ภายหลังจากที่ศาลอาญา รัชดาฯ มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนางเอกชื่อดัง “มิน พีชญา วัฒนามนตรี” ในคดีดิไอคอน ในวงเงินประกันตัว 1 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นได้รับอนุญาต ซึ่งต่อมาเวลา 15.00 น. วันนี้ (27 เม.ย.2569) มิน พร้อมด้วยแฟนหนุ่ม “เคลวิน ตีรวัฒนานนท์” และ “ทนายธนากร แหวกวารี”ทนายความส่วนตัว ได้เปิดใจกับสื่อมวลชน โดยมินมีอาการอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด บอกว่า รู้สึกดีใจและขอบคุณศาล รวมถึงทุกฝ่ายในกระบวนการยุติธรรมที่เปิดโอกาสให้ได้ต่อสู้คดี พร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง หลังจากนี้พร้อมให้ความร่วมมือกับสื่อทุกครั้งที่เดินทางมาขึ้นศาล สำหรับขั้นตอนต่อไป ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้
ด้านแฟนหนุ่มเผยว่า คดีนี้ส่งผลกระทบต่อครอบครัวมินและคนรอบข้างอย่างมาก วอนสังคมอย่าเพิ่งตัดสินก่อนทราบข้อเท็จจริง
มิน : “ก็ดีใจค่ะ และอยากจะขอบคุณศาลและทุกคนในกระบวนการยุติธรรมที่ยังให้โอกาสเราได้ต่อสู้คดีข้างนอกค่ะ”
ทนาย : “ที่ศาลให้ประกันตัวเนื่องจากเราไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนี และเราปฏิเสธมาตลอด คดีแม้ว่าเคยที่จะไม่ให้ประกันมา และเราได้ปฎิเสธมาตลอด และคดีมีข้อต่อสู้ และเป็นเด็กดีมาตลอดนะครับ ศาลก็เมตตาให้ไปต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ตอนแรกก็ยื่นไปเต็มที่ครับ 3 ล้านบาท แต่ศาลเขากรุณา 1 ล้านบาท แต่ห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่ได้รับอนุญาตครับ เงื่อนไขมีเท่านี้ครับ แล้วก็ให้มาตามนั้นทุกครั้ง
ขั้นตอนจากนี้ก็มีศาลนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 20 ก.ค. ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าคดีเรามันแตกมาจากคดีดิไอคอน เราเป็นพรีเซ็นเตอร์ และเราเข้าไปในช่วงสั้นๆ คุณมินก็ 6-7 เดือน ช่วงปี 66-67 เท่านั้นเองครับ ตามคำฟ้องเหมือนเขาจะว่าเป็นทั้งหมด แต่เรื่องคดีก็เดี๋ยวไว้ทีหลังแล้วกันครับ แต่คร่าวๆ คือเราไม่ได้กระทำผิดตามฟ้องครับ เหมือนกับที่อัยการเคยสั่งไปที่ไม่ฟ้องทีแรกครับ ถามว่าคล้ายกับคดีที่ฟ้องผู้บริหารก่อนหน้านี้ไหม ก็คล้ายกันครับ แต่ตามกระบวนการแล้วมันรวมไม่ได้อยู่แล้วครับ เพราะว่าคดีดิไอคอนมีการสืบพยานไปตั้งแต่เดือนพ.ค.แล้ว น่าจะเสร็จสิ้นเดือนส.ค. มันล่วงเลยไปแล้วครับ มันไม่สามารถรวมกันได้อยู่แล้วครับ
แต่ถ้ามีคดีภาค 2 อีก อันนี้ไม่แน่ใจเลยครับ แต่ก็ไม่หนักใจ เพราะเราก็เกี่ยวข้องเฉพาะที่เราเกี่ยวข้อง เราก็ต่อสู้มาตลอดว่าเราไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดตามฟ้อง เรื่องคดีนอกราชอาณาจักรยังไม่เคยได้รับข้อกล่าวหา ไม่ทราบครับ”
มิน : “เมื่อเช้าที่อัดคลิปก็ตามที่พูดเลยค่ะ จนถึงตอนนี้ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและยังยืนยันความบริสุทธิ์ใจของตัวเองมาโดยตลอด และอยากที่จะให้ทุกๆ ฝ่ายได้รับความยุติธรรมมากที่สุด เพราะตัวมินเองก็ยึดมั่นในความยุติธรรมและยังเชื่อในกระบวนการยุติธรรมของศาลอยู่นะคะ เพราะฉะนั้นมินก็ให้มันเป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง ถามว่ามีข้อหาไหนที่เข้าข่ายความผิดไหม ไม่ค่ะ”
