อดีตนักร้อง “โรสแมรี่” แจ้งความเอาเรื่องถึงที่สุด ลูกชายถูกช่างภาพล่วงละเมิดทางเพศ รับแจ้งความช้าเพราะใจอ่อน หากเคลียร์จบเรื่องค่าทำขวัญ อาจไม่แจ้งความ แต่คุยกันยืดเยื้อ ไม่จบ ลั่นลูกใจเด็ดอนุญาตให้แม่แจ้งสื่อเอง ไม่หวั่นโดนล้อที่โรงเรียน ขอแค่ได้รับความยุติธรรม
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจ เมื่ออดีตนักร้องชื่อดัง “โรสแมรี่ คาฮันดิง” โพสต์ใจสลาย ลูกชายวัย 14 ปี ถูกบุคคลที่ไว้วางใจล่วงละเมิดทางเพศ คู่กรณีเสนอเงิน 5 หมื่นปิดปาก แต่ขอผ่อนจ่าย 24 เดือน! โดยเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (28 เม.ย.) โรสแมรี่ได้เดินทางไปที่สน.โคกคราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าว โดยโรสแมรี่เปิดเผยว่า สาเหตุที่ออกมาร้องความเป็นธรรมในครั้งนี้ เพราะต้องการให้สังคมรับรู้ถึงพฤติกรรมของคู่กรณี และหวังให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจพ่อแม่ทุกคนว่าอย่าไว้ใจคนง่ายเกินไป แม้จะเป็นคนที่เชื่อใจมากแค่ไหนก็ตาม ยอมรับว่ารู้สึกผิดและเสียใจที่ความไว้ใจของตนเป็นสาเหตุให้ลูกเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจแบบนี้
“เขาเป็นคนรู้จักพีเจ ตอนนี้พีเจ 13 ขวบ ก็รู้จักตั้งแต่ประมาณ 4-5 ขวบค่ะ ไปถ่ายโปรไฟล์เพื่อขายงานกับโมเดลลิ่ง แล้วก็เห็นเขาดูแลน้องดี เวลาเจอก็อุ้มน้อง แล้วก็เอ็นดูน้อง เขาโตกว่าค่ะ ตอนนี้ก็น่าจะประมาณ 30 นิดๆ เขาก็เห็นน้องตั้งแต่เด็ก เคยถ่ายรูปด้วย เคยไปเที่ยวด้วย แล้วล่าสุดก็คือฝากไปเที่ยวสงกรานต์ด้วยตั้งแต่ไม่ได้เจอกันมานาน ก็ไปเที่ยวสงกรานต์ เพราะว่าแม่ไปไม่ได้ แม่ป่วย ก็เลยฝากพี่เขาช่วยพาน้องไปเล่นสงกรานต์หน่อย เห็นพี่เขามีเด็กๆ เหมือนเขาถ่ายรูปกับเด็ก เขาก็เลยรู้จักเด็กเยอะ ก็อยากให้น้องเข้าสังคม เพราะน้องเป็นคนพูดน้อยและก็เรียบร้อย ก็เลยไม่ค่อยได้ออกไปไหน
