“โอปอล สุชาตา” ใจหายใกล้อำลาตำแหน่ง ตื้นตันจนแอบร้องไห้คนเดียวขณะร่างสปีช พร้อมประกาศแผนชีวิตใหม่ เตรียมเฟดตัวจากวงการนางงาม เดินหน้าสู่เส้นทางดาราสาวเต็มตัว เปิดรับทุกโอกาสที่เข้ามา
สร้างความตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก หลังจากที่ “โอปอล สุชาตา ช่วงศรี” มิสเวิลด์ 2025 ในชุดฟินาเล่แบรนด์ SIRIVANNAVARI ภายใต้การรังสรรค์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ นำทัพผู้เข้าประกวดมิสเวิลด์ไทยแลนด์ทั้ง 23 คน ร่วมถ่ายทอดความเจิดจรัสของผ้าไทยผ่านแคมเปญ “Together -Thai Textiles for Social Charity” สะท้อนศักยภาพ Soft Power ไทยสู่สายตาชาวโลก ซึ่งโอปอลได้เผยถึงความรู้สึกในวันนี้ ดีใจที่มีโอกาสได้มีส่วนร่วม แนะผู้เข้าประกวดนางงามต้องเป็นตัวเอง ยอมรับใจหายใกล้อำลาตำแหน่งแล้ว
“น่าจะอีเวนต์แรกของมิสเวิลด์ไทยแลนด์เลยที่โอปอลได้มีโอกาสมาร่วม ก็ดีใจมากๆ อยู่ในเส้นเรื่องของมิสเวิลด์ด้วย ก็ดีใจที่วันนี้ได้เป็นส่วนนึง ได้มาเดินแบบสวยๆ ให้ทุกคนได้เห็น และระดมทุนไปด้วยในเวลาเดียวกัน วันนี้คอนเซปต์ผ้าไทย เป็นอีกอย่างนึงที่เราได้รับสั่งจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ถ้ามีโอกาสอยากให้น้องๆ โชว์เคสความเป็นไทย วันนี้ก็ดีใจที่ได้สวมชุดจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI ที่พระองค์ท่านทรงออกแบบด้วยค่ะ เป็นฟินาเล่ อย่างชุดวันนี้ของโอปอล เป็นชุดที่พระองค์หญิงทรงออกแบบ รวมถึงจิวเวลรี่ที่ใส่วันนี้ พระองค์ท่านทรงออกแบบเองด้วย
ตอนแรกหนูตื่นเต้นมาก ชุดสวย ชุดใหญ่ เป็นผ้าไทย และเป็นหนึ่งในคอลเลกชั่นที่เคยเห็นของพระองค์ท่านแล้วเราชอบ เราอยากใส่ออกงานอยู่แล้วเมื่อมีโอกาส วันนี้เป็นความโชคดี เป็นบุญจริงๆ ที่หนูมาไวนิดนึงก่อนเริ่มแต่งหน้า เหมือนได้เห็นผู้เข้าประกวดเขาซ้อมกัน มันก็ชาเลนจ์จิ้งนะ ก็แอบกระซิบกับป้าตือ (สมบัษร ถิระสาโรชน์)ว่าเอายังไงดีป้า หนูเอาชุดมาซ้อมดีไหม ก็เห็นตรงกันว่าให้เอามาซ้อมดีกว่าเพื่อให้โชว์สมบูรณ์ ไม่ใช่ชาเลนจ์เฉพาะผู้เข้าประกวด หนูก็ใช่เหมือนกัน (หัวเราะ) อย่างน้อยเดินไม่มีอะไรสะดุด ไม่มีอะไรผิดพลาดก็โอเคแล้ว (เวทีวันนี้ปราบเซียน?) ใช่ มันเป็นชั้นเป็นขั้นบันไดหลายชั้น ดูเหมือนเป็นขั้นใหญ่ แต่ตอนขึ้นไปเดินจริงๆ แอบกลัวนิดนึง ด้วยชุด และคิดว่าผู้เข้าประกวดน่าจะกังวลเหมือนเรา คิดว่าน้องๆ ทุกคนเก่งมากๆ”
