ชายชาวมาเลเซียรายหนึ่งออกมาแชร์ประสบการณ์สุดเจ็บ หลังใช้เงินเกือบ 200,000 ริงกิต (ราว 1.5 ล้านบาท) ไปกับของสะสมยอดฮิตอย่าง Labubu และ Bearbrick ก่อนจะพบว่ามูลค่าตลาดตก และแทบขายต่อไม่ได้
เรื่องราวถูกเผยแพร่แบบไม่เปิดเผยตัวตนผ่านเพจเฟซบุ๊ก โดยเจ้าตัวเล่าว่า จุดเริ่มต้นมาจากการซื้อเพียงไม่กี่ชิ้น เพราะมองว่าน่ารักและช่วยตกแต่งบ้านให้ดูมีสไตล์
แต่หลังจากเข้าร่วมกลุ่มนักสะสมออนไลน์ ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไป เขาเริ่มเห็นภาพของสะสมรุ่นลิมิเต็ด การอวดคอลเลกชัน และการพูดถึงราคาที่อาจเพิ่มขึ้น จนเกิดความรู้สึก “กลัวตกขบวน” หรือ FOMO
“ตอนแรกมันคือความชอบ แต่หลัง ๆ มันกลายเป็นการเปรียบเทียบ ถ้าคนอื่นมี ผมก็อยากมี ถ้าเป็นรุ่นลิมิเต็ด ก็รู้สึกว่าต้องซื้อให้ได้” เขาเล่า
จากการใช้เงินหลักร้อยหลักพัน ค่อย ๆ บานปลายเป็นหลักหมื่น จนสุดท้ายรวมแล้วเกือบ 200,000 ริงกิต โดยเขายอมรับว่า จุดที่รู้สึกตัวคือวันที่นั่งมองของสะสมเต็มห้องนั่งเล่น และตระหนักว่าเงินก้อนนั้นสามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้มากกว่า
“ถ้าไม่ซื้อของพวกนี้ เงิน 200,000 อาจซื้อรถ Benz หรือ BMW ได้ หรือใช้เป็นเงินดาวน์คอนโด แต่ตอนนี้ผมได้อะไร? แค่กองของเล่นที่กินก็ไม่ได้ ใช้ก็ไม่ได้ และขายต่อก็ยาก”
เขาเผยว่าเมื่อพยายามขายของ กลับเจอความจริงที่โหดร้าย เพราะตลาดซบเซา ราคาตก และบางชิ้นขายไม่ได้แม้แต่ราคาทุน
“ของที่ผมเคยรีบซื้อในราคาสูง ตอนนี้ไม่มีใครอยากได้แล้ว” เขากล่าว
สุดท้ายเขายอมรับว่า ความเสียใจไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด พร้อมทิ้งข้อคิดว่า
“ไม่ใช่ทุก ‘ลิมิเต็ด’ จะเพิ่มมูลค่า และไม่ใช่ทุก ‘คอลเลกชัน’ จะเป็นการลงทุน บางครั้งคุณคิดว่ากำลังลงทุน แต่จริง ๆ แล้วคุณแค่ช่วยคนอื่นระบายสต็อก”
เขายังเตือนผู้ที่เริ่มเข้าสู่วงการนักสะสม หรือรู้สึกว่าตัวเองกำลัง “ติด” ให้หยุดคิดและทบทวน เพราะหลายครั้งสิ่งที่ดูเหมือนทรัพย์สินมีค่า อาจเป็นเพียงกระแสชั่วคราวเท่านั้น


