xs
xsm
sm
md
lg

“ซาร่า” เชื่อ “แดเรอล์ ยัง” คือรักแท้ รับเคยแยกกันอยู่หลังฝ่ายชายออกจากเรือนจำ แต่ตอนนี้สวีตจนเลี่ยน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ซาร่า” เชื่อ “แดเรอล์ ยัง” คือรักแท้ เผยฝ่ายชายอยู่ในเรือนจำ 2 ปีกลัวโดนทิ้ง ต้องไปเยี่ยมทุกวัน พร้อมเคียงข้างไม่ปล่อยมือ ยอมรับหลังออกจากเรือนจำทะเลาะกันหนัก จนต้องแยกกันอยู่ แต่ตอนนี้สวีตหวานจนเลี่ยน ขอบคุณที่ทำหน้าที่สามีและพ่อที่ดี วาดฝันให้ฝ่ายชายขอแต่งงานใหม่อีกครั้งที่อิตาลี

เรียกว่าเป็นชีวิตฟ้าหลังฝนของ “ซาร่า คาซิงกินี” ก็ว่าได้ หลังสามีสุดหล่อ “แดเรอล์ ยัง” พ้นมลทิน ศาลตัดสินยกฟ้องคดี Forex-3D ได้รับอิสรภาพออกจากเรือนจำมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ ล่าสุด ซาร่า พร้อมด้วยสามี และลูกๆ “น้องแม็กซ์เวลล์” วัย 11 ขวบ และ “น้องเอมมิลี่” วัย 5 ขวบ ควงกันมาเปิดใจแบบหมดเปลือกในรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 เผยถึงช่วงเวลาแสนทรมานที่ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำกว่า 2 ปี

แดเรอล์ : “ปีแรกที่อยู่ข้างในก็เครียดครับ กังวลด้วย ความรู้สึกที่อยู่ข้างในเหมือนอยู่ไปวันๆ ไม่มีเป้าหมาย ไม่มีจุดหมายในชีวิต ไม่มีคำตอบให้ตัวเองด้วยครับ จะคิดถึงซาร่า และเด็กๆ และครอบครัวที่บ้าน ปีแรกก็เป็นหนักมากครับ แพนิก ซึมเศร้านิดนึงแต่ยังดีที่เจ้าหน้าที่ข้างในเขาดูแลเต็มที่ ซัปพอร์ต พาหาหมอ ดูแลสุขภาพจิตและร่างกายครับ

ซาร่าไปเยี่ยมทุกวัน เขามาทุกวัน ไม่เคยคิดที่จะทิ้ง บางทีผมก็มีช่วงที่ดาวน์มาก คิดว่าอยากให้เขาไปมีชีวิตเลย ไม่อยากให้เขามาลำบาก ไม่อยากให้เหนื่อย เขามาเยี่ยมทุกวันก็ไม่ได้ง่ายสำหรับผู้หญิงคนนึงครับ อยู่เรือนจำ 2 ปี ปีที่ 2 ก็ดีขึ้น ต้องพยายามบอกตัวเอง อยู่ในนั้นถ้าเราไม่รักตัวเองก็ไม่มีใครรักเราอยู่แล้ว ก็เลยเปลี่ยนความคิดใหม่” 

ช่วง 2 ปีนั้น “ซาร่า” งานหด แทบไม่มีรายได้
ซาร่า : “เหมือนช่วงนั้นก่อนมีข่าว เรามีงานที่ดีลไว้ ก็ถูกยกเลิก 2 ปีที่อยู่ในเรื่องราวคดี งานหายไปเลย เขาก็รับรู้และรู้สึกไม่ดี เป็นเพราะเขาหรือเปล่าทำให้เราไม่มีงาน ไม่มีรายได้เหมือนเดิม บวกกับระยะเวลาที่เราสามารถไปเยี่ยมเขาได้วันละ 20 นาที เราต้องไปตั้งแต่เวลา 08.00 น. - 09.00 น. เพื่อรอคิว เพราะคนไปเยี่ยมจำนวนเยอะมาก เราไป 08.00 น. - 09.00 น. เราอาจได้รอบเที่ยงรอบบ่าย มันเหมือนเยี่ยมวันละ 20 นาที แต่เหมือนเราไปทั้งวัน”

