ศึกชิงหมา! เจ้าของร่ำไห้ป่วยสโตรกฝากเลี้ยง “น้องกะทิ” อาการดีขึ้นขอรับคืน ถูกเรียกเงิน 1 แสน! วอนขอดูรูปหมา ยังมีชีวิตไหม? ติดต่อไม่ได้หลายเดือนแล้ว คนกลางอ้างคุณภาพชีวิตหมาอยู่กับใครดีกว่ากัน “หนุ่ม กรรชัย” ลั่นต้องคืนเจ้าของ พร้อมหาทางลงให้ ยอมจ่าย 1 แสนเอง ขอคนรับฝากเลี้ยงคืนหมาเจ้าของตัวจริง
กรณีประเด็นดราม่าสะเทือนใจคนรักสัตว์ เมื่อ “คุณแพร” เจ้าของสุนัขพันธุ์เล็กชื่อ “กะทิ” พร้อมน้องสาว ร้องเรียน “จ่าคิงส์ แตงทิม”วอนช่วยเหลือ หลังถูกผู้รับฝากเลี้ยงกักตัวสุนัขไว้ และเรียกเงิน 1 แสนบาท เพื่อเป็นค่าแลกตัวคืน ทั้งที่ตอนแรกตกลงกันว่าเป็นการฝากเลี้ยงชั่วคราว เหตุคุณแพรป่วยสโตรก
รายการโหนกระแส วันที่ 22 เม.ย. ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมายเลข 33 สัมภาษณ์ แพร เจ้าของสุนัข , เพชร น้องสาว ,จ่าคิงส์ แตงทิม, ทนายพัฒน์ อนุสรณ์ อะสุระพงษ์
ป่วยไม่สบายเป็นอะไร?
แพร : เส้นเลือดสมองตีบค่ะ เป็นปีที่แล้ว ตอนอายุ 35 ค่ะ
ได้กะทิมาได้ยังไง?
แพร : แฟนเป็นคนซื้อมาค่ะ อายุเขาได้ 3 เดือนแรก หนูก็เลี้ยงมาตลอดค่ะ (เปิดภาพกะทิ ทำให้แพรร้องไห้)
เราดูแลมาตั้งแต่ 3 เดือน ได้กะทิตอนปีไหน?
แพร : 10 ปีค่ะ
เพชร : เขาอยู่กับเราจนถึง 9 ขวบ และไปคบ 10 ขวบตอนอยู่กับคนอื่น
แพร : แค่ไม่กี่วันเองค่ะ
คุณแพรเลี้ยงกะทิมา 9 ปี?
แพร : อีก 3 วัน ครบ 10 ปีค่ะ
เลี้ยงกินนอนอยู่ด้วยกัน?
แพร : นอนบนเตียงด้วยกันค่ะ ปี 64 เป็นช่วงที่รัฐบาลเคอร์ฟิว ไม่ให้รถแท็กซี่วิ่งไม่แน่ใจว่าหลังกี่ทุ่ม คืนนั้นกะทิวิกฤต ฉี่ไม่ออก เขาทุรนทุรายทรมาน แต่หนูไม่สามารถพากะทิออกจากห้องไปรพ.สัตว์ได้ หนูก็ไปโพสต์ในกลุ่มเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ใครพอมีช่องทางในการพาไปได้บ้าง ตอนนั้นเขากำลังจะ 6 ขวบค่ะ มีพี่คนนึงเรียกว่าพี่เอ เขาช่วยในการหารถแอมบูแลนซ์มารับกะทิที่หอเพื่อพาไปรพ.สัตว์ เขาช่วยค่าใช้จ่าย หลังจากนั้นหมอไม่ทราบสาเหตุว่าเป็นอะไร ก็ต้องส่งตัวต่อไปรพ.สัตว์ทองหล่อ พระราม 9 จากตอนแรกสาทร พี่เขาก็ช่วยเหลือมาตลอด 2 เดือนระหว่างที่อยู่รพ. เขาจ่ายเงินให้ทุกอย่างเลยค่ะ
เขาชื่อนิกกี้ คนชื่อนิกกี้เยอะแยะไป เข้ามาดูแลให้ เขาช่วยจ่ายเงินให้?
แพร : เราเห็นเขาเป็นผู้มีพระคุณมาโดยตลอดค่ะ ค่าใช้จ่ายทองหล่อมันไม่ใช่ถูกๆ เดินไปครั้งแรกแค่หมื่นเดียวไม่พออยู่แล้ว ค่ารักษาของกะทิรวมแล้วเกือบ 5 แสน ต้องอยู่เกือบ 2 เดือนที่ทองหล่อพระราม 9
ตอนนั้นหมาเป็นอะไร?
แพร : เป็นนิ่วค่ะ เขาก็เป็นอีกคนที่รักหมา เขาบอกเองว่าเขาช่วยเหลือหมามาตลอด หลายๆ เคส ไม่ใช่แค่เคสหนู หนูพาไปหาหมอเอง ส่วนพี่เขาซัปพอร์ตเป็นเงินค่ะ
ค่ารักษา 5 แสน?
แพร : มันไม่ได้จ่ายทีเดียว เหมือนจ่ายเรื่อยๆ รวมๆ ก็เกือบ 5 แสนค่ะ
หลังจากนั้นเป็นยังไง?
แพร : หนูกับพี่เขาก็ดีกันมาตลอด ติดต่อ คุยแชตกัน เขาบอกว่าเขารักเราเหมือนน้อง เขาเอ็นดูกะทิ เขาเลี้ยงหมาหลายตัวด้วย เขาเอ็นดูหมา เอ็นดูแมว เอ็นดูสัตว์ ตอนนั้นเขาใจบุญมากค่ะ หลังจากนั้นติดต่อกันตลอด กะทิทำอะไรก็ส่งให้เขาดูตลอด หนูถือว่าถ้าไม่มีเขา ไม่รู้กะทิจะรอดมั้ยด้วยซ้ำ หลังจากนั้นติดต่อกันมาเรื่อยๆ จนหนูเองในปี 68
สี่ปีก็ติดต่อนิกกี้ตลอด?
แพร : ติดต่อตลอดค่ะ บางทีไปเที่ยวบางแสน พากะทิไปเที่ยว พี่เขาก็โอนเงินมาให้ บางทีอากาศร้อนมากๆ แอร์หรือพัดลมมันเอาไม่อยู่ เขาก็โอนมาให้หมื่นนึง ให้ไปซื้อเครื่องทำความเย็นให้กะทิ พี่เขาช่วยตลอด จนบางทีหลายครั้งหนูเกรงใจ พยายามจะถามเลขบัญชี พี่เขาบอกไม่เป็นไรเลย พี่ให้กะทิ พี่รักเราเหมือนน้อง เขาก็ไม่เคยเรียกเงินเลย เราก็เหมือนรู้จากการคุยกันว่าเขา แม่เขาชอบสะตอ ของใต้ ตอนเขาช่วยที่บ้านทุกคนก็ถือว่าเขาเป็นผู้มีพระคุณ พอรู้ว่าเขาชอบสะตอ แม่หนูก็เอาไปฝาก
แล้วปี 68 เกิดอะไรขึ้น?
แพร : หนูเป็นสโตรก วันที่ 17 ก.พ. 68
คุณมีแฟน หมาตัวนี้แฟนซื้อมา แล้วเลี้ยงด้วยกัน จนอายุเท่าไหร่แฟนถึงเลิกไป?
แพร : ช่วงปี 64 ตอนต้นปี ที่กะทิไม่สบายค่ะ
คุณเลี้ยงกะทิคนเดียว นอนด้วยกัน อยู่ด้วยกัน รักเหมือนลูก แล้วเกิดอะไรขึ้น?
แพร : มันไม่มีอะไรเตือนเลยค่ะ อยู่ๆ แขนข้างขวาตกไปเลย ตอนนั้นกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ที่ตรังค่ะ น้องสาวหนูโชคดีว่าเขาทำงานในรพ. มีความรู้เรื่องโรค เขาบอกว่าน่ากลัวแล้ว ไปรพ.เลย
ตามองซ้อนมั้ย?
แพร : ไม่ค่ะ แขนตกไม่มีแรง ขาก็ปกติ ตอนไปถึงรพ. หนูยังเดินลงจากรถเองได้เลยค่ะ มีแค่แขนข้างขวาที่ใช้งานไม่ได้ พอตรวจแรกๆ หนูก็หลับ สลบไปเลยค่ะ ตื่นมาอีกที แขน ขา ยกไม่ได้แล้ว หมอประเมินเป็นศูนย์เลยค่ะ สมองตายตรงคอขวดเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวค่ะ
พอตื่นมาแล้วรู้ว่าเป็นสโตรก ตอนนั้นกะทิอยู่ที่ไหน?
แพร : อยู่ที่บ้านที่ต่างจังหวัดค่ะ หนูฟื้นขึ้นมาวันที่ 18 จากห้องไอซียู สิ่งแรกที่หนูคิด พอหนูรู้ตัว น้องมาบอกว่าเป็นสโตรกแล้วนะ แขนขาขยับไม่ได้ไปข้างนึง สิ่งแรกที่หนูทำคือหนูติดต่อไปหาเขา สิ่งแรกที่หนูห่วงคือกะทิ ถ้าหนูเป็นอะไร มันจะไม่มีใครดูแลเขาได้ ก็ทักไปบอกพี่เขาว่าหนูเป็นอย่างนี้ๆ นะ หนูอาจต้องฝากกะทิ
ทางคุณนิกกี้บอกว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็เป็นคนน่ารักนะ ต้องยอมรับอย่างนึง พอคุณบอกให้เขาดูกะทิ เขาว่าไง?
