xs
xsm
sm
md
lg

“ติ๊ก เจษฎาภรณ์” เผยไม่เจอ PROXIE แต่ภูมิใจ น้องๆ มาไกล ส่วนปมขัดแย้งหุ้นส่วน เรื่องถึงศาลแล้ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ติ๊ก เจษฎาภรณ์” อัปเดตคดีหุ้นส่วนยังไม่จบต้องขึ้นศาล เผยแม้ไม่ได้เจอน้องๆ PROXIE แต่สุดภูมิใจที่เห็นพวกเขามาไกล เพราะทำโปรเจกต์นี้ด้วยหัวใจทั้งหมดที่มี

หลังจากที่พระเอกหนุ่มตลอดกาล “ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี” ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวว่าถูกลดบาทบาทในการบริหารงานค่าย BROTHERS Music ที่มีศิลปินคือวง PROXIE ล่าสุดเจ้าตัวได้อัปเดตอีกครั้งว่าทุกอย่างยังไม่มีข้อตกลง เรื่องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว

“ตอนนี้ก็ยังไม่มีข้อสรุปหรือข้อตกลง ก็ในกระบวนการต่างๆ อยู่ในชั้นศาลครับ ยังต้องไปขึ้นศาลเรื่อยๆ ครับ (หัวเราะ) และก่อนหน้านี้ที่ออกมาพูด ผมคิดว่าเป็นการสื่อสารที่บอกกับทุกๆ คน บอกกับแฟนคลับของ PROXIE ด้วย รวมถึงกลุ่มคนต่างๆ ที่ต้องทำงานด้วยกัน คนทำเพลง โปรดิวเซอร์ ลูกค้า เอเจนซี่ต่างๆ ที่เขารู้จักบริษัท Dreamers Society รู้จักน้องๆ PROXIE ผมว่าเป็นการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา อย่างถูกต้องครับ

ถามว่าเรื่องนี้กระทบกับน้องๆ PROXIE ไหม คือผมไม่แน่ใจว่าตั้งแต่ปี 68 จนถึงปีนี้ คือผมไม่ได้บริหาร ดังนั้นในเรื่องของแพลนต่างๆ ถ้าเป็นช่วงแรกเราก็พอจะทราบ แต่หลังๆ ผมก็จะไม่ทราบแล้ว ดังนั้นในสิ่งที่เรารู้สึกได้ก็คือเรารู้สึกว่าเราก็เป็นห่วงว่ามันจะเป็นแบบไหน เพราะถ้าเกิดว่ามันมีการพูดคุยกันในเรื่องของแพลนต่างๆ มันก็จะทำให้แข็งแรงมากขึ้นในการแพลนต่างๆ โปรเจกต์ต่างๆ ของน้องๆ ผมว่ามันสำคัญ เพราะว่า ณ ตอนที่ดูแลน้อง ก็เหมือนกับน้องๆ เขาติดลมบนแล้ว เราก็อยากจะส่งเสริมให้เขาเติบโตต่อไปในงานของเขา ดันไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้

ในเรื่องของบางอย่างผมคิดว่ามันเป็นมุมมองระหว่างศิลปินกับผู้บริหาร และก็ผู้บริหารไม่ได้มีเจ้าเดียว มีผู้บริหาร มีพาร์ตเนอร์ต่างๆ ผมว่ามันคือการ Brainstorm ซึ่งกันและกัน เพื่อจะทำให้เกิดผลงานชิ้นดีๆ ที่มีคุณภาพเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็ก้าวไปสู่เท่าที่จะสามารถไปได้ครับ”

ภูมิใจที่น้องๆ มาได้ไกลถึงทุกวันนี้ เพราะตนก็ทำด้วยหัวใจทั้งหมดที่มี
เอาจริงๆ แล้วผมไม่เจอน้องเลยครับ แต่ได้ข่าวว่าน้องๆ ใกล้หมดสัญญาแล้ว แต่มาถึงทุกวันนี้ผมภูมิใจนะครับ คือผมต้องบอกว่าโปรเจกต์นี้คือผมทำทั้งหัวใจของผม แน่นอนว่ามันคือความฝันของผมด้วยเหมือนกัน เรามีความฝันร่วมกัน แล้วเราก็อยากจะทำให้ความฝันมันไปให้ถึงขีดสุดที่เราจะสามารถทำได้ แล้วในวันนี้น้องๆ เป็นที่รู้จัก เป็นที่ยอมรับ แล้วก็มีผลงานที่ทุกๆ คนชื่นชอบออกมาต่อๆ มา ผมก็ยินดีและก็ดีใจที่ได้เห็นเขาครับ

แต่ในบางอย่างมันก็จะมีเรื่องของการจัดการ ที่เรารู้สึกว่าถ้าเป็นเราอาจจะไม่ได้ทำอะไรแบบนั้น เพราะว่ามันไม่ใช่แค่ดูแลศิลปินอย่างเดียว มันต้องดูแลทั้งในเรื่องของสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวศิลปินด้วย รวมถึงในเรื่องของแฟนคลับด้วย ในเรื่องของการจัดการต่างๆ ในการ Treat ต่างๆ ในการวางแผนที่จะทำให้วงคำว่า PROXIE มันไปได้ไกลขนาดไหนครับผม แต่ถามว่าจะจบลงยังไง อันนี้ผมไม่แน่ใจเลยครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ความปรารถนาของผมคือเราต้องคุยกัน มันจะต้องเอาทุกอย่างขึ้นมาอยู่บนโต๊ะ เจรจาต่อกันนะครับ ต้องมีความโปร่งใส อันนี้คือสิ่งสำคัญ โปร่งใส ซื่อสัตย์ต่อกันในการทำงานร่วมกันครับ มันถึงจะไปต่อได้ครับ”