ที่ไปเยี่ยมทุกวันเพราะกลัวฝ่ายชายคิดมาก
ซาร่า : “กลัวเขาคิดมาก ข้างในก็มีหลากหลาย เขากังวลว่าเราจะไหวมั้ย เหนื่อยหรือเปล่า ผลกระทบเรื่องงานเรา ใจเขาก็หนัก พลังลบที่เขาให้เรามา ใจนึงเขาอยากให้เราอยู่ อีกใจก็อยากให้เราไป เราก็ให้ความมั่นใจว่าเราไม่ไปไหน เราไม่ทิ้ง เราจะสู้ไปด้วยกันกับเขา ก็ไปทุกวันเป็นประจำ ให้เขามั่นใจว่าเราอยู่ตรงนี้จริงๆ” 

มีเวลาเยี่ยมครั้งละ 20 นาที คนนอกก็หนัก คนข้างในก็ดาวน์ ทุกข์ กินยาซึมเศร้า ทะเลาะกันตอนจะแยกจากกัน
ซาร่า : “หลายอย่าง ความเครียดของเขา ด้วยโรคด้วยอะไรด้วย เขาจะส่งมาให้เราเยอะ เราก็ใช้วิธีการด่าเรียกสติ เราแหกกฎเวลาคุยกับคนซึมเศร้าหมดเลย เราจะพูดความจริง เราเป็นผู้หญิงไม่ค่อยหวาน พูดตรงๆ ก็ด่าเขาไปเลย ดึงสติเขาค่ะ” 

แดเรอล์ : “ก็กลับไปคิดทบทวน ก็จะเฟล 20 นาที เป็นเวลาที่ผมรอคอยทั้งวันเพื่อเจอเขา พอทะเลาะกันก็เฟล ก็นอนไม่หลับ คิดมาก มีร้องไห้บ้าง (เขียนจดหมายเคลียร์กัน?) ใช่ครับ 20 นาทีมันไม่พอจริงๆ พอถึงเวลาเขาก็ตัดเลย เราต้องกลับไปคิดเองอะไรเอง” 

คิดเหมือนกันว่าต้องเขียนจดหมาย เพราะเวลาเยี่ยม 20 นาทียังคุยกันไม่จบ
ซาร่า : “ทั้งคู่ค่ะ พอ 20 นาทีมันเหมือนไม่จบค่ะ เราก็เอาทุกอย่างไปลงในจดหมาย แต่ข้อดีของเราคือต่อให้เราทะเลาะกันแรงแค่ไหน แต่พอเราแยกจากกัน เราจะบอกว่าเลิฟยูทุกครั้ง คนรอบข้างที่เห็นก็จะรู้สึกว่าบ้านนี้มันทะเลาะกัน แต่พอแยกมันก็เลิฟยู อย่างนี้ตลอด เราไม่ได้ทะเลาะเพื่อเป็นศัตรูกัน เราทะเลาะเพื่อปรับความเข้าใจกัน แล้วให้รู้ว่าเรายังรักกันอยู่ค่ะ” 

“ซาร่า” มั่นคงมาก “แดเรอล์” อยู่ในเรือนจำ 2 ปี ไปหาทุกวันเพราะเชื่อว่านี่คือรักแท้ อยากถูกขอแต่งงานอีกครั้ง
ซาร่า : “เหมือนตอนถูกขอแต่งงานครั้งนั้นเราเจอเรื่องราวไม่ดี ก็เป็นความทรงจำที่มันไม่ดี ก็อยากรีเฟรซใหม่ ก็เลยบอกเขาว่าขอแต่งงานใหม่ได้ไหม”

แดเรอล์ : “ตอนนั้นทุกอย่างเร็วเกินไป ช่วงขอแต่งงานมีปัญหาครับ” 