แพร : เขาก็ยินดีค่ะ เขาบอกเอามาเลย จะให้ลูกบุญธรรมรับกะทิมาเลี้ยง แม่ของพี่นิกกี้เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ไว้ใจได้ ทำงานเอกชนแค่สัปดาห์ละ 2 วัน ที่เหลือเวิร์กฟรอมโฮมอยู่บ้าน ทำงานดี เงินเดือนเป็นแสน หลังจากนั้นมีการติดต่อบอกพี่นิกกี้ไปเรื่อยๆ พอหนูกลับมาอยู่กรุงเทพฯ หนูก็บอกว่าน้องเพชรขอหัดเลี้ยง เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหนูเลี้ยงคนเดียว เขาช่วยขับรถพากะทิไปเที่ยว แต่วิธีการเลี้ยงเขาเลี้ยงไม่เป็นเลย
เพชร : เราขออนุญาตเขาเลี้ยงก่อน
เพชรดูแลยังไง?
เพชร : ตอนเช้าเพชรกลับจากเฝ้าพี่แพร แล้วกลับมาให้อาหารกะทิ แล้วเตรียมตัวไปทำงาน ให้น้ำ ให้อาหารวางไว้หมดเลย ช่วงเย็นก็กลับไปทานข้าวกับพี่แพรก่อน เพราะกำลังใจเขาไม่มี หนูก็กลับมาให้ข้าวกะทิที่บ้านอยู่กับกะทิถึงสองทุ่ม แล้วก็กลับไปนอนกับพี่แพรต่อ เป็นแบบนี้เรื่อยมา จนถึงเดือนก.ย. ตั้งแต่ก.พ. ถึงก.ย. หนูทำแบบนี้ทุกวัน
แล้วอยู่ดีๆ กะทิไปอยู่กับเขาได้ไง?
เพชร : วันที่ 15 ก.ย. หนูล้มป่วย สโตรกเหมือนกัน ชาซีกขวาเหมือนกัน แต่หนูเป็นนิดนึงค่ะ
แพร : เขาเรียกมินิสโตรกค่ะ
เพชร : เรามีความเครียดจากการเจอก้อนเนื้อในท้อง คุณหมอบอกว่าอาจเป็นมะเร็งนะ เอาชิ้นเนื้อไปตรวจเราเครียดมาก ทั้งดูแลพี่สาว ทั้งดูแลหมา ทั้งทำงาน แล้วเครียดเรื่องโรคอีก ก็เลยล้มป่วย
กะทิเลยไม่มีคนเลี้ยง คุณส่งไปให้นิกกี้เลี้ยง ส่งไปฝาก หรือส่งให้เลย?
แพร : ฝากค่ะ
คุณแพร วันนี้เป็นผู้ป่วย มารายการต้องนั่งรถเข็น สองต้องเข้าใจอย่างนึง คนๆ นึงต่อให้เขาป่วย ยากไร้ยังไง แต่เวลาเขามีสิ่งที่เขารักและผูกพันอย่างสุนัขหรือสัตว์เลี้ยง เขาอยากให้อยู่กับเขา มันคือลูก อย่างบางคนบอกว่าเลี้ยงก็ไม่ได้ ไม่สบายด้วย ให้เขาไปดีกว่า อย่าพูดอย่างนี้เลย ผมว่ามันเป็นความรักของเขา คุณต้องเข้าใจเขา เหมือนคุณมีสิ่งที่รักสักอย่าง คุณเอาลูกคุณไปให้คนมีเงินเลี้ยง คุณจะได้สบายตัวเหรอ อย่าไปเบลมเขา อย่าไปว่าเขา เขามาวันนี้ก็ลำบากมากแล้วถึงมา ถ้าอันไหนรุนแรงเกินไปขอบล็อกเลยแล้วกัน?
แพร : (ร้องไห้)
หลายคนบอกว่าก็ให้นิกกี้เขาดูสิ เขามีปัญญาดู ฟังก่อนนะ หมาไม่ได้อยู่กับนิกกี้ เดี๋ยวคนจะเข้าใจผิด คุณยังฟังไม่จบแล้วตัดสินแล้ว ใจเย็นๆ ให้ฟังก่อน หลังจากรู้ว่าไม่ไหว น้องสาวป่วย คุณติดต่อไปหานิกกี้อีกที แล้วบอกว่ายังไง?
แพร : บอกว่าคงต้องฝากจริงๆ แล้วค่ะ ที่ผ่านมาผลัดมาตลอดว่าน้องสาวเลี้ยง พี่เขาก็เข้าใจว่าหมาอยู่กับเจ้าของถึงจะมีความสุขที่สุดค่ะ วันที่น้องสาวเข้ารพ. เขาบอกจะให้ลูกบุญธรรมรับไปเลี้ยงนะ ส่งคอนแทคของคุณบี คนนั้นมาให้ค่ะ คุณบีก็ขับรถมารับกะทิที่บ้านหนู และแลกไลน์กัน หลังจากนั้นส่งรูปมาให้ตลอด หนูก็ถามตลอด วันที่มารับก็รับรู้ตลอดว่าเดี๋ยวเพชรออกจากรพ. เพชรรู้ผลว่าเป็นมะเร็งหรือไม่เป็นมะเร็งก็จะไปรับกลับ ซึ่งฝากเลี้ยงไม่มีค่าบริการ พี่นิกกี้เป็นผู้มีพระคุณช่วยมาตลอด
จากนั้นเขามารับ?
แพร : เขามารับที่บ้าน วันที่ 16 ก.ย. ปี 68 หลังจากนั้นรพ.ศิริราชที่ตรวจชิ้นเนื้อของน้องสาว บอกยังต้องรอผลอยู่ น้องสาวอยู่รพ. แอดมิต หนูก็ต้องไปเฝ้า เพราะเขาต้องดูแลหนู
ต่างคนต่างผลัดกันเฝ้า?
แพร : นอนรพ.ตอนนั้น คุณหมอ คุณพยาบาลทุกคนแซวว่าใครมาเฝ้าใครกันแน่ เพราะนี่เฝ้าจริง แต่พิการครึ่งซีกค่ะ จากนั้นก็ติดต่อกับเขาตลอด จนบอกว่าวันเกิดกะทิวันที่ 20 ก.ย. ขออนุญาตวิดีโอคอลได้มั้ย หนูพูดทุกอย่างด้วยความเกรงใจ เพราะพี่นิกกี้มีบุญคุณกับหนูมาก คุณบีที่มารับก็อุตส่าห์ช่วยเลี้ยง เขามีบุญคุณเหมือนกัน หนูก็เกรงใจ ก็วิดีโอคอลได้คุยกับกะทิในวันเกิดของกะทิ
ครบ 10 ปี?
แพร : ในไอจีหนูลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์เขาทุกปี ลงเกี่ยวกับเขา 90 เปอร์เซ็นต์เลยค่ะ จากนั้นปลายต.ค. น้องสาวรู้ผลว่าชิ้นเนื้อนั้นไม่ได้เป็นมะเร็งก็เลยทักไปว่าจะไปรับกะทิกลับแล้วนะคะ ถ้าเป็นมะเร็งต้องอยู่รพ. และนัดวันผ่าตัด ถ้าอยู่รพ. กะทิต้องไปฝากอีกรอบเหรอ พอรู้ผลแล้วจะไปรับกลับตั้งแต่ต.ค. แต่เขาทักมาว่าขอพากะทิไปตรวจสุขภาพก่อนส่งคืน เขาอยากให้สบายใจ พอไปกะทิเองเป็นโรคหัวใจอยู่แล้วด้วย
เขาเจอคุณ เขาจำได้มั้ย?
แพร : จำได้ค่ะ เขาก็เดินเข้ามา อุ้มก็มาค่ะ
แล้วยังไงต่อ?
แพร : เขาก็ผลัดไปเรื่อยๆ พอจะไปรับกลับบอกคุณหมอเอาไปตรวจก่อน หนูถามค่าใช้จ่ายเท่าไหร่คะคุณบี เขาบอกไม่เป็นไรครับ พี่นิกกี้จัดการ เขาบอกแม่นิกกี้เป็นคนช่วย ไม่เป็นไร หนูขอเลขบัญชีเขา เขาก็บอกว่าไม่เป็นไร
ใช้คำว่าฝากนะ แล้วเป็นประเด็นขึ้นมาได้ยังไง?
แพร : หลังขอรับคืนครั้งแรก เขาบอกต้องพาไปหาหมอ แล้วเขาก็บอกว่าต้องพาไปหลายครั้ง หมอนัด พอจะเข้าไปหา ก็บอกว่าคุณหมอยังนัดต่อ พอเป็นโรคหัวใจ พอไปตรวจที่ใหม่ ถ้าจะเอากลับมาก็ต้องตรวจเหมือนนับหนึ่งใหม่อีกครั้งนึง ก็ให้เขาตรวจให้ครบที่คุณหมอนัด ก็เหมือนเลื่อนมาเรื่อยๆ จนหนูขอเข้าไปหากะทิอีกครั้งเพราะคิดถึง ไปล่าสุด 20 ธ.ค.68 ก็ได้เจอกัน เขาบอก 21 ธ.ค. หมอก็ยังนัดอยู่นะ ยังเอากลับมาไม่ได้ ไม่รู้ผลเป็นยังไง ณ วันนั้นเราเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าเขาหวังดีจริงๆ และเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอหน้ากะทิค่ะ
จากนั้นเกิดอะไรขึ้น?
แพร : วันสุดท้ายที่ติดต่อกับเขา คือวันที่ 8 ก.พ. วันเลือกตั้ง หนูบอกคุณบี ป้าผ่าตัดเสร็จแล้วนะคะ เดี๋ยวจะไปรับสุนัขคืน ถามว่าคุณบีสะดวกวันไหนคะ จะไปรับกะทิ ตั้งแต่พูดคำนั้นไป ก็หายไปเลย ขาดการติดต่อไปเลย ตั้งแต่วันที่ 8 เขาไม่อ่านเลย โทรไปก็ไม่รับเลยตลอดหลายวันที่ผ่านมา จนหนูขึ้นกลับมากรุงเทพฯ วันที่ 15 ตัดสินใจติดต่อไปทางนิติหมู่บ้านเขา เพื่อให้ช่วยตามคุณบีมารับโทรศัพท์หน่อยได้มั้ย นิติก็บอกว่าเขาอยู่บ้านปกตินี่ไม่ได้เป็นอะไร ก็เลยไปหาที่บ้านคืนวันที่ 15 ก.พ.
