xs
xsm
sm
md
lg

กระแสเคป๊อปแผ่วในอาเซียน? ผลวิเคราะห์ชี้เพลงท้องถิ่นมาแรง แซงทั้ง K-pop และเพลงตะวันตก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศิลปิน K-Pop กำลังเสื่อมความนิยมในหลาย ๆ ประเทศ
ผลวิเคราะห์ล่าสุดเผยให้เห็นแนวโน้มสำคัญของวงการดนตรีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยระบุว่าความนิยมของเพลงเคป๊อปและเพลงป๊อปตะวันตกกำลังลดลงต่อเนื่องในช่วงปี 2023-2026 ขณะที่เพลงท้องถิ่นของแต่ละประเทศกลับเติบโตอย่างรวดเร็ว และเริ่มครองพื้นที่บนชาร์ตสตรีมมิงมากขึ้นเรื่อย ๆ

ข้อมูลจากชาร์ต Spotify Top 50 รายวันของ 5 ประเทศหลัก ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ พบว่าพฤติกรรมการฟังเพลงของผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยในประเทศไทย สัดส่วนเพลงไทยบนชาร์ตเพิ่มจาก 65% เป็น 78% ขณะที่เพลงเคป๊อปลดลงอย่างมากจาก 27% เหลือเพียง 11% ส่วนฟิลิปปินส์ เพลงท้องถิ่นเพิ่มจาก 44% เป็น 63% ในขณะที่เพลงป๊อปตะวันตกลดลงจาก 29% เหลือ 14%

ด้านอินโดนีเซียถือเป็นประเทศที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุด โดยเพลงท้องถิ่นพุ่งจาก 60% เป็น 78% ขณะที่เพลงเคป๊อปร่วงจาก 5% เหลือเพียง 1% เท่านั้น ส่วนมาเลเซีย เพลงอินโดนีเซียได้รับความนิยมเพิ่มจาก 18% เป็น 22% ขณะที่เคป๊อปลดลงจาก 18% เหลือ 13% ขณะที่สิงคโปร์ยังคงมีความสมดุลมากกว่า โดยเพลงป๊อปตะวันตกยังครองสัดส่วนราว 30-40% และเคป๊อปประมาณ 30% แต่เพลงท้องถิ่น รวมถึงเพลงจากอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ก็กำลังเข้ามาเติมช่องว่างแทนเพลงตะวันตกที่ลดลง

รายงานดังกล่าวระบุว่า ภาพรวมของภูมิภาคกำลังสะท้อนให้เห็นว่าเพลงท้องถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มเข้ามาแทนที่ทั้งเคป๊อปและเพลงตะวันตกมากขึ้น สะท้อนรสนิยมผู้ฟังที่หันกลับมาสนับสนุนดนตรี ภาษา และวัฒนธรรมของประเทศตนเอง

ตัวเลขที่กำลังสร้างความฮือฮา
รายงานดังกล่าวระบุว่า ภาพรวมของภูมิภาคกำลังสะท้อนให้เห็นว่าเพลงท้องถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มเข้ามาแทนที่ทั้งเคป๊อปและเพลงตะวันตกมากขึ้น สะท้อนรสนิยมผู้ฟังที่หันกลับมาสนับสนุนดนตรี ภาษา และวัฒนธรรมของประเทศตนเอง

ขณะเดียวกัน ชาวเน็ตเกาหลีใต้จำนวนมากได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกระแสดังกล่าวอย่างหลากหลาย บางส่วนแสดงความเห็นตรงไปตรงมาว่า “ถ้าชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ฟังเคป๊อปแล้ว ก็เลิกเดบิวต์ไอดอลจากประเทศเหล่านั้นเถอะ” ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าเป็นเรื่องดี เพราะผู้คนควรสนับสนุนเพลงของประเทศตัวเอง

