xs
xsm
sm
md
lg

ช่องวัน 31 โต้ซีรีส์ "หงสาวดี" ลอกการ์ตูนดัง ยันจ่ายค่าเสียเวลาเคลียร์กันแล้ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ช่องวัน 31 ร่อนจดหมายแจงดรามาซีรีส์ "หงสาวดี" เลียนแบบการ์ตูนมังงะ "อโยธยาเอยาวดี" รับเคยจะซื้อลิขสิทธิ์แต่ไม่ได้ซื้อเพราะเนื้อหาต่างกัน ชดใช้ค่าเสียเวลาให้แล้ว

เป็นประเด็นดรามาร้อนในโซเชียล X เมื่อชาวเน็ตช่วยกันผลักดัน แฮชแท็ก #แบนหงสาวดี ให้ทะยานติดเทรนด์ โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับการเคารพทรัพย์สินทางปัญญา หลังจากมีการเปรียยเทียบเนื้อหาคล้าย การ์ตูนมังงะวายชื่อดังเรื่อง "อโยธยาเอยาวดี" และซีรี่ส์ที่กำลังโด่งดังเรื่อง ”หงสาวดี“ หลายคนตั้งคำถามว่าลอกเลียนแบบ หรือนำการ์ตูนดังกล่าวได้ดัดแปลงหรือไม่?

ด้านนักเขียนซีรี่ส์มังงะได้ออกมาชี้แจง ทำให้ชาวเน็ตออกมาปกป้องว่าค่าที่ปรึกษาทำไมกลายเป็นค่าเดินทางไปได้ เป็นการเล่นแง่ของนายทุน ทำให้ชาวเน็ตเข้าไปถล่มต่อว่ากดดันให้ทางช่องวันออกมาชี้แจงเรื่องนี้อย่างเร็วที่สุด ซึ่งทางช่องวันได้ร่อนแถลงการณ์ในโซเชียลถึงเรื่องราวดรามาที่เกิดขึ้นโดยระบุว่า….

“แถลงการณ์เกี่ยวกับประเด็นซีรีส์ “หงสาวดี”

ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลและข้อกล่าวหาบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับซีรี่ส์เรื่อง “หงสาวดี” ว่ามีการลอกเลียนหรือตัดแปลงเนื้อหาจากผลงานการ์ตูนเรื่อง “อโยธยาเอยาวดี” ทางช่องวัน 31 ขอชี้แจงข้อเท็จริงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้

ช่องวัน 31 ขอชี้แจงให้ทราบว่า หลังจากซีรีส์ “แม่หยัว” ได้ออกอากาศไป ช่องวัน 31 ได้มีการพูดคุยกับ คุณศิริลักษณ์ ศรีสุคนธ์ ผู้เขียนบทละคร ให้เขียนเรื่องราวในสมัยอยุธยาต่อเนื่อง คุณศิริลักษณ์ได้น่าเสนอเรื่องของ พระนเรศวรกับพระมหาอุปราชา ที่ถึงแม้ทั้งคู่จะต้องมาทำการยุทธหัตถีกัน แต่การที่พระนเรศวรถูกนำตัวไปเป็นเชลยที่หงสาวดีตั้งแต่วัยเยาว์ มีความเป็นได้ที่ทั้งคู่จะสนิทกัน ประกอบกับหลังเหตุการณ์ยุทธหัตถี ยังมีตำนานว่ามีการสร้างสถูปให้กับพระมหาอุปราชา ซึ่งโดยปกติจะไม่มีการสร้างสถูปให้กับศัตรู จึงมีความเชื่อได้ว่าทั้งสองพระองค์มีความผูกพันกันตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่แค่เป็นศัตรูกัน จึงมีความคิดว่า หากเอาเอาเหตุการณ์ในช่วงประวัติศาสตร์นั้น มาเล่าในมุมอีกมุมหนึ่ง ( เช่นเดียวกับแนวทางที่ได้ดำเนินการในเรื่อง แม่หยัว) ว่าถ้าทั้งสองพระองค์สนิทกันฉันพี่น้อง แต่สุดท้ายต้องมารบกันเพื่อแผ่นดินของตนเอง เป็นเนื้อหาที่มีความน่าสนใจมาก เพราะเป็นประเด็น HUMAN DRAMA

