ในยุคที่คนดังไม่มีงานละคร ไม่มีอีเวนต์ชุกเหมือนเคย การหันมาอวดไลฟ์สไตล์ผ่านพื้นที่ส่วนตัว ทั้งอินสตาแกรม เฟซบุ๊ก ติ๊กต๊อก ที่มีผู้ติดตามหลักแสนหลักล้าน จึงเป็นอีกหนึ่งทางรอดที่ชาญฉลาด หลายๆ รายฟันรายได้อย่างงาม แม้ในวันที่วงการไม่เหมือนเดิม ซึ่งการอวดไลฟ์สไตล์บางครั้งก็เป็นการตลาดแบบแฝง และที่น่าจับตามองที่สุดในตอนนี้คือการเปลี่ยน “การวิ่ง” ให้เป็น “สินทรัพย์” ทางการตลาด ได้ทั้งสุขภาพและเงิน!
หากพูดถึงดาราหรือศิลปินที่สร้างตัวตนผ่านการวิ่ง จนกลายเป็นภาพจำและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้ตัวเองในฐานะพรีเซ็นเตอร์แบรนด์กีฬาและสุขภาพได้อย่างโดดเด่น มีอยู่หลายคนที่มีอิทธิพลต่อวงการนี้
ชมพู่ อารยา
เป็นเคสที่ทรงอิทธิพลมากๆ ในฐานะ Brand Ambassador ของ Adidas Thailand ชมพู่แตกต่างจากดาราสายวิ่งคนอื่นๆ เพราะไม่ได้มาจากการวิ่งอย่างเดียว แต่มาจากการเป็นแฟชั่นไอคอน ชมพู่ทำให้รองเท้าวิ่งหรือชุดกีฬาของ Adidas กลายเป็น “ของที่ต้องมี” มักสร้างคอนเทนต์การออกกำลังกายที่ “เข้าถึงง่ายแต่ดูแพง”
ภาพชมพู่ใส่ชุด Adidas สร้างมูลค่ามหาศาล ชมพู่ไม่ได้โชว์แค่การวิ่ง แต่โชว์การมิกซ์แอนด์แมตช์ชุดวิ่งให้ดูเป็นแฟชั่นสตรีท ทำให้คนรู้สึกว่า “ใส่ Adidas แล้วไปวิ่งเสร็จ ก็ไปกินกาแฟต่อได้เลยโดยที่ยังดูสวย” นี่คือจุดที่การวิ่งและไลฟ์สไตล์การออกกำลังกายสร้างเงินให้เธอได้อย่างมากมาย
ทุกครั้งที่ชมพู่โพสต์รูปสวมชุด Adidas ไปวิ่งหรือออกกำลังกาย มูลค่าการมองเห็น และการสร้างกระแสให้สินค้า คิดเป็นมูลค่าทางการตลาดที่แบรนด์ไม่ต้องเสียค่าซื้อโฆษณาเพิ่มอีกหลายล้านบาทต่อหนึ่งโพสต์ ตอนนี้ครอบครัวของเธอคือครอบครัว Adidas เต็มตัว ถือเป็นดาราที่ใช้ภาพลักษณ์คนรักสุขภาพ มาเปลี่ยนเป็นมูลค่าธุรกิจได้อย่างมหาศาล
แอน ทองประสม
แอนคือหนึ่งในดาราที่สร้างมูลค่าให้ตัวเองผ่านการวิ่งจนเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด ความสัมพันธ์ของ แอน กับ Nike ไม่ได้เป็นเพียงพรีเซ็นเตอร์ทั่วไป แต่เธอได้รับเกียรติในระดับ Brand Ambassador ที่มีภาพลักษณ์ของการเป็นนักกีฬาอย่างเต็มตัว แอนเริ่มหันมาวิ่งและออกกำลังกายอย่างจริงจังในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มักลงคอนเทนต์การวิ่งในโซเชียลมีเดียอย่างสม่ำเสมอ จนแฟนคลับเห็นวินัย และพัฒนาการ
