“บุ๋ม ปนัดดา” รับเสืxกจริง อยากรู้ทำไม “ปู มัณฑนา” ไม่คืนเงิน ไม่ได้กวนตีx อยากฟ้องก็ไปฟ้อง “อ.ประมาณ” ที่มานั่งอยู่ในรายการเป็นตัวแทนปู ในรายการเคลียร์ชัดชัด งงทุกที่เล่นข่าวปูหมด แต่โดนอยู่คนเดียว แถมเป็นรายการเมื่อ 2 ปีก่อน ลั่นถ้าเป็นเมื่อก่อนฟ้องกลับ แต่วันนี้ทำงานเพื่อสังคม ไม่มีพลังไปตีกับใครแล้ว
วันที่ 27 เมษายน 2569 ณ The Wireless Club ในงานเปิดตัว Implant Dental Center ศูนย์รากฟันเทียมมาตรฐานโลกแห่งใหม่ พิธีกรสาวแกร่ง “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ได้ออกมาเปิดใจถึงประเด็นดรามาร้อนแรงกับ “ปู มัณฑนา หิมะทองคำ” หลังถูกอีกฝ่ายพาดพิงผ่านสื่อและโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับกรณีการสัมภาษณ์เรื่องหนี้สินเมื่อ 2 ปีก่อน ถึงขั้นปูหลุดพูดคำว่าเสืxก
“จริงๆ แล้วขอพูดจากใจเลย เรื่องของคุณปู มัณฑนา ไม่ได้อยากตอบ เพราะว่าตอนนี้ยังงงอยู่เลยว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะว่าเทปสัมภาษณ์เรื่องราวเกี่ยวกับคุณปูเมื่อ 2 ปีก่อน กับรูปแบบรายการที่จะเอาสองฝ่ายมาคุยกัน วันนั้นบุ๋มไม่ทราบหรอก เพราะบุ๋มเป็นแค่พิธีกรของรายการเคลียร์ชัดชัด โปรดิวเซอร์จะติดต่อใคร วันนี้จะให้บุ๋มสัมภาษณ์ใคร บุ๋มจะไม่รู้เลยจนกระทั่งมาถึงหน้างาน แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพของเราในการทำงาน เราก็จะสัมภาษณ์ทุกอย่างทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ร้าย จะเป็น UFO จะเป็นปอบ จะเป็นอะไร ดิฉันสัมภาษณ์หมด ทีนี้บุ๋มก็ไม่ทราบว่าเรื่องราวในวันนั้น การที่แขกรับเชิญเป็นคุณลูกหมี (รัศมี ทองสิริไพรศรี) กับทนายอาจารย์ประมาณ (ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช) ที่มานั่ง มาจากที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ด้วยความเข้าใจบุ๋มก็คงคิดว่าตอนนั้นถ้าย้อนกลับไป 2 ปีที่แล้ว คุณปูมีความเครียดเกิดขึ้น เราก็เลยถามไปทางทนายของคุณปูคืออาจารย์ประมาณในวันนั้น อาจารย์ก็เลยมาในฝั่งของคุณปู
ซึ่งถ้าวันนั้นคุณปูบอกว่าไม่ได้ติดต่อฉัน แล้วฉันไม่รู้เรื่องเลยว่าทำไมอาจารย์ประมาณมาอยู่ตรงนั้นแทนคุณปู บุ๋มแนะนำให้คุณปูฟ้องทนายอาจารย์ประมาณ ไปแทนคุณปูได้อย่างไร ตอบคำถามจนประชาชนไม่พอใจ ว่าบุ๋มถามทำไม่มีคืนเงิน หรืออะไรก็ตาม แนะนำให้ฟ้องทนายอาจารย์ประมาณ เพราะว่าวันนั้นบุ๋มไม่ทราบที่มาที่ไปว่ายังไงอาจารย์ถึงมานั่งตรงนั้นแทนคุณปู ถ้าคุณปูไม่อนุญาต อาจารย์ไม่มีสิทธิ์มานั่งตรงนั้นในนามของคุณปู ซึ่งอันนั้นไม่ทราบเลยว่าเกิดอะไรขึ้น คุณปูต้องฟ้องอาจารย์