เหตุการณ์คือเขาส่งข้อความมาชวนวันที่ 20 แล้วเขาบอกว่าเขาจะจองที่พักวันที่ 21 เช็กเอาต์วันที่ 23 ที่เขาใหญ่ แล้วก็น้องก็บอกว่าไม่อยากไป เพราะบอกว่าพี่พูดคำหยาบ วันสงกรานต์พี่เขาพูดคำหยาบ ผมไม่ชอบ ผมไม่อยากไป แต่ว่าแม่เองก็…คือเขาก็ส่งข้อความมาประมาณว่า ได้ไปโรงแรม 5 ดาวเลยนะ มีกิจกรรมทำเยอะเลยนะ คุณแม่คงไม่ได้พาไป โอกาสแบบไปโรงแรม 5 ดาว คงนานๆ ทีนะ พอดีไปทำรีวิวมา แล้วก็ได้บัตรฟรี เลยจะชวนน้องไปเที่ยวเขาใหญ่ ซึ่งคุณแม่ยังไงก็ไม่ได้ไปอยู่แล้ว ทีนี้เราก็คิดว่าก็ดีนะ คือถ้าพูดถึงเขาใหญ่ เบรกฟาสต์น้องชอบทาน ก็น่าจะมีสวนให้เล่น มีวิวให้ถ่ายรูป น้องชอบถ่ายรูป แล้วก็เราก็เชื่อใจเขาด้วย เพราะว่าตั้งแต่เล็กจนโต เขาก็ไม่เคยไม่มีทีท่าว่าจะเป็นอะไรอย่างนั้น
ก็เลยอนุญาตให้ไป แต่น้องก็บอกว่าน้องไม่อยากไป เพราะพี่เขาพูดคำหยาบ แม่ก็แบบนานๆ ทีจะได้ไปนะลูก แล้วเขาใหญ่ หนูไม่เคยไป ที่พักโรงแรมเขาก็โชว์ขึ้นมาให้ดู ว่าคืนละประมาณ 8-9 พันบาท เราก็เลยคิดว่า อุ้ย ห้องต้องสวย น้องต้องได้เที่ยว แล้วก็น้องอาจจะได้กินเบรกฟาสต์อร่อยๆ แล้วเขาก็พิมพ์มาว่ากิจกรรมเยอะเลย จะได้หากิจกรรมให้น้องทำ เพราะว่าแม่เองก็ไม่ค่อยมีที่จะพาน้องไปเที่ยว
ตอนแรกไม่ได้บอกว่าจะไปกี่คนค่ะ แต่พอมาเห็นตอนที่บุ๊กห้อง กลายเป็นว่าเป็นเตียงเดี่ยว แล้วก็ไม่มีคนไป เท่ากับว่าไป 2 คน ก็เลยบอกว่าพีเจเขาไม่ไปแล้วนะ น้องงอแงแล้ว น้องบอกไม่ไป เพราะไม่มีเพื่อนไปด้วยเลย ทีนี้เขาก็บอกว่าทำไมไม่ไปล่ะ นัดไว้แล้วนะ แคนเซิลไม่ได้ แล้วก็อยากให้น้องมีประสบการณ์ใหม่ๆ ได้ไปโรงแรม 5 ดาวนานๆ จะได้ไปสักที กว่าจะได้บัตรมา เดี๋ยวบัตรจะหมดอายุแล้ว แม่ก็เลยพยายามพูดกับน้อง น้องก็บอกว่าพี่เขาพูดคำหยาบ เราก็เลยบอกว่าพี่เขาขอโทษแล้ว เดี๋ยวพี่เขาจะพาไปปั่นจักรยานนะ ไปว่ายน้ำ แม่ว่าก็สวยดีนะจะได้ไปถ่ายรูปด้วย แล้วพี่เขาเป็นช่างภาพด้วย เผื่อพี่เขาจะถ่ายรูปให้น้องนะ
ด้วยความที่แม่ไว้ใจ คือไม่คิดเลย เพราะว่าตอนแรกที่เจอกันเลย แม่เองเป็นคนคุยกับเขา แล้วเห็นเขามาชอบน้อง เราก็เออ คนนี้น่ารักดี เรายังกิ๊กกั๊กๆ ยังแซวเล่นกันอยู่เลยว่าเธอเป็นแฟนฉันไหม ก็ยังมีความเป็นผู้ชาย เราไม่ได้คิดอะไรแล้วเวลาเจอก็จะถามพีเจอยู่ไหน มาอุ้มหน่อย มาส่งขึ้นรถ คือปกติเลย ทีนี้ตอนหลังเขาก็เลยบอกว่า ทำไมถึงไม่ไป น่าเสียดายนะ ไปแล้วจะติดใจนะ แม่ช่วยพูดกับน้องให้หน่อย เราก็เลยบอกว่าโอเค เดี๋ยวเราจะพูดให้”
เล่าเหตุการณ์ลูกชายถูกล่วงละเมิด ถูกบีบอวัยวะเพศ ล็อกตัว จนผวา
