xs
xsm
sm
md
lg

“หยาดทิพย์” น้ำตาคลอ วินาทีช็อกสูญเสียคุณพ่อกะทันหัน แค่แมลงกัดลามติดเชื้อในกระแสเลือด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“หยาดทิพย์” เปิดใจน้ำตาคลอ สูญเสียคุณพ่อกะทันหัน เหตุแมลงกัดก่อนติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรง ต้องเข้าไอซียู ผ่าตัด 3 ครั้ง ก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน สุดท้ายพ่อก็จากไป รับบ้านเงียบ แม่ยังเศร้า ทำใจไม่ได้ ส่วนตนพยายามเข้มแข็งแล้วแต่ยากมาก 

ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เป็นบรรยากาศแห่งความสนุกสนานของคนไทย แต่ไม่ใช่กับครอบครัวของ “หยาดทิพย์ ราชปาล” นางเอกชื่อดัง เพราะหยาดต้องสูญเสียคุณพ่อซึ่งจากไปกะทันหัน ไม่ทันได้ทำใจ สร้างความรู้สึกช็อกให้คนในครอบครัว โดยล่าสุดหยาดได้ออกมาเปิดใจถึงการสูญเสียในครั้งนี้ พร้อมเผยสาเหตุที่คาดไม่ถึง เหตุพ่อถูกแมลงกัดแต่เกิดการติดเชื้อที่รุนแรง

“ก็หนักหน่วงอยู่ค่ะ แต่ว่าวันนี้มาออกงานเนอะ ก็เป็นงานแรกเลยที่ทำ อย่างบางงานก็จะขอเลื่อนออกไปก่อนช่วงนี้ แต่งานนี้อยากกลับมาทำแล้ว เพราะอาทิตย์นึงแล้ว เริ่มพร้อมแล้ว ไม่อยากให้ทุกคนเศร้าไปด้วยกัน พยายามเข้มแข็งค่ะ

อย่างแรกต้องขออภัยพี่ๆ สื่อทุกคนก่อนนะคะ ที่ไม่ได้เรียนเชิญที่งานนะคะ พี่ๆ น้องๆ ในวงการ ที่หยาดสนิทเยอะมากๆ เลยค่ะ หยาดไม่ได้เรียนเชิญด้วยตัวเอง มีแค่เพื่อนในวงใกล้ๆ ที่สุดที่มา เพราะก่อนคุณพ่อจากไป ท่านมีความประสงค์ว่าอยากให้.. ด้วยพ่อห่วงคุณแม่ด้วย คุณพ่ออยากให้มันเงียบสงบ ไม่อยากให้ทุกคนต้องมาเหนื่อยวุ่นวายกับงานของท่าน คุณแม่ก็อยากได้ความเป็นส่วนตัว คุณแม่ค่อนข้างเศร้าค่ะก็เลยไม่ได้เชิญใครเลย จัดงานกันในครอบครัวและญาติ และเพื่อนที่เป็นวงใกล้ที่สุด แต่ก็ขอบคุณกำลังใจทุกอย่าง ไม่ว่าจะไดเรกต์ไอจี หรือเวลาพี่ๆ ไปลงข่าว แล้วมีคนมาคอมเมนต์ หยาดอ่านนะคะ”

เล่าอาการคุณพ่อก่อนจากไป โดนแมลงกัดระหว่างไปอยู่บ้านพักตากอากาศ อาการรุนแรงถึงขั้นอาเจียน เดินไม่ได้ เป็นแผลที่เท้า ต่อมาเริ่มหนักติดเชื้อในกระแสเลือด ต้องผ่าตัดถึง 3 รอบ สุดท้ายก็จากไป
“จริงๆ คุณพ่ออายุ 70 เมื่อสองเดือนที่แล้ว คุณพ่ออยู่บ้านพักตากอากาศของคุณพ่อที่ต่างจังหวัด โดนอะไรสักตัวกัดค่ะ ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ทราบว่าตัวอะไร แต่ไม่ใช่งู หรือแมงป่อง มันร้ายแรงค่ะ น่าจะเป็นพวกแมลง ตื่นเช้ามาเขาก็มีอาการอาเจียน เดินไม่ได้ เดินไม่ไหว เริ่มเป็นแผลที่เท้า คุณพ่อไม่ได้เป็นเบาหวานนะคะ เพื่อนคุณพ่อเลยพาคุณพ่อเข้ากรุงเทพฯ เข้าที่ศิริราช คุณหมอก็บอกว่าติดเชื้อในกระแสเลือด ต้องทำการผ่าตัดด่วนค่ะ ก็ผ่าตัดประมาณ 3 รอบ แล้วเหมือนจะดีขึ้น ผ่านไปเดือนนึงค่ะ แต่มีโรคแทรกซ้อนเพิ่มขึ้นมาในหลายๆ ส่วนของร่างกาย สุดท้ายคุณพ่อก็จากไป