นอกจากนี้ยังมีผู้วิเคราะห์ว่า เมื่ออุตสาหกรรมดนตรีภายในประเทศพัฒนาแข็งแกร่งขึ้น ผู้คนย่อมหันกลับไปหาเพลงที่ใช้ภาษา อารมณ์ และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ใกล้ชิดกับตนเองมากกว่า ขณะที่บางความเห็นก็มองว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่วัฒนธรรมท้องถิ่นของแต่ละประเทศได้รับการยอมรับจากคนในชาติของตัวเองมากขึ้น

คอนเสิร์ต K-Pop ในเวียดนาม
อย่างไรก็ตาม ยังมีเสียงวิจารณ์เชิงลบตามมาเช่นกัน โดยบางคนมองว่าแฟนเพลงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ได้สร้างรายได้ให้ตลาดเคป๊อปมากนัก แม้จะมียอดสตรีมสูง ซึ่งจุดกระแสถกเถียงบนโลกออนไลน์อย่างหนัก

ในอีกด้านหนึ่ง ชาวเน็ตบางส่วนยอมรับว่าแนวทางการนำเสนอของวงการเพลงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะ T-pop เริ่มมีความคล้ายคลึงกับเคป๊อปมากขึ้น ทั้งด้านภาพลักษณ์ การแต่งตัว และรูปแบบการโปรโมต จนบางครั้งแทบแยกไม่ออก

แม้ความคิดเห็นจะยังแตกออกเป็นหลายมุม แต่ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนชัดว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ได้เป็นเพียงผู้บริโภคกระแสดนตรีระดับโลกอีกต่อไป หากกำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมเพลงท้องถิ่นที่เติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคนี้เอง

อาเซียน กลายเป็นตลาดใหญ่ของ Kpop
ตลอดช่วงกว่า 15 ปีที่ผ่านมา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมเคป๊อป ทั้งในด้านยอดสตรีม ยอดขายอัลบั้ม สินค้าแฟนคลับ และรายได้จากคอนเสิร์ต โดยประเทศอย่างไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ถูกมองว่าเป็นฐานแฟนคลับขนาดใหญ่ที่มีพลังในการสนับสนุนศิลปินสูงมาก หลายค่ายเพลงเกาหลีเลือกเปิดเวิลด์ทัวร์ในภูมิภาคนี้เป็นประจำ เพราะมีกลุ่มผู้ชมจำนวนมหาศาลและกระแสตอบรับร้อนแรงมาต่อเนื่อง

ศิลปินเคป๊อปจำนวนมากเติบโตจนกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับภูมิภาคจากแรงสนับสนุนของแฟนเพลงอาเซียน ไม่ว่าจะเป็น BLACKPINK, BTS, TWICE, EXO และ SEVENTEEN ที่มักมียอดสตรีมและกระแสบนโซเชียลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สูงติดอันดับโลกมาโดยตลอด โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตลาดแฟนคลับที่เหนียวแน่นที่สุดของเคป๊อป และยังมีบทบาทสำคัญหลังการแจ้งเกิดของ Lisa ศิลปินชาวไทยที่กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นพื้นที่ที่มีประชากรรวมกันมากกว่า 680 ล้านคน ทำให้ถูกจับตามองในฐานะตลาดดนตรีขนาดใหญ่แห่งอนาคตของโลก อย่างไรก็ตาม การเติบโตของอุตสาหกรรมเพลงท้องถิ่นในหลายประเทศ ทั้ง T-pop ของไทย, P-pop ของฟิลิปปินส์ และวงการเพลงอินโดนีเซีย กำลังทำให้ผู้ฟังมีตัวเลือกภายในประเทศมากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดเพลงเข้มข้นกว่าเดิม และทำให้บทบาทของเคป๊อปในภูมิภาคเริ่มเปลี่ยนจากการครองตลาดแบบเบ็ดเสร็จ ไปสู่การแข่งขันกับศิลปินท้องถิ่นที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ

แฟน ๆ ชาวอินโดนีเซียของศิลปินเกาหลี