เพชร : ก่อนหน้ามีคลิปคุยกันนานค่ะ ตอนขับรถไป เขาโทรมาระหว่างทาง พูดประมาณว่าแพรทำงานแล้วเหรอ มีปัญญาเลี้ยงกะทิแล้วเหรอ กะทิต้องไปหามอวันละ 400 มีค่าใช้จ่ายเยอะ ยกกะทิให้เขาดีกว่า เขาเลี้ยงกะทิได้ดีกว่าเรา เราบอกว่าไม่ได้ เราไม่ได้ตกลงจะฝากเขาถาวร หมาของเรา เรารักของเรา เราอยากรับคืน เขาก็ตัดสายไปค่ะ หนูก็เข้าไปที่บ้านเลย
ป้าในคลิปเป็นใคร?
เพชร : แม่แท้ๆ ของคุณบีค่ะ เขาบอกถ้าอยากได้หมาคืนก็เอามาแสนนึงสิ เป็นค่าเลี้ยงดู เลี้ยงก็มีค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว ตอนนั้นไกล่เกลี่ยกันอยู่นาน สุดท้ายบอกว่าขอจ่าย 2 หมื่นวันนี้เลยได้มั้ย แล้วขอรับน้องเลย เพราะอยากเห็นหน้าน้องก่อน เขาบอกไม่ได้ ให้เอามาทั้งหมด หลังจากคลิปหนูพูดว่าถ้าหนูมีเงิน 1 แสนมาวางให้เลย จะได้รับหมาเลยใช่มั้ย เขาบอกไม่รู้สิ
แพร : ไม่รู้ ลองดู แล้วเขาก็ปิดประตูบ้านไปเลย
กะทิอยู่ในบ้านมั้ย?
เพชร : ไม่ทราบค่ะ นี่คือสิ่งที่มาร้องขอความเป็นธรรมทุกอย่าง เพราะไม่รู้ว่าตอนนี้กะทิยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า
นี่คือเหตุผล แล้วยังไงต่อ?
เพชร : หนูก็เรียกสายตรวจมาแต่ทำอะไรไม่ได้ค่ะ ก็เลยไปแจ้งตร.ที่สน.มีนบุรี ไม่รับแจ้ง บอกว่าไม่ใช่พื้นที่ของเขา ต้องแจ้งพื้นที่ที่เขารับหมา วันที่ 16 ก.พ. ก็เลิกงาน ขับรถไปสน.หนองค้างพลู ที่กรุงเทพฯ พุทธมณฑลสาย 3 ตอนที่ส่งหมาคือที่หนองค้างพลู บ้านหนูเองค่ะ แต่สน.หนองค้างพลูไม่รับแจ้ง บอกว่าไม่ใช่คดีอาญาไม่รับ ให้ไปตั้งทนายฟ้องเอง
เรื่องหมาไม่ยุ่ง?
เพชร : เขาบอกเป็นคดีแพ่ง เป็นทรัพย์ หนูก็ทำทุกทาง ทักหาทุกเพจเลย เพื่อขอความช่วยเหลือ สุดท้ายพี่สาวลงติ๊กต๊อก มันเป็นกระแสยอดวิวแสนกว่า มีคนดูเยอะ ได้รับความช่วยเหลือจากพี่คนนึงเขาทักมา เขาจะติดต่อทนายให้ท่านนึง เป็นทนายคุณวัน อยู่บำรุง บอกให้หนูเข้าไปที่สน.หนองค้างพลูอีกครั้งนึง จะช่วยคุยกับตร.ให้ ตร.ถึงรับแจ้งค่ะ นี่ด้วยความสัตย์จริงทุกอย่างค่ะ
แพร : ถ้าไม่มีทนายวันนั้น เขาก็จะยังไม่รับแจ้งค่ะ
เพชร : เขาบอกคุณไม่เข้าใจผมเหรอ พอทนายประสานไป เขาก็รับแจ้งในคืนนั้น สอบปากคำพวกเราในคืนนั้น พี่เขาเหมือนเป็นเลขาฯ คุณวันค่ะ
หลังจากนั้นยังไงต่อ?
เพชร : ทางหนองค้างพลูบอกว่าเช็กแล้วนะ ไม่ใช่พื้นที่ของเขา เหตุของการไม่คืนอยู่ที่มีนบุรีแล้ว ต้องส่งคดีกลับมาที่มีนบุรีใหม่ หนูก็ตามคดีจนมีนบุรีรับค่ะ แต่ทุกอย่างกว่าจะให้ปากคำ ทุกอย่างค่อนข้างยากเหมือนกันค่ะ
จ่าคิงส์ : กี่เดือนครับ
เพชร : ไม่ถึงหลักเดือนค่ะ
แพร : ครั้งแรกที่เขารับ ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุก็ประมาณ 2 สัปดาห์กว่าค่ะ
ทนายพัฒน์ : ขออนุญาตเสริมข้อกฎหมาย หลักเราส่งมอบทรัพย์ ถ้าแจ้งข้อหายักยอก ต้องไปดูตรงที่เขาปฏิเสธการคืน นั่นคือท้องที่เกิดเหตุ ฉะนั้นคดีนี้น่าจะเกิดที่มีนบุรีถูกต้องแล้ว
แล้วทำไมมีนบุรีไม่รับ?
ทนายพัฒน์ : อันนั้นไม่ทราบ หลักในการแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดี เราในฐานะประชาชน เราทราบว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น เราจะไปแจ้งที่สน.ไหนก็ได้เลย ถ้าพนักงานสอบสวนตรวจพบว่าเขาไม่ใช่พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ทางตร.พนักงานสอบสวนมีหน้าที่ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังพื้นที่ที่พนักงานสอบสวนรับผิดชอบตัวจริง หลักคือเรื่องธุรการเฉยๆ ประชาชนสามารถแจ้งที่ไหนก็ได้
แต่ปัจจุบันมักเป็นแบบนี้ ไปแจ้งที่นี่ก็บอกเรื่องเกิดที่โน่น ไปแจ้งที่โน่น แทบทุกที่นะ ที่อ่านข่าวมา อันนี้คุณตร.มีนบุรีได้ยินแล้วนะ การปฏิเสธมันเกิดขึ้นในพื้นที่มีนบุรี มีนบุรีต้องรับ แต่มีนบุรีบอกให้ไปแจ้งที่โน่น แต่หนองค้างพลูบอกเป็นเรื่องของแพ่ง ไม่รับ พูดไม่รู้เรื่องหรือไม่ ทนายคุณวันโทรไป รับครับ จากนั้น?
เพชร : ตร.เรียกพวกเราให้ปากคำ เราก็ให้ปากคำเรียบร้อย เขาบอกเดี๋ยวจะเรียกคู่กรณี มีหมายเรียกสองครั้ง ถ้าไม่มาก็เป็นหมายจับ แต่ถ้ามีคืบหน้าเขาจะติดต่อทางเราอีกที หรือไม่ 1 เดือนให้เราติดต่อไปที่ร้อยเวร ผ่านไป 1 เดือนก็รอทุกอย่าง ว่าเขาจะเรียกไกล่เกลี่ยหรือเปล่า ผ่านไป 1 เดือนติดต่อร้อยเวรคนเดิม เขาบอกว่าคู่กรณีให้ปากคำเรียบร้อยแล้ว
ฝากบอกคนที่พิมพ์ว่าเขาเลี้ยงดีก็ให้เขาไป มึงรู้ได้ยังไงว่าเขาเลี้ยงไม่ดี บ้านอยู่บ้านเดียวกับเขาเหรอ แล้วอย่าไปบูลลี่เขาว่าเขาป่วยจะเลี้ยงหมาไม่ได้ เขาเลี้ยงได้ มันเหมือนลูกเขา อย่าพิมพ์แบบนี้เลย มันตลก จ่าคิงส์รบเรื่องนี้มา ตอนแรกไม่งงเหรอ?
จ่าคิงส์ : ผมก็งง แต่ผมเห็นน้องบอกว่าไปร้องมาหลายที่ พี่คิงส์ช่วยหนูหน่อย หนูไม่สบายเป็นสโตรก หมาตัวนี้เป็นเพศผู้รักเหมือนลูก มานั่งพูดคุยที่บ้านผมเกือบ 2 ชม. เขาบอกไปแจ้งความที่สน.มีนบุรีแล้วคดีไม่คืบ บ่ายนี้เสร็จจากโหนกระแส จะพาน้องสองคนไปปรึกษาที่กองปราบให้ติดตามเรื่องคดีต่อไป
ข้อกฎหมายเขามีสิทธิ์เรียกเงิน 1 แสนมั้ย?
ทนายพัฒน์ : จริงๆ ไม่ได้ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก เป็นเรื่องสัญญาฝากทรัพย์ มีสองประเภท ประเภทนึงฝากธรรมดา ไม่มีบำเหน็จ ประเภทที่สองฝากมีบำเหน็จ มีค่าฝาก เมื่อไม่ได้ตกลงตั้งแต่แรก ก็ไม่สามารถเรียกได้ เวลาเอาสุนัขมาเลี้ยงมันก็ต้องมีค่าใช้จ่ายการเลี้ยงการรักษาพยาบาลอะไรก็แล้วแต่ ตรงนี้ก็ต้องตกลงตั้งแต่แรก ถ้าไม่ตกลง ก็ปริยายอยู่แล้วว่าเรารับมาเลี้ยงเราก็ต้องเป็นคนจ่าย แต่เจ้าของเขาอาจจะช่วยด้วยอะไรด้วย เป็นเรื่องการตกลงกันเฉยๆ ไม่มีข้อกฎหมาย ดังนั้นไม่มีสิทธิ์เรียกครับ
โทรหา “คุณนิกกี้” คนกลางที่รับฝากสุนัขให้คุณบีเลี้ยง ขอบคุณคุณนิกกี้ที่เคยช่วยอุปถัมภ์เจ้ากะทิ เรื่อง 5 แสน วันที่น้องเขาติดต่อมา เขาบอกขอฝากสุนัขตัวนี้ คุณนิกกี้ตอบไปว่ายังไง?
