้ใหญ่ อยากเข้าไปเคลียร์ความบริสุทธิ์ใจ จนกระทั่งเข้าไปคุยกัน เป็นเรื่องเป็นราวออกมา จากนั้นเจ๊เก่งแจ้งความเพื่อโปรเทคพี่เต่าว่าพี่เต่าไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย?
อุ๊ : ถูกครับ แกร้องไห้ด้วยนะ กินเหล้าร้องไห้หนักเลย วันนั้นอยู่เชียงใหม่ที่โรงแรมสะเมิงกับผม

อั๋นจับเสือมือเปล่าได้มั้ย?
อั๋น : ถ้าจับเสือมือเปล่า ต้องไม่รับผิดชอบเขา แต่นี่ไม่ใช่การจับเสือมือเปล่า ผมต้องมานั่งใช้หนี้ทั้งหมด

หมายถึงเราไม่มีต้นทุน แต่มีผู้ใหญ่สนับสนุน ให้พระเรามา?
อั๋น : ถูก ผมก็ต้องไปเคลียร์ผู้ใหญ่ เดี๋ยวคนจะเข้าใจผิดว่าอั๋น โกกิ มันทำอะไรวะ มาคุยเรื่องตัวเลขหลักร้อยล้านพันล้าน จริงๆ ไม่ใช่เงินผม เป็นเงินของนายทุน และนายทุนหลายคนที่ให้เครดิตมา แต่ไม่ได้ให้เป็นเงินสดนะ ให้เป็นพระ เราก็เอาพระไปกระจายให้กับเซียน แค่นั้นเลย

อุ๊ : เซียนพระเยอะมากนะครับ ทั่วประเทศเป็นแสนคน เงินหมุนเวียนเยอะมาก จุดที่เกิดอาจนิดเดียวในวงการพระ เพียงแต่เป็นข่าวแล้วมันสะเทือน

มีอะไรอยากพูดถึงโทน?
อั๋น : ถ้าถามในบรรดาลูกหนี้ทุกคน พี่โทนเขารับผิดชอบ เขาจ่ายนะ แต่ผมมองว่ามุมที่เป็นประเด็นอาจหมุนเงินไม่ทัน แต่ส่วนตัวผม คนที่ผมปล่อยเครดิตไปประมาณ 9 คน แต่คนที่ใช้ผมคือพี่โทน นี่ไม่ได้เข้าข้างใครนะ ผมพูดเป็นกลาง เข้าข้างใครไม่ได้ทั้งนั้น ผมพูดความจริง

โทนขาดสภาพคล่องเรื่องเงิน ที่ล้มเป็นโดมิโน่เพราะต้อม นครสวรรค์ มันต่อเนื่องกันมา วน โทนเลยไม่มีเงินจ่ายเจ๊เก่ง พอถึงดีล เช็คเด้ง เจ๊เก่งก็บอกไม่ฟ้องหรอก มาคุยกัน เอาอะไรมาวาง โทนเอาพระไปวาง อาจเพิ่มมูลค่าพระไปบ้าง เจ๊เก่งก็รับบ้าง ไม่รับบ้าง ก็แล้วแต่เจ๊เก่งตัดสินใจ สุดท้ายมันคุยกันได้ เพราะเจ๊เก่งไม่ได้แจ้งความ?
อั๋น : ตัวเลขที่เยอะขนาดนี้ มันเกิดจากการกู้ยืมและจำนำ สมมติเดือนนี้ผมจ่ายพี่หนุ่ม 50 ล้าน ผมหาเงินไม่ทัน ผมก็ต้องไปเอาพระจากผู้ใหญ่มา แล้วเอาพระไปจำนำ เอาเงินมาเคลียร์พี่ มันเป็นระบบดินพอกหางหมู ก็สะสมไปเรื่อยๆ โยกกันไปโยกกันมา จาก 10 ล้านเป็น 50 ล้าน เป็น 100 ล้าน มันเพิ่มๆๆ ด้วยระบบดอกเบี้ย สุดท้ายเซียนพระทุกคนตายด้วยระบบดอกเบี้ย

เป็นหนี้เป็นสินขนาดนี้ พระไม่ช่วยเซียนพระเลยเหรอ?
อุ๊ : ผมว่าพระก็ให้คำสอนนะ หลวงพ่อบอกอาตมาไม่ไหวแล้ว (หัวเราะ)

อั๋น : จริงๆ มันไม่ได้อยู่ที่พระ มันอยู่ที่คนนะพี่ (หัวเราะ)

อุ๊ : ของโทนมีกู้ยืม 100 ล้านด้วย ทำกล้องส่องพระ แต่โทนกับพี่เก่งได้เคลียร์ใจ โทนก็ยกมือไหว้พี่เก่ง พี่เก่งก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาไม่ได้ติดใจ มันมีทั้งเงินซื้อพระ ซื้อข้าวของ มีเงินกู้จำนวนนึง ก็รวมแพ็กอันเดียว เอาตึกเอาพระมาค้ำ

ตอนแรกบอกจะให้เขาตัวละ 3 พัน สุดท้ายจะเอาตัวละหมื่น แกรู้สึกหมดใจ?
อุ๊ : จริงครับ แกรู้สึกไม่ดีเพราะเอาเงินแกไปลงทุนทำตรงนี้