จากภาพจำ “เจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิง” แอนได้เพิ่มมูลค่าการเป็น “ต้นแบบของผู้หญิงยุคใหม่ที่ดูแลตัวเอง” ทำให้ Nike เลือกเธอมาเป็นตัวแทนในการสื่อสารกับกลุ่มผู้หญิงที่เริ่มหันมาออกกำลังกาย “อายุเป็นเพียงตัวเลข” ตรงกับหัวใจของแบรนด์ที่ต้องการบอกว่าใครๆ ก็เป็นนักกีฬาได้
เรามักจะเห็นแอนใส่ Nike ตั้งแต่หัวจรดเท้าในวิ่งออกกำลังกาย ทำให้ภาพลักษณ์ของเธอกับแบรนด์หลอมรวมกันจนแข็งแรง จนคนจำได้ว่า “ถ้าแอนวิ่ง แอนใส่ Nike” สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือการที่แอนสามารถเปลี่ยนหยาดเหงื่อจากการวิ่ง ให้กลายเป็นความเชื่อถือ จนแบรนด์ระดับโลกอย่าง Nike ยอมรับให้เธอเป็นตัวแทนภาพลักษณ์นักกีฬาไทย
คอนเทนต์การวิ่งของแอนใน Instagram มักมียอด Like และยอดแชร์สูงมาก เพราะเน้นความจริงจัง ทำให้มีมูลค่าทางการตลาดต่อหนึ่งโพสต์อยู่ที่หลักแสนถึงล้านบาท การวิ่งยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ความอ่อนเยาว์และสุขภาพดี ทำให้เธอได้รับเลือกเป็นพรีเซ็นเตอร์แบรนด์ที่เน้นกลุ่มอายุ 40+ ที่อยากดูแลตัวเอง หนึ่งในนั้นคือ พรีเซ็นเตอร์แบรนด์ GINZY แบรนด์อกไก่ปั่นเพื่อสุขภาพ ซึ่งสร้างรายได้ให้แอนเพิ่มอีกหลายล้านบาทต่อปี
ตูน บอดี้สแลม
เป็นที่สุดของการสร้างมูลค่าจากการวิ่งในประเทศไทย จากนักร้องร็อกสู่ไอดอลที่สร้างปรากฏการณ์ “ก้าวคนละก้าว” ทำให้แบรนด์ใหญ่มากมายเข้ามาร่วมงานด้วย
ตูนได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน Nike Influencer/Athlete ของไทยมาอย่างยาวนาน ได้รับรองเท้าวิ่งรุ่นท็อปที่สุด เคยได้รับเชิญไปร่วมอีเวนต์ใหญ่ของ Nike ที่ต่างประเทศ และร่วมแคมเปญสื่อสารเรื่อง “วินัยและความเป็นไปได้” หัวจรดเท้าทุกคอนเสิร์ต ตูนมักอวดโลโก้ Nike ในอินสตาแกรม ตอนนี้ลามไปถึงลูกที่ใส่เสื้อผ้าและรองเท้าจากแบรนด์ Nike ด้วยเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ตูนยังเป็นพรีเซ็นเตอร์เครื่องดื่มชูกำลังที่เปลี่ยนภาพลักษณ์จาก “คนทำงานหนัก” มาเป็น “คนที่มีพลังในการทำความดีและเล่นกีฬา” ในโครงการก้าวคนละก้าว M-150 เป็นผู้สนับสนุนหลักที่อยู่เคียงข้างมาตลอด และใช้ภาพลักษณ์การวิ่งของเขามาสร้างแคมเปญ “พลังฮึดสู้เพื่อคนไทย”