นิกกี้ : บอกว่าได้ค่ะ
ไม่ได้ดูแลเอง ส่งต่อให้คุณบี?
นิกกี้ : ใช่ค่ะ เพราะที่บ้านหมาเยอะมาก แล้วกะทิไม่แข็งแรง กลัวโดนรุมค่ะ
คุณบีเกี่ยวข้องกับคุณนิกกี้ยังไง?
นิกกี้ : คุณแม่เลี้ยงมาตั้งแต่คลอดเลยค่ะ เอ็นดูเหมือนลูกบุญธรรม เหมือนลูกหลานค่ะ
ตอนฝากไว้ที่คุณบี บอกคุณบียังไงบ้าง?
นิกกี้ : บอกว่าเจ้าหมาปอมจำได้มั้ยที่เคยคุยกันไว้ ตอนนี้เจ้าของไม่ไหวแล้ว ตัวพี่เป็นสโตรก แล้วตัวน้องเขาเป็นอีก แล้วเอามาที่บ้านไม่ได้ เดี๋ยวจะรุมกะทิ ฝากไว้ที่บ้าน สนใจรับมั้ย ดูแลมั้ย สงสารมัน หมาป่วยไม่สบาย เขาก็บอกว่าได้ครับ เราก็โอเคให้คอนแทค เขาก็เริ่มติดต่อกันค่ะ
จากนั้นเขานำกะทิไปฝาก เป็นการฝากใช่มั้ย?
นิกกี้ : แน่นอนค่ะ เป็นการฝาก ก็บอกว่าฝากไว้
สุดท้ายมารับกลับได้ใช่มั้ย?
นิกกี้ : แน่นอนค่ะ ถ้าค่าเลี้ยงดูไม่เคยคุย ไม่มี แต่เท่าที่ทราบปัญหาทั้งสองฝ่าย คือทางคนเลี้ยงเขาสงสาร ไปสภาพสะบักสะบอมเลย เราบอกใจเย็นๆ ไม่เป็นไร เอาหมาไปหาหมอก่อน เจ้าของเขาดูแลไม่ได้เพราะเขาเป็นสโตรก หมาเพิ่งขึ้นมาจากใต้ มาอยู่กับน้องเขา น้องก็ดูแลไม่ได้ การทำความสะอาดมันยาก เอ็งพาไปหาหมอดูหน่อยว่าเป็นอะไร ทีนี้ก็เจอเลย ป่วยค่อนข้างเยอะ นางก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการรักษาของนาง ความผูกพันย่อมเกิด ทีนี้หลังคุยกันไปมา ความทราบว่า ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ก็บอกว่าเข้าใจ ที่บ้านหมาเยอะ ค่าใช้จ่ายต่อตัวไม่ถูกอยู่แล้ว หมาอายุเยอะ ค่าใช้จ่ายมันเกิด ทีนี้บอกว่าสองคนพี่น้องไม่ได้ทำงาน ตัวน้องทำคนเดียวน่าจะไม่ไหว เพราะฉะนั้นถือว่าเลี้ยงเอาบุญนะ ดูแลกันไป เรามองว่าเขาดูแลได้ เพราะเขาไม่มีภาระ แล้วเขาเป็นคนรักสัตว์มาก ทั้งแม่ทั้งลูกเลยรักมาก ก็ให้เขาดูไป ความทราบอีกว่าทางนี้จะขอหมาคืน เราถามแล้วว่าหายแล้วเหรอ เดี๋ยวจะเป็นเหมือนเดิม คือตัวน้องสาวไปทำงาน พี่สาวอยู่แล้วใครจะดู เพราะตอนนี้กะทิเป็นคุณชายไปแล้ว ต้องเปิดแอร์ให้ 24 ชม. ถ้าไม่เปิดอาละวาด
เพชร : ตอนอยู่กับพวกหนูก็เปิดแอร์ 24 ชม.ค่ะ
นิกกี้ : แล้วการหาหมอ ยาหัวใจก็รู้กันอยู่ เม็ดละ 100 ได้แล้วมั้งคะ มียาขับน้ำ ร่วมด้วยยาความดันเยอะแยะเลย ค่าใช้จ่ายมันเกิดแล้ว ก็บอกว่าไม่เป็นไร เลี้ยงเอาบุญ มันน่าสงสาร ชีวิตมันน่าสงสาร หมาตัวนี้ถูกทิ้งมา น้องไปเอามาจากห้องเช่า คือฟังมาจากน้อง ช่วยมาเหมือนกันค่ะ
แพร : เอามาจากแฟนค่ะ แฟนหนูซื้อมา
นิกกี้ : ค่ะ เขาโดนทิ้งไว้ที่ห้องเช่าที่อยู่ด้วยกันไงคะ ผู้ชายไปแล้ว แล้วขังหมาไว้ในห้อง
หมายถึงแฟนคุณเอาหมาไว้ในห้อง คุณก็ไปเอาหมามาจากแฟนเขา?
นิกกี้ : แล้วเริ่มป่วยมาก เราอยู่ในโมเมนต์ที่หมาป่วย หมาน่าสงสารสุดๆ ฉี่ไม่ได้ ชม.นั้นเรามีคนรู้จัก เพราะเราช่วยหมาเยอะมาก เราก็เลยโทรไปอยู่แถวนั้น แถวถนนจันทน์นะ ให้เขาไปดู ติดต่อมูลนิธิหน่อยช่วงเคอร์ฟิว อันดับแรกไปส่งที่ทองหล่อเลย ค่าใช้จ่ายเราจัดการเอง หลังจากนั้นเริ่มมีคอนแทคกันตลอด กะทิเพิ่งรู้ว่าเป็นเยอะมาก รอดมาได้ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์ เพราะป่วยตลอด เราก็ช่วยกันมาตลอด ณ วันสุดท้ายที่ส่งไปให้อีกบ้านนึงเลี้ยง ที่เขามีกรณีกันนั่นแหละค่ะ ก็ช่วยตลอด ช่วยทั้งคนช่วยทั้งหมา จากนั้นก็มีเรื่องมีราวกันค่ะ
คุณบีเลี้ยงเขาก็เลยรัก ทางนี้ไปขอคืน เขาเลยไม่อยากคืน?
นิกกี้ : เขามองว่าเขาผูกพัน ตอนแรกแจ้งไปแล้วว่าเจ้าของเขาจะเอาจะทำยังไงได้ เขาเลยถามว่าเขาเลี้ยงได้เหรอ เขาเคยส่งบิลไปค่ารักษาพยาบาลเอาไปแอ็กโค่รอบแรกที่มา ประมาณ 4 พันกว่าบาท ไม่เห็นเขาตอบผมเลย เขาส่งให้ดูว่าค่าใช้จ่ายมีแล้ว
แพร : หนูทักไปค่ะ ตอนไปบ้านก็ถามเหมือนกัน แต่คุณธีมบอกว่าไม่เป็นไรครับ แม่นิกกี้จัดการแล้วค่ะ
นิกกี้ : อันนี้ไม่ทราบว่าเขาคุยอะไรกัน เพราะเราไม่ใช่ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เราตอบไม่ได้ ต้องเป็นเขาสองคนคุยกันค่ะ
แพร : มีประวัติการแชตขอเลขบัญชีคุณธีมด้วยค่ะ
สองฝั่งเรียกคุณธีมหมด ธีมก็ธีม ไม่ใช่คุณบี ตอนนี้คุณธีมอาจต้องคุยกับคุณนิกกี้อีกที เพราะสองฝั่งพูดไม่เหมือนกัน?
นิกกี้ : อันนี้เป็นเรื่องของเขาสองคน แต่ที่รับทราบรับข้อความมาเป็นแบบนี้
จากนั้นยังไงต่อ เขาจะคืนมั้ย?
นิกกี้ : เขาเลี้ยงแล้วเขาผูกพันค่ะ เป็นเรื่องทางเขากับน้องเจ้าของหมาต้องคุยกันแล้วกรณีนี้ เพราะค่าใช้จ่ายมันเกิด ถ้าถามว่าเขาเรียกเขาไม่ได้เดือดร้อนเงินหรอก แต่เขาจะดูว่าคุณเลี้ยงไหวต่อไปเหรอ เขาสงสารแล้ว และเขาให้ใจไปแล้ว ทุ่มเทอดหลับอดนอนไปแล้ว ช่วงแรกกว่าจะปรับตัวได้ เขาป้อนข้าวป้อนยาชนิดที่กินยาได้มั้ย ยาอยากให้กิน เพราะหัวใจไม่ดีเลย เขาพยายามทำทุกอย่าง แล้ววันนึงความผูกพันเกิดขึ้นแล้ว มันมาด้วยสภาพสะบักสะบอม เขามองว่าเจ้าของไหวมั้ย กับ 24 ชม. อย่างเมื่อคืน ตีเท่าไหร่ไม่รู้ เขาก็พาไปรพ.อีก เขาทุ่มเทใจไป เขาสงสาร เขารักแล้ว เหมือนเราเป็นมนุษย์หมา มนุษย์แมว เราเห็นแล้วสงสาร มันไหวมั้ย เจตนาเขาจากมุมมองของเรา เขามองว่าไหวมั้ย แล้วคุณภาพชีวิตหมา อยู่กับเขา ไปทำบุญที่วัดก็เอาไป ไปเที่ยวต่างจังหวัดก็เอาไป เอาไปไหนก็เอาไป มีอุปกรณ์พร้อม ให้เวลาให้ใจทุกอย่าง เขามองว่าสุขภาพดีขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น หมามีความสุข เขาอยากให้มองในมุมมองตรงนี้ ทำไมไม่มองว่าคุณภาพชีวิตมันต่างกันมั้ย เข้าใจว่าคุณเป็นเจ้าของ แต่ในเมื่อคุณเลี้ยงแล้วเขาป่วยสะบักสะบอมมา แต่เขาทำได้ดีกว่า เขามองแบบนี้ค่ะ ตามความรู้สึกของคนเลี้ยงหมา คนรักหมา มองแบบนี้มากกว่าค่ะ
คิดว่าต้องลงตรงไหนดี?
