xs
xsm
sm
md
lg

“ตูน บอดี้สแลม” อัปเดตหลังผ่าตัด คันอยากวิ่ง แต่พลังชีวิตกลับมา 70% หมอสั่งห้ามสะบัดคอ สร้างวินัย สู้ค่าไฟแพง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ตูน บอดี้สแลม” คันอยากวิ่ง แต่หมอสั่งห้าม ลั่นเพิ่งผ่าตัด พลังชีวิตกลับมา 70 เปอร์เซ็นต์ หมอสั่งห้ามสะบัดคอบนเวทีคอนเสิร์ต บอกสร้างวินัยให้ลูกๆ สู้ค่าไฟแพง ส่วนค่าน้ำมันขึ้นอยู่แล้ว แต่โยนให้คนดูแล ไม่เก่งเรื่องตัวเลข

กลายเป็นภาพความประทับใจที่เกิดขึ้นจากการรวมพลังครั้งใหญ่อีกครั้ง สำหรับร็อกเกอร์ขวัญใจมหาชน “ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย” หรือ “ตูน บอดี้สแลม” ที่ล่าสุดร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการวิ่งระดมทุนเพื่อซื้อเครื่องมือแพทย์ด้านกระดูกมอบให้แก่ 13 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ซึ่งบรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนรวมถึงแฟนคลับเข้าร่วมกิจกรรมนับหมื่นคน แม้ตูนไม่ได้ร่วมวิ่ง เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพ เพิ่งผ่าตัดมาหมาดๆ แต่ก็มาร่วมแจมคอนเสิร์ต

จริงๆ วันนี้ผมก็เป็นแค่ส่วนเล็กๆ นะครับ เหมือนเราทำหน้าที่ของเราก็คือ เราประกาศกิจกรรมของคุณหมอ ที่เขาตั้งใจจัดงานวิ่งงานนี้เพื่อระดมทุนให้ไปซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับ 13 โรงพยาบาล ที่ต้องการเครื่องมือแพทย์เกี่ยวกับการผ่าตัดกระดูก เรามาเป็นส่วนเล็กๆ ทำหน้าที่ของเราที่เราถนัด ร้องเพลง ปล่อยตัวนักวิ่ง แล้วก็สร้างกำลังใจให้กับนักวิ่ง ก็ดีใจที่งานสำเร็จลงด้วยดีครับ

จริงๆ แล้วผมว่าหลายๆ คนที่มา เป็นคนที่อยากจะออกกำลังกายอยู่แล้ว หรือว่าออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว แล้วก็ได้ยินข่าวว่ามีกิจกรรมนี้อยู่ แล้วก็ปลายทางจะได้ไปช่วยใครบ้าง ผมว่าหลายๆ คนที่ออกกำลังกายอยู่แล้ว ก็อยากจะหากิจกรรมดีๆ แบบนี้แหละมาร่วม แล้วก็หลายๆ คน อย่างที่บอก อาจจะเป็นแฟนของน้องหมีเนย ซึ่งอาจจะไม่เคยออกกำลังกาย ก็ได้มาจุดประกายไปเริ่มต้นในการวิ่งในงานแรก ก็รู้สึกดีใจที่เห็นภาพอย่างนั้นครับ

ซึ่งอย่างที่บอกไปครับ จริงๆ โครงการนี้ผมเป็นแค่ส่วนนึง เราไม่ได้เป็นคนริเริ่ม เป็นคุณหมอที่ศิริราชครับ ท่านชวนผมให้มาเหมือนเป็นส่วนหนึ่ง แล้วท่านก็เล่าให้ฟังว่าท่านจะทำโครงการนี้เพื่ออะไร เราก็บอกว่าเรายินดีมาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง แล้วก็มาทำประโยชน์ให้กับคุณหมอได้บ้างครับ ก็ดีใจที่เห็นโครงการประสบความสำเร็จ แล้วก็มีคนมาร่วมวันนี้หมื่นกว่าคนครับ”