เผยเหตุผลที่เชื่อว่าครั้งนี้คือรักแท้
ซาร่า : “เราผ่านอุปสรรคที่หนักกันมากๆ คิดว่าหลายๆ ปัญหาที่เจอ มันปล่อยมือกันได้ทุกครั้งเลยกับเหตุการณ์ที่เจอ เพราะมันหนักมาก แต่เขาพิสูจน์ให้เราเห็นว่าไม่ว่าเจอปัญหากี่ครั้ง คนเราอยู่ด้วยกันไม่ใช่แค่ร่วมสุขอย่างเดียว มันต้องร่วมทุกข์ด้วย หลายๆ ครั้งเขาทำให้เราเห็นว่าเวลาทุกข์เขายังอยู่กับเรา ในวันที่มันไม่มีผลประโยชน์อะไร เหลือแค่ความรัก เขายังจับมือกับเราอยู่ ทำให้เราเชื่อมั่นในตัวเขาค่ะ” 

ยอมรับแม้จะมีเวลาคุยน้อย แต่ก็ยังทะเลาะกันเพราะโลกข้างในกับข้างนอกไม่เหมือนกัน
แดเรอล์ : “ช่วงที่ผมอยู่ข้างใน โลกข้างในกับข้างนอกไม่เหมือนกัน ข้างในบางคนเขาติดนาน ก็จะมีพลังเนกาทีฟให้กับผม พอผมได้รับเยอะๆ เวลาเขามาเยี่ยม ผมก็บอกเขาว่า ผมจะไม่ได้ออกมานะ กลัวคดีจะแพ้ แต่เขาเองพยายามส่งพลังบวก จนบางทีก็หงุดหงิดนิดนึง เข้าใจเขา ว่าเขาพยายามมาหาผมทุกวัน ไม่เคยเฟลเลย (ทั้งหมดที่อยู่ข้างใน รอคอยแค่ 20 นาทีทุกวัน?) ใช่ครับ มันมีค่ามาก วันๆ ผมไม่ทำอะไร รอแค่เขามาเยี่ยมครับ”
  
ซาร่า : “เราทะเลาะกันเรื่องงี่เง่าแหละ เหมือนเรารักกันมาก นี่ก็กลัวเราทิ้ง เราก็บอกว่าไม่ทิ้ง จะมาทุกวัน เขาก็บอกว่าจริงเหรอ พรุ่งนี้จะมาอีกไหม เราก็โอ้ย... มาเป็นปีแล้ว จะรู้สึกว่าเรื่องเดิมๆ คำถามเดิมๆ เราก็ด่าเลย (ข้างในเป็นพลังงานเนกาทีฟมากๆ ข้างในเขาใส่หัวว่าเดี๋ยวคนข้างนอกจะทิ้งเรา ซาร่าก็ถูกงานแคนเซิลไป ซาร่าเคยเล่าให้เขาฟังไหม?) ก็เล่าค่ะ ต่างคนต่างเจออะไรมาก็เล่า แต่เราบอกว่าไม่เป็นอะไร ก่อนเกิดเรื่องเราก็พอรู้กลายๆ เพราะเราอยู่วงการมานาน ถ้ามีข่าวแบบนี้ก็จะเจอลักษณะนี้ เราบอกเขาเสมอว่าเราไม่โทษเขา มันเป็นสิ่งที่เราเลือกเอง เราเลือกสิ่งนี้แล้วไม่ว่าอะไรจะตามมา เราก็แค่รับผิดชอบกับสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นค่ะ”

“แดเรอล์” โทษตัวเองที่ทำให้ “ซาร่า” ต้องมาเจออะไรแบบนี้ บอกฝ่ายหญิงให้ไปมีชีวิตใหม่
แดเรอล์ : “น่าจะแพนิก เป็นโรคซึมเศร้า ทุกอย่างดาวน์หมดเลยครับ ผมไม่อยากเป็นภาระใคร อยากให้เขามีความสุข คือคิดไปเองครับ” 

ซาร่า : “เวลาพูดแบบนี้จะโกรธมาก เขาจะชอบบอกให้ไปมีความสุข ก็เธอคือความสุขของฉันไง เขาอยากให้เจอคนที่ดีกว่า ก็นี่ไงคนดีอยู่ตรงนี้ รู้ได้ไงว่าจะไปเจอคนดี ก็เจอแล้ว ก็อยู่ตรงนี้”