นิกกี้ : อันนี้ก็ไม่รู้ ต้องแจ้งพี่หนุ่มว่าตลอดเวลาตั้งแต่เคอร์ฟิวยันปัจจุบัน ยังซัปพอร์ตน้องเขาอยู่ แต่ตั้งแต่มาอยู่ในมืออีกบ้านนึงไม่ต้องซัปพอร์ตแล้ว เพราะน้องดูแลได้แล้ว ถามคำเดียวว่าถ้าเอากลับไป ดูแลได้มั้ย
แพร : ดูแลได้ค่ะ
นิกกี้ : พี่ถามคำเดียวเลย ถ้าน้องรักพี่เข้าใจ พี่ก็รักหมามากสุดๆ ไปเลยทำไมน้องไม่มองว่าคุณภาพชีวิตมันต่างกันมั้ย แล้วหนูสามารถไปเยี่ยมเขาได้ เขายังอยู่ ยังมีความสุข สามารถใช้ชีวิตได้แบบปกติ ร่าเริง ได้กินอาหารดีๆ ซึ่งกะทิกินอาหารปกติไม่ได้นะคะ
แพร : ที่เขาบอกว่าพาไปแล้วสะบักสะบอม 2 ก.ย. หนูยังพากะทิไปอาบน้ำตัดขนอยู่เลยนะคะ
เพชร : แต่สภาพที่อยู่กับเขา เขาไม่เคยอาบน้ำ ตัดขนให้กะทิเลยนะคะ นี่ 2 ก.ย.เองค่ะ
นิกกี้ : ตัดสิคะ ผูกผ้าพันคอมาให้อย่างหล่อเลย
แพร : หนูก็เลยงงว่าสะบักสะบอม สะบักสะบอมยังไง
นิกกี้ : ตอนกะทิมาถึงเขา เอามาให้หมอ มีโรคผิวหนังเต็มตัวเลย กลิ่นฉี่มาเต็มตัวเลย ฉี่หยด ท้องมีแต่แผล คุณหมอจัดการรักษาให้แล้ว ตอนนี้ไม่เป็นแล้ว แต่ถ้าจำได้ ตลอดระยะเวลาที่อยู่กับเรา เราแจ้งตลอดว่าทำยังไงก็รักษาไม่หาย แต่ทำไมอยู่กับอีกบ้านมันหาย
แพร : ไม่ใช่รักษาไม่หายนะคะ ตลอดที่เราคุยกัน ประวัติแชตก็มีว่ากะทิเป็นๆ หายๆ บางทีเหมือนอากาศอะไรก็ตาม เขาเหมือนฉี่แล้วนอนทับฉี่เขา หนูก็เช็ดท้องให้ทุกวัน
นิกกี้ : พี่เข้าใจ แต่มาอยู่ตรงนี้น้องหาย น้องไม่เป็นแล้ว น้องสะอาดแล้ว น้องหล่อเลย
คิดว่าให้เขาปล่อยมือจากกะทิไปอยู่กับคุณธีมดีกว่าใช่มั้ย?
นิกกี้ : ตามความคิด คิดอย่างนั้น แต่ไม่ทราบว่าทุกคนจะเห็นด้วยมั้ย อันนี้ไม่ทราบจริงๆ แต่รู้จักมา 5-6 ปีแล้ว เห็นว่าเขามาอยู่ตรงนี้ เราเห็นเขาถ่ายรูปส่งมา สุขภาพดีแล้ว มีความสุขดีแล้ว หาหมอตามนัดแล้ว สบายแล้ว
เพชร : เอามาวัดค่าความรักของเราไม่ได้ค่ะ
นิกกี้ : เรามองว่าที่ไหนให้คุณภาพชีวิตที่ดีกว่าได้ ถูกมั้ยคะ
เพชร : เราเลี้ยงมา 10 ปี ถ้าเขารักกะทิ การกระทำไม่ใช่แบบนี้ ไม่ใช่ไปหน้าบ้านแล้วด่าเรา
นิกกี้ : กรณีนี้เป็นอีกเรื่องนึง ถึงหน้าบ้านแล้วด่า พี่คุยแบบคนกลางนะ พี่เห็นคลิปจากเพื่อนบ้านมาแล้ว เขาส่งมาให้พี่แล้ว ลงจากรถไปไม่มีใครสามารถชี้หน้าด่าใคร เราลงไปทำอะไรก่อน
เพชร : ทำอะไรคืออะไรคะ
นิกกี้ : อันนี้ไม่ทราบ มันอยู่กับตร.แล้วล่ะ พี่เห็นว่าเราไปทำอะไร เราทำแบบไหน
เพชร : ถ้าพูดเรื่องเดิม คนเราสามารถตัดสินว่าตัวเองเหมาะสมที่จะเลี้ยงหมาของคนอื่นได้ โดยที่แค่เลี้ยงได้ดีกว่าจริงๆ เหรอคะ ถ้าการตกลงตอนแรกคือการฝาก แต่พอรู้สึกว่าเลี้ยงได้ดีกว่าก็คืออยากยึด
นิกกี้ : ทั้งหมดทั้งมวลจะโทรมาถามความเห็นพี่ใช่มั้ยคะ พี่ก็ตอบว่ามุมมองของพี่ พี่มองแบบนี้ ส่งเขาไปให้สุด ให้เขามีความสุขให้สุด บั้นปลายชีวิตเขาแก่ เขาป่วยหนักแล้วเนี่ย
เพชร : ไม่นึกถึงมุมพวกเราที่อยู่กับกะทิมาตลอดเหรอคะ กับบั้นปลายชีวิตหมา เขาอยากอยู่กับพวกเราหรือเปล่า พี่รักเขา ลูกบุญธรรมของพี่รักเขา ญาติเขารักเขา แล้วเราไม่รักเหรอคะ
นิกกี้ : พี่ไม่ได้บอกว่าเราสองคนไม่รักนะคะ
มุมมองต่างกัน ทางคุณนิกกี้เขาพยายามบอกว่าวันนี้สุนัขมีคนอุปถัมภ์ที่ดีแล้ว ถ้าคุณรักหมา คุณปล่อยให้เขาไปอยู่กับคนอุปถัมภ์ดีๆ มั้ย ถ้าเกิดไปอยู่กับคุณ เวลามันป่วยขึ้นมา เขามองว่าคุณอาจไม่มีเงินในการรักษา สุดท้ายต้องมีคนอื่นมาคอยซัปพอร์ต แต่ถ้าเกิดอยู่บ้านนี้ ไม่มีใครซัปพอร์ตแล้ว เขาดูแลของเขาได้เอง คุณก็ไม่ต้องเดือดร้อนตรงนี้ด้วย แต่มุมฝั่งนี้เขามองว่าหมาอยู่กับเขามา 10 ปี ไม่ได้ป่วยครั้งแรก อาจใช้คำว่ารักษาถูๆ ไถๆ กันไป เขาอาจตอบในใจเขาว่า คนจนไม่มีสิทธิ์เลี้ยงหมาเหรอ?
แพร : พี่นิกกี้บอกหนูเองด้วยซ้ำว่าขนาดคนจน คนเก็บขยะ เขายังเลี้ยงได้
นิกกี้ : ใช่ พี่จำได้พี่พูดคำนี้ พยายามรั้งทุกทาง ไม่ให้เอาหมาให้ใคร แม้กระทั่งเจ้าของข้าวเปล่าๆ มันยังอยู่กับเราได้เลย ขอแค่อยู่กับเจ้าของ แต่วันนึงเราปล่อยมือแล้ว เราบอกเราเลี้ยงไม่ได้ เพราะว่าเราเป็นสโตรก เราป่วยเราเลี้ยงไม่ได้ แต่วันที่น้องสาวเขายังอยู่ เขายังให้กะทิอยู่ได้ เขาบอกว่ากะทิไม่ต้องการการอุ้ม 24 ชม. ขอให้เขาเห็นหน้าเจ้าของเถอะ ให้อยู่ พี่พูดคำนี้ถูกมั้ย จะยังไงก็ได้ให้เขาอยู่วิ่งพันขาเรา เขามีความสุขแล้ว แต่วันนึงเราบอกเราป่วย ต้องไปรักษาตัว เราปล่อยมือเขาออกมา พี่พยายามรั้งแล้ว พี่มองว่าหมามันอยู่กับเราได้ ทำไมถึงปล่อยมือไป
เพชร : พวกเราปล่อยมือในวันที่หนูแอดมิตด้วยนะคะถ้าหนูยังอยู่เราไม่ปล่อยกะทิแน่นอน แต่วันนั้นเราแอดมิตด่วน เลยปล่อยมือแป๊บนึง
กะทิอยู่มั้ย ถามกะทิดีกว่า อยากอยู่กับใคร ปวดหัวไปหมดแล้วเนี่ย?