เผยตนเองยังวิ่งไม่ได้ เพราะเพิ่งผ่าตัดใหญ่
“ผมยังไม่ได้วิ่งครับ ผมผ่าตัดมาครับ แล้วก็จริงๆ แล้วคุณหมอให้จ๊อกกิ้งได้แล้ว แต่ว่าเนื่องด้วยวันนี้มันต้องเลือกระหว่างวิ่งกับเล่นคอนเสิร์ต เพราะเล่นคอนเสิร์ตวันนี้ประมาณ 90 นาที แต่ถ้าเป็นแต่ก่อนผ่าตัดผมก็จะโอเควิ่งได้ แล้วก็มาต่อคอนเสิร์ตสบายๆ แต่ตอนนี้เหมือนคุณหมอก็อยากให้มันเริ่มต้นแบบรีคัฟเวอร์มา ให้มันต้องเลือกอย่างนึง อย่าเพิ่งเอาทั้งหมด เดี๋ยวจะกลับไปแย่ครับ”

พลังชีวิตกลับมา 70 เปอร์เซ็นต์แล้ว
กลับมาสัก 70 ครับ ก่อนผ่าตัดเหลือสัก 50 พลังชีวิตตกลงมาก แต่ก็โอเคครับ โดยรวมคิดว่าไม่มีอะไรน่าห่วงนะครับ แต่ว่าก็ต้องระวัง เพราะว่าเราผ่าเสร็จแล้วเราต้องเล่นคอนเสิร์ตต่อ เราไม่ได้พัก ก็เลยคิดว่าเหมือนนักกีฬาที่ผ่าเสร็จแล้วยังต้องลงสนามอยู่ มันอาจจะเกิดการบาดเจ็บได้อีก ก็คิดว่าเราจะใช้ชีวิตให้ลุยน้อยลงกว่านี้ เพื่อประคองให้มันอยู่ได้ยาวๆ ครับ”

หมอห้ามสะบัดคอบนเวทีคอนเสิร์ต
“คุณหมอห้ามเราสะบัดคอ คือห้ามแบบเร็วๆ แล้วครับ ก็อึดอัดนิดนึง แต่ว่าขึ้นไปก็ได้ครับ แล้วก็โฟกัสไปที่จุดอื่น แล้วก็พยายามควบคุมตัวเองให้อยู่ว่าอย่าเพิ่งทำอะไรอย่างนั้น เกร็งนิดนึงครับ ช่วงแรกๆ ที่ผ่ามาตอนแรกที่แผลสดใหม่ๆ ก็เกร็งนิดนึง แต่ว่าตอนนี้ประมาณ 3 เดือนแล้วหลังจากผ่าตัดไปช่วงมกราคมครับ ก็เกร็งน้อยลง แต่ก็ยังมีห่วงหน้าพะวงหลังอยู่บ้าง แต่ก็เคยชินมากขึ้นแล้วกันครับ อย่างวันนี้ไม่ได้วิ่งก็แอบเสียดายนิดนึงครับ เห็นคนวิ่งก็คันๆ ครับ แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปครับ

สำหรับวันนี้ผมขอบคุณทุกๆ กำลังใจนะครับ ที่ส่งผ่าน ไม่ว่าจะเป็นการมาร่วมวิ่ง การซื้อของที่ระลึกนะครับ การบริจาคตรงให้กับคุณหมอในโครงการนี้นะครับ โครงการนี้ยังเปิดให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม ได้บริจาคเพื่อซื้อเครื่องมือแพทย์เกี่ยวกับการผ่าตัดกระดูกให้กับ 13 โรงพยาบาลทั่วประเทศอยู่นะครับ มันเป็นโครงการที่ถูกริเริ่มโดยคุณหมอเอง ซึ่งคุณหมอท่านก็มีภาระหน้าที่ในโรงพยาบาลมากอยู่แล้ว และผมว่ามันก็น่าจะดีที่เราในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งตัวเล็ก ๆ ได้ออกมาทำอะไรสักอย่าง

