xs
xsm
sm
md
lg

กำแพง K-Pop บนเวทีโลกเริ่มชัด ศิลปินสะดุดยอดขายต่างประเทศ สะท้อนความจริงตลาดสากล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


IVE เกิร์ลกรุ๊ปแถวหน้ารุ่นที่ 4 เจ้าของภาพลักษณ์ “เจ้าหญิงเคป๊อป” กำลังอยู่ในช่วงทดสอบกระแสตลาดโลก หลังยอดขายบัตรบางเมืองในทัวร์ต่างประเทศชะลอตัว
IVE สะดุดตลาดโลก ยอดขายบัตรคอนเสิร์ตต่างประเทศชะลอ ภาพลักษณ์ “เจ้าหญิงเคป๊อป” ถูกทดสอบบนเวทีสากล

วงเกิร์ลกรุ๊ปเคป๊อป IVE กำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญ หลังยอดจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ครั้งที่สอง “Show What I Am” ในทวีปอเมริกาเหนือและโอเชียเนียเริ่มชะลอตัว โดยมีรายงานที่นั่งว่างจำนวนมากในหลายเมือง อาทิ นวร์ก ออสติน ลอสแอนเจลิส โอ๊คแลนด์ และซีแอตเทิล สะท้อนแรงกดดันต่อการขยายฐานแฟนคลับสู่ตลาดโลก แม้ก่อนหน้านี้การแสดงที่กรุงโซลจะประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายและขายบัตรหมดเกลี้ยงหลายรอบก็ตาม

ข้อมูลจากผังที่นั่งบนแพลตฟอร์มจำหน่ายบัตรเผยให้เห็นว่า บางสนามยังไม่สามารถเติมผู้ชมได้ถึงครึ่งหนึ่งของความจุ สะท้อนความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างความนิยมในประเทศและศักยภาพการซื้อบัตรของแฟนเพลงในต่างแดน ซึ่งยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ของวง

นับตั้งแต่เดบิวต์ในปี 2021 IVE สร้างชื่ออย่างรวดเร็วจากเพลงฮิตอย่าง LOVE DIVE, After LIKE และ I AM พร้อมตอกย้ำสถานะหนึ่งในเกิร์ลกรุ๊ปรุ่นที่ 4 แถวหน้า โดยสมาชิกอย่าง จาง วอนยอง และ อัน ยูจิน ยังกลายเป็น “ไอคอนแฟชั่น” ที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในสื่อและวงการบันเทิง

IVE วงที่ประสบความสำเร็จสูงในเกาหลีและเอเชีย ด้วยเพลงฮิตต่อเนื่องและฐานแฟนเหนียวแน่น แต่กระแสในตลาดตะวันตกยังอยู่ในช่วงขยายตัว
ตลาดคอนเสิร์ตระดับโลกมีความแตกต่างจากเอเชียอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในอเมริกาเหนือที่ตลาดเคป๊อปเริ่มอิ่มตัวจากการทัวร์อย่างต่อเนื่องของศิลปินทั้งระดับท็อปและระดับกลาง ทำให้ผู้ชมมีตัวเลือกมากขึ้นและระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ขณะเดียวกัน ราคาบัตร ค่าเดินทาง และภาวะเศรษฐกิจ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของแฟนเพลง ซึ่งบางครั้งต้องจ่ายสูงถึงหลักร้อยหรือหลักพันดอลลาร์สหรัฐต่อหนึ่งคอนเสิร์ต

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ “พลังแฟนด้อม” แม้ IVE จะมีฐานแฟนเหนียวแน่นในเอเชีย แต่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการสร้างฐานแฟนขนาดใหญ่ในตลาดตะวันตก ต่างจากศิลปินอย่าง BLACKPINK, BTS และ TWICE ที่ใช้เวลาหลายปีในการสะสมแฟนคลับทั่วโลกจนสามารถขายบัตรระดับอารีนาได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน การเลือกใช้สถานที่จัดแสดงขนาดใหญ่ที่รองรับผู้ชม 10,000–20,000 ที่นั่ง แม้สะท้อนความทะเยอทะยานของวง แต่ก็เพิ่มความเสี่ยง หากความต้องการไม่สอดคล้องกับความจุ ซึ่งที่นั่งว่างจำนวนมากอาจกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ และกระทบต่อภาพลักษณ์โดยรวมของทัวร์