บุ๋มเห็นข่าวจากการที่จู่ๆ ก็มาฟาด ก็เลยถึงบอกว่ายังงงจนถึงตอนนี้ เพราะ 1 ดิฉันไม่มีส่วนรับผิดชอบในการเชิญแขก ไม่ทราบหรอกว่าแขกคือใคร 2 คือเรื่องมันตั้ง 2 ปีมาแล้ว จนกระทั่งรูปแบบรายการเปลี่ยนไปแตะการเมืองแล้ว ตอนนี้บุ๋มเชิญคุณปูยังมาไม่ได้เลย เพราะมันเป็นการเมืองไปแล้ว ก็เลยยังงงอยู่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น สามทุกรายการเล่นหมด ไม่ว่าจะเป็นรายการข่าว รายการทอล์ก ทุกรายการเล่นเรื่องคุณปูหมด เพราะมันเป็นประเด็นที่ดังมาก แล้วก็เลยยังงงอยู่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วที่ผ่านมาไม่ได้มีการแตะอะไรคุณปูเลย แม้กระทั่งตอนอ่านข่าวในรายการตกมันส์บันเทิง บุ๋มยังอ่านเฉพาะหน้าข่าวเลยเท่านั้น เพราะเรารู้ว่าความเซนซิทีฟของคุณปูมีมากแค่ไหน (เขาบอกว่าอย่าโกหกสังคม?) คำว่าโกหกสังคมคือไม่ได้ติดต่อฉันมา อันนั้นบุ๋มถึงเข้าใจว่ารายการติดต่อไปแล้วกลายเป็นอาจารย์ประมาณแทนไง วันนี้บุ๋มก็ชี้แจงตามขั้นตอนของการเชิญแขก ไม่มีการโกหกสังคมอยู่แล้ว”
ยอมรับเสืxกจริง อยากรู้ทำไมปู มัณฑนาไม่คืนเงิน
“คำว่าอย่าเสืxก ถ้าเกิดเป็นปนัดดาสมัยก่อนอาจจะฟาดกลับ แต่ ณ วันนี้ขอให้ทุกท่านติดตามโซเชียลของปนัดดาด้วย คุณจะรู้ว่าเมื่อคืนบุ๋มนอนดึกมาก เพราะบุ๋มลงพื้นที่ บุ๋มไปไล่จับผู้ร้ายมา ที่มีเด็ก 10 คนโดนล่วงละเมิด กว่าบุ๋มจะเคลียร์คดีของเด็กได้ กว่าบุ๋มจะคุยกับผู้ปกครอง กว่าบุ๋มจะจับผู้ร้าย กว่าบุ๋มจะเคลียร์กับทาง พม. ให้มาประสานงานกับเด็กต่อ กว่าจะคุยกับผู้กำกับทางสถานี มันเป็นขั้นตอนและพลังงานบุ๋มไปตรงนั้นเยอะมาก ดังนั้นถ้าถามจริงๆ ว่าบุ๋มจะมีพลังงานเหลือน้อยนิดมากในการมานั่งปะทะกับคนอื่น ถ้าคุณสังเกตดูหลังๆ พอมีอะไรมาอย่างนี้ บุ๋มถอยตลอดนะ เพราะบุ๋มรู้สึกว่าชีวิตบุ๋มไม่ต้องการเอาเวลาไปใช้กับอย่างนั้นแล้ว บุ๋มอยากใช้พลังงานที่บุ๋มอยู่ไปลงพื้นที่ บุ๋มลงไปชายแดน บุ๋มต้องอยู่ตรงนี้ บุ๋มต้องช่วยเด็ก บุ๋มต้องทำงานเพื่อสังคมอีกเยอะมาก
โดยที่บุ๋มแคร์ว่าบุ๋มพยายามเซฟตัวเองให้ได้มากที่สุดในวันนี้กับสุขภาพจิตของบุ๋ม เพราะบุ๋มเจอเรื่องที่เครียดมาเยอะ แต่ทีนี้พอคุณปูพูดว่าอย่าเสืxก ก็เถียงไม่ออก เพราะก็เสืxกจริงๆ เฮ้ย เราเสืxกทุกเรื่องนะ ไม่ได้เสืxกเรื่องแค่คุณปูอย่างเดียว อันนี้ก็ยอมรับจากใจว่าก็เสืxก เพราะเราก็อยากรู้ว่าทำไมไม่คืนเงิน”
ไม่ใช่หน้าที่ แต่คือความเสืxกของทุกคน เป็นเมื่อก่อนจะฟ้องกลับ แต่วันนี้ไม่มีพลังงานเหลือไปตีใครแล้ว
