ฮานิ EXID เผชิญมรสุมรักกลางคดีสะเทือนวงการแพทย์ โรงพยาบาลแฟนหนุ่มปิดฉาก ปมผู้ป่วยเสียชีวิตยังคาใจสังคม
ท่ามกลางกระแสข่าวฉาวที่สั่นสะเทือนทั้งวงการบันเทิงและวงการแพทย์ของเกาหลีใต้ “ฮานิ” สมาชิกวง EXID กลายเป็นอีกหนึ่งชื่อที่ถูกจับตามองอย่างหนัก หลังโรงพยาบาลจิตเวชที่ดำเนินการโดย “ยาง แจ-อุง” แฟนหนุ่มของเธอ ยื่นปิดกิจการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ภายหลังเผชิญข้อครหาหนักหน่วงจากกรณีผู้ป่วยหญิงรายหนึ่งเสียชีวิตระหว่างการรักษา เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่จุดชนวนความไม่ไว้วางใจต่อมาตรฐานทางการแพทย์ หากยังโยงใยไปถึงชีวิตส่วนตัวของศิลปินสาวที่กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของเส้นทางอาชีพและความรัก
ข้อมูลจากศูนย์สาธารณสุขเมืองบูชอน จังหวัดคยองกี ระบุว่า โรงพยาบาลดังกล่าวได้ดำเนินการปิดกิจการโดยไม่มีผู้ป่วยคงค้างอยู่ภายใน ส่งผลให้ไม่จำเป็นต้องมีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลอื่น ทั้งนี้ การปิดตัวเกิดขึ้นภายหลังพ้นช่วงคำสั่งระงับการดำเนินกิจการเป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการตรวจพบการกระทำผิดกฎหมายทางการแพทย์บางประการของบุคลากรภายในสถานพยาบาล
ต้นตอของวิกฤตครั้งนี้ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2024 เมื่อหญิงวัย 30 ปีรายหนึ่ง ซึ่งเข้ารับการรักษาอาการติดยาลดน้ำหนักที่มีส่วนผสมของสารเสพติด เสียชีวิตหลังจากนอนโรงพยาบาลเพียง 17 วัน แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว แต่กลับถูกเปิดเผยสู่สาธารณะในอีกสองเดือนถัดมา จุดชนวนให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางต่อแนวทางการรักษาและระบบการดูแลผู้ป่วยของโรงพยาบาลแห่งนี้
รายงานการสืบสวนเบื้องต้นชี้ว่า บุคลากรทางการแพทย์อาจละเลยการเฝ้าระวังอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันยังคงมีการให้ยาทางจิตเวชที่อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ภาวะลำไส้อุดตัน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการเสียชีวิต ปัจจุบันมีผู้เกี่ยวข้องรวม 5 ราย รวมถึงแพทย์เจ้าของไข้และพยาบาล ถูกดำเนินคดีในข้อหาประมาทเลินเล่อในการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีอย่างน้อยหนึ่งรายถูกควบคุมตัวระหว่างการสอบสวน
แม้ “ยาง แจ-อุง” ซึ่งเป็นจิตแพทย์ชื่อดังและเจ้าของสถานพยาบาล จะออกมาปฏิเสธความรับผิดชอบ โดยระบุในระหว่างการเข้าชี้แจงต่อสภาว่า ไม่อาจยอมรับว่าตนมีความผิด แต่คดีดังกล่าวยังคงอยู่ในกระบวนการสอบสวนเพิ่มเติม ท่ามกลางแรงกดดันจากสังคมที่เรียกร้องความโปร่งใสและความยุติธรรมให้แก่ผู้เสียชีวิต