“ก็คือน้องบอกว่า น้องนอนไปตอนเที่ยงคืน น้องตื่นมาอีกที น้องรู้สึกว่าถูกบีบอวัยวะเพศค่ะ แล้วก็มีลึกลงรายละเอียดมากกว่านั้นนิดหนึ่ง แล้วน้องก็พยายามที่จะโทร.หาแม่ แต่เขาล็อกตัวเอาไว้ น้องบอกว่าเขาล็อกเอาไว้ ไม่ให้น้องจับโทรศัพท์ ซึ่งตอนนั้นน้องกลัวมาก น้องบอกว่าน้องนั่งตั้งแต่ตี 2 ผมจะร้องไห้ แล้วเขาก็ไม่ปล่อยตัวผมเลย ผมกลัวมาก ผมคิดถึงคุณแม่ ผมไม่รู้จะทำยังไง ผมตัวสั่นไปหมด ผมก็ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร คือมือเขาจะอยู่ตรงนั้นของผมตลอด ผมกลัวมากๆ
ก็เลยโทร. ไปถามเขาว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมน้องถึงมาพูดแบบนี้ เพราะกว่าน้องจะกล้าพูดคือตอนค่ำแล้ว น้องขอคิด น้องขอหายใจแป๊บหนึ่ง คือน้องก็กลัวค่ะ ทีนี้เขาก็บอกว่า ไม่ใช่ ไม่ได้ทำอะไร แค่หยอกเล่นกัน แต่เจตนาคือน้องเข้าวัยรุ่นแล้ว น้องเข้าใจเรื่องพวกนี้แล้ว น้องบอกว่ามันจะล้อเล่นได้ยังไง ในเมื่อผมนอนอยู่ ผมตื่นตี 2 ผมไม่ได้เล่นด้วยแล้วเขาก็ล็อกผมไว้ด้วย ผมจะโทร.หาคุณแม่ ให้คุณแม่มารับแล้วแต่ก็ไม่ได้ หลังจากที่เล่าแล้วน้องก็ตัวสั่น แล้วก็ผวาตลอด คือน้องกลัว”
พยายามไกล่เกลี่ย แต่ไม่ลงตัว
“ก็ไม่ข่มขู่ ก็ยังจะพยายามเหมือนจะไกล่เกลี่ย แต่มันไกล่เกลี่ยไม่ลงตัว เหมือนเขาจะพยายามผ่อนจ่ายให้ ตอนแรกที่คุยกัน จะเป็น 20,000 ค่ะ (เขาเสนอมาเลย?) ก็คุยกัน แล้วเราไม่รู้เรื่องพวกนี้เลยไงคะ แต่ทีนี้ตอนหลังก็เป็น 100,000 นึง แต่ว่าเขาขอผ่อนจ่ายภายใน 2 ปี โรสก็เลยบอกว่าให้ทำสัญญามาถ้าไม่อยากเป็นข่าวหรือเป็นเรื่องอะไรขึ้นมา เขาก็บอกว่าเขาขอพิจารณาก่อน เพราะตอนนี้เขาไม่แน่ใจว่าเดือนหนึ่งอาจจะ 5,000 ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะทำงานได้กี่บาท เขาก็เลยจ่ายเงินก้อนแรกมาให้ 5,000 แล้วก็เห็นยังโพสต์ไปที่สุวรรณภูมิ ยังโพสต์ไปกินดีมีสุขอยู่
เราบอกแล้ว กระทำกับเด็กอายุ 14 มันไม่สามารถยอมความได้ เขาก็เลยบอกว่าเขาขอโทษ จะมาขอโทษถึงที่ ขอโทษน้องและขอโทษแม่ จะไม่ทำแบบนี้กับคนอื่นอีก (แต่ในกระบวนการกฎหมาย เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ไม่สามารถยอมความได้ มันก็ต้องดำเนินคดีอาญาอย่างเดียว?) ค่ะ แต่เขาก็พยายามที่จะมาคุย เขาบอกว่าถ้าสมมติว่าเรามาแจ้งความแล้วมันเป็นคดีแล้ว มันไม่สามารถถอนแจ้งความได้ เพราะเป็นคดีอาญา เขาก็รู้ข้อกฎหมายอยู่แล้ว”
ยืนกรานขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
“ใช่ค่ะ ก็อยากให้คนได้รับรู้ด้วย เพราะว่าก็มีคนพูดเหมือนกัน ว่าเขาก็มีชวนเด็กไปนอนที่สตูดิโอด้วย ตอนแรกโรสก็ใจอ่อน เขาก็มาบอกว่าถ้าคุณทำอย่างนี้ คุณตัดแข้งตัดขาผม คุณไม่ให้ผมได้มีที่ยืนในการทำงาน ผมก็ไม่มีเงินมาจ่ายคุณ แล้วผมจะไปหาเงินจากไหนให้คุณ”
แจ้งความก่อนเรียกค่าทำขวัญ หวั่นเป็นแผลในใจลูกชาย ให้โอกาสแล้ว
“ตอนแรกจากที่ไม่ต้องการดำเนินคดี แต่ตอนหลังพอคุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะว่าเราก็ต้องพบจิตแพทย์ แล้วก็ต้องปรึกษาจิตแพทย์ ก็ต้องมีค่าทำขวัญให้น้อง ในการที่น้องหวาดกลัวแล้วตกใจ เราก็ไม่รู้ว่าน้องจะหายเมื่อไหร่ แล้วก็จะเป็นแผลติดตัวอย่างนี้ไปถึงเมื่อไหร่ ก็เลยต้องเรียกค่าทำขวัญน้อง แล้วก็ค่าสินไหมทดแทนให้น้องค่ะ
แต่ทางคุณแม่ทำเรื่องดำเนินคดีก่อน ส่วนเรื่องค่าสินไหมมันมาทีหลังค่ะ ก็มาแจ้งความไว้ก่อน แล้วเดี๋ยวก็ทางโรงพักก็จะมอบไปยังพื้นที่ที่เกิดเหตุ คือทางเขาใหญ่อีกทีหนึ่ง เหตุการณ์มันเกิดคืนวันที่ 22 (ระยะเวลานับจากวันที่ 22 มาถึงวันนี้ มันอาจจะดูช้าไป สำหรับการดำเนินคดี การแจ้งความ?) มันก็อาจดูช้าไป ด้วยความที่โรสคุยกับเขา แล้วเรารู้สึกใจอ่อน ก็คือเห็นว่าเขามีคนรู้จักในแวดวงเยอะเหมือนกัน ในแวดวงของการถ่ายรูปเด็ก แล้วพอคุยแล้วใจอ่อน ก็ไม่อยากตัดแข้งตัดขาเขา แต่ว่าเขาก็จ่ายมาเท่านี้ 5,000 ไปก่อน แล้วที่เหลือค่อยว่ากัน แล้วเดี๋ยวค่อยมาทำสัญญากันทีหลังว่าเราจะจ่ายไหวไหม เราก็รู้สึกว่าเหมือนเป็นสัญญาเลื่อนลอย เมื่อไหร่จะทำสัญญาให้ เราอุตส่าห์ไว้ใจ แล้วก็พยายามให้โอกาสแล้วนะ เราจะได้ไม่ต้องออกมาพูด แต่เขาก็บอกว่าขอพิจารณาดูก่อน ซึ่งไม่รู้พิจารณาเรื่องอะไร”
หากจ่าย 1 แสนอาจไม่แจ้งความ
“ตอนแรกคิดว่าจะไม่ ถ้าจบเท่านั้น แต่ว่ามันดูยืดเยื้อเกินไปกับการที่จะเข้ามาช่วยน้อง เพราะว่าตอนนี้น้องต้องการคนเข้ามาเยียวยาจิตใจก่อนในเบื้องต้นเราไปพบจิตแพทย์ก็ค่อนข้างต้องใช้เงินด้วย แล้วเขาก็ไม่ได้ตระหนักถึงตรงนี้ เพียงแค่ขอโทษเท่านั้นเอง