รวมไปถึงแบรนด์นาฬิกาวิ่งระดับโลกที่ตูนใส่ติดตัวอยู่ตลอดเวลา อย่าง Garmin ใช้วัดอัตราการเต้นของหัวใจและ GPS จริงๆ ในการวิ่งระยะไกล ทำให้คนเชื่อถือในประสิทธิภาพของสินค้า และมีพรีเซ็นเตอร์แบรนด์อื่นๆ อีกเพียบ ซึ่งส่วนใหญ่เน้นเรื่องการมีสุขภาพที่ดี
หากประเมินคร่าวๆ จากงานพรีเซ็นเตอร์หลักและแบรนด์ที่เขาถือครองอยู่ รายได้เฉพาะงานพรีเซ็นเตอร์ คาดว่าอยู่ที่ 50 - 80 ล้านบาทต่อปี (ไม่รวมรายได้จากการทัวร์คอนเสิร์ต)
เจมส์ จิรายุ
แม้มีภาพลักษณ์เป็นพระเอกสายซอฟต์ แต่ก็เป็นดาราอีกคนที่ทำคอนเทนต์การวิ่งและดูแลตัวเองจนได้ร่วมงานกับแบรนด์ดัง อย่าง Adidas Thailand ในฐานะ Brand Ambassador ในปี 2024-2025 เจมส์จิเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ยาดมพาสเทล ซึ่งเขาก็ใช้ไลฟ์สไตล์ที่ดู Active และการออกกำลังกายมาเป็นจุดขายว่า “สดชื่น” แม้ในวันที่ต้องทำกิจกรรมหนัก ๆ อย่างการวิ่ง เจมส์จิไม่ได้วิ่งเพื่อสุขภาพอย่างเดียว แต่วิ่งเพื่อ “Branding” ที่ทรงพลัง ทำให้แบรนด์สร้างยอดขายได้มหาศาล
หากรวมรายได้จากการเป็นพรีเซ็นเตอร์แบรนด์กีฬา (Adidas), อาหารสุขภาพ (Meiji Bulgaria), นาฬิกา (OMEGA), งานละคร และอีเวนต์ต่างๆ เจมส์ จิรายุ สามารถสร้างมูลค่าหมุนเวียนให้ตัวเองได้ ไม่ต่ำกว่า 100 - 150 ล้านบาทต่อปี
โย ยศวดี
โย ยศวดี คือต้นแบบของการเปลี่ยนผ่านจากวงการนางแบบเข้าสู่โลกของกีฬาอย่างเต็มตัว จนกลายเป็นนักกีฬาระดับ Professional ในสายตาแบรนด์สินค้า
โย ยศวดี ได้รับความไว้วางใจให้ร่วมงานกับแบรนด์จักรยานระดับโลกหลายแบรนด์ในฐานะนักกีฬาและผู้ส่งเสริมภาพลักษณ์ โดยแบรนด์ที่โดดเด่นที่สุดคือ Factor Bikes แบรนด์จักรยานระดับไฮเอนด์จากประเทศอังกฤษ และยังเคยปรากฏตัวร่วมกับจักรยานแบรนด์ดังอย่าง Specialized และ Cervélo ในบางช่วงของการฝึกซ้อมและทำกิจกรรม
นอกจากแบรนด์จักรยาน เธอยังเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับ เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น บริษัทโภชนาการระดับโลกต่อเนื่องนานกว่า 6 ปี แบรนด์กีฬาอย่าง ASICS รวมถึง HOKA ที่โยมักใช้ฝึกซ้อมและแข่งขันรายการต่างๆ , Zoot แบรนด์ชุดไตรกีฬาและอุปกรณ์ว่ายน้ำระดับสากล
จากการที่เธอทำคอนเทนต์การซ้อมที่หนักหน่วงและการรักษารูปร่างให้ลีนตลอดเวลา จึงได้เป็นพรีเซ็นเตอร์กลุ่ม Whey Protein และอาหารเสริมลดน้ำหนัก รวมทั้งสกินแคร์ดูแลผิว เน้นกลุ่มผู้หญิงที่รักกิจกรรม Outdoor ต่อยอดธุรกิจให้ตัวเองด้วยการเปิดแบรนด์สกินแคร์ Ynez มีผลิตภัณฑ์หลักคือครีมบำรุงผิวและครีมกันแดดสำหรับผู้ที่รักการออกกำลังกาย
