“ตรี ภรภัทร” ขอบคุณทุกกระแสที่ซัปพอร์ต ถือเป็นรางวัลที่เหนือความคาดหมายจากการทำงานในวงการมา 1 ทศวรรษ ยอมรับแม้การเสิร์ฟแฟนคลับจะไม่เป็นตัวเองเท่าไหร่ แต่ก็ยินดีทำเพื่อมอบความสุขให้ทุกคน เฉลยทำไมใครๆ ถึงเรียกน้าตรีเต็มโซเชียล
โด่งดังมีชื่อเสียง เป็นที่รักของผู้คนขึ้นมาอีกขั้นสำหรับ “ตรี ภรภัทร ศรีขจรเดชา” ที่บทพระ นเรศวร จากเรื่อง หงสาวดี ส่งให้ตรีมีแฟนคลับเพิ่มขึ้นมาอีกมากมาย หลังจากซีรีส์หงสาวดีจบลง ตรีได้เปิดใจถึงกระแสทั้งหมดที่ได้รับจากเรื่องนี้ว่า….
“ขอบคุณทุกคนจริงๆ ที่มาเป็นเอฟซีคอยซัปพอร์ตกัน พอเราโตขึ้นมาในระดับนึงเราจะเลิกคาดหวังกับสิ่งที่เราทำไป เพราะถ้าเราผิดหวังเราจะหน่วง พอเราไม่ได้คาดหวังกับสิ่งที่เราทำลงไป ทำด้วยใจในทุกๆ ผลงานที่ได้รับโอกาสสิ่งที่ได้รับกลับมามันเกินไปจากที่เราคิดมากๆๆๆ มากที่สุด
ผมเข้าแอปพลิเคชั่นแล้วมีแต่หน้าผม ผมไม่ชิน เพื่อนๆ ผมก็ทักมาแซวว่ากูเห็นหน้ามีงทั้งวันเลย เขาก็เอามาล้อผม มังจีชวาฟังข้า คือได้ยินทุกวัน ตอนแรกไม่ค่อยรู้ มาเริ่มรู้เยอะขึ้นเรื่อยๆ ว่าเป็นกระแสตอนที่ไปทะเล พระนเรศก็พาเราไปสู่จุดนั้น จนผมบอกว่าต้องหยุดเสิร์จชื่อตรี ไม่อย่างนั้นจะขึ้นมาทั้งวัน”
การรับมือกับกระแสความนิยม ตนยังทำตัวไม่ถูก ไม่เป็นตัวเอง
“วันที่ออกงานเราก็เต็มที่ให้กับแฟนคลับ ส่วนวันส่วนตัวที่เราออกไปข้างนอกมันก็เป็นอะไรที่น้อยครั้งที่ผมจะออกไปไหน แต่ก็มีนะไปซื้อของตลาด ไปเซเว่น ไปปั้มน้ำมันเขาก็จะเรียกพระนเรศ ก็ยังไม่ชินครับกับการที่มีคนมาสนใจเราตลอดเวลา ซึ่งปกติของเราไม่ได้ขนาดนี้ ก็เขินๆ ทำตัวไม่ถูก ผมอาจจะถนัดอยู่ในซีรีส์มากกว่า พอมาเจอตัวจริงๆ ก็ยังเขิน
(วันที่จัดแฟนมีตฯ หงสาวดี ดูเราเสียอาการ ทำอะไรหลายๆ อย่างที่เราไม่เคยทำมาก่อน?) ไม่เป็นตัวเองเลย แฟนๆ มาหาเราก็รู้สึกว่าแม้มันจะไม่ใช่สิ่งทึ่เราถนัดแต่มันเป็นสิ่งที่มอบความสุขให้กับเขาได้ ก็ทำไปเถอะถึงแม้มันจะไม่ใช่ตัวเราก็ทำไป ผมตื่นมาอีกวันแล้วผมเข้าไปดูในสิ่งที่ผมทำลงไป ก็รู้สึกว่าทุกอย่างที่ผมทำมามันหายไปหมดเลย จุ๊บกล้าม จุ๊บเหมี๊ยว ผมไม่รู้เลยว่าต้องทำยังไง หนักสุกคือจุ๊บก้านกล้วย คือเราไม่รูัว่าจุ๊บพวกนี้มันมีเป็นท่าหรือเปล่าหรือต้องคิดเอง พออยู่ไปเรื่อยๆ ก็อ๋อ ที่เขาเรียกเราว่าน้าตรี เพราะมันคือสิ่งนี้นี่เอง คือเราตามเขาไม่ทัน จะช้ากว่าเขาไปสเต็ปนึง อย่างคำว่าเริ่ด ผมไม่เคยพูดเลย และทุกวันนี้ก็ยังไม่เคยพูดว่าเริ่ด ผมจะพูดเฟี้ยว เนี่ยก็คือน้า”
มีคนรอบข้างช่วยติว ช่วนเทรนให้รับมือกับแฟนคลับยุคใหม่