ชมผู้เข้าประกวดทุกคนทำเต็มที่ มีหลายโครงการที่น่าสนใจ แนะทริกต้องเป็นตัวเองจะได้ไม่เหนื่อย ลุยเวทีใหญ่ต้องรู้แวลู่และคุณค่าที่ตัวเองยึดมั่น
“ก็เต็มที่ เรามานั่งดูตั้งแต่ตอนซ้อม แต่อาจไม่ได้สัมผัสแต่ละคนใกล้ชิด ก็ยังตอบไม่ได้ว่าเป็นยังไง อาจต้องมีการพูดคุยกันหน่อยว่ามันยังไง คิดว่ารอบต่อๆ ไปที่ปอลจะมาช่วย จะได้รู้จักผู้เข้าประกวดแต่ละคนมากยิ่งขึ้น แต่วันนี้เห็นความทุ่มเทในการซ้อม ความสามารถในการเดินอะไรที่ชาเลนจ์มากๆ และการพรีเซนต์ผ้าไทย วันนี้ก็เหมือนได้เห็นคาแรกเตอร์ในตัวผู้เข้าประกวดด้วยเล็กน้อยครั้งแรกที่เจอน้องๆ พร้อมกันอย่างเป็นทางการ แต่ไม่ทางการก็น่าจะครั้งแรกด้วยหรือเปล่า (หัวเราะ) หนูเพิ่งกลับจากแอฟริกา แล้วเดี้ยงไปเพิ่งออกจากรพ. ยังไม่มีโอกาสได้เจอใคร
(อยากแนะนำอะไรน้องๆ?) เราจะมองที่มันอะไรกับเวย์แม่ด้วยเนอะ จะไม่บอกว่าเป็นสิ่งที่คุณจูเลียต้องการ แต่ถ้าไปแล้วมันจะไม่เหนื่อย ที่สำคัญที่สุดคือต้องเป็นตัวเองไม่ต้องคิดว่าเราต้องเป็นแบบโน้นแบบนี้ เพื่อที่เราจะได้เป็นมิสเวิลด์ไทยแลนด์ ทุกอย่างมาด้วยข้างในของผู้เข้าประกวดแต่ละคน และความมุ่งมั่นซึ่งสำคัญมาก เรามีแอบทำการบ้านเหมือนกัน ว่าใครทำอะไรบ้างสนใจเรื่องอะไรบ้าง มีหลายโครงการที่น่าสนใจ ถึงแม้ประกวดจบไปก็สามารถสานต่อได้อีกหลายโครงการเลย สุดท้ายแล้วเราจะรู้สึกอยู่เสมอว่ามันไม่พร้อม แต่ถ้าวันนี้ที่ฝึกฝนพัฒนาตัวเองเก็บเกี่ยวประสบการณ์จะทำให้เขาไปถึงจุดนั้นและสู้กับเวทีได้ง่ายขึ้น ส่วนที่เหลือหลังมิสเวิลด์ไทยแลนด์ คิดว่าเรานี่แหละจะเป็นคนแนะนำอะไรหลายๆ อย่างให้”
ถ้าให้แนะนำน้อง สิ่งสำคัญที่สุด การจะเป็นมิสเวิลด์ไทยแลนด์ที่ถูกต้องตรงโจทย์ ต้องเป็นแบบไหน
“อันดับแรกอย่างที่บอกคือความเป็นตัวเอง คาแรกเตอร์คุณคืออะไร ชาติพันธุ์คุณคืออะไร จุดเด่นคุณคืออะไร อะไรที่คนนึกแล้วคนเห็นเราคืออะไร ยึดกับมันและทำให้มันเป็นคาแรกเตอร์ของตัวเอง รองลงมาอะไรคือแวลู่ของคุณ ไปอยู่ตรงโน้นไม่ว่าจะโซเชียลมีเดีย ดรามา คอมเมนต์ หรือจะเป็นการที่เราไปประกวดมิสเวิลด์ในแต่ละครั้ง ทุกคนก็รู้ว่าปอลไม่ได้ชนะทุกชาเลนจ์ การที่เรามาเจอกับจุดสะดุดบ่อยๆ ทำให้เราเขวอยู่แล้ว