โทนเอาเงินเจ๊เก่งมา จะไปทำกล้องส่องพระ บอกเดี๋ยวจะเก็บไว้ให้ 300 ตัว แล้วให้เจ๊เก่งตัวละ 3 พัน แต่ถึงเวลาโทนไปทำมา แต่กล้องไม่มา เจ๊เก่งก็ถามว่ากล้องอยู่ไหน สุดท้ายโทนบอกว่าจะเอาก็ได้นะ แต่ตัวละหมื่น เจ๊เก่งก็เลยเฮิร์ต หมดใจ?
อุ๊ : เรื่องจริง แต่มีการเคลียร์ใจกัน โทนยกมือไหว้พี่เก่ง ผมอยู่ในเหตุการณ์นี้ด้วย ก็จบไปแล้ว เห็นมั้ย แกก็โอเค

ทนายตุ๋ย : ผมมองว่าเป็นเรื่องเจ้าหนี้ลูกหนี้ที่มีหนี้ต่อกัน สามารถเจรจาปรับลดหนี้ได้ หาหลักทรัพย์มาค้ำประกันระยะเวลาชำระหนี้ เหมือนเรื่องกล้องก็เป็นเรื่องการลงทุน ไปซื้อขาย จริงๆ เราเชื่อด้วยคำพูด เพราะเราเชื่อใจกันเรารักกัน ผมมองว่าเรื่องนี้ต่างฝ่ายต่างมีนักกฎหมายมันก็จบได้ โดยเฉพาะพี่อุ๊เองบอกว่ามาดามเก่งก็ยอมเจรจาอยู่แล้ว ผมว่าทุกอย่างจบได้ง่ายครับ โดยเฉพาะเจ้าหนี้ยอมในหลายๆ เรื่อง ไม่ได้มีอะไรยากเลยครับ

ยกเว้นไม่จ่ายหนี้เขา?
อุ๊ : ถูกต้อง

เป็นหนี้ทุกคนก็ต้องจ่าย?
อั๋น : ใช่ครับ ผมจ่ายหมดตัวเลย

แต่โทนจะไปแจ้งความเจ้าหนี้?
อุ๊ : ยิ่งงงไปใหญ่เลยนะ แล้วแจ้งความเด็กถือกระเป๋าให้เจ้าหนี้ (หัวเราะ) ซึ่งเด็กไม่รู้เรื่องเลย พนักงานบริษัท ดีผมไม่ได้ไป ถ้าไปผมก็คงโดนด้วย แต่ผมมีชื่ออยู่ในสำนวนนะ

ตอนนี้กลายเป็นโทนกับบิ๊กเต่า?
อุ๊ : ตอนนี้อะไรไม่รู้มาอยู่หลังโทน ดันโทนออกหน้าเพื่อล่อพี่เก่งอีก มันควรมั้ย คุณเก่งเขาเป็นคนเสียเงิน

อะไรไม่รู้คืออะไร?
อุ๊ : สารพัดเรื่อง ไม่รู้ ผมก็งงๆ อยู่ ลูกหนี้จะเล่นเจ้าหนี้ซะแล้ว งง พี่เก่งงงมาก บอกว่าเก่งเสียเงินขนาดนี้ เสียไปพันกว่าล้าน แล้วต้องมาอะไรแบบนี้อีกเหรอ ทุกวันนี้แกกินยาทุกวัน น่าเห็นใจมากกว่า แกมีสามี มีลูก แกมีสามีคนแรกปกติเลย ครอบครัวแยกทางกัน มีแฟนใหม่ แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน แกทำเด็กหลอดแก้ว แต่ถ้าพูดว่าแกมีสามีเป็นเซียนพระหรือไม่ คนเข้าใจแกผิดในหลายๆ ประเด็น แต่บางทีเรารู้ข้อเท็จจริงไม่รู้จะพูดยังไง

เฮียตี๋ตื่นคือใคร?
อุ๊ : เซียนพระคนนึงที่เป็นแฟนกับพี่เก่ง เคยจดทะเบียนกัน และแยกกันเรียบร้อยหมดแล้ว นานแล้วด้วย เหมือนต่างคนต่างอยู่

พี่รู้เรื่องพี่เก่งเยอะมาก พี่พูดเหมือนพี่เป็นผัวเขาคนนึง?
อุ๊ : โอ้ย จะบ้าเหรอ ไม่เอา สไตล์ผมกับแกเป็นคนโรงเรียนเดียวกัน เบรกหัวทิ่มได้ ผมไม่ใช่ลูกหนี้แก ผมไม่เคยขายพระแก ไม่เคยขายพระพี่เก่งแม้แต่องค์เดียว

อั๋น : ผมก็ติดหนี้พี่ตื่นอยู่ 70 ล้าน

อุ๊ : พี่ตื่นเนี่ย หนึ่งเสือเฒ่าหรือจะสู้ไฮยีน่าหนุ่ม ผมจะบอกให้ ตายเหมือนกันพี่ตื่น เลือดสาด

เอาพระมาให้ผ่อนหน่อย?
อั๋น : ตอนนี้หมดแล้วครับ ขายใช้หนี้หมดแล้วครับ

อุ๊ : อั๋นนี่โคตรใช้ได้ พูดจากใจเลยนะ มันคุยง่ายมาก วันนั้นคุยจบภายในหนึ่งชม.

อั๋น : ผมเริ่มจากศูนย์แล้วผมขึ้นมาได้ วันนี้ผมยอมขายทรัพย์สินทุกอย่าง แต่ชื่อเสียงผมยังอยู่ เครดิตผมยังอยู่ ต่อให้วันนี้ผมล้มละลาย แต่ผมเอ่ยขอร้องความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ ผมมั่นใจว่าผู้ใหญ่ช่วยผมแน่นอน

เพราะคุณไม่เคยบิดใคร?
อั๋น : ใช่

ทนายตุ๋ย : รักษาเครดิตตัวเอง เป็นหนี้ต้องใช้