xs
xsm
sm
md
lg

เปิดชีวิต “ข้าวโพด” จากเด็กเปรต สู้จนรวย ก่อนจะถูกโกง ปัจจุบันเกาะผัวแน่นๆ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ไม่ใช่ไฮโซ “ข้าวโพด” เล่าอดีต ชื่อ “เพียงพอ” ย้อนชีวิตมันๆ ไม่เหมาะกับระบบการศึกษาที่ไทย แม่ขายเครื่องเพชรหมดตู้ กู้เงินชาวบ้านส่งเรียนนอก ทำงานเด็กเสิร์ฟได้ทิปส่งเสียตัวเองเรียน ก่อนกลับไทยจับธุรกิจกับเพื่อนรัก “วิกกี้ สุนิสา เจทท์” จนรวย โอดฉิxหาย โดนโกง 70 ล้าน แม่โกรธถึงขั้นประกาศไม่เผาผี จากจิก-ข่มผัว ต้องเกาะผัวกิน 

กลายเป็นที่รู้จักชั่วข้ามคืน จากกรณีที่ “ข้าวโพด สมิตินันทน์” คือหนึ่งในผู้เสียหายหลายๆ คนในแก๊งนางฟ้า ที่โดนเพื่อนรัก “นานา ไรบีนา” เบี้ยวเงิน ซึ่งข้าวโพดโดนหนักสูญเงินสูงถึง 70 ล้านบาท ทำคนสงสัยข้าวโพดร่ำรวยมาจากไหน ทำไมถึงมีเงินมากมายขนาดนี้ เจ้าตัวเป็นไฮโซจริงไหม

ล่าสุด ข้าวโพด ได้เปิดใจเล่าชีวิตของตัวเอง ผ่านช่องยูทิวบ์ของ “แอริน สิรีภรณ์ ยุกตะทัต” หนึ่งในเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานานแบบหมดเปลือก ยิ่งฟังยิ่งได้อรรถรส และทึ่งกับชีวิตเจ้าตัวไม่น้อย

“คนจะชอบบอกว่าเป็นไฮโซ จริงๆ ไม่ใช่เลย มาจากครอบครัวที่คุณพ่อเป็นข้าราชการ C8 คุณแม่ทำงานรัฐวิสาหกิจ เป็นบุคคลธรรมดาเวิร์กกิ้งคลาสมาทั้งชีวิต เป็นกุลีมาตั้งแต่เด็ก เป็นคนใช้แรงงาน ฉันไม่ใช่ลูกคุณหนูนะ จบนอก แต่คุณแม่ขายเครื่องเพชรหมดตู้เลยนะ คุณแม่เก็บเงินมาทั้งชีวิต มีพวกเครื่องประดับ ทอง ขายทั้งหมด แล้วไปกู้ชาวบ้านมา เพื่อส่งเสียให้ลูกไปเรียนอเมริกา ได้แค่ 1 ปีถ้วนเท่านั้น

ตอนนั้นคือไอโอว่า ฉันเป็นชาวนาเลยจ้ะ ไป 1 ปีถ้วน ไปเป็นเด็กแลกเปลี่ยนน่ารักๆ ทุกคนก็คิดว่าฉันเป็นเด็กที่เหมาะอยู่กับเมืองนอกเมืองนา ไม่ควรกลับมาเมืองไทย เธอเฮ้ย ฉันเป็นเด็กที่คุณครูก็ชัง ฉันเป็นตัวของตัวเองสูง กระโปรงเขาคลุมเข่า อีนี่ก็อยากเป็นเด็กแรด ก็พับขึ้นมานิดนึง คุณครูสตรีวิทย์ ไม่ชอบฉันเลย ฉันแค่ไม่อยากเหมือนทุกคน เลยดูเหมือนเด็กมีปัญหา ข้าวโพดฉลาดนะ แต่สมัยก่อนการศึกษาไทยเลือกไม่ได้ไง

ถ้าไม่แฮปปี้จากภายใน อะไรก็เจ๊งไปหมด ข้าวโพดไม่เหมาะโรงเรียนระบบไทย ที่ต้องเป๊ะๆ แต่ก็ไม่ได้ว่าเขานะ คนที่มีชีวิตรอดปลอดภัย กระโปรงเป๊ะ เขาได้ดีก็มีเยอะแยะ แต่เราคิดว่าทำไมมันปัญญาอ่อน ทำไมเราไม่สามารถเป็นตัวเองได้แค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ เราแค่ไม่เหมาะกับสถาบันไทย เมื่อก่อนตอนเป็นเด็กจิ๋ว ครูตีได้ แล้วบางทีตีโหดเกินไป มันเนื้อปูด ฉันคิดว่าทำไมการที่คุณครูที่ไม่ได้คลุกคลีกับเราเลย มาทำร้ายร่างกายเราได้ยังไง

