xs
xsm
sm
md
lg

Dr.PONG รุกตลาดสกินแคร์ เปิดตัว activeIN™ Series นวัตกรรมระดับโลก ดึง เพิร์ธ-แซนต้า นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ ชู Experience Marketing เชื่อมไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้มองหาผลิตภัณฑ์สกินแคร์เพียงแค่ “การบำรุงผิว” แต่ให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์” ที่เชื่อมโยงเข้ากับไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว แบรนด์เวชสำอางค์ชั้นนำของไทยอย่าง Dr.PONG ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพและประสบการณ์ของผู้บริโภคได้อย่างครบถ้วน ด้วยการจัดอีเวนต์ใหญ่ เพื่อเปิดตัว ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม activeIN™ Series พร้อมดึงคู่จิ้นกระแสดี เพิร์ธ-แซนต้า นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ พร้อมยกระดับการสื่อสารผ่านกลยุทธ์ Experience Marketing อย่างเต็มรูปแบบ

นพ.ยุวพงศ์ สุทธินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้อัปเดตภาพรวมตลาดความงามของไทยและกล่าวถึงการเปิดตัวสินค้าใหม่ในครั้งนี้ว่า “เรามีเป้าหมายชัดเจนมาก ว่าอยากผลักดัน Skin Tech ของไทย ให้ไปไกลสู่ระดับสากล เพราะเราเชื่อว่า นักวิจัยไทยมีศักยภาพไม่แพ้ใครในโลก ซึ่งการเปิดตัวเซรั่มกลุ่ม activeIN™ Series ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของสินค้า แต่เป็นการยกระดับเทคโนโลยีของคนไทยให้ถูกใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน และสิ่งที่เราทำมาตลอด คือการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมความงามอยู่เสมอ เพื่อให้สกินแคร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้บริโภคได้ใช้ของดีที่เห็นผลจริง ในราคาเข้าถึงได้” แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน ผู้บริหาร Dr.PONG กลับมองว่าเป็นจังหวะที่ดีในการลงทุน แต่เป็นการลงทุนกับนวัตกรรม ซึ่งจำเป็นมากในช่วงเวลานี้ “ต้องยอมรับว่า ตลาดความงามแข่งขันสูงมาก จะเห็นว่าสินค้าของ Dr.PONG เราเลือกไม่แข่งด้านการตลาดอย่างเดียว แต่เราหันมาแข่งเรื่องเทคโนโลยีและผลลัพธ์ ด้วยกลยุทธ์ของเราในปีนี้ คือมุ่งยกระดับตัวเองเป็น Skin Tech company ลงทุนใน R&D และสร้างเทคโนโลยีที่เป็นของเราเอง ถึงแม้เศรษฐกิจจะผันผวน แต่เรามองว่ายิ่งช่วงเวลาแบบนี้ ผู้บริโภคจะเลือกของที่เห็นผลจริงและคุ้มค่ามากขึ้น การลงทุนในนวัตกรรม จึงไม่ใช่ต้นทุน แต่เป็นการสร้างความได้เปรียบระยะยาว และสำหรับเราถือว่าคุ้มค่า เพราะมันทำให้แบรนด์เติบโตอย่างยั่งยืน และแตกต่างจากตลาดทั่วไปอย่างชัดเจน ยิ่งแข่งขันกันสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องลงทุนเรื่อง RD เลย เพราะสุดท้ายการมีนวัตกรรมที่โดดเด่น จะเพิ่มมูลค่าให้สินค้าตามที่ลูกค้าต้องการได้ดีกว่าและคุ้มค่ากว่า
นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเซรั่ม activeIN™ Series เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่สะท้อนความแตกต่างของ Dr.PONG ในตลาดเวชสำอางค์ โดยได้ต่อยอดเทคโนโลยีระบบนำส่งสาร (Delivery System) จาก Nabsolute (แนบโซลูท) ดีปเทค สตาร์ตอัพ ด้านเทคโนโลยีชีวภาพจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีดังกล่าว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนำพาสารสำคัญเข้าสู่ผิวได้อย่างล้ำลึกและตรงจุด ส่งผลให้เนื้อเซรั่มสามารถซึมซาบได้รวดเร็ว เข้าสู่ผิวชั้นในได้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยคงความเสถียรของสารสำคัญ ลดการสลายตัวของสารสำคัญ และล่าสุด เราได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ Lubrizol ผู้นำด้าน Material science และ Delivery technology ระดับโลกและเป็นบริษัทในเครือ Berkshire Hathaway เพื่อร่วมกันพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมสกินแคร์ในระดับ R&D นับเป็นการยกระดับสกินแคร์แบรนด์ไทย ให้ก้าวไปอีกขั้นบนเวทีนวัตกรรมระดับโลก
จะเห็นได้ว่า แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังสะท้อนความแตกต่างจากสกินแคร์ทั่วไปในท้องตลาด ซึ่งมักให้ความสำคัญกับปริมาณหรือเปอร์เซ็นต์ของส่วนผสมเป็นหลัก ขณะที่ Dr.PONG มุ่งเน้น ประสิทธิภาพของการนำส่งสาร เพื่อให้สารสำคัญทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพบนผิวจริง และต่อเนื่องจากจุดเด่นของนวัตกรรมที่กล่าวมาข้างต้น เราจึงหยิบยกเอาจุดเด่นเรื่องของประสิทธิภาพด้านการนำส่งสาร มาเปรียบเทียบกับ ขบวนรถไฟ พัฒนาเป็นคอนเซ็ปต์อีเวนต์ภายใต้ชื่อ บูสต์ผิวสวยไปกับ activeIN™ Series ชวนผู้บริโภคร่วมออกเดินทางสู่ประสบการณ์ใหม่ ผ่านกิจกรรมในรูปแบบสถานีอัปเกรดผิวสวย ที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ในแต่ละมิติอย่างชัดเจน ทำให้ลูกค้าเข้าใจเทคโนโลยีของเราได้ง่ายขึ้น และเป็นการนำเสนอแบรนด์ผ่าน Experience Marketing ไปในตัวด้วยเลย