“ก็จะมีน้องๆ ในกองเขาก็มาเป็นอาจารย์ติวให้ น้องๆ นักแสดงด้วยกัน เราก็แปลกใจทำไมทุกคนทำเป็นหมดเลย ผมกับพี่วิว (วรรณรท สนธิไชย) นั่งงงกัน ผมเพิ่งจะรู้เองว่าจุ๊บเหมี๊ยวมันคืออะไร พี่เจษ (เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์) บอกอยู่ว่าเดี๋ยวอยู่ไปเรื่อยๆ เอ็งก็จะรู้ว่าพวกเขาเด็กกว่าเอ็งแต่เรียกเอ็งว่าลูก ก็มีอาจารย์มาช่วยเทรนครับ เพราะจริงๆ แล้วผมแทบจะไม่เล่นโซเชียลเลย เพิ่งจะมาอัปรูปเยอะๆ ตอนซีรีส์ ส่วนใหญ่ผมจะอัปสตอรี่อย่างเดียว จนพี่ๆ ในทีมต้องขอร้องให้อัปจนเขาเลิกขอร้องแล้วพูดกันมานานแล้ว จากนี้ก็จะพยายามทำให้ ตอนนี้ก็เสิร์ฟไปเยอะมาก มันคือการมอบความสุขกลับไป มันคือการให้และการรับ ถ้าเราอยากได้สิ่งใด เราก็ให้สิ่งนั้นไปก่อน แล้วเราก็จะเป็นผู้รับที่ดี
มันคนละแบบกันเลยกับสิ่งที่เราเคยเจอมา ผมไม่เคยเจอต้องจุ๊บเหมี๊ยว ยังไม่ต้องทำอะไรต่ออะไร เราก็เป็นในสิ่งที่เราเป็น มาถึงตรงนี้ผมก็ต้องปรับตัวตามยุคสมัยที่กำลังเกิดขึ้น ผมเองก็อยู่มาครบทศวรรษพอดี ก็ 10 ปีพอดีเลยได้มาเจอกับจุ๊บกล้าม อะไรๆ ก็เป็นจุ๊บไปหมดเลย”
ความดังถือเป็นรางวัลกับการทำงานมา 1 ทศวรรษ
“มันเป็นรางวัลที่เหนือความคาดหมาย เป็นรางวัลที่เราไม่ได้คาดคิดไว้ เราไม่ได้คิดสิ่งนี้ไว้เลยจนเรารู้สึกว่าเราทำตัวไม่ถูกเลย ตอนที่คนมารอเราเยอะๆ หรือแม้กระทั้งเห็นตัวเองในโซเชียล ผมก็ทำตัวไม่ถูก และอีกหลายๆ อย่าง 10 ปีที่ผ่านมาของผมไม่เคยเจออะไรขนาดนี้ ก็เป็นแรงผลักดัน เป็นคำชมที่ว่าเรามาถูกทางแล้วสำหรับหน้าที่การแสดง เป็นบันไดอีกก้าวที่เราได้ขึ้นมา ทำให้เห็นว่าเรายังทำตรงนี้ได้ดี มีคนชอบและมีคนซัปพอร์ตเรา มีคนผูกพันไปกับตัวละครที่ผมสร้าง
ผมก็ผ่านมาหมดแล้วทุกอารมณ์ มีวันที่เหนื่อย วันที่มันยาก วันที่รู้สึกท้อกับสิ่งที่เราทำอยู่ ต้องรับแรงกดดัน แต่ผมรู้จักกับคำว่าสู้ รู้จักกับการสร้างกำลังใจดีๆ ให้ตัวเรา ท้อแต่มันมีโอกาสให้เรายังได้ทำอยู่ ทำไมเราไม่เปลี่ยนคำว่าท้อเป็นแรงใจ หน้าที่ที่เราได้รับมอบหมาย โอกาสที่เรามีอยู่ตรงนี้ ผมเป็นคนที่ถ้าได้รับหน้าที่อะไรมาผมจะเป็นคนไม่ทิ้งหน้าที่นั้นๆ ผมจะทำให้ดีที่สุด ตัวผมถ้าได้ทำแล้ว ผมไม่ทำเล่นๆ ผมจะทำให้สุดๆ ไปข้างนึงเลย ตอนเด็กๆ ผมอาจจะไม่ใช่คนแบบนี้นะ แต่พอเราโตขึ้นมันก็ไปตามวัย อีกอย่างคือผมเป็นคนให้ความสำคัญกับการรักษาเวลามากๆ ผมก็ยังเป็นผมคนเดิม ใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ยังกินมังฯ ทุกวันพระเหมือนเดิม”