เราเป็นเด็กไทย แต่คิดนอกกรอบมาตั้งแต่เด็ก นอกจารีตมาตั้งแต่เด็ก คุณแม่เลยบอกว่ามึงไปอยู่อเมริกาเลย แม่ก็เหนื่อยที่คุณครูเรียกไปที่โรงเรียน แต่ฉันไม่ได้เกเร ไปดักตบใคร ไม่ได้ติดยา แค่แต่งตัวผิดระเบียบและชอบเถียง ซึ่งครูเกลียดมาก

ตอนเด็กชื่อ ‘เพียงพอ สมิตินันทน์’ พ่อแม่รังแกฉันโคตร แล้วดูหน้าฉัน โคตรเหมาะกับเพียงพอเลยมึง แต่ตอนนี้อยากกลับไปชื่อเพียงพอแล้ว เพราะมันตลกดี แต่ตอนนั้นเราโดนเพื่อนล้อ โดนตลอด ฉันโดนด่าตลอดเวลา อีเด็กปากเบิร์น คนคิดว่าฉันไปฉีดปากจนผิดเพี้ยนรูป นี่คือปากกูค่ะ คนด่าฉันอีปากเบิร์น อีปากใหญ่ อีปากหนา อีเพียงพอ ครูก็ชอบหาว่าเป็นเด็กขี้เถียง
 
เราก็กลับไปคิดว่าทำไมคุณครูต้องรู้สึกกับเราแบบนี้ ทำไมเราไม่มีความสุขในการไปโรงเรียน เราชอบเพื่อน เรารักเพื่อน เราชอบการเรียนรู้ แต่เราไม่ชอบที่จะโดนบังคบให้อยู่ในกรอบ ไม่ชอบโดนคุณครูดุ และตีในเรื่องไร้สาระ อย่างเล็บยาวนิดนึง บางทีเราอยากมีเล็บไว้แคะขี้มูกไหม ให้กูตัดซะเหี้ยนเชียว มันเป็นอะไรที่ไม่ไหวแล้ว

ไม่ได้ว่าโรงเรียนไทยไม่ดี เขาทำให้เป็นวินัย แต่เราไปคุยกับแม่ว่าเราไม่ค่อยมีความสุขกับโรงเรียนแบบนี้ แม่บอกว่าเดี๋ยวฉันจะส่งแกไปเรียนเมืองนอกเมืองนา ฉันจะส่งปีเดียวนะ ให้จบไฮสคูล แล้วไปว่ากันดาบหน้า มีญาติอยู่อเมริกาเยอะมาก ไปเป็นเด็กแลกเปลี่ยนที่ไอโอว่า ฉันป๊อปปูล่าร์มาก ตอนอยู่ไอโอว่ามีแต่เด็กขาว ฝรั่งอย่างเดียว

ทุกคนอยากเป็นเพื่อนกับโพด พาโพดไปดูหนังฟังเพลงฟรี ตั้งแต่เช้าจะมีเพื่อนสลับกันมารับมาส่งที่บ้าน เป็นที่รักของเพื่อนมาก เราก็รู้สึกว่าเฮ้ย อเมริกามันเหมาะกับเราจริงๆ มีความเป็นฟรีด้อมสูง เอ็นจอยกับการเรียนที่ให้เราเลือกวิชาได้เองตั้งแต่เด็ก เลยขอแม่อยู่ต่อ เลยไปคุยกับน้าที่อยู่ที่รัฐเท็กซัส

ปีเดียวถ้วนกับการเป็นเด็กแลกเปลี่ยน ใช้เงินแค่ 4-5 แสน แม่หมดตัวเลยนะ ไปอยู่เท็กซัสกับคุณน้าคุณยาย แม่ไม่มีเงินแล้ว ดิฉันต้องเป็นเด็กเสิร์ฟตั้งแต่อายุ 15 เก็บโต๊ะเก็บจานอยู่ร้านคุณน้า ดิฉันทำงาน 6 วันครึ่ง ทำงานหนักมาก แต่เผอิญเป็นคนเฟรนด์ลี่ เจ๊าะแจ๊ะ ทิปเลยดี สมัยนั้นเราไม่ได้เงินเดือน ได้เป็นทิปแทน เพราะเรายังเด็ก เหมือนช่วยญาติ ใครจะให้ทิปฉันก็ได้ แต่บังเอิญร่าเริง ฝรั่งติดมาก ฉันเลยเป็นป๊อปปูลาร์ เลยทำทิปได้ดี ส่งเสียตัวเองเรียน