แดเรอล์ : “การที่ผมไปอยู่ในนั้น ผมบอกเขาตลอดว่าผมไม่มีอะไรออฟเฟอร์เขาเลย มีแต่ชีวิต ถ้ามีโอกาสจะสู้ไปด้วยกัน แต่ ณ ตอนนั้นผมทำอะไรไม่ได้เลย อยู่ในนั้นได้แค่คิดและคิดถึง มันก็ทรมานมากครับ เข้าใจเขาด้วยว่าเขาก็ทรมานเหมือนกัน” 

สิ่งที่ทำให้มั่นใจว่านี่คือรักแท้ และไม่ทิ้ง
ซาร่า : “ทุกครั้งที่เราคบกับใคร เราก็ตั้งใจเต็มที่แหละ และคิดว่านี่คือรักแท้ของเราแล้ว แต่บางทีเรื่องราวที่ผ่านมามันไม่ได้ไปต่อ แต่พอเราได้อยู่กับเขาไม่รู้เป็นโชคดีหรือโชคร้าย เราเจออุปสรรคกันเยอะมาก หลายครั้งเรารู้สึกว่าการตัดสินใจบางอย่างจะทำให้เราเห็นตัวตนคนๆ หนึ่ง ความเห็นแก่ตัวหรือผลประโยชน์อะไรบางอย่าง แต่สำหรับเขา เราไม่เห็นเลย เราเป็นคนบูชาความรักมากๆ เราอยากเจอเราในเวอร์ชั่นผู้ชายอีกคนนึง และเราก็ได้เจอในตัวเขา

เขาก็พิสูจน์หลายอย่างหลายครั้ง ว่าเราสามารถเป็นตัวเองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ บางครั้งเราอยู่กับใครก็อาจมีเราอีกเวอร์ชั่นหนึ่งที่ต้องเป็นเพื่อให้อีกคนรักเรา แต่เขาเป็นเราร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่เหลืออะไรเลย เขายังรักเราอยู่ มันเหมือนเวลาเราอยู่กับใครแล้วไม่ต้องพยายาม ทำให้เรารู้สึกอยากอยู่กับเขาไปตลอด

ซาร่าบอกเขาตลอดว่าคนเราทะเลาะกันได้ เป็นเรื่องปกติ เรามาจากต่างถิ่น มาจากครอบครัววัฒนธรรมคนละอย่าง แต่เราไม่ได้ทะเลาะเพื่อเป็นศัตรูกัน เราเป็นทีมเดียวกัน เราไม่ได้ทะเลาะเพื่อเลิก แต่ทะเลาะเพื่อปรับความเข้าใจและจูนกัน” 

พอได้ฟังซาร่าบอกว่านี่คือรักแท้ เป็นตัวเองได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องมีอีกร่าง พอได้ฟังแล้วรู้สึกยังไงบ้าง?
แดเรอล์ : “รู้สึกดีครับ” 

ซาร่า : “อยากให้เป็นตัวเองน้อยลงไหม เป็นตัวเองเกินไปไหม”

แดเรอล์ : “ไม่เป็นไร คือรับได้ทุกอย่างที่เขาเป็น รู้สึกดีใจด้วย บางคู่เขาไม่เป็นตัวเอง แต่เขาเป็นตัวเองได้ 100 เปอร์เซ็นต์”

“ซาร่า” เติมเต็มความรักให้ตลอด
แดเรอล์ : “เขาจะเป็นคนเสริมความรักให้ตลอด แม้บางทีมันจะดาวน์ อุปสรรคที่ผ่านมาเยอะจริงๆ ผมเชื่อว่าเป็นบททดสอบจากพระเจ้า เขาก็จะสอน ให้ความรัก บางทีถ้าดาวน์จริงๆ เขาก็ช่วยคิดทางออกด้วยกัน บางทีเศร้าจริงๆ เขาก็ใช้เวลาอยู่กับผมเยอะๆ ใส่ใจมากกว่าคนอื่น” 

