“บุ๋ม ปนัดดา” สายตรงเคลียร์ “ดร.มัลลิกา” ปมดรามาติดยศทหาร อึ้งอีกฝ่ายอ้างมันคือการแสดง แต่เข้าใจเป็นสไตล์ ยังรักและเคารพ ยันสมัครงานแฟร์ๆ ไร้เส้นสาย ไม่เอาตัวเองไปแลกกับตำแหน่งที่ไม่ได้เงิน
ในงานเปิดตัว Implant Dental Center พิธีกรและนางสาวไทยตัวแม่ “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ประเด็นร้อน กรณีที่มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับการติดยศทหารในฐานะกำลังพลสำรอง รวมถึงกรณีที่ “ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข” ออกมาโพสต์สงสัยถึงที่มาที่ไปของตำแหน่งดังกล่าว
“ที่ติดยศทหาร สำหรับกำลังพลสำรอง ไม่ใช่ปีบุ๋มปีแรก มีมาตั้งแต่ 2566 แล้ว รุ่นบุ๋มเป็นรุ่นที่ 3 รุ่นที่ 4 แล้ว แล้วการประกาศตำแหน่งนี้มีมาเกือบ 1 ปีแล้ว สำหรับปีที่บุ๋มลง 69 ใครจะสมัครก็ได้ เพียงแต่ว่าต้องมีการจบการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน ที่ตรงกับที่เขาคัดเลือก แล้วเท่าที่ทราบปนัดดายื่นใบสมัครหนาสุดเลย เอาจริงเอาจังมาก เพราะเราคิดแล้ว
อย่างที่ประกาศกับทุกคนว่าตั้งแต่ก่อนที่บุ๋มจะอายุ 50 แล้วว่าชีวิตที่เหลือจะเอาชีวิตนี้ทำงานเพื่อชาติแล้ว ก็จะทำอย่างนั้นจริงๆ ก็เลยไปสมัครงานอย่างที่เห็น แต่เป็นตำแหน่งงานหัวหน้าประชาสัมพันธ์ เมื่อเทียบตามอายุ ไม่ใช่ดัง ไม่เกี่ยว เมื่ออายุดิฉัน 50 อัป มันจะเป็นยศตามอายุและการศึกษาที่จบ ดิฉันก็จบตั้งดอกเตอร์เนอะ ใบ Certificate มากกว่า 20 ใบเนอะ ดิฉันก็เอาไปยื่นเขาทั้งหมดอย่างที่เห็น แล้วก็ที่สำคัญคือเรามีประสบการณ์อยู่ในวงการสื่อมาจริงๆ และเวลาสอบสัมภาษณ์ เกือบ 30 คนที่นั่งสอบสัมภาษณ์เรา ไม่ใช่มีแผนกบุ๋มแผนกเดียว เขาจะมีแผนกที่เกี่ยวกับพลังงาน โดรน แผนกวิทยาศาสตร์ แผนกอะไรหลากหลายเลย ไม่ใช่แค่ประชาสัมพันธ์
แต่ด้วยตำแหน่งของบุ๋มคือหัวหน้าประชาสัมพันธ์ บุ๋มได้เปรียบคนอื่นในฐานะที่เคยเป็นโฆษก ศบ.ทก.ตรงนี้เราก็เลยจะได้เปรียบกว่าคนอื่นในการทำงานกับทางทหารมาก่อนแล้ว และการเป็นโฆษกที่มันภาพชัดเจนอยู่แล้ว มันก็เลยได้เปรียบ แต่กว่าจะผ่านด่านโดนถามเยอะมาก ครึ่งชั่วโมง ถามเรื่องแผนงานว่าจะทำยังไง จะมีอะไรยังไง คือถามเยอะมาก ดังนั้นบุ๋มภูมิใจมากที่บุ๋มได้ตำแหน่งนี้ เพราะว่ามันเป็นการสมัครงานที่ชัดเจน แฟร์สุดๆ แล้วก็มีการถ่ายภาพทุกขั้นตอน ใครได้ที่ 1 2 3 คะแนนเท่าไหร่ มันชัดเจนหมดเลย วันนี้ยังไม่ติดยศ ต้องไปเรียน มีเรียน 80 ชั่วโมงก่อน แล้วมีฝึกภาคสนามแบบทหารด้วย”
