วันที่แฟนๆ รอคอย ในที่สุดก็มาถึงสักที สำหรับพิธีวิวาห์ของคู่รักพระนางแห่งปีอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” และ “ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์”โดยวันนี้ (17 เม.ย.) ทั้งคู่จูงมือเข้าพิธีวิวาห์ตามประเพณีอีสาน ที่จังหวัดขอนแก่นบ้านเกิดของฝ่ายชาย ทั้งคู่ถือเป็นต้นแบบของความรัก กับเส้นทางรักที่อยู่ในสายตาแฟนๆ และผู้ใหญ่เสมอมา เป็นความรักที่ค่อยๆ ผลิบานและเติบโต
จุดเริ่มต้นเกิดจาก “เคมี” ที่ลงตัวบนหน้าจอ
ละคร “ดวงใจอัคนี” (2553) จากซีรีส์ 4 หัวใจแห่งขุนเขา คือจุดกำเนิด ณเดชน์ในบท “ไฟ” และ ญาญ่าในบท “จี๊ด” ทั้งคู่เล่นได้เป็นธรรมชาติจนคนดูเชื่อว่ารักกันจริงๆ ละครดังเป็นพลุแตก ณเดชน์กับญาญ่าแจ้งเกิดในฐานะพระนางเลือดใหม่ช่อง 3 ทันที แฟนๆ แห่จิ้นกันสนั่นเมือง อยากให้เป็นคู่จริง
ณเดชน์เคยให้สัมภาษณ์ว่าตอนแรกมองญาญ่าเป็นเด็กผู้หญิงเรียบร้อย พูดน้อย ส่วนญาญ่าเคยมองว่าพี่แบร์เป็นคนขี้เล่นและตั้งใจทำงานมาก
หลังจากจบเรื่องดวงใจอัคนี ทั้งคู่มีละครตามมาอีกหลายเรื่อง โดย “เกมร้ายเกมรัก” (2554) ในบท สายชล-นางฟ้า กลายเป็นละครแห่งปี ส่งให้ชื่อ NY กลายเป็นแบรนด์คู่จิ้นอันดับ 1 ของประเทศ ทั้งคู่มีผลงานละคร-ภาพยนตร์คู่กันเรื่อยมา
ความผูกพันที่เริ่มซึมลึก
แม้ณเดชน์-ญาญ่า ไม่เคยเอ่ยปากว่าทั้งคู่เป็นแฟนกัน แต่เรื่องความสัมพันธ์นั้น กลับเป็นความลับที่รู้กันทั้งวงการ แม้ปากจะบอกว่าเป็นเพียงพี่น้องที่สนิทที่สุด แต่การกระทำกลับชัดเจนยิ่งกว่า ทั้งสองครอบครัวมักจะชวนกันไปทำบุญตามวัดต่างจังหวัดอยู่เสมอ ภาพที่เห็นจนชินตาคือณเดชน์เดินถือของให้ญาญ่า หรือนั่งสมาธิข้างกัน ทีมงานในกองละครมักจะเล่าว่า ณเดชน์จะคอยดูแลเรื่องอาหารการกินและที่นั่งให้น้องเสมอ ส่วนญาญ่าก็จะเป็นคนคอยเตือนเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมให้พี่ชาย
ในช่วงนั้นพวกเขามักใช้คำว่า “กัลยาณมิตร” หรือ “คนสำคัญ” ซึ่งแฟนคลับต่างเข้าใจตรงกันว่ามันมีอานุภาพมากกว่าคำว่าแฟนไปแล้ว
เปิดตัว “ไอเลิฟยู”
เมื่อวุฒิภาวะพร้อม ทั้งคู่ก็เริ่มแสดงออกถึงความรักอย่างเปิดเผยและชัดเจนมากขึ้น เมื่อณเดชน์สมัคร IG ครั้งแรก รูปโปรไฟล์และรูปแรกๆ ที่ลงเกือบทั้งหมดคือรูปที่มีญาญ่าอยู่ด้วย กระทั่งในคอนเสิร์ต The Real Nadech Concert (2562) ณเดชน์ประกาศกลางเวทีขณะกุมมือญาญ่าว่า “เขาคือคนสำคัญที่สุดของผม” และตามด้วยประโยค “ไอเลิฟยู” ที่ทำเอาคนทั้งฮอลล์กรี๊ดสลบ