(G)I-DLE เกิร์ลกรุ๊ประดับท็อปที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน เคยสร้างกระแสแรงทั้งในและต่างประเทศ แต่ล่าสุดเผชิญแรงกดดันจากยอดขายบัตรบางส่วนไม่เป็นไปตามคาด
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปผล เนื่องจากทัวร์ในอเมริกาเหนือและโอเชียเนียมีกำหนดเริ่มต้นในเดือนกรกฎาคม ทำให้ยังมีเวลาในการทำการตลาด ปล่อยคอนเทนต์ใหม่ และกระตุ้นการมีส่วนร่วมของแฟนคลับ ซึ่งอาจช่วยดันยอดขายบัตรในช่วงโค้งสุดท้าย

ในด้านงานแสดง “Show What I Am” ถือเป็นก้าวสำคัญของ IVE โดยคอนเสิร์ตมีความยาวเกือบ 3 ชั่วโมง รวมมากกว่า 25 เพลง จัดโครงสร้างในลักษณะการแสดงเชิงละครเวที สมาชิกแต่ละคนมีโชว์เดี่ยว และมีการใช้วงดนตรีสด เพิ่มมิติด้านการแสดงให้ชัดเจนยิ่งขึ้น สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากภาพลักษณ์ “ขายภาพลักษณ์” สู่ศิลปินที่เน้นศักยภาพการแสดงบนเวที

กรณีของ RIIZE ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ถูกพูดถึงมาก เมื่อมีการยกเลิกคอนเสิร์ตในเมืองแอตแลนตา สหรัฐอเมริกา ก่อนวันแสดงไม่นาน ท่ามกลางรายงานว่าที่นั่งจำนวนมากยังคงว่างอยู่ แม้จะเป็นศิลปินจากค่ายใหญ่และอยู่ในช่วงขาขึ้นก็ตาม ขณะเดียวกัน เวนดี้ สมาชิกวง Red Velvet ก็ประสบสถานการณ์คล้ายกันในการแสดงเดี่ยว ซึ่งต้องยกเลิกโชว์ในตลาดเดียวกัน สะท้อนให้เห็นว่าต่อให้มีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง ก็ไม่ได้การันตีความสำเร็จด้านยอดขายบัตรในต่างประเทศ

KARD วงโคเอ็ดสายอินเตอร์ที่มีฐานแฟนต่างชาติพอสมควร แต่กระแสเริ่มชะลอในบางตลาด ส่งผลต่อแผนทัวร์และการจัดคอนเสิร์ต
ด้านศิลปินระดับกลางอย่าง KARD และ BLACKSWAN ก็มีรายงานว่าทัวร์บางส่วนต้องยกเลิกหรือปรับแผน เนื่องจากยอดขายไม่เป็นไปตามเป้า โดยเฉพาะในตลาดอเมริกาเหนือที่การแข่งขันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ศิลปินสายฮิปฮอปเกาหลีอย่าง pH-1 ยังเคยตัดสินใจยกเลิกทัวร์ในสหรัฐเช่นกัน ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการประเมินความต้องการผู้ชมที่คลาดเคลื่อน

ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มใหม่ของอุตสาหกรรม K-pop ที่เริ่มเผชิญ “แรงต้าน” ในตลาดโลกมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีการจัดทัวร์ถี่และศิลปินจำนวนมากเข้าสู่ตลาดพร้อมกัน ทำให้แฟนเพลงมีตัวเลือกมากขึ้นและใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง การยกเลิกคอนเสิร์ตจึงไม่ใช่เหตุการณ์เฉพาะรายอีกต่อไป แต่กลายเป็นสัญญาณเตือนว่าการขยายสู่ตลาดต่างประเทศจำเป็นต้องอาศัยทั้งฐานแฟนที่แข็งแรงและการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น

ท้ายที่สุด สถานการณ์ของ IVE สะท้อนความจริงสำคัญของอุตสาหกรรมเคป๊อปว่า ความสำเร็จในประเทศไม่ได้การันตีความสำเร็จในระดับโลกเสมอไป และการก้าวผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านนี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่ออนาคตของวงบนเวทีนานาชาติ

เวนดี้ นักร้องเสียงหลักจาก Red Velvet ที่มีชื่อเสียงด้านคุณภาพเสียงและผลงานเดี่ยว ได้รับการยอมรับในวงการ แต่กระแสคอนเสิร์ตเดี่ยวในต่างประเทศยังต้องอาศัยแรงสนับสนุนเพิ่มเติม