ฉะนั้นถ้าคุณไปโดยไม่รู้ว่าแวลู่คุณคืออะไร คุณค่าที่คุณยึดมั่นคืออะไร มันจะยาก แต่ถ้าเกิดเรารู้ เราโดนเหวี่ยงแค่ไหนเราก็สบาย เราก็เป็นตัวเราเองในเวอร์ชั่นที่ได้รับการขัดเกลา ได้รับการฝึกฝน ฝึกซ้อม อาจพูดว่าคอมเมนต์หรือแสดงความเห็นจากคนรอบข้าง เพราะบางทีถ้าดูจากตัวเองมันจะไม่ชัด ผ่านสิ่งเหล่านี้มาและเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นนั้นมันจะดีที่สุดและไม่เหนื่อยด้วย เพราะตอนโอปอลไปคือมันชิลมาก”
หวังให้เป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด รับมีคนเข้าตา แต่รอรอบห้องดำ จะได้เห็นตัวตนชัดขึ้น
“เราก็มองแบบนี้ แต่ถามว่าดีที่สุดไหม ก็คงไม่ได้ดีที่สุดในชีวิต แต่โอปอลเชื่อว่าผู้เข้าประกวดแต่ละท่านอายุยังน้อย เขามีอะไรอีกเยอะที่จะได้พัฒนาตัวเอง เป็นเวอร์ชั่นที่เขารู้สึกว่าเขาทำดีที่สุด ณ เวลานั้น เขาเปิดรับการเรียนรู้ใหม่ๆ แบบเต็มที่ที่สุด ณ ตอนนั้น น่าจะเป็นการไปสำหรับโอปอลที่พร้อมที่สุด
(ไม่ต้องเอ่ยชื่อก็ได้ มีใครเข้าตา?) ไม่เอ่ยชื่อเท่ากับ (หัวเราะ) ถามว่ามีไหม มี แต่เรายังรู้สึกว่า คนนึงอาจเด่นด้านนี้ อีกคนอาจเด่นอีกด้าน การเด่นด้านใดด้านนึง อาจทำให้อีกด้านของเขาเรามองไม่เห็น อาจต้องใช้การพูดคุยหรือใช้เวลาด้วยกัน อย่าง Head to Head ที่เขาจะได้ดีเบต ไฝว้เพื่อสิ่งที่เขาเชื่อมัน หรือห้องดำที่เราจะได้เห็นจริงๆ ว่าเป็นคนยังไง เราจะได้เห็นชัดขึ้นในมุมต่างๆ ที่ไม่ได้เป็นจุดเด่นของเขา ถามว่ามีไหม มี แต่ถึงเวลาอาจต้องเลือกว่าควอลิตี้ไหนที่มันเด่นชัดและเราอยากเอาไปเวทีโลก
ชี้ไม่ต้องเป็นโอปอลร่าง 2 เพราะครบวาระตนก็ไป อยากให้เขามาไฝว้เพื่อตัวเขาเอง
“(ความสำเร็จที่ทำได้ การคว้ามงฟ้า เชื่อไหมว่าเป็นแรงบันดาลใจที่ดีที่สุดให้น้องๆ ทั้ง 23 คนในเส้นทางนี้ที่เขากำลังจะไปกัน?) ไม่ หนูว่ามันคือความภาคภูมิใจที่ทุกคนเห็นและทุกคนรู้มากกว่า หนูรู้สึกว่าต่อให้หนูได้มงฟ้ามา ต่อให้ได้เป็นมงใหญ่ แต่เขาไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อหนู นึกออกไหม เขาไม่ได้มาอยู่ตรงนี้เพื่อตัวหนู และไม่อยากให้เขามาเพื่อหนู แต่อยากให้เขามาเพื่อเขา ให้เหมือนการที่เรามงเป็นจุดให้เขาเห็นว่าฉันสามารถมาตรงนี้เพื่อที่จะสู้อะไรเพื่อตัวเองได้บ้าง หรือสู้อะไรเพื่อคนที่เราอยากช่วยเหลือได้บ้าง