“มันไม่ใช่หน้าที่หรอก มันเป็นความเสืxกของทุกคนอยู่แล้ว อย่าบอกนะว่าคุณผู้ชมทางบ้านไม่ตาม ไม่จี๊ดหรอก ไม่จี๊ดแล้ว วัยฉันไม่จี๊ดแล้ว วัยนี้ก็ยอมรับตามสภาพ ยอมรับว่าเสืxกครับ แล้วก็ไม่ได้เสืxกเรื่องคุณปูอย่างเดียว เรื่องคนโน่นใครเลิกกัน ก็อยากรู้ทุกเรื่องแหละ มันเป็นส่วนหนึ่งในงานของเรา จะอ้างอย่างนั้นก็ได้ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่หรอก ถ้าเป็นปนัดดาเมื่อ 10 ปีที่แล้วอาจจะฟ้องกลับ แต่ ณ วันนี้พลังงานไม่เหลือไปตีกับใครแล้ว
เรื่องจะลงไปเล่นกับเขาด้วยไหม ก็ตอบกลับแบบนิ่มๆ อย่างนี้แหละ แต่ก็ยังงงอยู่ว่าทุกรายการเล่นหมด ถ้าจะตามด่ากรุณาหันกล้องไปทางโน้น พวกนี้เล่นหมดเลย เล่นข่าวคุณปูหมดเลย ถ้าด่า ด่าให้ครบ”
บอกไม่ได้บอบช้ำฝ่ายเดียว ลูกหมีก็บอบช้ำเหมือนกัน ลั่นไร้สาระ
“เดี๋ยวๆ จะบอบช้ำอยู่ฝ่ายเดียวสิ ลูกหนี้ก็บอบช้ำ มันก็บอบช้ำกันทุกฝ่ายแหละ แล้วคนที่อยู่เฉยๆ แล้วทำรายการไปตั้ง 2 ปีจนลืมไปแล้วมาทำก็บอบช้ำ เอาจริงๆ แต่บุ๋มกลับมองว่าเด็กๆ ที่โดนเมื่อคืนบอบช้ำกว่า ดังนั้นเรื่องนี้คือเรื่องไร้สาระสำหรับบุ๋มแล้ว เรื่องนี้คือมันไม่ใช่ ดังนั้นคุณปูจะว่าอะไรว่าเลย ไม่ว่าคืนอะไรเลย เพราะว่าเรารู้สึกว่าเราก็เสืxกเรื่องเขาจริงๆ”
โต้อีกฝ่ายโดนโจมตี อ้างสื่อไม่ทำข่าวให้
“แล้วทำไมพวกเธอไม่ทำข่าวให้เขา (เขาไม่ออกมาให้สัมภาษณ์?) ก็นี่ไง ก็เธอตอบเขาไปสิ แล้วทำไมฉันต้องเป็นคนตอบล่ะว่าคุณปูไม่ให้สัมภาษณ์ เดี๋ยวฉันก็โดนคุณปูด่าอยู่คนเดียว ทั้งๆ ที่พวกแกก็อยากจะสัมภาษณ์เขาไหมเล่า”
ต่อไปเซฟตัวเองไม่พาดพิงใคร ไม่ได้กวนตีx ทำไมไม่ฟ้องอ.ประมาณ ที่มาเป็นตัวแทนปูอยู่ในรายการ
“ก็อาจจะเป็นการเซฟของบุ๋มก็คือการให้สัมภาษณ์อย่างนี้ว่า หนึ่งคือไม่พาดพิงใครแล้ว สองคืออยากด่าอะไรมาด่ามาเถอะ ไม่ว่าอะไรเลย เราก็เคลียร์ในจุดที่เราทำงาน ณ เวลางานเท่านั้นเอง ในความเป็นจริงจะบอกว่าโกหก ก็มันตามขั้นตอนของการเชิญแขก เขาคงต้องเชิญแขกที่สามารถให้ข้อมูลได้ แต่มันไม่ใช่มาตีกัน แต่เราต้องการข้อมูลที่ให้ได้แค่นั้นเอง ทนายอาจารย์ประมาณก็เป็นตัวแทนของคุณปูในวันนั้น แต่ถ้าไม่ใช่ คุณปูฟ้องอาจารย์เลย แค่นั้นเอง อันนี้ในการปกป้องสิทธิ์ ไม่ได้กวนตีนนะ พูดตรงๆ เป็นการแนะนำตามสิทธิ์ที่ควรจะเป็นในการปกป้องตัวเอง บุ๋มว่าคุณปูมีหลายคดีที่ต้องจัดการชีวิตตัวเองมากพออยู่แล้ว บุ๋มไม่ไปอะไรกับคุณปูเพิ่มเติม เพราะบุ๋มว่าแค่นี้ชีวิตเขาก็หนักมากพอแล้ว”
เมินเพจคุณหญิงกอบโกยบอกปูสวยกว่า