แม่ไม่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนเลย คุณน้าคุณยายให้อยู่ฟรีกินฟรีอยู่แล้ว เป็นหลานรัก แม่บอกว่ามีปัญญาเท่านี้ อยู่เท็กซัสก็ขี้เหร่นะ ฉันอยู่บ้านนอกของบ้านนอก เผอิญตอนนั้นคนไม่เคยเจอคนเอเชีย ร้านอาหารเอเชียก็ไม่มี มันก็เลยตื่นเต้นสำหรับคนแถวนั้น ส่งเสียตัวเองเรียนจนจบไฮสูคล

เรียนจบคิดถึงบ้าน คิดว่าลองกลับมาประเทศไทยสักตั้งนึง ลองดูประสบการณ์ที่เมืองไทยบ้าง เผอิญลองไปเอแบค ไปเจอเพื่อนสนิทที่เป็นพาร์ตเนอร์ แต่ตอนอยู่เอแบค คุณครูพูดภาษาอังกฤษไม่เข้าใจ ทำให้เราไม่สนุกกับการเรียน เราก็คิดว่าเอแบคไม่ใช่เราอีกแล้ว เสียค่าเรียนไปแล้ว 2 ปี หน่วยกิตแพงมาก มีเงินเก็บจากอเมริกา

ตอนเด็กฉันจะคิดว่าฝ้าย (น้องสาว) โชคดีได้อยู่กับพ่อแม่เป็นเด็กดี กูเป็นเด็กเปxตได้อยู่อเมริกา แต่ก็ไม่เกี่ยวหรอก จริงๆ ฉันก็ขวนขวายเรียนเอง ฉันไม่เชื่อว่าน้องสาวจะเป็นเด็กเสิร์ฟได้ตั้งแต่อายุ 15 ส่งเสียตัวเองเรียนได้ เป็นทาสในเรือนเบี้ยของคุณน้า คุณน้าไม่ได้โหดนะ แต่เขาทำงานตลอดเวลา ฉันก็ติดสันดานเขามาด้วย เราไปถึงจุดนั้นจะไปนั่งเกาตูดแกร๊กๆ ได้ยังไง คุณน้าเขาทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ คุณน้าก็ทำให้เราเป็นคนไม่หมิ่นเงินน้อย เราเป็นคนขยัน ทำให้เราโอเคที่จะใช้แรงงาน

ฝ่าฟันอะไรตั้งแต่เด็ก เราคิดว่าการทำงานตั้งแต่เด็กโอเค เราไม่ต้องขอเงินพ่อแม่ โคตรชอบมาก พอกลับมาดันมีเงินกลับมาด้วยก้อนนึง ตอนนั้นประมาณ 2-3 แสน สำหรับเด็ก 18 พออยู่เอแบคก็ไม่รอดอีก คิดว่าไม่เหมาะกับเรา เป็นคนโง่เลขมาก เกลียดเลขที่สุด ก็ตัดสินใจไปเรียนการโรงแรม เรียนได้สองปี ฉันได้ดีเด่นอีก ดีเด่นเพราะเป็นคนทะเยอทะยาน คุณแม่ไม่ได้ร่ำรวย เราต้องถีบตัวเอง ฉันก็ฝ่าฟันได้เกรดดี เขาก็เลือกฉันคนเดียว ทั้งโรงเรียนเขาเลือกฉันคนเดียว เด็กฝรั่งสู้ฉันไม่ได้ ฉันชนะ เขาก็ส่งไปฝึกงานที่ฟลอริด้าอีกสองปี ไปเอง

คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว พอไปอยู่ตรงนั้นทุกอย่างเขามีให้หมดเลย ไม่ต้องอยู่กับโฮสต์ เราโตแล้ว เราเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่กัน ฉันทำงานอยู่ในร้านมิชลิน ฉันก็ป๊อบปูล่าร์อีก สวย เป็นคนไทย ดูโดดเด่น กลายเป็นว่าทิปดี ฉันเจอดาราฮอลลีวูดตลอดเวลา แค่พาไปนั่งที่โต๊ะ เอาแบงก์ 100 เหรียญยัดใส่มือ แต่ละคืนแต่ละวันได้ 400-500 เหรียญ เยอะมาก มีความสุขมาก ทำเงินได้เยอะมาก”