ไม่อยากให้เขาต้องเป็นแบบโอปอล หรือต้องเหมือนโอปอล หรืออยากเหมือนโอปอล เราอยากให้คุณเป็นตัวเอง แต่ชัยชนะตรงนี้ของเราครั้งนี้เหมือนใบเบิกทางให้คุณเห็นว่า ตรงนี้ยังเห็นคุณค่าของสิ่งที่คุณทำนะ เราสามารถทำอะไรต่อได้บ้างกับแพลตฟอร์มนี้ที่เรามีให้คุณ เราดีใจอยู่แล้วที่เราทำอะไรแล้วคนเห็น คนชื่นชอบ แต่ว่ามันคือจุดสูงสุดของเขาไหม โอปอลอยากให้เป็นตัวของเขาเองมากกวา จะทัวร์ลงไหม ไม่หรอกเนอะ มันเป็นความรู้สึกของเรา
ไม่ต้องเป็นโอปอล 2 โอปอลร่างที่ 2 พอครบปีหนูก็หมดวาระของหนูไป แต่อยากให้สิ่งที่เขาเห็น คือเขาเห็นว่าองค์กรนี้ให้อะไรกับหนูบ้างมากกว่า และแพลตฟอร์มนี้ให้อะไรกับหนูบ้างแล้วมันก็ให้แพลตฟอร์มกับเขาได้เหมือนกัน ตอนประกวดหนูก็ถามคุณจูเลีย มอร์ลีย์ ว่าฉันมาชนะ ยูต้องการอะไรกับฉัน เราถามเพราะว่าคุณรับสมัครฉันเข้าทำงานในบริษัท คุณเอ็กซ์เปกต์อะไรกับพนักงานคนนี้ เขาบอกว่าอย่าคิดว่าเราเอ็กซ์เปกต์อะไรจากยู แต่ให้คิดว่าเราให้อะไรยูได้บ้าง เขาพูดว่าเราต้องคิดว่าแพลตฟอร์มนี้จะให้อะไรกับเราได้บ้าง เราจะได้ใช้มันอย่างเต็มที่ ก็อยากให้เขาใช้โอกาสนี้เหมือนเรา”
หาคุณค่าในตัวเองให้เจอพูดเหมือนง่าย แต่จริงๆ ไม่ง่ายขนาดนั้น แนะไม่อยากให้แบกอะไรเอาไว้ แค่ทำให้เต็มที่และเอ็นจอย
“พูดเหมือนง่าย แต่หนูโชคดีหนูมีหลายคนรายล้อมเวลาทำโครงการ เวลาไปเยี่ยมผู้ป่วย ไปเยี่ยมคุณหมอ มีคนคอยเชียร์อัปหนู มีคนคอยซัปพอร์ตหนูมีคนคอยยินดีกับหนูตอนหนูได้มงฯ แต่นี่ก็พาร์ตนึงในชีวิต และมันไม่ได้หาง่ายขนาดนั้น หนูพูดได้เพราะว่าหนูประสบความสำเร็จในวงการนางงามขั้นนึงแล้ว หนูเลยรู้สึกว่ามันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น แต่ถ้าเขาหาเจอกับโครงการที่เขาทำ กับครอบครัว สังคมเพื่อนฝูงหรือใคร หนูแค่รู้สึกว่ามันจะช่วยเขาได้มากๆ เวลาที่เขาไปประกวดมิสเวิลด์
(ให้กำลังใจน้องๆ?) ทุกรอบก็ไม่ได้ง่ายอยู่แล้ว ยิ่งเราเคยไปเจอเวทีอินเตอร์เรารู้ว่ามันยาก แต่ไม่อยากให้ผู้เข้าประกวดกดดัน ไม่อยากให้พี่ๆ น้องๆ ทุกคนรู้สึกว่าแบกอะไรไว้ เราอยากให้ทุกคนทำอย่างเต็มที่ เป็นตัวเองอย่างเต็มที่ สนุกและเอ็นจอยกับมัน เป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่เชื่อว่าหลายๆ คนจะได้รับ การประกวดรอบนี้มีทั้งหน้าใหม่หน้าเก่า