xs
xsm
sm
md
lg

LEE CRONIN’S THE MUMMY มัมมี่โฉมใหม่ที่น่าสะพรึงได้อีก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: อภินันท์ บุญเรืองพะเนา



นึกภาพความสยองขวัญที่เริ่มต้นจากความยินดี เมื่อลูกสาวตัวน้อยที่หายสาบสูญไปกลางทะเลทรายอย่างไร้ร่องรอยนานถึง 8 ปี กลับมาปรากฏตัวต่อหน้าครอบครัวอีกครั้ง แต่สิ่งที่ควรจะเป็นการเฉลิมฉลองการกลับมาอย่างมีความสุข กลับค่อยๆ เปลี่ยนเป็นฝันร้ายที่กลืนกินชีวิตคนเป็น เพราะเด็กสาวที่พวกเขารักอาจไม่ใช่ “มนุษย์” อีกต่อไป

นี่คือจุดเริ่มต้นของความระทึกขวัญในภาพยนตร์เรื่องใหม่ล่าสุดอย่าง LEE CRONIN’S THE MUMMY จากฝีมือของ “ลี โครนิน” ผู้กำกับที่เพิ่งสร้างปรากฏการณ์ความหลอนระดับโลกไปกับ Evil Dead Rise ซึ่งคราวนี้เขากลับมาพร้อมกับการตีความตำนานอสุรกายพันปีอย่างมัมมี่ในมุมมองที่สดใหม่และน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม

ความน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่การขุดสุสานโบราณหรือการไล่ล่าในอียิปต์เหมือนเวอร์ชันที่ผ่านๆ มา แต่ “ลี โครนิน” เลือกที่จะนำความสยองขวัญนั้นมาวางไว้ในพื้นที่ที่เรารู้สึกปลอดภัยที่สุด นั่นคือ “บ้าน” เขาผสมผสานกลิ่นอายความลึกลับแบบการสืบสวนสอบสวนเข้ากับความน่ากลัวของบ้านผีสิง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์คลาสสิกอย่าง Poltergeist และ Seven

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อลูกสาวของนักข่าวสาวหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และเมื่อเธอกลับมาในอีกแปดปีให้หลัง ครอบครัวต้องเผชิญกับความจริงที่น่าขนลุกว่า บางสิ่งที่ฝังแน่นอยู่ในร่างของเธอนั้นคือความลับโบราณที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา


สิ่งที่ทำให้มัมมี่เวอร์ชันนี้โดดเด่นและแตกต่างคือการเลือกเล่าเรื่องผ่านความสัมพันธ์ในครอบครัวที่แตกสลาย “ลี โครนิน” จงใจเลือกใช้การออกแบบอสุรกายที่ไม่ได้โผล่ออกมาสร้างความตกใจแค่ในที่มืด แต่เขากลับเลือกที่จะแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่น่าสยดสยองท่ามกลางแสงแดดจ้า การแปลงโฉมของ “เคที” ลูกสาวที่กลับมา รับบทโดย “นาตาลี เกรซ” นั้นเต็มไปด้วยความพิถีพิถัน ในตอนแรกเธออาจดูเหมือนกำลังมีสุขภาพดีขึ้น ผิวพรรณเริ่มสมานตัว แต่ความจริงแล้วนั่นคือกระบวนการเน่าเปื่อยในรูปแบบอื่นที่ถูกวางแผนมาอย่างแยบยลเพื่อลวงตาคนในครอบครัว

การคัดเลือกนักแสดงถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนอารมณ์ของเรื่อง “แจ็ก เรย์เนอร์” ในบท “ชาร์ลี” พ่อผู้ต้องแบกรับความรู้สึกผิดที่ปกป้องลูกไม่ได้ และ “ลายา คอสตา” ในบท “ลาริสซา” แม่ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกกลับมาเป็นเหมือนเดิม แม้จะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม ทั้งคู่ถ่ายทอดความบอบช้ำทางจิตใจออกมาได้อย่างทรงพลัง จนทำให้ผู้ชมรู้สึกเอาใจช่วยและหวาดกลัวไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ยังมี “เมย์ คาลามาวี” ในบทสายสืบ “ซากิ” ที่ต้องเดินทางข้ามโลกจากไคโรมายังนิวเม็กซิโกเพื่อเปิดโปงความลับที่ซ่อนอยู่หลังตำนานอียิปต์โบราณนี้


เบื้องหลังความระทึกขวัญครั้งนี้ยังเป็นการรวมตัวของ “เจ้าพ่อหนังสยองขวัญ” อย่าง “เจมส์ วาน” และ “เจสัน บลัม” ที่โคจรมาร่วมงานกันเพื่อสร้างสรรค์ความแปลกใหม่ให้กับวงการ พวกเขาเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ของ “ลี โครนิน” ที่ต้องการนำมัมมี่กลับคืนสู่รากเหง้าของความสยองขวัญขนานแท้ การถ่ายทำเน้นการใช้เทคนิคพิเศษแบบดั้งเดิมหรือ Practical Effects เพื่อให้ภาพที่ออกมาดูสมจริงและน่าขยะแขยงจนคนดูต้องเบือนหน้าหนี ไม่ว่าจะเป็นเมือกเหนียวที่ได้จากการผสมน้ำตาลเคี่ยว หรือการใช้ส่วนผสมจากระเบิดฟองสบู่ในอ่างอาบน้ำเพื่อให้ซากอาหารในตู้เย็นดูเน่าเปื่อยและมีฟองอากาศพุ่งออกมาจริงๆ

ความน่าสนใจอีกประการคือการออกแบบงานสร้างโดย “นิค บาสเซตต์” ที่เนรมิตบ้านครอบครัวแคนนอนขึ้นมาให้มีชีวิต บ้านหลังนี้ไม่ใช่แค่ฉาก แต่เป็นเหมือนตัวละครอีกตัวที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพร่างกายของมัมมี่ที่สิงสู่อยู่ภายใน ทุกรายละเอียดตั้งแต่ลวดลายบนวอลเปเปอร์ไปจนถึงแสงเงาที่ถูกจัดวางโดยผู้กำกับภาพ “เดฟ การ์เบตต์” ล้วนส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศที่น่าอึดอัดและไม่น่าไว้วางใจ การใช้เลนส์พิเศษและการถ่ายภาพแบบใกล้ชิดทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในพื้นที่แคบๆ ร่วมกับอสุรกายที่พร้อมจะจู่โจมได้ทุกเมื่อ

ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ใช่แค่หนังมัมมี่ที่เน้นเพียงความรุนแรงหรือฉากแหวะเท่านั้น แต่มันคือการสำรวจความลึกซึ้งของความรักและความสูญเสีย “ลี โครนิน” ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความกลัวที่ฝังรากลึกที่สุดของมนุษย์ไม่ได้มาจากสิ่งที่มองไม่เห็นภายนอก แต่มาจากสิ่งที่เรารักที่สุดและเราพร้อมจะเปิดประตูบ้านรับมันเข้ามาโดยไม่รู้เลยว่านั่นคือ “ความตาย” ที่รอคอยเวลาจะตื่นขึ้น เตรียมตัวพบกับประสบการณ์ความสยองที่จะทำให้คุณไม่กล้าเปิดประตูรับใครเข้าบ้านง่ายๆ อีกต่อไป