“ที่คุณหญิงกอบโกยบอกว่าคุณปูสวยกว่าแม่ ค่ะ สวยกว่าค่ะ สบายใจแล้วใช่ไหมคะ จบเนอะ ใครอยากสวยกว่าสวยเลยค่ะ ไม่มีปัญหาค่ะ จะให้คุณปูสวยกว่า จะสวยด้วยแอปฯ สวยเลยค่ะ ไม่ว่าเลย ใครอยากสวยกว่าสวยเลยค่ะ คือบุ๋มว่าคุณหญิงกอบโกยก่อนที่จะกัดบุ๋ม ไปดูเพจดีๆ ก่อนที่เขาตัดต่อถูกต้องก่อน ไม่ใช่เอาที่ดิฉันเถียงกับอดีต สส. ท่านหนึ่งแล้วเอามาสลับกันแบบนี้ แล้วเอามาด่าดิฉัน คือการด่าโดยการเปรียบเทียบกับคนอื่น บุ๋มว่าบุ๋มโดนมาตั้งแต่เป็นนางงามแล้วค่ะ ว่าใครสวยกว่าใคร บุ๋มก็ไม่ได้บอกว่าตัวเองสวยที่สุดถึงได้นางสาวไทยนะคะ แต่บุ๋มพร้อมที่สุดในการทำหน้าที่ในปีนั้น เขาถึงเลือก แค่นั้นเอง (เขาเป็นรุ่นพี่นางงาม?) เขาเป็นรุ่นพี่ เขาประกวดก่อน (เวทีเดียวกัน?) จำไม่ได้ ไม่แน่ใจ แต่บุ๋มว่าทุกคนสวยคนละแบบอยู่แล้ว
การเป็นพิธีกรรายการข่าว เดี๋ยวนี้ต้องระวังมากขึ้นค่ะ เพราะว่าฟ้องร้องกันง่ายมากขึ้น แล้วเวลาเขาฟ้องเขาไม่ได้สนว่าเราต้องอ่านตามสคริปต์ข่าวที่มาวางเท่านั้น แต่เขาฟ้องหมด แม้กระทั่งในตัวของนักข่าวที่อ่านข่าวเขาด้วย ฟ้องช่องด้วย ฟ้องรายการด้วย มันเละเทะและมันวุ่นวาย
ถามว่าเคยเจอเคสแบบนี้ไหม เคยเจอตอนสัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องของการบุกรุกบ้านค่ะ แต่นั่นมันนานมาแล้วค่ะ ดังนั้นเราถึงต้องเชิญสองฝ่ายไง คือจะไม่เชิญฝ่ายใดฝ่ายเดียว หลังๆ ที่เคยโดนฟ้องรวบแบบนั้นแล้ว ทั้งรายการทั้งตัวเรา จากนั้นบุ๋มก็เลยเสนอเป็นรายการที่ต้องมีสองฝ่ายในการพูดคุยกันเลยนะ เคลียร์ชัดๆ กันไปเลยนะ จะด่าก็ด่ากันตรงนั้นเลยนะ แล้วให้มันจบตรงนั้น แต่คราวนี้ไม่จบก็ยังงงอยู่ ณ วันนี้ก็ยังงงอยู่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะดิฉันอยากเอากล้องหันไปทางนี้มาก นักข่าวพวกนี้เล่นหมดเลยนะคะ เรายุ่งเรื่องคุณปูหมดเลยค่ะ ไม่ใช่บุ๋มคนเดียวแล้ว ทุกรายการค่ะ เพียงแต่ว่าก็ยังงงว่าทำไมมาเล่นบุ๋มอยู่ตรงนี้ นอกเหนือจากพี่หนุ่ม (กรรชัย กำเนิดพลอย) ก็มาเป็นบุ๋มเนี่ยแหละ ถ้าหมายศาลถึงแม่ แม่ก็ต้องไปเคลียร์ตามหมายศาลค่ะ ก็แค่นั้นเอง”
งงชี้นำยังไง ถ้าทะเลาะก็แนะนำให้คืนเงินเขาไป
“ชี้นำยังไง ก็วันนั้นมีประโยคหนึ่งที่เป็นความเห็นตัวเองก็คือว่า ถ้าจะทะเลาะกันก็แนะนำให้คุณปูคืนเงินไปซะ แล้วจะฟ้องหมิ่นประมาทหลังจากนั้นก็ฟ้องไป ก็แค่นั้นเอง ไม่ได้ชี้นำอะไรเลย แค่พูดในมุมของตัวเองว่า คงไม่อยากให้ใครมาด่าเราเพิ่ม ว่าถ้าหมิ่นประมาท เธอว่าฉัน ฉันว่าเธอ ต่างคนต่างฟ้องเรื่องหมิ่นประมาทมันจบไง แต่ถ้าประเด็นของเรามันติดขัดข้อหาเรื่องของการไม่คืนเงินด้วย มันโดนด่ามากกว่าไง เราก็เลยแนะนำไปว่า ก็คืนเงินไปซะ จากนั้นจะฟ้องหมิ่นประมาทก็ฟ้องไป แค่นั้นเอง ถ้าเกิดนี่คือการชี้นำ อันนี้ขออภัย แต่บุ๋มพูดในมุมของเราว่า ถ้ามันจะสู้แบบแฟร์ๆ มันต้องสู้แบบหมิ่นประมาทกับหมิ่นประมาทด้วยกัน มันไม่ใช่กรณีทางแพ่งด้วย”