ทะเยอทะยาน ลาออกจากงานโรงแรม จับมือ “วิกกี้ สุนิสา เจทท์” ทำธุรกิจ 6 เดือนแรกขาดทุนย่อยยับ ร้องไห้ทุกวัน
“พอกลับมาเมืองไทย หางานได้ง่าย งานแรกสมัครปุ๊บได้เลย เป็นอีเวนต์เมเนเจอร์ ที่โรงแรมเดอะ แมริออท ริมน้ำ เริ่มทำงานการโรงแรม เราอยู่มาจนกระทั่งวันนึงเงินไม่พอใช้ เริ่มอยากได้อะไรมากขึ้น เพราะรู้สึกว่าเงินเดือนพนักงานโรงแรมก็โอเคนะ เซอร์วิสชาร์ตเราก็ดี แต่รู้สึกว่าเราเป็นคนทะเยอทะยานมากกว่านั้น คิดว่าเหมาะกับการทำธุรกิจของตัวเอง วิกกี้ สุนิสา พูดว่า เดี๋ยวจะไปเอาครีมจากเกาหลีมา

แรกๆ ดารายังไม่ทำครีม 12 ปีที่แล้ว วิกกี้บอกว่าเมเนเจอร์เขาอยากอิมพอร์ตครีมจากเกาหลี มาเปลี่ยนเป็นแบรนด์ไทย แล้วให้วิกกี้เป็นพรีเซ็นเตอร์ ฉันก็บอกว่าฟังแล้วดูดีนะอีกี้ มึงควรทำ แต่กูไปทำการบ้านมาก่อนแป๊บนึง กูว่ามึงไม่ต้องเอาครีมมาจากเกาหลีหรอก ประเทศไทยก็มี ต้นทุนเราจะได้เลือกแพ็กเกจจิ้งเอง แต่กูเป็นเสมียนนารีให้มึงเอง มึงออกหน้าอย่างเดียว เราทำกันครึ่งๆ เราก็ทำการบ้านใหญ่โตเลย เอามาเสนอเพื่อน แต่ก่อนหน้านั้นโพดกับวิกกี้ก็เริ่มจากการขายเสื้อผ้า เริ่มต้นจำได้ว่าใช้เงินหลักหมื่น แต่ลำบากเพราะเสื้อผ้าดีเทลเยอะ เชื่อไหมว่าจะทำเล่นๆ แต่เผอิญมันบูมขึ้นมา และมีกำไรทุกๆ เดือน และเราไม่เคยตีกันเลย เป็นเพอร์เฟกต์พาร์ตเนอร์

บางคนทำธุรกิจกับเพื่อนแล้วฉิxหายไปเลยก็มี แต่ที่ดีก็เยอะ อย่างแรกต้องดูก่อนว่าเพื่อนคนนี้เหมาะกับเราหรือเปล่า เราทำธุรกิจเหมือนกับเรามากเกินไป อย่างมีซีอีโอข้าวโพด 2 คน ตายนะ มันต้องมีคนแบ่งรับแบ่งสู้ มีข้าวโพดและวิกกี้ วิกกี้เขาเป็นมนุษย์ที่รับฟังที่ดี อีนี่พูดเยอะ โพดขยัน ทำหลังบ้านเก่ง เชื่อไหม ไม่เคยมีแม้แต่คำว่าเถียงหรือทะเลาะกันเลย โคตรแปลก โพดกับวิกกี้เจอกันทุกวัน เราคิดว่าถ้าบิสิเนสต้องแตกหัก กูเอามึงก่อน ข้าวโพดคิดว่าวิกกี้สำคัญกว่าเงินและบินิเนส วิกกี้ก็คิดว่าข้าวโพดสำคัญกว่าเงินและบิสิเนส ถ้าเราเริ่มไม่มีความสุขหรือแตกคอ เราจะเลือกกันและกันก่อนเสมอ มีอะไรเราไม่เก็บไว้ในใจ