ซึ่งก็สอดคล้องกับเป้าหมายของเรา และหลังจบงานในครั้งนี้ เราต้องการให้คนรู้จัก Dr.PONG ในมุมของ Skin Tech Brand มากขึ้น ทั้งในด้าน Brand Awareness ที่แข็งแรงขึ้น และการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ในขณะเดียวกัน ก็ต้องการผลักดันยอดขายให้เติบโตไปพร้อมกัน เพราะสุดท้ายแล้วเราเชื่อว่า ถ้าลูกค้าได้ลองและเห็นผลจริง จะกลับมาซื้อซ้ำ ในฐานะผู้บริหารก็อยากให้ลูกค้าได้ลองเปิดใจกับเทคโนโลยีไทย ฝีมือนักวิจัยไทยด้วยครับ นอกจากนี้จะเห็นว่า เราทำงานร่วมกับศิลปินและอินฟลูเอนเซอร์เยอะมาก กลุ่มนี้เป็นตัวกลางสำคัญในการสื่อสารแบรนด์ ไม่ใช่แค่ช่วยสร้างการรับรู้ แต่ช่วยแปลงเรื่องวิทยาศาสตร์ที่อาจจะเข้าใจยาก ให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่ายและน่าสนใจมากขึ้น” และในครั้งนี้ก็เช่นกันที่ Dr.PONG ได้ร่วมงานกับ เพิร์ธ-ธนพนธ์ และ แซนต้า-พงศภัค “น้องทั้งสองคนเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ Gen Z ที่เก่งรอบด้าน ดูแลตัวเองดี เข้าถึงง่าย อยู่ด้วยกันแล้ว เคมีมันลงตัว ทำให้สามารถนำเสนอ เซรั่มกลุ่ม activeIN™ Series ให้เชื่อมโยงกับคนยุคใหม่ได้ดี รวมถึงกลุ่มแฟนคลับเสริมภาพลักษณ์ของ Dr.PONG ให้เป็นแบรนด์ที่เข้าถึงง่าย เป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ใคร ๆ ก็นึกถึงในทุกๆ วัน อีกอย่างหนึ่งคือ เราอยากให้พรีเซนเตอร์เป็นคนที่ลูกค้าเห็นแล้ว รู้สึกเชื่อมั่นว่า ผลลัพธ์มันเกิดขึ้นได้จริง ซึ่งทั้งคู่ก็ส่งต่อพลังบวกและความจริงใจแบบนั้นให้กับแฟนๆ มาโดยตลอด เราเลยมั่นใจในศักยภาพของน้องๆ ครับ” นพ.ยุวพงศ์ กล่าว

ทางด้านพรีเซนเตอร์ของแบรนด์ เพิร์ธ-ธนพนธ์ สุขุมพันธนาสาร และ แซนต้า-พงศภัค อุดมโภชน์ ที่เข้ามาเติมเต็มภาพลักษณ์ความเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งสองกล่าวถึงความรู้สึกในการร่วมงานครั้งนี้ว่า “ก็เป็นโอกาสที่พิเศษมากครับ เพราะมันไม่ใช่แค่การทำงานร่วมกัน แต่เหมือนเราได้เป็นตัวแทนของแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือและมีชื่อเสียงในด้านสกินแคร์ พอพูดถึง Dr.PONG ใครๆ ก็รู้จัก และแบรนด์ก็ให้ความสำคัญกับคุณภาพและพัฒนาอะไรใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ ซึ่งตรงกับสิ่งที่เราทั้งสองคนให้ความสำคัญเหมือนกัน ทำให้พวกเรารู้สึกภูมิใจและตื่นเต้นมากกับการร่วมงานครั้งนี้ ยิ่งเราได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ คือ รู้สึกว้าว! มาก เห็นผลและตอบโจทย์ผิวได้ตรงจุด ทำให้ยิ่งมั่นใจในการร่วมงาน เพราะเราสามารถบอกต่อได้อย่างจริงใจ” เพิร์ธ กล่าวเสริมว่า “ปกติผมจะมีปัญหาผิวขาดความชุ่มชื้น แล้วก็มีสิวขึ้นบ้างในช่วงพักผ่อนน้อย โดยเฉพาะเวลาออกกองหนักๆ การได้ใช้สกินแคร์ที่ช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดก็ทำให้ดูแลผิวได้ง่ายขึ้นครับ” ขณะที่แซนต้าระบุว่า “ของแซนต้านี่ จะเป็นผิวค่อนข้างแห้งและแพ้ง่าย เลยต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนเป็นพิเศษ ซึ่ง Dr.PONG ก็ถือว่าตอบโจทย์ในเรื่องนี้ได้ดีมากๆ” ในช่วงท้าย ทั้งคู่ยังฝากถึงแฟนคลับของแบรนด์ด้วยว่า “อยากให้ทุกคนลองเปิดใจใช้เซรั่ม Dr.PONG activeIN™ series ดูนะครับ เพราะเรารู้สึกว่า เป็นสกินแคร์ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องผลลัพธ์ที่สัมผัสได้จริง และการดูแลผิวในระยะยาวด้วย สุดท้ายแล้วอย่าเพิ่งเชื่อเราสองคน แต่ทุกคนต้องได้ลองใช้ด้วยตัวเอง แล้วจะหลงรักเหมือนที่เราลองคนรู้สึกได้จริง ๆ ครับ”

อัปเดตข้อมูลข่าวสารและติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ : https://www.facebook.com/drpongshop

#DrPONGxPERTHSANTA #DrPONGactiveINseriesxPerthSanta
#PerthSanta #เซรั่มactiveIN #drpong