ทนาย : “เรามั่นใจทุกข้อกล่าวหาครับ หลังจากนี้ก็เป็นไปตามกระบวนศาล ก็มีนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยครับ การพิสูจน์ความบริสุทธิ์บางทีก็ต้องใช้เวลาครับ มาช้าก็ต้องมาครับ”
มิน : “ถามว่าหนักใจอะไรมากที่สุด ไม่รู้เลยค่ะ (หัวเราะ) ไม่รู้จะตอบคำถามนี้ยังไง เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องมาที่มันใหญ่โตมากๆ ปีที่แล้วเมื่อวันที่ 17 ต.ค. มันใหญ่มาตลอด ใหญ่มาตั้งแต่แรก และมินก็ยืนยันว่ามินพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการ ไม่ว่าจะต้องพิสูจน์ตัวเองกี่ครั้ง มินก็เชื่อว่าความจริงก็คือความจริง และความจริงก็คงมีอย่างเดียวค่ะ และในภาคส่วนที่เราไม่ได้เกี่ยวข้องเราก็ไม่รู้จะไปหาข้อมูลมายังไง เราไม่รู้จริงๆ และรู้ไปพร้อมๆ กับทุกคน ซึ่งทุกคนก็คงยังรอความจริงนั้นอยู่ ตัวมินก็รออยู่เหมือนกัน ในขณะที่กำลังรอมินก็ไม่รู้จริงๆ ว่าจะตอบว่ายังไงค่ะ
ถามว่าอยากให้ทางดิไอคอนเทคแอคชั่นยังไง ก็ไม่แน่ใจว่าต้องรู้สึกยังไงนะคะ เพราะมินยังไม่รู้ว่าใครทำอะไรยังไง แล้วก็ไม่อยากซ้ำเติมใคร เห็นใจทุกๆ ฝ่าย มินคิดว่าเรื่องนี้มันมีหลายฝ่าย ไม่รู้ว่าต้องรู้สึกยังไง แต่ตั้งแต่เกิดเรื่องมาก็ยังไม่ได้มีการพูดคุย เคลียร์ใจกันหรือขอโทษอะไรกันเลย ก็ขาดการติดต่อกันไปตั้งแต่วันที่แถลงข่าวนั่นแหละค่ะ หลังจากวันนั้นก็ยังไม่มีโอกาสได้ทำอะไรเลย ก็จบแค่นั้นค่ะ มินไม่ได้คุยกับทางนู้นเลย และมินก็ไม่รู้ว่ามินจะต้องคุยอะไร คือมันยังไม่มีอะไรแน่ชัด”
ทนาย : “สำหรับดิไอคอนเขาก็สู่คดีของเขาไป เราก็สู้คดีของเราไป ซึ่งมันก็ไม่ได้เกี่ยวกับซะทีเดียว เราก็ทำหน้าที่เป็นพรีเซ็นเตอร์ เราก็สู้คดีของเราไป ดิไอคอนเขาก็สู้คดีในเรื่องของบริษัทไปว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ไหม เป็นขายตรงไหม ก็สู้คดีก้นไป เราไปเกี่ยวข้องกับดิไอคอนในฐานะพรีเซ็นเตอร์ มีสัญญาชัดเจน เพราะฉะนั้นก็แยกจากกันอยู่แล้ว ถ้าดิไอคอนเขาสู้คดี เขาชนะ มันก็มีผลดีกับเรา ถ้าแพ้ก็ไม่ได้หมายความว่าเราแพ้ด้วย เพราะฉะนั้นแยกจากกันครับ”
มิน : “ถามว่ามินได้รับผลกระทบยังไงบ้าง ว้าว (ยิ้ม) มินไม่รู้จะประเมินยังไงเลยค่ะ มันที่สุด”
เคลวิน : “ในฐานะคนที่รักเขาและยืนเคียงข้างให้กำลังใจเขานะครับ เรื่องนี้กระทบสู่ครอบครัว เพื่อน คนรัก ญาติพี่น้องอย่างมหาศาล ก็อยากจะฝากข้อความนี้ไปว่า เราครบในกระบวนการยุติธรรม และในสถานการณ์ที่เรามักจะด่วนสรุปหรือกล่าวหาผ่านสิ่งต่างๆ ในโซเชียลมีเดียก่อนที่เราจะรู้ความจริง อยากให้ทุกคนทราบว่าคนที่คุณกำลังพูดถึงเขามีชีวิตของเขา และสิ่งที่กระทบกับคนๆ นึงมันไม่ได้แค่เขาครับ แต่ว่าสู่ครอบครัวด้วย มั่นใจในความบริสุทธิ์ครับ และทุกคนก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างมินไม่ว่าจะต้องพบกับอะไรก็ตาม เราพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเขาครับ”
มิน : “พร้อมจะกอบกู้ชีวิตกลับมาไหม ไม่รู้เหมือนกันค่ะ พอแค่นี้แล้วกันเนอะ วันนี้มินค่อนข้างเหนื่อย”
ทนาย : “ทุกครั้งที่มาศาลก็ให้สัมภาษณ์ได้ตลอดนะครับ เพราะว่าไม่ได้มีอะไรที่จะปิดบังนะครับ”