1 แสนไม่เท่าความรู้สึกของน้องที่เสียไปเลยค่ะ แผลเขาใหญ่มาก แล้วเขาก็เป็นคนบอกเอง ว่าคุณแม่แบบนี้ผมไม่โอเค ผมคิดว่าพี่เขาควรจะแบบรับผิดชอบมากกว่านี้ (ต้องการความยุติธรรม เพราะก็รู้สึกเสียใจมาก?) มากค่ะ แล้วก็ตอนนี้เขากลายเป็นกลัวไปเลย เวลาตอนนอนก็กลายเป็นผวาไปแล้ว นอนกอดบางทีก็ตัวสั่น ก็จะเพ้อหาคุณแม่ว่าคุณแม่ อย่าไปไหนนะ อยู่ใกล้ๆ ผมนะ กอดผมไว้แน่นๆ นะ
เราก็รู้สึกผิดเหมือนกันที่เราอุตส่าห์ไว้ใจเขา แล้วทุกครั้งที่หลับตาเราก็จะนึกถึงเหมือนเราเป็นน้อง แล้วเราโดนกระทำแบบนั้น โดนล็อกเอาไว้ ขังเอาไว้ในอ้อมกอดของเขา แล้วเขาก็ซบน้องด้วย แล้วน้องก็บอกว่าตัวแข็ง ทำอะไรไม่ได้ โรสคิดว่ามันนานมากสำหรับตี 2 ถึงประมาณ 6-7 โมงเช้าที่เขาไม่นอนเลย แค่นาทีเดียวมันก็นานแล้วค่ะ การที่เขาพยายามจะขัดขืน พยายามจะตี แต่ว่าคือเขาไม่สามารถขยับตัวได้เลย เราก็รู้สึกว่าไม่น่าเลย ทำไมเราถึงปล่อยลูกไป แล้วเราดูแลลูกไม่ดีหรือเปล่า เราไว้ใจคนเกินไปหรือเปล่า
วันนั้นเขาก็กลับมาส่งน้องปกติค่ะ เพราะเขามารับ เขาก็กลับมาส่ง แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีกเลย จนน้องกลับมาประมาณ 15.00 น. น้องเพิ่งมาโพล่งพูดตอน 20.00 น. ค่ะ ว่าแบบคุณแม่ ผมโดนแบบนี้ ผมโดนจับตรงนี้ แม่ก็ตกใจอยู่เหมือนกัน แล้วพอดีเพื่อนเข้ามาพอดี ทุกคนก็เลยโทร.ไปคุยกับเขาดีกว่า ถามว่าจริงไหมที่ทำแบบนี้ ก็มีคลิปถ่ายเอาไว้ หมายถึงว่ามีคลิปที่พูดคุย เขาก็ยอมรับแล้วเขาก็ขอโทษ ตอนแรกเขาบอกว่าหยอกเล่น แต่ว่าพอคุยไปคุยมา น้องบอกว่ามันไม่ใช่ความรู้สึกหยอกเล่นค่ะ”
ชี้หยั่งเชิงลูกชาย ถ้ายินยอม คงเลยเถิดไปมากกว่านี้
“ที่ลองคุยๆ มานะคะ เขาบอกว่าก็มีแต่ชอบชวนน้องผู้ชายไปนอนสตูดิโอ แต่ไม่แน่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า แต่สำหรับน้องก็คิดว่าเขาอาจจะหยั่งเชิงน้องดูหรือเปล่า ถ้าเผื่อน้องยินยอม คือคุณแม่คิดไปทางนั้นนะคะ ว่ามันอาจจะเลยเถิดมากไปกว่านั้นก็ได้ แต่คราวนี้น้องไม่โอเคอะค่ะ”
รับคู่กรณีมีอาชีพช่างภาพ