เคลียร์ “ดร.มัลลิกา” ตรงๆ ไม่ได้ใช้เส้น ไม่เอาตัวเองไปแลกกับตำแหน่งที่ไม่ได้เงิน อีกฝ่ายบอกมันคือการแสดง
“ที่ดร.ติ่งออกมาพูดว่าบุ๋มปนัดดาจะได้ได้ยังไง บุ๋มว่าวันนั้น ดร.ติ่งไม่ทราบกระบวนการมากกว่า และอาจจะไม่รู้เห็นเรื่องของการสมัครงานแบบนี้ จริงๆ แล้วบุ๋มไม่ใช่คนแรก มีมาหลายปีแล้ว แล้วอย่างที่ 2 คือบุ๋มก็แคปแล้วก็ไลน์ไปถาม ดร.ติ่งตรงๆ บอกแล้วว่าบุ๋มสายตรงอยู่แล้ว ดร.ติ่งก็ตอบกลับมาด้วยความเคารพรัก อยากจะเปิดคลิปให้ดู ด้วยความเคารพรักพี่ก็เป็นห่วงจริงๆ เราโอเค แสดงก็แสดง พี่เขาห่วงเรา ไม่เป็นไร เราถือว่าเป็นการแสดง คือ ดร.ติ่งบอกว่ามันคือการแสดง เราโอเค แสดงก็แสดง
(เราโทร.ไปเพราะว่าเขางง ก็เลยอยากจะไปชี้แจงใช่ไหม?) ใช่ เราชัดเจนอยู่ทุกก้าวในการทำงานอยู่แล้ว บุ๋มคือดารา บุ๋มคือคนที่มีชื่อเสียง ถ้าบุ๋มไปสมัครงานแบบใช้เส้น บุ๋มโดนด่าชั่วนาตาปี บุ๋มโดนด่าถึงพ่อถึงแม่แน่นอน ซึ่งบุ๋มไม่เอาตัวเองเข้าไปแลกกับตำแหน่งที่ไม่ได้เงิน ทุกวันนี้บุ๋มทำงาน บุ๋มไม่เอาตัวเองและพ่อแม่ไปแลกกับจุดนี้แน่นอน แต่เมื่อบุ๋มตัดสินใจว่าจะทำอะไรเพื่อประเทศชาติ
สิ่งหนึ่งที่ยอมไปอยู่ในจุดนี้เพราะอะไร มันคือการถามตัวเองมากกว่าว่าถ้าฉันไปทำงานตรงนี้ เราจะเอาเวลาไปทุ่มกับเขามากได้แค่ไหน เพราะมันต้องคุยกับทั้งครอบครัวด้วยว่าบุ๋มจะกลายเป็นทหารแล้วนะ บุ๋มจะต้องทำหน้าที่มากกว่านี้แล้วนะ และสิ่งที่คุยกันในครอบครัวก็คือเวลาลงพื้นที่ในการมีอุทกภัย มันคือจุดที่ทำให้บุ๋มเชื่อมงานกับทหารได้ง่ายขึ้น ไม่มีจุดอื่นเลย นี่คือการทำงานที่บอกแล้วว่าที่เหลือคือสำหรับเพื่อประเทศชาติแล้วจริงๆ มันไม่มีอะไรมากกว่านี้อีกแล้ว เพียงแต่ว่ากับทาง ดร.ติ่ง ก็ชี้แจงให้รับฟังเรียบร้อย ด็อกเตอร์ก็เข้าใจ แล้วด็อกเตอร์ยังชวนไปเป็นรองผู้ว่าฯ ด้วยกันเลย แต่บุ๋มก็บอกไปแล้วว่าบุ๋มขออนุญาตทำงานกู้ภัยเหมือนเดิมดีกว่า เพราะว่าการทำงานการเมืองไม่ใช่สายที่บุ๋มถนัดจริงๆ”
อึ้งกับคำว่าการแสดงแต่เข้าใจเป็นสไตล์ ยังรักและเคารพ
“คำแรกก็อาจจะมีอึ้งๆ บ้าง ว่าพี่เราแสดงแรงจัง แต่ก็เข้าใจตามสไตล์ของ ดร.มัลลิกา เพราะเราก็ยังรักและเคารพพี่เขาเหมือนเดิม เรารักกันค่ะ”