จ่าคิงส์ : กะทิยังอยู่ใช่มั้ย
นิกกี้ : อยู่ค่ะ เมื่อคืนเอาไปเอกซเรย์เพราะร้อง ทางนั้นบอกว่ากะทิเก็บอึไว้ในท้อง หวงมาก แต่อึเช้าอึเย็น เก็บไว้ในท้องเยอะ หมอเลยบอกไม่เป็นไร เพิ่มผักไป หมอบอกว่าอย่างนี้เริ่มเป็นหมาเอาแต่ใจตัวเองไงคะ
ผมเชื่ออย่างนึงว่าหมาใคร ใครก็รัก เขาก็อาจเลี้ยงของเขามาก่อน 10 ปี ผมเข้าใจคุณในมุมความเป็นอยู่ของกะทิว่าอาจอยู่กับคนใหม่น่าจะดีขึ้น แต่ในเมื่อเจ้าของใช้คำว่าฝาก มันก็จำเป็นต้องคืนเขา ถ้าไม่คืนจะมีผลทางกฎหมาย ขณะเดียวกันกะทิกลับไปอยู่กับเขา สุดท้ายเขาเลี้ยงกะทิไม่ดี แล้วกลายเป็นว่ามันเข้าข่ายเรื่องทรมานสัตว์ ทารุณกรรมสัตว์ก็ต้องไปว่ากันอีกเรื่องนึง ว่าไปตามหลักการ ตามกรรมๆ แต่วันนี้ทางคุณธีมต้องเอาหมามาคืนเขาก่อน เพราะมันไม่ใช่หมาคุณธีม?
นิกกี้ : พี่หนุ่มพูดถูกค่ะ แต่มันเป็นเรื่องคดีความกันไปแล้ว เจ้าของทรัพย์จะมารับทรัพย์คืนเจ้าของทรัพย์ก็ต้องชำระทุกค่าค่ะ
เท่าไหร่?
นิกกี้ : ขึ้นอยู่กับทางโน้น อันนี้ไม่ทราบเลย ถ้าคุณจ่ายไหวก็เอาไป เพราะแปลว่าคุณมีปัญญาเลี้ยง
วันนั้นเขาเรียกมาแสนนึง?
นิกกี้ : ค่ะ ก็คงต้องหามาให้เขาแหละค่ะ เพราะเป็นรูปแบบคดีแล้ว แล้วก็มีอาหาร ค่าเลี้ยงดูจากดาวอังคาร หรือดาวพระเสาร์ที่คอมเมนต์กันสนุกเลย ไม่ทราบสตอรี่ ก็อยากบอกเลยแล้วกันว่ามีค่ารักษาพยาบาล ถ้าหมาคุณป่วยคุณจะเข้าใจเลยว่ายาหัวใจเม็ดละร้อย
เพชร : ถ้าเอาตามกระบวนการตามกฎหมาย เอาบิลทุกอย่างมาคุยกัน ตั้งแต่เขาไม่รับ เรามีการไลน์ตลอด คุณธีมก็อ่านด้วย หนูบอกว่ามาคุยกันแบบผู้ใหญ่เลย เอาบิลมา เอาค่าใช้จ่ายมาคุย เอาทนายมาก็ได้ เอาอะไรมาก็ได้ ว่าค่าใช้จ่ายมันเท่าไหร่ สมมติยอดถึงแสนจริง ก็เอามาคุยกัน ไม่ใช่หายไป บอกจะเลี้ยงแล้วหายไปเลย ถ้าบอกว่าค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นแล้ว เราไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำไม่เกรงใจเขา ทุกครั้งที่ไปก็มีขนมติดไม้ติดมือ แต่ถ้าเกิดยากเรียกเป็นเงิน เอาบิลมาค่ะ เอาค่าใช้จ่ายมาทุกอย่าง
นิกกี้ : พี่เข้าใจ อันนี้เป็นกรณีที่อยู่ในชั้นสอบสอบในชั้นศาล เดี๋ยวไปฟ้องร้องกันในอนาคต แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หนูไปเอากะทิมาเลี้ยงกัน ผู้ซัปพอร์ตหรือแม่ยกรายหลักคือพี่ พี่มองแบบนี้ไง พี่ซัปพอร์ตกะทิมาตลอด แต่วันนี้มุมมองของพี่ มีคนที่ดูแลกะทิได้ดีแล้ว พี่สบายใจ แต่ถ้าหนูและอย่างที่พี่หนุ่มเห็น ก็ต้องคืนเจ้าของ เป็นเรื่องของหนูกับทางโน้นต้องไปคุยกัน
เพชร : แล้วจะทำยังไงให้หนูได้คุยกับทางโน้นคะ
นิกกี้ : เดี๋ยวคงอยู่ในชั้นสอบสวนชั้นอะไร เดี๋ยวเขาก็คงเรียกไปคุยกันนั่นแหละค่ะ
เพชร : ตั้งแต่ 20 ธ.ค. ถึงวันนี้เขาไม่เคยรับสาย ไม่ตอบไลน์ บล็อกไปหมดเลย ถ้าหนูไม่ทำเรื่องให้ถึงตร. เขาจะติดต่อตร.มั้ยคะ
นิกกี้ : ทางโน้นไปลงบันทึกประจำวัน วันที่หนูไปหน้าบ้านเขา มันมีเรื่องมากกว่าที่เห็นในคลิปที่หนูให้พี่หนุ่มดู เขาส่งให้ทางโน้นดู มันเป็นอีกเรื่องนึงแล้ว หนูต้องไปคุยกับทางโน้น
มันต้องแยกกัน?
ทนายพัฒน์ : ที่จริงเราหนีหลักเรื่องของเจ้าของไม่ได้ แล้วเท่าที่ฟังจนถึงตอนนี้ เขาแค่ฝากเลี้ยง ไม่ใช่ให้ไปเลย แต่คุณธีมที่เอาไปอาจมีความรักต้องการดูแล แต่ตอนนี้คุณแพรกับคุณเพชรเขาแจ้งแล้วว่าเขาพร้อมเอากลับมาเลี้ยง แต่สถานะการเอากลับมาเลี้ยงอาจไม่ดีเท่าที่คุณธีมเลี้ยง
นิกกี้ : งั้นถ้าคุณป่วยอีก 3 ปีล่ะ
เพชร : ไม่เป็นไรค่ะ หลังจากนี้หนูไม่หาคนนอกเลี้ยงแล้วแน่นอน
นิกกี้ : อีก 3 ปี คุณไปขอคืน ความผูกพันก็ต้องเกิดอีก
ทนายพัฒน์ : ตอนนี้ต้องเข้าใจก่อนว่าเขาไหว เขาไม่ได้ป่วย
นิกกี้ : ใช้คำว่าไหว รู้สึกคันปาก คันหัวขึ้นมาเลย (หัวเราะ)
ทนายพัฒน์ : เมื่ออยากให้จบปัญหาควรคืนสุนัขกลับมาก่อนนะครับ
นิกกี้ : คุณทนายต้องเจรจากับทางโน้นแล้วล่ะค่ะ เพราะว่าน้องหมาไม่ได้อยู่ที่พี่ ในมุมมองของพี่ พี่บอกเรื่องที่พี่ทราบไปหมดแล้ว แม้แต่ทุกคลินิกที่เขาไปหา นอกจากทองหล่อพี่ยังส่งคนที่พี่รู้จักให้ตามไปถึงคลินิกเพื่อตามไปดู เพราะตัวน้องมีปัญหากับหมอแต่ละคลินิก ให้เขาไปเจรจาแล้ว ตกลงหมาเป็นอะไรกันแน่ ทำไมเป็นอย่างนี้ๆ จริงๆ ดีเทลมันหลายเรื่องค่ะ 6 ปีมันเยอะไปหมด แต่เข้าใจค่ะว่าหมาต้องคืนเจ้าของ
ทนายพัฒน์ : ความเห็นพี่นิกกี้คือยังไง
นิกกี้ : ต้องคุยกันค่ะ
แล้วจะคุยยังไงดี ในเมื่อเขาติดต่อไม่ได้?
นิกกี้ : ทราบว่าเรื่องไปถึงตร.แล้ว ก็ต้องคุยผ่านตร.ค่ะ สน.มีนบุรีค่ะ
จริงๆ มันไม่ยากเลยนะ หมาเขาก็ให้เอามาคืน?
นิกกี้ : ก็เอาเงินไปคืนธีมก็จบค่ะ
ทางนี้ก็ยินดีนะ?
ทนายพัฒน์ : ตอนนี้เจ้าของเขาอยากได้ทรัพย์เขาคืน ถ้าเอามาเลี้ยงระยะนึงประเมินตัวเองว่าไม่ไหวแล้วดูไม่ดีโน่นนี่นั่น ถ้าดูว่าคุณธีมเลี้ยงดีแล้วส่งกลับไป ถูกมั้ย
เพชร : ไม่ส่งแล้วค่ะ
แพร : ตอนนั้นที่ส่งไม่ใช่น้องสาวเลี้ยงไม่ไหว แต่น้องสาวเข้ารพ.
เพชร : เรามองว่าเขาเลี้ยงได้ดีกว่า แค่นั้นเลย
นิกกี้ : ถามคำเดียว ตอบพี่มาเลย ตลอดระยะเวลาที่บอกว่าจะให้เพชรเลี้ยง แม้กระทั่งหนูทำงานโน้ตบุ๊กไปจำนำ พี่ก็ช่วย พี่เมตตา พี่เอ็นดู สงสารกะทิ รวมทั้งกายภาพ หนูมาขอยืม พี่บอกไม่ต้องคืน พี่ให้ ถ้าหนูเก็บเงินคืนได้ เอาไปซื้ออาหารให้กะทิ นั่นคือสิ่งที่พี่มองว่าหนูไหวมั้ย พี่เป็นห่วงหมา
แพร : ตอนที่หนูป่วยแรกๆ แล้วหนูบอกขอยืมเพราะหนูยังไม่ได้เงินจากประกัน
นิกกี้ : ก่อนป่วยก็มี จริงๆ ไม่อยากพูดเลย เอาเป็นว่าไม่พูดแล้วดีกว่า อย่างที่บอกคอยซัปพอร์ตทั้งคนและหมา พอเรามองตรงนี้เราดีใจแล้ว สำหรับมนุษย์คนรักหมา เราดีใจแล้ว หมาได้อยู่กับคนที่ดี คนมีเวลา คนที่รักเขาแล้ว เราถือว่ามันมิชชั่นคอมพลีตแล้ว แล้วถ้ายังสโตรกอยู่ซีกนึง ยังทำอะไรไม่ถนัด วันว่างขับรถไปหา เจ้าของใหม่เขาคงไม่ว่า แต่ทราบว่าตลอดระยะเวลาที่เอาไปฝากเขา 5-6 เดือน ไปเยี่ยมหมาแค่ครั้งเดียว ทราบแค่นั้นค่ะ
ผมว่าประเด็นตอนนี้อยู่ที่ว่าอาจต้องคืนทรัพย์เขาก่อน ฝากบอกคุณธีมแล้วกัน ส่วนคุณจะไปดำเนินคดีเขาบุกรุกก็ไปว่ากัน มันแยกเป็นเรื่องๆ?