หลังจากได้รับอิสรภาพกลับมา โรคซึมเศร้า แพนิก ความกดดันต่างๆ ดีขึ้นบ้างแล้ว
แดเรอล์ : “มันดีขึ้นส่วนหนึ่ง แต่ต้องรักษาอยู่ เพราะมันเป็นหนักจริงๆ แต่พอได้อยู่กับเขา บางทีดาวน์ แต่พอหันไปก็มีซาร่า ก็มีพลัง อยากทำดีให้เขากับครอบครัว ก็เลยได้พลังบวก”

ซาร่า : “เขาค่อนข้างพยายามเป็นสามีที่ดี และพ่อของเด็กๆ เราเป็นคนที่อยู่กับลูกมา ก็มีแค่นี้ พอเขาเข้ามา มันมีหลายๆ มุม หน้าที่พ่อหรือสามีที่เราไม่เคยได้รับหรือเคยได้มี เขาเข้ามาเติมเต็มเยอะมากๆ เราไม่ได้ร้องขอ เขาทำเอง อย่างทุกวันนี้เขาไปรับไปส่งลูก แต่ก่อนเป็นหน้าที่เรา แต่ตอนนี้เป็นหน้าที่เขาแล้ว เขาอยากตื่นเช้าไปส่งลูกให้ ไปรับลูก ล่าสุดก็ไปฟังผลการเรียนให้ลูกชายเป็นแบบนี้ ลูกสาวเป็นแบบนี้ เขาทำหน้าที่ตรงนี้ได้โอเค เราก็ดีใจกับตรงนี้ค่ะ”

มรสุมยังไม่จบ ช่วงหลังจากที่ “แดเรอล์” ออกจากเรือนจำ 4 เดือนแรก ทะเลาะหนักจนต้องแยกกันอยู่
ซาร่า : “ช่วงนั้นหนักมาก ก่อนออกมาเราจินตนาการภาพสวยหรู ครอบครัวสุขสันต์ 1 2 3 4 5 6 7 8 แต่คิดว่าเขาน่าจะเครียด และปรับตัวไม่ได้ เขาอยู่ข้างใน 2 ปี แล้วโลกภายนอกเป็นอีกแบบหนึ่ง ช่วงแรกเขาจะปรับตัวไม่ได้ คิดอะไรลบๆ ความมั่นใจในตัวเขามันหายไป เหมือนเขาไม่รู้จะใช้ชีวิตอย่างไร ไปต่ออย่างไร เราก็คาดหวังความหวาน ส่วนเขาไม่หวานเลย” 

แดเรอล์ : “ตอนนั้นผมอยู่ในโลกส่วนตัวมากกว่า คิดแต่เรื่องข้างใน คดีเพิ่งผ่านด้วย ก็เลยปรับตัวไม่ทัน ด้วยภาวะซึมเศร้าด้วย ก็เลยทะเลาะกันตลอด”

ซาร่า : “ทะเลาะหนักมาก เรารู้สึกว่าเราสู้ให้เขามาตลอด 2 ปี ทำไมออกมาแล้วเป็นแบบนี้ เขาก็ไม่เข้าใจ เหมือนต่างคนต่างคุยกันไม่รู้เรื่อง เราก็รู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว เราต้องเห็นหน้ากันทุกวัน เจอกันทุกวัน มันทะเลาะอะไรก็ไม่รู้ เราก็บอกว่าต่างคนต่างแยกกันก่อนไหม ต่างคนต่างไปทบทวนว่าเรายังอยากไปด้วยกันหรือเปล่า”

ถึงขั้นต้องแยกกันอยู่
ซาร่า : “แยกค่ะ เขาก็กลับไปสิงคโปร์ เราก็อยู่ที่ไทย แยกไปสองสัปดาห์ แต่ก็ยังมีการติดต่อพูดคุยกันอยู่” 

แดเรอล์ : “พอได้ทบทวน ก็รู้สึกว่าสองปีนี้ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยทิ้งเราไปเลย ถ้าเป็นคนอื่นเขาอาจไปตั้งนานแล้ว คิดในใจว่าชีวิตผมขาดผู้หญิงคนนี้ไม่ได้แน่นอน ก็ตัดสินใจโทร.ไปง้อ และบินกลับมา ช่วงนั้นกลับสิงคโปร์เพราะเรื่องยายผมเป็นมะเร็งหนักมาก และกำลังจะเสียแล้ว ในสมองคิดอะไรไม่ออกเลยครับ แต่สุดท้ายแล้วก็เข้าใจว่าในวันที่ผมไม่มีอะไร ก็ยังมีซาร่า และเด็กๆ อยู่ครับ เลยคิดว่านี่แหละคือชีวิตต่อไปของผม”