หลังจากนั้นเริ่มเห็นภาพการไปเที่ยวต่างประเทศกันสองต่อสอง หรือทริปสวีตที่นอร์เวย์ (บ้านเกิดญาญ่า) ซึ่งเป็นการเข้าหาผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายอย่างเป็นทางการ
ณเดชน์ได้ย้อนเล่าว่าช่วงแรกที่เจอญาญ่า ตนไม่กล้าจีบ เพราะอีกฝ่ายลุคดูเป็นฝรั่ง ไม่มั่นใจจะพูดไทยได้หรือไม่ รวมทั้งไม่กล้าคุยช่วงแรกที่ทำงานด้วยกัน แต่สุดท้ายประทับใจความน่ารัก มารยาทดี และอบอุ่น และมีความสุขที่ได้นั่งรถตู้ไปทำงานด้วยกัน จึงตัดสินใจรวบรวมความกล้าขอเบอร์โทร.จนพัฒนาความสัมพันธ์ ทำแฟนๆ กรี๊ดสลบศพสีชมพู
ขอแต่งงานและการเริ่มต้นบทบาทใหม่
วันที่ 5 มิถุนายน 2566 ณ เกาะกาปรี ประเทศอิตาลี ณเดชน์คุกเข่าขอญาญ่าแต่งงานด้วยแหวนเพชรเม็ดโต พร้อมข้อความว่า “I’m the luckiest man in the world” ญาญ่าตอบตกลงท่ามกลางเพื่อนสนิทอย่าง คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส และ หมาก ปริญ สุภารัตน์ ที่ร่วมเป็นสักขีพยาน
วันนี้ (17 เม.ย.) ณเดชน์-ญาญ่า จูงมือเข้าพิธีวิวาห์อย่างเป็นทางการ มีแผนจัดงานแต่ง 3 ที่ รวมถึงการสร้าง “เรือนหอ” ที่ทั้งคู่ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ
เดิมพันชีวิตด้วยคำว่ารัก
ทั้งคู่เติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่นและให้ความสำคัญกับศีลธรรม ทำให้เข้ากันได้ดีกับผู้ใหญ่ของอีกฝ่าย ตลอด 16 ปี ทั้งคู่รักษาภาพลักษณ์ได้ดีเยี่ยม ไม่เคยมีข่าวเรื่องมือที่สามหรือการใช้ชีวิตที่โลดโผนเกินงาม ณเดชน์-ญาญ่า ไม่ได้มองว่าใครดังกว่าใคร แต่ซัปพอร์ตงานของกันและกันเสมอ
ญาญ่า เคยเปิดใจถึงความรักณเดชน์ว่า “เมื่อก่อนเราเดิมพันชีวิตกับเหตุผลอื่น อยากได้ผลงานที่ดี แต่พอเราโตขึ้น ถ้าเราเดิมพันชีวิตด้วยคำว่ารัก ชีวิตเราจะดีขึ้นมาก มันทำให้ชีวิตเรามีความสุขมากขึ้นมากๆ จริงๆ พี่แบร์เป็นไอดอล ที่สามารถทำได้ทุกอย่าง เขาจะพูดตรง บอกจริงๆ ก็เลยรู้สึกว่านี่คือกำลังใจที่ต้องการ เขาให้สิ่งนี้เรามา”
ณเดชน์ เผยถึงญาญ่า “คำว่าผู้หญิงที่ผมรักที่สุดในโลก ก็รู้สึกอย่างที่เราอยากเขียน เขิน พูดไม่ได้ มันมีความสุขมาก เขามีความเป็นเด็กอยู่ในตัว มันเลยชัดเจนว่าเขาเป็นคนเดียวที่จะมาเติมสีสันในชีวิตเราได้ ถ้าเราไม่เจอคนที่เข้ามาอยู่ในทุกๆ โมเมนต์ที่มันจม แล้วเขาดึงเราขึ้นมาด้วยการกระทำ และคำพูดต่างๆ มันเป็นคำตอบว่าทำไมเราถึงรักเขาที่สุดในโลก”
เส้นทางรักของ ณเดชน์-ญาญ่า คือต้นแบบของคำว่า “ช้าแต่ชัวร์” จากคู่จิ้น สู่เพื่อนสนิท สู่คนรัก และกำลังเปลี่ยนบทบาทครั้งใหม่สู่คำว่า “คู่ชีวิต” ที่สมบูรณ์แบบที่สุดคู่หนึ่งของวงการบันเทิงไทย