ทนายพัฒน์ : ค่าเรียกร้องกัน ไม่มีการตกลงกันไว้แต่แรกด้วย เป็นเพียงข้อเสนอที่เสนอมาตอนไปรับหมากลับ
นิกกี้ : ของแบบนี้ไม่ต้องเสนอหรอกค่ะ เรารู้อยู่แล้วว่าหมาต้องกินเหมือนเรา หาหมอเหมือนเรา ในเมื่อคุณจะเอาทรัพย์คืน เราบอกติดต่อคนให้ อยู่ที่คุณกับเขาคุยยังไงกัน เท่านั้นแหละค่ะ
ทนายพัฒน์ : ผมตอบในมุมมองนักกฎหมาย กฎหมายไม่ได้ระบุว่าให้สุนัขไปเลี้ยงชั่วคราว ถ้าไม่มีการตกลงกันจ่ายโน่นจ่ายนี่ เจ้าของที่ไปฝาก ไม่ต้องจ่ายเลยครับ คนเอาไปเลี้ยงก็เป็นคนต้องจ่ายอยู่แล้วครับ
นิกกี้ : ค่ะ งั้นก็เป็นเรื่องกฎหมายแล้ว ก็ต้องไปว่ากันด้วยเรื่องตัวบทกฎหมาย คือเป็นคนกลางจะยกหูบอกว่าแกเอาหมามาคืนเขาเลยนะ หรือจะบอกเพชรเอาเงินไปให้เขาเลยนะ พูดไม่ได้เลยค่ะ
แต่ที่คุณนิกกี้พูด ขออภัยนะ มันดูไม่ค่อยกลางนะ ไปทางคุณธีม?
นิกกี้ : เดี๋ยวจบรายการพี่หนุ่มโทรหาอีกทีได้มั้ยคะ เดี๋ยวจะเล่าให้หมดค่ะ (หัวเราะ)
ผมเข้าใจคุณ คุณมองว่าฝั่งนี้ไม่มีศักยภาพในการเลี้ยงกะทิ เวลาหมาป่วยคุณก็จ่ายให้ เวลาเขาป่วย เขายืมคุณไปทำกายภาพ คุณซัปพอร์ตหมด แต่บาปบุญที่ต้องแยกกัน หมาเป็นทรัพย์ของเขา เราดูแลเขา เหมือนใจเป็นกุศลช่วยเขา เรื่องนึง แต่ไม่ได้หมายถึงใจเป็นกุศล แล้วไม่ให้อีกคนคืนหมาให้เขา ผมว่ามันต้องเป็นคดีความนะ?
นิกกี้ : มันน่าจะเป็นแล้วล่ะค่ะพี่หนุ่ม ในฐานะคนกลางบังคับใครไม่ได้สักคน ได้แต่พูดในมุมที่ตัวเองรับฟังมา และในมุมมองของตัวเองเท่านั้นค่ะ ในฐานะคนกลางบังคับใครไม่ได้เลย
ถามนะถ้าเขาจ่ายเงินให้ 1 แสน เป็นการผ่อนชำระ ได้มั้ย?
นิกกี้ : ตอบแทนไม่ได้อีกค่ะ เรื่องไปถึงมือกฎหมายแล้วเนอะ เป็นคนกลางยากแล้วค่ะ ตอบแทนไม่ได้เลย
สุดท้ายตร.เรียกมา คุณธีมก็ต้องคืนเขาอยู่ดี ตามกฎหมาย?
นิกกี้ : ก็ว่าให้ถึงตอนนั้นเนอะ ตอบแทนไม่ได้จริงๆ ค่ะ ต้องขออภัย
อยากเห็นกะทิจังเลย อยู่ดีหรือเปล่า?
นิกกี้ : อยู่ดี หล่อเลยค่ะ
เพชร : อันนี้เป็นเรื่องที่หนูดีใจที่สุด หนูเพิ่งทราบว่ากะทิยังมีชีวิตอยู่
เขาพยายามประสานไป ทางโน้นไม่คืน จากที่เขาเอาหมาไป คือ 16 ก.ย. เจอครั้งสุดท้าย ธ.ค. จนถึงตอนนี้ครึ่งปี หมาอยู่กับเขา?
นิกกี้ : คิดว่าเขาน่าจะดูรายการนี้อยู่ ให้ธีมเอารูปกะทิถ่ายรูปกับโหนกระแสส่งให้เขาดูเลยว่าเขายังมีชีวิตอยู่
คุณธีมปิดมือถือ เขาอายุเท่าไหร่?
นิกกี้ : 30 กว่าแล้วค่ะ
ตอนนี้สังคมมองว่าทางนี้โดนเหยียดไปแล้วว่าไม่มีเงินก็ยังจะเลี้ยงหมา?
เพชร : ตอนกะทิอยู่กับเรา เราก็เปิดแอร์ตลอด 24 ชม.เหมือนกัน แต่ตอนเราไปหาเขา เขาไม่ได้เปิดแอร์ จนเม.ย.ร้อนเยอะๆ อากาศร้อน เราก็ไม่รู้เลยว่าเขาดูแลกะทิได้ดีเท่าเรามั้ย ในมุมเราเนอะ เราคิดว่าเราดีที่สุดในตอนนั้น เราอาจไม่มีเงินเท่าเขาหรอกค่ะ แต่เราคิดว่าความรักที่เราให้กะทิ ก็ไม่ได้น้อยไปกว่าเขา เราเลี้ยงดีที่สุดในแบบของเรา ส่วนมุมพี่หนูเคยขอความช่วยเหลืออะไรต่างๆ เรียนตามตรงว่าเมื่อก่อนเขาเลี้ยงหมา เขาไม่ได้แจ้งหนู ไม่ได้แจ้งที่บ้าน ทำให้เขาไม่มีที่พึ่งอื่นเยอะ เลยอาจพึ่งทางเดียว แต่พอหนูมาซัปพอร์ต หนูทำงานคนเดียวตอนนี้ หนูก็ยังให้กะทิกินอาหารกระป๋องทุกอย่าง
ข้อกฎหมายอันดับแรกทรัพย์ต้องคืนเขามั้ย?
ทนายพัฒน์ : เขาเป็นเจ้าของ ก็ต้องคืนครับ ถ้าเจตนาไม่คืนก็ถือว่าเบียดบัง อาจเขาข่ายยักยอกทรัพย์ จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 พันบาท
กรณีฝั่งนี้ทวงหมาเขาที่บ้าน ยังไม่ได้เข้ารั้วบ้าน?
ทนายพัฒน์ : ผมมองว่ามีเหตุอันสมควร เพราะเขาติดตามทรัพย์ของเขา ถ้าเขาแจ้งความบุกรุก เขาก็อาจต่อสู้เรื่องเจตนา ว่าเขามีเหตุอันสมควรต้องไปดูทรัพย์เขา
ทางโน้นอาจอ้างไม่ได้ว่าเธอแจ้งความฉันเรื่องหมา ฉันก็แจ้งความเธอบุกรุกนะ เจ๊าๆ กันไป ได้มั้ย?
ทนายพัฒน์ : ก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละฝ่าย แต่ข้อต่อสู้แต่ละฝ่ายก็จะเป็นแบบนี้ครับ แต่ค่อนข้างต้องระวังว่าเจ้าของทรัพย์ตัวจริงเขาติดตามทรัพย์เขาคืน แล้วเราเจตนาไม่ให้เขา อันนี้จะเข้าข่ายต้องระมัดระวังพอสมควร การอ้างว่าต้องมีค่าใช้จ่าย 1 แสน มันไม่ได้คุยกันตั้งแต่แรก เพียงแต่เรียกตอนหลัง ถ้ามองมันไม่ได้มีสิทธิ์ตั้งแต่แรกครับ
นิกกี้ : ไม่ถนัดงานกฎหมาย มีสิทธิ์หรือไม่มีสิทธิ์ตอบไม่ได้ แต่ค่าใช้จ่ายมีทุกวัน ตอบได้แค่นั้น
ทางนี้ก็มีสิทธิ์ที่จะบอกว่างั้นตัดยอดเลยมั้ย เอาหมามาคืนเขาก่อน ไม่งั้นก็ต้องเลี้ยงวันต่อวัน เขาก็ต้องเสียเงินเพิ่มอีก?
นิกกี้ : อันนี้ตอบแทนไม่ได้อีกค่ะ คนกลางพูดยากค่ะ
แพร : วันที่ 21 ธ.ค. ที่เขาพากะทิไปหาหมอครั้งสุดท้าย หนูก็ถาม เขาก็ส่งบิลมาให้ 2 พันกว่าบาท ก็ถามว่าหลังจากนี้กะทิเป็นยังไงบ้างมั้ย หมอว่ายังไงบ้าง เขาบอกไม่ได้เป็นอะไรแล้วครับ กินยาขับน้ำ ดูอาการไปเรื่อยๆ แต่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
เพชร : จนมาบอกว่ากะทิยานยาทุกวัน 100 400 แปลกมากเลย
แพร : ใช่ ดันมาย้อนแย้งที่บอกว่ากะทิต้องไปหาหมอเฉลี่ยวันละ 400
คุณธีมน่าจะดูอยู่ เอาค่าใช้จ่ายตามจริงมาเก็บเขา เลี้ยงไป 5 เดือน มีค่าอะไรบ้าง แล้วขอเป็นค่าใช้จ่ายที่ตรวจสอบได้จากคลินิก รพ.ก็โกหกไม่ได้ด้วย ไล่จากตรงนี้แล้วกัน แต่หมาของเขาต้องคืนเขา เข้าใจว่าคุณเป็นคนใจมหากุศล ต้องการเลี้ยงดูไว้ ไปทางนี้เลี้ยงดูไม่ได้ มีเงินเหรอ สุดท้ายต้องมาเอาเงินกับกู แต่บาปบุญ สัตว์โลกต้องเป็นไปตามกรรม คุณต้องเข้าใจตรงนี้ก่อน หมาตัวนี้ทางนี้เป็นเจ้าของไปแล้ว คืนเขาไปก่อน ถ้าหมาตัวนี้ถูกทารุณกรรม มันตาย คุณมีความผิด ก็อีกเรื่องนึง ไปจับตาดูตรงนั้น แต่ทรัพย์ต้องคืนเขาก่อน ทรัพย์ไม่คืน คุณก็โดนแต่คุณจะไปแจ้งความเขาบุกรุกบ้านคุณ มันมีเหตุเขาไปตามทรัพย์ของเขา ก็ไปสู้กันในกระบวนการ วันนี้ถ้าคุณไม่คืนทรัพย์ความผิดมันเกิดคุณจะไปอ้างกับศาลว่าเขาดูแลไม่ดี คุณเลยต้องเอามาดูแลเอง แต่เขาเป็นเจ้าของ คุณธีมก็ต้องเข้าใจนะ เหมือนต้นไม้ คุณไปขุดจากบ้านเขา คุณยึดไว้ บอกว่าเลี้ยงบ้านนั้นไม่สวย อยู่กับผมสวยกว่า ไอ้นั่นไม่มีเงินซื้อปุ๋ยหรอก แต่มันไม่ได้ มันต้นไม้เขา มันเหมือนกัน ไม่รู้จะอธิบายยังไง ผมก็ไม่ใช่ทนาย แต่กฎหมายคนไทยก็ต้องรู้ด้วย?
จ่าคิงส์ : ถูกครับ
คุณธีมเอาบิลมาเลย แต่ไม่ใช่ขาดการติดต่อเขาไป คุณต้องคุยกับเขา โอเคคืนหมาได้ แต่ขอเก็บค่าใช้จ่ายเท่านี้ๆ นะ?
จ่าคิงส์ : ยอมมั้ย
แพร : ยอมตลอดค่ะ
ทนายพัฒน์ : ถ้าเจรจาไกล่เกลี่ยกัน เป็นการอะลุ่มอล่วยน่าจะเป็นทางออกที่ดี มันอาจสลับกันเลี้ยงก็ได้ในอนาคต ไม่รู้นะ แต่ก็อยู่ที่การเจรจา น่าจะจบกันด้วยดี
หมากับคนเปรียบเทียบกันได้หรือเปล่าไม่รู้ แต่ขอยกเคสตัวเองแล้วกัน ทุกวันนี้ผมจ่ายค่าเล่าเรียนให้เด็กผู้หญิงคนนึง ลูกของลัลลาเบล ผมจ่ายให้เขาทุกปี โดยไม่ได้คิดอะไรเลย วันนึงเขาอยู่กับตายาย ตายายไม่สบาย ผมเลี้ยงมา 6 เดือน น่ารักมากเลย ถึงเวลาตายายหาย มาขอคืน ผมบอกไม่คืนหรอก เพราะมันน่ารัก อยู่กับมึงไม่ได้หรอก ต้องอยู่กับกูนี่ เพราะกูเป็นคนจ่ายเงิน มันไม่ถูกต้อง แล้วจะบอกว่าเด็กอยู่กับกูคุณภาพชีวิตดีกว่าอยู่กับตายาย เพราะตายายไม่มีเงิน ผมพูดได้เหรอ สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม คุณธีมฟังอยู่ก็อยากให้เข้าใจ บางเรื่องไม่ได้ก็คือไม่ได้ ถ้าหมาตัวนี้ถูกกำหนดว่าต้องตายแบบทรมานอยู่ในอ้อมกอดของสองคนนี้ มันก็ต้องเป็นไปตามกรรม เท่านั้นเอง?
เพชร : มีรูปหมามั้ยคะ
แพร : หนูเองไม่ได้เลี้ยงให้เขาอดยาก สะบักสะบอมคืออะไร หนูงงมากคำนี้บอกว่ากะทิเป็นหลายโรคมาก ก่อนหนูป่วยเป็นสโตรก หนูเพิ่งพาไปตรวจถึงได้รู้ว่ากะทิเป็นหัวใจ หมอนัดอีกที เป็นก.ย. ตอนนั้นหมอไม่ได้มองว่าหัวใจอันตรายขนาดนั้นสำหรับเขา หมอมองเรื่องระบบหายใจ หนูไม่ได้เลี้ยงทิ้งๆ ขว้างๆ ให้อยู่ข้างนอก ก็สะเทือนใจที่เขาบอกแบบนั้น
เขาเรียกแสนนึง เอาไง?
เพชร : พูดตรงๆ ว่าไม่มีให้ แต่ยินดีทำสัญญาผ่อนชำระค่ะ แต่หนูอยากได้เป็นค่าใช้จ่ายตามบิล ถ้าวันนั้นเขาเรียกกันแล้วทำสัญญาเลย หนูอาจจะยอมก็ได้นะคะ แต่วันนี้รู้สึกว่าเอาค่าใช่จ่ายตามจริงได้เลย เรายินดีจ่าย แต่อาจเป็นผ่อนชำระอะไรก็ตาม แต่เราอยากได้หมาของเราคืนก่อน
ถ้าหมากลับไปอยู่กับคุณ คุณดูแลยังไง เวลาหมาป่วยเขาบอกว่าเขาเป็นคนซัปพอร์ต?
แพร : มันไม่ได้ทุกครั้งค่ะ
ถ้าวันนี้หมาป่วยต้องเข้ารพ. ราคาสูง คุณจะทำยังไง?
แพร : เราไปรพ.ตามฐานะของเรา ไม่จำเป็นต้องไปทองหล่อค่ะ ใกล้บ้านเราก็มหิดลค่ะ
ค่ารักษาแตกต่างกันแต่ละรพ. แต่หมอก็รักษาเหมือนกัน มันแล้วแต่แบรนด์ ไม่ได้ว่าทองหล่อนะ?
แพร : เหมือนตอนที่หนูคุยกับคุณธีม คุณธีมยังบอกเลยด้วยซ้ำว่าค่ารักษาแถวบ้านผมถูกมากเลยนะครับ เขาส่งบิลมาให้ 2 พันกว่าบาท ก็งงว่าวันละ 400 มาจากไหน เพราะหนูทักไปถามรพ.ที่เขาบอกว่าพากะทิไป เขาบอกว่ามีนัดฟอลโลว์กับหมออีกที 18 ม.ค. เขาก็ไม่ได้พาไป
ถ้าเขาเรียกคุณแสนนึง เขาไม่ให้ผ่อน คุณจะทำยังไง?
เพชร : ก็จะพยายามหาให้ได้ค่ะ
เอางี้มั้ย ผมจ่ายให้ก่อน คุณมาผ่อนกับผม ถ้าคุณเลี้ยงหมาตัวนี้ได้ดีจริงๆ ผมยกให้ จะไม่เก็บหนี้ 1 แสนบาท แต่ผมจ่ายให้ก่อนเลย เดี๋ยวคุณธีมเอาไปแสนนึงที่ต้องการ ผมจ่ายให้ คุณเอาหมาไปคืนเขา ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระ ผมยังไม่ให้คุณนะ คุณต้องมาผ่อนกับผม ผมไม่ได้ยกให้คุณเลยนะ จนกว่าผมจะทราบว่าคุณเลี้ยงหมาตัวนี้ได้ดีจริงๆ ผมจะยกหนี้ให้คุณแสนนึง คุณผ่อนผมมาก่อน จะเดือนเท่าไหร่ก็ว่ามา เอาตามนั้นมั้ย การเลี้ยงดูที่ดีแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน?
เพชร : พี่หนุ่มอาจอยากยกหนี้ แต่ทางหนูไม่เป็นไร อยากคืนหนี้ไปเรื่อยๆ
แพร : ไม่ได้อยากเอาของใครเปล่าๆ เหมือนกันค่ะ
เอาเป็นว่าจบปัญหาตรงนี้ก่อน คุณธีมเอาหมาไปคืนเขา ไม่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล ทางนี้มาทำสัญญากับผมเอง ถ้าคุณเลี้ยงดี ผมไม่เอาเงิน แต่ก่อนหน้านั้นคุณต้องทำให้ผมเห็นก่อน เป็นการประกัน แต่ถ้าไม่ดี ผมขอสงวนสิทธิ์เอาสุนัขคืนให้เขาไปเลี้ยงได้มั้ย?
เพชร : ถ้าคนอื่นเลี้ยงเราอาจมั่นใจ แต่พอเป็นเขา..ได้ค่ะ เรามั่นใจว่าทำได้ค่ะ
ผมจ่ายให้ เอาหมาไปคืนเขา คุณธีมเองอาจลำบาก ผมบอกเลย ไม่สนุก คุณแพรก็ขึ้นศาลลำบาก คุณเพชรก็ลำบากต้องทำงาน เอาแบบนี้นะ?
แพร : ค่ะ
จ่าคิงส์ : หวังว่าทางเราจะไม่กินอาหารหมา (หัวเราะ)
ทนายพัฒน์ : เงื่อนไขกติกาอื่นๆ ก็น่าต้องคุยกันจริงๆ
แต่ทีนี้จะประสานยังไง ก็ประสานมา ตามคุณต้องการแล้วนะ เอาหมาไปคืนเขา เข้าใจว่ารักหมา แต่นี่เขาก็รัก เป็นหมาของเขา แต่ถ้าเลี้ยงไม่ดีอีกเรื่องนึงนะ?
แพร : ค่ะ (หัวเราะ)