ซาร่า : “ทำให้เรากลับมาคุยกัน เขาสูญเสียอาม่าด้วย เราก็อยู่ตรงนั้นค่ะ”

วันนี้จูนกลับมาดีกันเหมือนเดิมแล้ว หวานจนเลี่ยน
แดเรอล์ : “ดีแล้วครับ”

ซาร่า : “เขาหวานมาก หวานจนเลี่ยนเลย” 
แดเรอล์ : “เขาเป็นคนเท่ ผมเป็นคนเข้าหาเขา สกินชิฟ”

ซาร่า : “ซาร่ารักในมุมใส่ใจรายละเอียด แต่จะไม่บอกรักหรือจับอะไรมาก แต่เขาชอบตื๊ดๆ แล้วบอกว่าทำไมเราดูรักน้อย (หวงซาร่ามากขึ้น ขี้หึงมาก?) สุดๆ ในโลกนี้ เยอะเกิน เยอะมาก เขาก็หึงไปหมด” 

แดเรอล์ : “ผมขี้หึงอยู่แล้ว”

ซาร่า : “ทำไมต้องแต่งตัวแบบนี้ ทั้งที่ปิดจนไม่รู้จะปิดอะไรแล้ว หึงนะ บี๋ไม่ชอบ บี๋อย่าคุยกับใครเยอะได้ไหม ทั้งที่เราไม่ได้คุยกับใครเลย” 

แดเรอล์ : “คิดไปเอง (หัวเราะ)”

ซาร่า : “รูปในไอจีต้องกดไลก์กัน ต้องคอมเมนต์กันตลอด ถ้าไม่ทำก็คิดมากแล้ว ทั้งที่เราอยู่ด้วยกันนะ ทำไมต้องคิดเยอะ”

ผ่านบทพิสูจน์ความรักที่แท้จริง อยากขอบคุณที่สุด
แดเรอล์ : “อยากขอบคุณเขากับครอบครัว 2 ปีที่ผ่านมา จะเรียกว่าแย่ที่สุดในชีวิตของผม ก็ยังมีพวกเขาอยู่ และไม่เคยทิ้งผม ไม่เคยดูถูก มีความมั่นใจให้กับผม ให้ผมได้เข้าใจว่าความรักมันเป็นแบบนี้นี่เอง”

ซาร่า : “เขาไม่เชื่อในรักแท้ เขาชอบพูดว่าขอบคุณที่ทำให้เขารู้ว่ารักแท้มีอยู่จริง” 

แดเรอล์ : “ก็อยากจะจับมือเขาไปตลอดชีวิต และไปด้วยกัน” 

ซาร่า : “ก็ขอบคุณที่เขาเข้ามาเติมเต็ม เราก็เป็นผู้หญิงที่อยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์ ให้เด็กๆ ด้วย ก็ขอบคุณที่เขาเข้ามา ผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ ก็ขอบคุณแล้วกันที่ในทุกๆ วันพยายามเป็นพ่อ และสามีที่น่ารัก ส่วนเบบี๋อีกคนก็รอก่อนนะ (หัวเราะ)” 

“ซาร่า” ฝันอยากถูกขอแต่งงานอีกครั้ง
ซาร่า : “เราก็กดดันเขา บอกสถานที่บอกทุกอย่าง บอกเขาว่าเดี๋ยวจะทำเป็นไม่รู้ เรามีสถานที่ในฝัน คือบ้านเกิดที่อิตาลี ทุกอย่างเซ็ตไว้หมดแล้ว แต่บอกเขาว่าจะทำเป็นไม่รู้ อยากให้เซอร์ไพรส์ (หัวเราะ)”

แดเรอล์ : “ถ้าเป็นไปได้ก็จะขอจนกว่าเขาจะพอใจ”