แต่ประสบการณ์มันก็ไม่ได้เหมือนกับที่ไหนอยู่แล้ว และอย่างที่บอกทุกคนหวังว่าทุกคนจะได้ใช้แพลตฟอร์มนี้อย่างเต็มที่ สุดท้ายแล้วไม่ว่าใครจะได้มงกุฎ ก็อยากให้ทุกคนคอนตินิวกันต่อไปเราเชื่อว่ามันช่วยคนได้จริงๆ เราเห็นหลายๆ โครงการมันดีมากๆ อยากให้ทุกคนโชคดี รอบ Head to Head อยากให้เต็มที่เลย คุยกันสบายๆ เราจะได้เห็นว่าสิ่งที่ยูคิด สิ่งที่ยูสนใจคืออะไร แล้วเราค่อยมาเวิร์กกันต่อหลังจากนั้น”
ใจหายใกล้อำลาตำแหน่งแล้ว แอบร่างสปีชพูดบนเวทีหวั่นลืม ตื้นตันจนร้องไห้คนเดียว
“ก็ใจหายอยู่ค่ะ แต่ก็วุ่นวาย กลับมาปุ๊บก็เดี้ยงไปแป๊บนึง ต้องมาซื้อผ้าเตรียมชุดทุกอย่าง ทั้งตัวเองด้วย ผู้เข้าประกวดด้วย ยังไม่มีเวลารีเฟลกซ์เท่าไหร่ว่ามันใกล้แล้วแต่ก็มีแอบเริ่มร่างสปีชที่ต้องพูดบนเวทีบ้างแล้ว ร้องไห้บ่อยมากช่วงนี้ (หัวเราะ) หนูร้องคนเดียวแล้วจบ จะได้ไม่ร้องไห้ต่อหน้าทุกคน เดี๋ยวมารอดูกันอีกทีว่าถึงวันนั้นจะจำได้ไหม ถ้าจำไม่ได้ก็จัดใส่ตลอดอยู่แล้ว
เริ่มร่างแล้วเดี๋ยวลืม ซ้อมเลยตั้งแต่วันนี้ ขึ้นหน้ารอไฟนอลแล้ว (ทำไมรีบซ้อม?) ยิ่งใกล้วันบางทีเรานอนอยู่ เราไม่ได้ทำอะไร บางทีมันก็คิดไปเรื่อย ก็มีคิดมาเหมือนกันว่าอยากขอบคุณคนนั้นคนนี้ อยากพูดถึงโน่นนี่นั่น อยากใช้เวลาเหมือนเกลามันออกมาให้ดีที่สุด แต่สุดท้ายเชื่อไหมว่าเดี๋ยวหนูก็ลืมสคริปต์แล้วหนูก็ฟรีสไตล์ แต่ก็นั่นแหละค่ะ เขาบรีฟเวลามาน้อยอยู่ กำลังคิดว่าหนูจะตัดเวลาเดินของหนู เอาไปพูดดีกว่าไหม”
ปัดนึกถึงแล้วน้ำตาก็จะไหล แค่รู้สึกผ่านไปไว อาจไม่ได้อยู่ในแวดวงนางงามเหมือนเดิม วางแผนชีวิตตัวเองมากขึ้น
“ยังไม่ถึงขนาดนั้น แต่รู้สึกว่ามันผ่านไปไวเนอะ จริงๆ ครบ 1 ปีแล้วนะที่หนูแต่งตั้งก่อนไปประกวด แต่ก็รู้สึกว่าเราเตรียมใจไว้แล้วจุดนึง พอมันผ่านมาก็ต้องผ่านไป ครบ 1 ปีก็ต้องมีคนใหม่เข้ามา คิดว่าหลังจากนี้จะทำยังไง ทำอะไรต่อ วางแผนชีวิตตัวเองมากขึ้น แล้วก็แค่รู้สึกว่าไม่ได้มาอยู่ในแวดวงนางงามเท่าสมัยก่อนแต่ถ้าคุณไบรอัน (ไบรอัน แอล มาร์การ์) มีอะไรให้เราช่วยเหลือเกี่ยวกับมิสเวิลด์ไทยแลนด์ เราก็พร้อมมา”
อยากนอน-กินแซลมอนดอง หลังอำลาตำแหน่ง
“นอน (หัวเราะ) แล้วก็กินแซลมอนดอง ตอนนี้หนูอยากรีเซ็ตตัวเองนิดนึง ไปหาตัวเองว่าสิ่งที่เราสนใจจริงๆ คืออะไร สิ่งที่เราอยากทำจริงๆ คืออะไร แต่ก็คงไม่พ้นวงการบันเทิงแหละค่ะ แต่ยังไม่ได้ชัดเจนว่าจะไปในทางไหนก่อน”