“ใช่ค่ะ คล้ายๆ กับคนที่ถ่ายโปรไฟล์ แล้วก็ไปทำคอมการ์ด เพื่อที่จะส่งรูปให้โมเดลลิ่งอีกที (เป็นภัยต่อเด็กและสังคมมากแค่ไหนในมุมของคุณแม่?) ก็ถ้าเขามีเจตนาอย่างนั้นจริงๆ มันก็เป็นภัยค่ะ บางคนเขาก็อยากให้ลูกแบบได้ถ่ายรูปสวยๆ เพราะเขาถ่ายรูปสวย ฝีมือค่อนข้างดี แล้วก็อยากให้ลูกแบบได้งาน เขาก็ต้องเลือกช่างภาพที่แบบถ่ายรูปดีๆ ส่วนใหญ่เขาจะถ่ายรูปเด็กค่ะ ก็ยังเห็นเขาบินไปต่างประเทศ ไปถ่าย ไปรีวิวโรงแรมบ้าง ไปถ่ายหลายอย่าง ก็เห็นเขาไปต่างประเทศบ่อยๆ
ตอนนี้ก็ไม่ได้พูดคุยแล้ว ก็เห็นโพสต์ลงว่าจะไปต่างประเทศ ไปทำงาน ไม่รู้ไปต่างประเทศหรือเปล่า แต่ว่าอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เหมือนไปทำงานก่อนนะ แล้วก็ลงรูปกินอาหาร แบบยังแฮปปี้อยู่”
ยอมรับใจสลาย ลูกชายสะอื้นไห้ทั้งคืน
“ใจสลาย ทุกครั้งที่นอนจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นเขา ตอนนั้นเขาจะรู้สึกยังไง เพราะตอนที่เขากอดไว้แน่นๆ เลยแล้ว เขาสะอื้นออกมาทั้งคืน ก็คือรู้สึกว่าเขาคงกลัวแล้วเก็บไว้กับตัวเองนานมาก แล้วไม่กล้าที่จะพูดกับแม่ คือไม่รู้จะพูดยังไง แต่ตอนหลังเขาก็ถือว่าเขากล้ามากที่เขาพูดออกมา”
“วันนี้อยากให้คนได้รับรู้ว่าเขาทำอะไรกับลูกของเรา เราไม่รู้ว่าจะมีคนเคยโดนหรือเปล่า แล้วก็จะได้รับเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้พ่อๆ แม่ๆ ด้วยว่าอย่าไว้ใจคนง่ายๆ เพราะตอนนี้งงมาก คือไม่คิดว่าเป็นแบบนี้ และไม่คิดว่าเขาจะเป็นแบบนี้ คือเชื่อใจมากจริงๆ ด้วยความเชื่อใจเลยปล่อยน้องไป
ก็อยากฝากบอกเขาว่าการที่เขามาขอโทษส่วนตัว หรือว่าการที่เขาบอกว่าจะไม่ทำอย่างนี้กับคนอื่นอีก โรสก็ไม่รู้ว่าเขาเคยทำแบบนี้มาหรือยัง หรือว่าจะทำต่อไปไหม เขาบอกว่าอนาคตเรายังเจอกันได้นะ ยังไปถ่ายรูปได้ต่อนะ ถ้าเราเคลียร์กันลงตัว เดี๋ยวจะพาไปเที่ยวเพิ่มนะ โรสก็จะบอกเขาว่า โรสให้โอกาสเขาแล้วนะ ให้โอกาสเขาเพื่อที่จะไม่ตัดแข้งตัดขาในการทำงานของเขาแบบที่เขาบอก แต่ว่าเขาเหมือนวางใจเกินไป แล้วก็เหมือนคิดว่าแค่เอาเงินปิดปากแล้วมันจะจบ ซึ่งสำหรับจิตใจน้องมันไม่จบ เพราะตอนนี้เราะน้อง 13 จะเข้า 14 มันจะเป็นแผลไปจนโต”