ซึ่งทางช่องวัน 31 เห็นชอบและอนุมัติโปรเจกต์นี้
คุณศิริลักษณ์จึงพัฒนาโปรเจกต์นี้อย่างต่อเนื่องและได้ทำการค้นหาข้อมูลต่อ โดยยึดหลักการสำคัญคือการตีความที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นเรื่องราวของบุคคลจริงในประวัติศาสตร์ ซึ่งมีความละเอียดอ่อนทั้งในด้านความเชื่อและความเคารพ และได้พบผลงานการ์ตูนเรื่อง อโยรยาเอยาวดี ซึ่งมีบางแนวคิดที่คล้ายกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของพระนเรศวรและ
พระมหาอุปราชา ทางช่องวัน 31 จึงมอบหมายให้ทางคุณศิริลักษณ์ ติดต่อผู้สร้างผลงาน อโยรยาเอยาวดี เพื่อแจ้งเจตจำให้ทางผู้สร้างทราบว่า ทางช่องวัน 31 กำลังพัฒนาโปรเจกต์ที่มีความคล้ายคลึงกันด้วยการอิงประวัติศาสตร์ ของพระพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชา จึงจะขอเจรจาซื้อลิขสิทธิ์จากผู้สร้างผลงานการ์ตูนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต ถึงแม้ช่องวัน 31 จะไม่ได้ผลิต
ตามเนื้อเรื่องจากการ์ตูน อโยธยาเอยาวดี ก็ตาม ซึ่งทางผู้สร้างการ์ตูนมีความยินดี

ทั้งนี้ ผลงานการ์ตูนดังกล่าว เป็นการตีความในรูปแบบสมมติในโลกคู่ขนาน และนำเสนอความสัมพันธ์ในลักษณะชายรักชาย ขณะที่ซีรีส์ หงสาวดี อ้างอิงถึงบุคคลจริงในประวัติศาสตร์ การตีความจึงต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตที่เหมาะสม โดยคำนึงความละเอียดอ่อนในหลายมิติ การนำเสนอจึงจำเป็นต้องดำเนินไปด้วยความระมัดระวังและความเคารพอย่างสูง ซึ่งทางผู้สร้างผลงาน
การ์ตูน อโยธยาเอยาวดี รับทราบและเข้าใจในเงื่อนไขนี้

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการพูดคุยร่วมกันทั้งสองฝ่าย มีความเห็นพ้องต้องกันว่าแนวทางและขอบเขตของเนื้อหาในการ์ตูนและซีรี่ส์มีความแตกต่างกัน เมื่อผู้สร้างการ์ตูนรับทราบว่า ช่องวัน 31 จะไม่ใช้ชื่อและเนื้อเรื่องตามการ์ตูน จึงตกลงร่วมกันว่าไม่ต้องมีการซื้อขายลิขสิทธิ์ และได้มีการชดเชยค่าเสียเวลาในการหารือเป็นที่เรียบร้อย โดยการพูดคุยดังกล่าวเป็นไปอย่างสุภาพ โปรงใสและจบลงด้วยความเข้าใจที่ดีต่อกัน

ทางบริษัทฯ ตระหนักดีและให้ความสำคัญต่อคุณค่าของงานสร้างสรรค์ งานทรัพย์สินทางปัญญา และลิขสิทธิ์ของผู้ผลิต ผลงานสร้างสรรค์ทุกท่าน บริษัทฯ ไม่เคยมีเจตนาที่จะละเมิดหรือเอาเปรียบผู้สร้างสรรค์ท่านใด และยังคงยึดมั่นในหลักการสร้างสรรค์งานอย่างมีความรับผิดชอบต่อทั้งประวัติศาสตร์ ผู้เกี่ยวข้อง และผู้ชม

ทางบริษัทฯ ขอขอบคุณทุกเสียงสะท้อน และพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายอย่างสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาผลงานให้ดีที่สุด
ต่อไป

ช่องวัน 31
14 เมษายน 2569“

หลังจากช่องวันร่อนแถลงการณ์แล้ว ชาวเน็ตก็ตอบโต้ว่าเป็นการแก้ตัวที่ไม่เคลียร์ เพราะประเด็น digital footprint มีอยู่เพียบในโซเชียลว่าทั้งสองเรื่องเหมือนกัน ทั้งยังมีการไปรื้อทวิตเตอร์ในอดีตของผู้เขียนบทว่าทวิตแต่เรื่องของอโยธยา ทำไมไม่ทวิตโปรเจ็กต์ตัวเอง และมีชาวเน็ตจำนวนมากประกาศแบน หงสาวดี ไม่ขอดู 2 อีพีสุดท้ายที่จะฉายสัปดาห์หน้า