คุณหมอก็เอาเชื้อไปตรวจ แต่คุณหมอไม่แน่ชัด ด้วยวินาทีตรงนั้น คุณหมอหลายคนมากแล้ว แล้วตรงนั้นคือวินาทีความเป็นความตายต้องผ่าตัดด่วน เชื้อรุนแรงมากเลย เข้าไปในกระแสเลือด ต้องผ่าตัดแล้ว ไม่งั้นก็จะไปตั้งแต่วันแรกเลยตอนนั้นหยาดก็เป็นคนพาคุณพ่อไปส่งรพ. ก็ยังมึนงง ยังช็อกค่ะ

ตอนนั้นคุณพ่อรู้สึกตัวปกติเลยค่ะ พูดคุยได้ ยิ้มแย้มแจ่มใส เพียงแค่ท่านอยู่ไอซียู แล้วออกมาจากไอซียู แต่ก็เป็นห้องของผู้ที่ต้องเฝ้าระวัง แต่ท่านก็ยังพูดคุยกับเราได้อยู่ แค่เดินไม่ได้ค่ะ แล้วแผลใหญ่มาก เพราะผ่าตัด 3 รอบ ผ่าที่เท้า ไม่ได้ตัดนะคะ ผ่าออกที่เท้า และลามมาถึงตรงขา แต่ไม่ถึงเข่า ไม่ได้ตัดออก แค่เอาเนื้อตายออก 3 รอบ แต่เขาก็ยังพูดคุยได้ปกติ เราก็ไปเยี่ยมกัน เราทุกคนคิดว่าเดี๋ยวพ่อก็คงได้กลับแล้ว จนอยู่ดีๆ ตู้มเดียวเลย คุณพ่อก็ไม่ได้ลืมตาขึ้นมา ทรุดไปเรื่อยๆ ค่ะ จนวันสงกรานต์”

ลั่นไม่เคยคิดว่าจะถึงขั้นเสียชีวิต
“ตั้งแต่วันที่เข้าไป ผ่านไป 1 เดือน เราคิดว่าหาย ได้กลับบ้านแน่ ยังไงก็ได้กลับบ้าน อาจต้องกลับมานั่งวีลแชร์ อาจเป็นคนที่เดินไม่ได้ ต้องติดเตียง เราพร้อมที่จะดูแลร่วมกันค่ะ ไม่เคยคิดว่าจะถึงขั้นเสียชีวิตค่ะ

คุณพ่อยังยิ้มแย้มได้เหมือนเดิม คุณพ่อไม่ได้รู้ตัวว่าจะจากไปด้วย (เสียงสั่นเครือ) อยู่ดีๆ โรคก็เข้ามาเฉยเลย ท่านไม่ได้ห่วงอะไรค่ะ ท่านแค่ห่วงว่าผ่านมาเดือนนึงแล้วนะ อยากกลับบ้าน สองเดือนแล้วนะ พ่อจะห่วงแม่ค่ะ มีหยาดกับพี่ชายที่ไปเยี่ยมทุกวัน”

แม่กับพี่ชายเข็มแข็ง ให้กำลังใจตน
“คุณแม่เข้มแข็งมาก แม่ให้กำลังใจหยาด พี่ชายก็เข้มแข็ง สองคนให้กำลังใจหยาด มากกว่าหยาดให้กำลังใจเขาอีก ลูกยังมาให้กำลังใจหยาดเลยค่ะที่ผ่านมา เราก็บอกกันทุกอย่างในช่วงระยะเวลาที่เป็นวาระสุดท้าย เพราะคุณหมอก็ได้แจ้งว่าเป็นวาระสุดท้ายแล้วเหลืออีกไม่กี่วัน ก็ได้ร่ำลากัน แต่เขาไม่ได้ตื่นมาฟังนะคะ แต่เราเชื่อว่าเขารับรู้

หยาดก็บอกพ่อว่าพ่อไม่ต้องห่วงอะไร ทุกสิ่งทุกอย่าง อยากให้พ่อไปสบาย พ่อหลับให้สบาย ไม่ต้องห่วงใครทั้งสิ้น คุณพ่อทำดีที่สุดแล้วทั้งชีวิต หยาดไม่อยากร้องไห้ค่ะ (หัวเราะ)”

รับบ้านเงียบมากด้วยความเศร้า พยายามเข้มแข็งแต่ยากมาก
ทุกคนก็ยังอยู่ในช่วงเศร้าค่ะ ตอนนี้บ้านก็เงียบมากด้วยความเศร้า ยังไม่ชิน เดี๋ยวจะมีไปลอยอังคาร ก็ยังไปคุยกับท่านทุกวัน หยาดไปกอดรูปท่านอยู่ที่เอากลับมา บอกว่าหยาดจะไปนอนแล้วนะหยาดก็พยายามเข้มแข็ง แต่ก็ยากมาก เพราะเป็นเรื่องที่ไม่คิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ แต่ตอนนี้ผ่านมาอาทิตย์นึง เริ่มที่จะพยุงตัวเองขึ้นมาได้แล้ว แต่ช่วงเดือนเม.ย. ตอนสงกรานต์ เดินไปไม่เป็น เดินไม่ได้เลยค่ะ ก้าวขาไม่ได้เลยค่ะตอนที่ออกจากรพ.”