บอกขำๆ เฟดตัววงการนางงามไปเป็นดาราสาว โอเพ่นทุกโอกาสที่เข้ามา
“(เฟดจากวงการนางงามมากกว่าเดิม?) จะไปเป็นดาราค่ะ (หัวเราะ) จะเป็นดาราสาว ไม่ใช่ อันนี้เป็นความอยากของเราและคุณแม่ แต่จะเป็นดาราหรือไม่เป็นดารา ก็ขึ้นอยู่กับผู้ชมทางบ้าน จะให้เกียรติเราเป็นดาราหรือเปล่า (เริ่มคุยกับผู้ใหญ่?) หนูพูดเล่น แต่ถ้าเกิดผู้ใหญ่สนใจหนูก็พร้อมอยู่แล้ว อยากแสดงนี่อยากอยู่แล้วค่ะ เพราะเป็นหนึ่งชาเลนจ์ของเรา พีเรียดนี่อยากอยู่แล้ว อยากมากๆ แต่ด้วยจังหวะและเวลาหลายๆ อย่าง อาจต้องรอว่าจะมีโปรเจกต์ไหนเข้ามาก่อน ก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร แต่หนูทำงานแน่นอน จะทำงานเต็มที่
ส่วนที่มองว่าพระเอกคนไหนจะสู้กับโอปอลได้ หนูใส่ผ้าใบได้ หนูไม่ต้องใส่ส้นสูง หนูเอารองเท้าตู้ปลาหนูทิ้งเลย ไม่ใส่แล้ว ใส่แต่ส้นเตี้ย ก็มีคุยกับผู้ใหญ่มาบ้างค่ะ สวัสดีปีใหม่ สงกรานต์ (จะเป็นลักษณะเซ็นสัญญากับค่ายหรือช่อง?) จะให้ผู้จัดการเข้ามาแล้วนะ นักข่าวถามย้ำมาก (หรือรับงานอิสระ?) ไม่ค่ะ ยังต้องคุยด้วยว่าเรามีสัญญาอะไรอยู่ ก็ต้องเคลียร์กันไป แต่ว่าตัวเราเองโอเพ่นอยู่แล้ว เพราะโอกาสที่เข้ามาสำหรับโอปอล เราโอเคหมด เราพร้อมเรียนรู้ ฝึกฝนบทบาทใหม่ๆ
สัญญาเซ็นกับมิสเวิลด์ หลักๆ คือจนกว่าจะหมดตำแหน่งค่ะ คืออยู่ไปเรื่อยๆ คนทาบทามถามว่ามีไหม อะไรเนี่ย (หัวเราะ) ก็อาจจะมีบ้าง มีคนตาเขียวแล้วเนี่ย หนูสนใจเส้นทางนี้อยู่แล้ว หนูพร้อมเดบิวต์เป็นดาราสาว แต่ถ้าหนูเป็นนักแสดง ต้องพ่วงนักแสดงอีกหนึ่งท่านนะ เป็นพยาบาลสาว (หัวเราะ)”
เผยอาการป่วย เจอแบคทีเรียในเลือด ไซนัสอักเสบ ยังไม่หายร้อยเปอร์เซ็นต์
“ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ แต่ไม่ติดนะทุกคน ความจริงหนูเป็นก่อนหน้านั้นแล้ว หนูไอเยอะมาก หนูไปตรวจแล้วไม่เจอ ก็คิดว่าเป็นเส้นน้ำมูกไหลลงคอ มันยังไม่หาย ตอนแรกเหมือนจะหายแล้ว แต่ตอนไปแอฟริกา ขากลับความดันหนูตก มันเหมือนอาการกำเริบอีกรอบนึง ไข้ขึ้นสูง ตอนหลังก็เลยให้หมอตรวจเลือด ก็เจอแบคทีเรียในเลือด ก็เลยแอดมิตแล้วให้ยาฆ่าเชื้อ สรุปไปเอกซเรย์เป็นไซนัสอักเสบด้วย พอความดันตกหลายๆ อย่างมันก็กำเริบค่ะ ตอนนี้ร่างกายกลับมาปกติ แต่ต้องรักษาตรงนี้ก่อนค่ะ”