มีช่วงที่วิกกี้มีลูกช่วงแรกๆ จากคนที่ไม่อยากเป็นแม่คน กลายเป็นว่ารักลูกปานจะแหกตูดดมทั้งสองตูด ทุกคนรักลูก แต่อีกี้สุดโต่งมาก มีช่วงนึงที่ข้าวโพดคุยกับวิกกี้เรื่องคอนเทนต์ เคยนอนน้อย นอนไม่หลับ เพราะไม่รู้จะคุยกับอีกี้ยังไง แต่พอคุยจบเราสบายใจ เรื่องโกงกันไม่ต้องคิดแล้ว ก่อนแบ่งเงินเดือน หรือส่วนแบ่ง แม้แต่เศษสตางค์ก็เป๊ะ ไม่ให้หลุดเลย เพราะข้าวโพดต้องการความโปร่งใส ทำอะไรถูกต้อง ไม่ทุจริต ตรงไปตรงมา โดยเฉพาะกับเพื่อน จะทำให้เรานอนตายตาหลับ ถ้าเราจะเจ๊งเราก็เจ๊งไปด้วยกัน ถ้าเราจะรวยเราก็รวยไปด้วยกัน อย่างน้อยตายไปวันนึงไปอยู่หน้าพระเจ้า เราไม่มีอะไรจะพูดแล้ว เราทำดีที่สุดแล้ว แต่การที่เราตรงไปตรงมากับบิสิเนสของเราสำคัญที่สุด สำคัญกว่ากำไร เพราะรักวิกกี้ เลือกเพื่อนมากกว่าบินิเนส การที่เราไม่คดโกงใคร ทำให้บิสิเนสเราเจริญรุ่งเรืองโดยไม่ต้องพยายามอะไรมาก หลังจากนั้นก็แตกสาขาทำบิสิเนสอื่นๆ อีก ทำให้ข้าวโพดมีถึงทุกวันนี้ได้

หลายคนชอบถามว่าทำอะไรดูร่ำรวย จริงๆ ทำธุรกิจเยอะ และเป็นคนชอบให้เงินทำงาน ต้องฉลาดตรงที่เราทำงานเพื่อหาเงิน และต้องทำให้เงินทำงานให้เราด้วย เป็นคนแรกๆ เลยนะที่ซื้อบิตคอยน์ ตอนนั้นบิตคอยน์ 6 หมื่น ฉันซื้อตอนราคาต่ำตมสุด ฉันค่อนข้างเป็นคนลักกี้บ้าง

LIV WHITE DIAMOND (ลิฟ ไวท์ ไดมอนด์) 12 ปีที่แล้ว ต้องขอบคุณคุณแม่ฉันเลย อีกี้เขาเป็นนางเอกเก่า เขามีเงินเก็บของเขา เราไม่มี กลับจากอเมริกา ใช้เงินเหมือนเบี้ย ซื้อรถก็หมดแล้ว ก็ขอเงินจากคุณแม่ แม่เอาเงินจากสหกรณ์ เอ็นดูแม่ แม่ฉันเหมือนฉันเลย หน้าโหดมาก ปากร้ายมาก บางทีคุยกับแม่ก็อาจซึมเศร้า (หัวเราะ) มีแต่คำด่า แต่รักลูกมาก แม่ปากโคตรร้าย แต่ใจดีสุด แม่ฉันตอนเด็กชอบพูดว่าแกอย่าให้เพื่อนยืมเงินนะ ฉันโดนมาแล้ว ถูกโกงทั้งชีวิต ลูกก็ฟังแม่ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยค่ะ (หัวเราะ) ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง

แม่ให้เงินมาลงทุน 1.7 ล้าน แม่เอาออกมาหมดจากสหกรณ์ ซัปพอร์ตเต็มที่ ตอนนั้นคิดว่าถ้าเจ๊งขึ้นมาทำไง แต่คิดว่าเราลงทุน เราทำ หลังจากนั้น 6 เดือนแรกทำงานกับวิกกี้ ไม่เห็นกำไรอะไรเลย นอนร้องไห้ทุกคืน ช่วง 6 เดือนแรก ขาดทุนย่อยยับ จนสามีบอกให้ไปทำงานโรงแรมเถอะ ชั้นก็หน้าบางไง ฉันพูดไปหมดว่าฉันจะออกไปเปิดบิสิเนสของฉันเอง ก็แป้ว เอาไงวะ ต้องหน้าแตก คลานเข้าไปของานเขาเหมือนเดิม

เสร็จแล้วพระเจ้าได้ดลบันดาล ตอนนั้นมีช่วงที่เฟซบุ๊กยิงแอดแรกๆ เลย ยิงจนกระโปกปลิ้น โคตรแพง ครีมกระปุกนึง 400-500 เสียค่ายิงแอดต่อกระปุก 100 - 200 จะเหลืออะไร แต่สมัยก่อนยิงแอด 20 - 30 บาท ตอนนั้นครีมดาราน้อย ฉันขายครีมดารา 900 กว่าบาท ฉันก็ฉ่ำ มีความสุข มีตัวแทนเยอะมาก ใหญ่โตอลังการ เปิดตัวพารากอน ทำให้เราอยู่ในบิสิเนสที่ซัคเซสตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ แต่ครีมดาราออกทุกวัน ต้องมานั่งไลฟ์ขายของ คอนเทนต์ต้องเหนือกว่าใคร โชคดีพระเจ้าดลบันดาลให้ฉันมีแรงทำตอนนั้นพอดี ถ้าต้องเริ่มใหม่ตอนนี้ ตายได้นะ เหนื่อยมาก หนืดมากนะ

แต่ข้าวโพดก็เอาไปลงทุนตรงโน้นตรงนี้ จนถึง...(หัวเราะ) ก็ล่าสุดที่ฉิxหายไป แต่ไม่ได้ฉิxหายร้อยเปอร์เซ็นต์ ก้อนใหญ่สุดหายไปอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอกจะไม่มีตรงอื่น แต่ตรงอื่นเอาออกมาลำบาก เพราะเราแพลนตอนเรารีไทร์ ฉันก็เอาเงินเกษียณมาใช้ก่อนตอนนี้”

จากข่มผัว จิกผัว ตอนนี้เกาะผัวกิน ลั่นช่วงแรกถูกโกงเงิน แม่โกรธมาก ถึงขั้นประกาศไม่ต้องไปงานศพ ไม่ต้องเผาผี!
“พระเจ้าหนุนทางชีวิต คุณสเตฟานเผอิญได้งานที่ดีช่วงนี้พอดีเลย ดันได้โรงแรมที่ดี ร้านอาหารก็ดังไปอีก ตอนแรกจิกผัวหนักมาก ทำผัวเป็นอีเย็นดีๆ นี่เอง (หัวเราะ) ตอนแรกฉันเรียกอีสเตฟาน ตอนนี้ฉันต้องเรียกสามีคุณสเตฟาน ต้องเกาะคุณสเตฟานกิน ไม่คิดมาก แต่ก็คิดนิดนึง กูรวยกว่าผัวอีก ตอนนี้ขอบคุณคุณสเตฟานทุกวันที่เป็นคนไม่ประมาทเหมือนเรา เขาเอาเงินไปลงทุนที่อื่นๆ ก็เริ่มเห็นดอกเห็นใบ เห็นความเจริญเติบโตช่วงที่เราขาลงพอดี ก็ได้มาบาลานซ์กัน

คนที่รู้จักจะรู้ว่าข่มผัวมาตลอด บราๆ เหยียบมิดเลย ตอนเจอมรสุมชีวิต ที่เล่นกับจิตใจคนหลายๆ คน ถ้าคนเจอมรสุมแบบเราเจอ ก็ค่อนข้างใหญ่มาก ทุกคนเจออะไรต่างกัน ไม่ต้องพูดถึงตัวเงินอะไรก็แล้วแต่ พูดถึงจิตใจ สังคม ครอบครัว โชคดีที่มีพระเจ้า มีครอบครัว ถึงคุณแม่จะโหดมาก ช่วงเกิดขึ้นแรกๆ คุณแม่โกรธมาก จนฉันไม่ต้องไปงานศพเลยนะ ไม่ต้องเผาผี แต่ตอนนี้คุณแม่ช่วยซัปพอร์ตเต็มที่ เรามีครอบครัวที่ดี มีลูกที่น่ารัก มีลูกที่เข้าใจ เคยพูดให้ฟังว่านี่คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับบ้านเรา ลูกมากอดมาหอมไม่พอ บอกว่าหม่าม้าไม่ต้องห่วง เราไม่ต้องไปเที่ยวไหนแล้วก็ได้ ไม่ต้องซื้อของแล้วก็ได้ แค่ไปโบสถ์ มีพระเจ้าเราอธิษฐานร่วมกันเป็นครอบครัว แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว แก นี่ใครสอนมาวะแก ฉันรู้ว่าฉันสอนแหละ แต่ลูกฉันไปเลเวลจิตใจดี ทำไมลูกฉันคิดเป็น”