อาจจะไม่ต้องบริจาคเยอะแยะ หรือไม่ต้องบริจาคเลยก็ได้ครับ เป็นส่งข้อความให้กับคุณหมอที่อยู่ใกล้บ้าน คุณหมอที่ทำหน้าที่เหนื่อยๆ ในโรงพยาบาลใกล้บ้านของทุกคนนะครับ ผมว่าเพียงเท่านี้คุณหมอทั่วประเทศก็น่าจะมีกำลังใจที่ดีมากขึ้นนะครับ ส่วนใครที่อยากทำให้มันเป็นรูปธรรมครับ ก็คิดว่าการบริจาคหรือการส่งต่อเครื่องมือแพทย์ ก็น่าจะเป็นอีกอันหนึ่งที่ทำให้คุณหมอได้ทำสิ่งที่เขารับผิดชอบ การช่วยเหลือพวกเราได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ ก็เชิญชวนครับ

รับค่าไฟแพงขึ้น สอนลูกมีวินัยและประหยัด
โอ้ แพงเหมือนกันครับ เพราะว่าที่บ้านก็มีสมาชิกเพิ่มขึ้น มีลูก ก็ใช้เยอะขึ้นครับ ส่วนวิธีประหยัด จริงๆ เราก็ใช้เท่าที่จำเป็นอยู่แล้วครับ แต่ว่าสุดท้ายทุกอย่างมันก็ขึ้นหมด แล้วเราก็พยายามประหยัดในทุกๆ มิติที่เราทำได้ แล้วก็สอนลูกๆ สอนลูกให้ปิดไฟ สอนลูกให้มีวินัย ผมว่าการใช้มันไม่ผิดหรอกครับ เพราะเราต้องใช้อยู่แล้ว แต่ว่าการใช้อย่างมีวินัย แล้วก็มีความรับผิดชอบ ผมว่ามันสำคัญ เพราะว่าบางสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ มันก็อยู่เหนือเกณฑ์ของเรา แต่ว่าสิ่งที่เราควบคุมได้มันเป็นเรื่องวินัยของเราเอง เป็นเรื่องของการใช้ของเราเอง เป็นเรื่องของความประหยัด ถ้าเราปลูกฝังให้กับลูก ๆ ผมว่าสิ่งนี้มันก็น่าจะอยู่กับเขา ติดตัวเขาไปตลอด”

รอลุ้นตัวเลขค่าไฟเดือนแรก หลังเพิ่งย้ายบ้านใหม่ ใหญ่ขึ้น
“ผมย้ายบ้านด้วยครับ เพิ่งย้ายมาบ้านหลังใหม่ครับ มันก็ใหญ่ขึ้นโดยตัวมันเองอยู่แล้วครับ มันก็ขึ้นโดยไซซ์ของบ้านอยู่แล้ว เดี๋ยวรอลุ้นกันว่าตัวเลขเดือนแรกจะมาเท่าไหร่ (ตั้งใจทำงานหาเงินมาจ่ายค่าไฟ?) จริง ๆ เราตั้งใจทำงานอยู่แล้วครับ ไปจ่ายในทุกๆ มิติของครอบครัวอยู่แล้วครับ”

ค่าน้ำมันขึ้นอยู่แล้ว แต่โยนให้คนดูแล ไม่เก่งเรื่องตัวเลข
“ผมมีคนที่ดูแลอยู่ตรงนี้นะครับ มันน่าจะขึ้นอยู่แล้วแหละ แต่ผมไม่แน่ใจว่ามากน้อยแค่ไหน แต่ตอนนี้ก็ถือว่ายังโอเคอยู่ครับ ในหลังบ้านผมว่าน่าจะมีขึ้นอยู่แล้วครับ แต่ว่าเราไม่ได้ดูตรงนี้เป็นหลักครับ โอเค ไม่เก่งเรื่องตัวเลขครับ”