แม้ตัวเลขค่าตัวรายปีอาจจะไม่เท่ากับพระเอก-นางเอกเบอร์ต้นๆ ของช่องใหญ่ แต่ โย ยศวดี ก็มีค่าตัวพรีเซ็นเตอร์ประมาณ 1 - 3 ล้านบาทต่อสัญญา (สำหรับแบรนด์กีฬาเฉพาะทาง) นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการเป็นอินฟูลฯ สายกีฬาลำดับต้นๆ ของไทย ซึ่งราคาต่อโพสต์มีมูลค่าสูง
ยังมีคนดังอีกหลายราย ที่ใช้การวิ่งสร้างมูลค่าทางการตลาด อาทิ นาย ณภัทรที่ขยับจากการเป็น “นักกอล์ฟ” มาเป็น “นักวิ่งมาราธอน” แบบเต็มตัว ทำให้แบรนด์กีฬาระดับโลกอย่าง HOKA คว้าตัวไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ ทุกครั้งที่นายอวดไลฟ์สไตล์การวิ่ง มักเห็นโลโก้ HOKA อยู่ในทุกโมเมนต์แบบเนียนๆ
เต้ย พงศกร ไม่ได้แค่วิ่งเพื่อออกกำลังกาย แต่วิ่งจนกลายเป็นนักกีฬาในระดับที่ลงแข่งจริงจังทั้งมาราธอน และ ไตรกีฬา จนสร้างมูลค่าและได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ดังมากมาย เต้ยมีภาพจำชัดเจนที่สุดในฐานะ Brand Ambassador ของ ASICS Thailand แต่ปัจจุบันได้ผู้สนับสนุนหลักคือ Adidas นอกจากนี้ เต้ยมักจะทำงานร่วมกับ Garmin Thailand ในฐานะ Garmin Ambassador เป็นตัวแทนของกลุ่มนักวิ่งมาราธอน ได้รับเลือกให้ร่วมงานกับ Meiji High Protein แบรนด์นมโปรตีนสูง เพราะหุ่นที่ดูเฟิร์มและลีนจากการวิ่งและไตรกีฬาช่วยสื่อสารเรื่องการซ่อมแซมกล้ามเนื้อได้ชัดเจน ได้รับเชิญให้รีวิวหรือเป็นแบรนด์อินฟลูเอนเซอร์ให้พวก Energy Gel สำหรับนักวิ่งระยะไกล ซึ่งคาดการณ์ว่ารายได้จากงานพรีเซ็นเตอร์และงานอีเวนต์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและกีฬาของเต้ย อยู่ที่ประมาณ 50 - 80 ล้านบาทต่อปี
เพื่อน คณิน ถือเป็นดาราชายอีกคนที่ก้าวเข้าสู่วงการนักวิ่งอย่างเต็มตัว จนภาพลักษณ์ “พระเอกนักวิ่ง” กลายเป็นจุดขายสำคัญที่สร้างมูลค่าและดึงดูดแบรนด์สินค้าสายสุขภาพและกีฬาให้เข้ามาหา แม้แต่การคว้าพรีเซ็นเตอร์รถยนต์ยี่ห้อดัง กับการตลาดที่เร้าใจ
แม้จะไม่ได้มีสัญญาในระดับ Global Ambassador แบบดาราเบอร์ใหญ่ แต่มักจะได้รับเชิญให้เป็นพรีเซ็นเตอร์เฉพาะแคมเปญให้กับแบรนด์รองเท้าวิ่งชั้นนำ อย่าง ASICS ล่าสุดก็ได้รับการสนับสนุนจาก Adidas เช่นเดียวกัน