เผยลูกชายเป็นคนอนุญาตให้แจ้งสื่อให้รับทราบ ไม่หวั่นโดนล้อที่โรงเรียน
“สำหรับเรื่องที่ออกมาพูด น้องเป็นคนอนุญาตให้แม่และต้องการที่จะให้สื่อรู้ด้วย อันนี้น้องเป็นคนพูดของน้องเองนะคะ แล้วน้องบอกว่า น้องไม่อายเพื่อนที่โรงเรียน ส่วนใหญ่ถ้าสมมติว่าเพื่อนที่โรงเรียนจับเล่นกัน เขาก็แค่จะแซวกันว่า อุ้ย โดนจับมาเหรอ โดนจับเล่นกันนะ แต่เพื่อนในโรงเรียน เขาบอกว่าเขาซัปพอร์ตความรู้สึกเขาเสมอ ถึงแม้ว่าจะเป็นการออกข่าวหรือรู้ว่าเป็นใคร เขาก็รู้ว่าเพื่อนของเขาจะซัปพอร์ตเขา แล้วก็การเล่นของเด็กผู้ชายมันจะมีอยู่แล้วในวัยนี้ แต่ไม่ได้เกินเลยถึงขั้นนั้น เขาก็เลยเขาก็รู้สึกว่ามันไม่เหมือนเพื่อนเล่นกัน แต่สำหรับเพื่อนในโรงเรียน ก็คงจะโดนล้อประมาณเท่านี้ คงจะไม่โดนล้ออะไรเยอะ เขาอยู่ในกลุ่มเรียบร้อยค่ะ
ก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่อยากให้เขาทำแบบนี้กับใครอีก เขาบอกว่าเธอฟังคนอื่นเยอะไป เธอเลยมานั่งปวดหัวเหนื่อยเปล่าๆ คนนั้นก็จะบอกให้ไปฟ้อง คนนี้ก็จะบอกให้ไปแจ้งความ แทนที่เราจะคุยกันลงตัวแล้วจบตรงนี้ มันก็จะเป็นเรื่องเป็นราวไปอีก แทนที่ฉันจะเอาเงินไปจ่ายค่าศาล ฉันเอาเงินมาให้เธอไม่ดีกว่าเหรอแต่โรสคิดว่ามันไม่ยุติธรรมกับลูกค่ะ และกับโรสเองด้วย”
ลูกชายสบายใจขึ้น หวังได้รับความยุติธรรม
“ตำรวจก็ทำใบแจ้งความไว้ ลงบันทึกประจำวันไว้ด้วย แล้วก็เดี๋ยวจะนัดน้องอีกทีมาสอบปากคำโดยสหวิชาชีพค่ะ เพราะว่าเด็กต่ำกว่า 18 ต้องมีสหวิชาชีพมาตอนนี้เบื้องต้นก็คือล่วงละเมิดทางเพศค่ะ เพราะว่ามันยังไม่มีอะไรเกินเลยมากไปกว่านั้น แต่ก็สบายใจขึ้น แล้วน้องก็สบายใจขึ้นด้วยค่ะ ว่าผมก็จะได้ความยุติธรรม
ถามว่าตำรวจเขาจะดำเนินการยังไงต่อไป ตำรวจมีอยู่ 2 ทาง ก็คือจะให้มาที่นี่ มาไกล่เกลี่ยกัน หรือว่าจะไปที่เขาใหญ่ ไปที่เกิดเหตุเลย เพื่อที่จะไปทำคดีที่โน่น ก็แล้วแต่ ยังไม่รู้ว่ายังไง วันนี้เป็นรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี ความผิดอนาจาร เจ้าหน้าที่จะให้มาไกล่เกลี่ยที่นี่ก่อนเบื้องต้น ก็ต้องรอทางนั้น เพราะตอนนี้บินไปไหนก็ไม่รู้ โทร.ไปก็ไม่ติด ไม่สามารถติดต่อได้ หากเจ้าหน้าที่ติดต่อได้ ถึงจะทราบความคืบหน้า”