ในอีกด้านหนึ่ง “ฮานิ” ซึ่งมีสถานะเป็นคู่หมั้นของยาง แจ-อุง เลือกที่จะเก็บตัวเงียบแทบตลอดช่วงเวลาที่เกิดกระแสดราม่า เธอถอนตัวจากรายการวาไรตี้ที่มีกำหนดออกอากาศ และยังไม่ได้ออกมาแสดงจุดยืนหรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท่าทีดังกล่าวยิ่งทำให้สื่อและสาธารณชนจับตาความเคลื่อนไหวของเธออย่างใกล้ชิด
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกมองว่าเป็นรักมั่นคงและกำลังเตรียมเข้าสู่พิธีวิวาห์ กลับต้องสะดุดลงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง มีรายงานว่าทั้งสองได้ตัดสินใจเลื่อนแผนการแต่งงานออกไปโดยไม่มีกำหนด ทว่าในโลกโซเชียลมีเดีย ฮานิยังคงเก็บภาพความทรงจำของความรักเอาไว้ โดยเฉพาะโพสต์ที่ฉลองครบรอบ 999 วันของความสัมพันธ์ ซึ่งยังคงปรากฏอยู่โดยไม่ได้ถูกลบออก สะท้อนให้เห็นว่าเธอยังคงยืนเคียงข้างคนรัก แม้ต้องเผชิญกับพายุข่าวที่โหมกระหน่ำ
ในแง่ของเส้นทางอาชีพ ฮานิกำลังพิจารณาหวนคืนสู่วงการการแสดงอีกครั้ง โดยมีรายงานว่าเธอได้รับข้อเสนอให้แสดงนำในละครสุดสัปดาห์ของช่อง KBS2 เรื่อง “Love Comes” (ชื่อชั่วคราว) หากเธอตอบรับ นี่จะเป็นการกลับมารับงานแสดงครั้งแรกในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่ผลงานเรื่อง “Call It Love” ซึ่งอาจถือเป็นโอกาสสำคัญในการกู้ภาพลักษณ์และสร้างจุดยืนใหม่ท่ามกลางสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
ในอีกด้านหนึ่ง “ฮานิ” ซึ่งมีสถานะเป็นคู่หมั้นของยาง แจ-อุง เลือกที่จะเก็บตัวเงียบแทบตลอดช่วงเวลาที่เกิดกระแสดราม่า เธอถอนตัวจากรายการวาไรตี้ที่มีกำหนดออกอากาศ และยังไม่ได้ออกมาแสดงจุดยืนหรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท่าทีดังกล่าวยิ่งทำให้สื่อและสาธารณชนจับตาความเคลื่อนไหวของเธออย่างใกล้ชิด
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกมองว่าเป็นรักมั่นคงและกำลังเตรียมเข้าสู่พิธีวิวาห์ กลับต้องสะดุดลงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง มีรายงานว่าทั้งสองได้ตัดสินใจเลื่อนแผนการแต่งงานออกไปโดยไม่มีกำหนด ทว่าในโลกโซเชียลมีเดีย ฮานิยังคงเก็บภาพความทรงจำของความรักเอาไว้ โดยเฉพาะโพสต์ที่ฉลองครบรอบ 999 วันของความสัมพันธ์ ซึ่งยังคงปรากฏอยู่โดยไม่ได้ถูกลบออก สะท้อนให้เห็นว่าเธอยังคงยืนเคียงข้างคนรัก แม้ต้องเผชิญกับพายุข่าวที่โหมกระหน่ำ
ในแง่ของเส้นทางอาชีพ ฮานิกำลังพิจารณาหวนคืนสู่วงการการแสดงอีกครั้ง
โดยมีรายงานว่าเธอได้รับข้อเสนอให้แสดงนำในละครสุดสัปดาห์ของช่อง KBS2
เรื่อง “Love Comes” (ชื่อชั่วคราว) หากเธอตอบรับ
นี่จะเป็นการกลับมารับงานแสดงครั้งแรกในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่ผลงานเรื่อง
“Call It Love”
ซึ่งอาจถือเป็นโอกาสสำคัญในการกู้ภาพลักษณ์และสร้างจุดยืนใหม่ท่ามกลางสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย


