xs
xsm
sm
md
lg

ฝันร้ายกลางกรุง THEY WILL KILL YOU คอนโดสุดหรูที่ไม่ได้มีไว้ 'อยู่' แต่มีไว้ 'ฆ่า'

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: อภินันท์ บุญเรืองพะเนา



ท่ามกลางกระแสภาพยนตร์สยองขวัญที่พยายามมองหาความแปลกใหม่มานำเสนอผู้ชม ดูเหมือนว่า THEY WILL KILL YOU มีความพยายามที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์เดิมๆ และทวีความบ้าคลั่งขึ้นไปอีกระดับ นี่คือผลงานการกำกับและเขียนบทของ “คิริลล์ โซโคลอฟ” (Kirill Sokolov) ผู้กำกับดาวรุ่งที่ทั่วโลกกำลังจับตามองในฐานะ “พ่อมดแห่งความรุนแรงที่มีสไตล์”

โดยโปรเจกต์นี้ไม่ได้มีดีแค่เลือดสาด แต่ยังเป็นการรวมตัวของยอดฝีมืออย่าง “แอนดี้” และ “บาร์บารา มุสเกียตติ” ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จถล่มทลายของ “IT” ที่ข้ามฟากมาเป็นโปรดิวเซอร์ภายใต้ชายคา Nocturna สตูดิโอใหม่ที่เน้นแนวทางสยองขวัญเขย่าขวัญโดยเฉพาะ

แรงบันดาลใจที่ทำให้โซโคลอฟสร้างสรรค์เรื่องราวนี้ขึ้นมานั้นมีความแปลกประหลาดพอๆ กับตัวหนัง มันเริ่มต้นจากประสบการณ์จริงที่เขากับภรรยาย้ายเข้าไปอยู่ในอพาร์ตเมนต์สูง 16 ชั้นแห่งหนึ่ง แล้วพบว่าผู้อยู่อาศัยเกือบทั้งหมดเป็นหญิงชราที่ชอบเลี้ยงแมว และมักจะรวมกลุ่มกันจ้องมองพวกเขาด้วยสายตาลึกลับทุกครั้งที่ก้าวพ้นประตูห้อง


ความรู้สึกอึดอัดและระแวงว่ามีบางอย่างผิดปกติซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มอันเหี่ยวย่นนั้นเอง ที่ถูกขยายความให้กลายเป็นอาคาร “The Virgil” คอนโดหรูใจกลางเมืองที่ภายนอกดูโอ่อ่า สง่างาม และเป็นที่ปรารถนาของใครหลายคน แต่ภายในกลับเป็นรังลับของลัทธิปีศาจที่ใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วเป็น “กับดักสังหาร” เพื่อคัดกรองเหยื่อมาบูชายัญตามความเชื่ออันบิดเบี้ยว

ความโดดเด่นของ Virgil คือการออกแบบเชิงสัญลักษณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Dante’s Inferno โดยตัวอาคารถูกแบ่งออกเป็น 9 ชั้น แทนค่าระดับวงนรกแต่ละขุม ซึ่งแต่ละชั้นจะมีธีม การตกแต่ง และอันตรายที่แตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่ห้องโถงกว้างที่ดูหรูหราไปจนถึงห้องลับใต้ดินที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือด

ผู้ชมจะได้รับประสบการณ์ร่วมเหมือนการไต่ระดับลงสู่นรกที่ลึกขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับตัวละครเอกอย่าง “เอเชีย” (Asia) ซึ่งรับบทโดย “แซซี บีตซ์” (Zazie Beetz) นักแสดงสาวผู้มีเสน่ห์ลึกลับและมีความแข็งแกร่งในตัว เอเชียไม่ใช่หญิงสาวที่ตกที่นั่งลำบากแล้วรอคอยความช่วยเหลือ แต่เธอคืออดีตนักโทษสาวที่มีอดีตอันขมขื่นและทักษะการเอาตัวรอดที่สูงลิบลิ่ว เมื่อเธอถูกต้อนให้จนมุม ความดุร้ายที่ถูกเก็บกดไว้จึงถูกระเบิดออกมา เปลี่ยนจาก “เหยื่อ” ให้กลายเป็น “เพชฌฆาต” ที่พร้อมจะทลายรังลัทธิอำมหิตนี้ให้พินาศ


กระบวนการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นบททดสอบความอึดของนักแสดงอย่างแท้จริง “แซซี บีตซ์” ต้องเข้าแคมป์ฝึกซ้อมศิลปะการต่อสู้อย่างหนักเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับฉากแอ็กชันที่ยาวนานและต่อเนื่อง โดยเฉพาะฉากการต่อสู้ในกองเพลิงจริงที่ใช้ความร้อนและความเสี่ยงเข้าแลกเพื่อให้ได้ภาพที่สมจริงที่สุด หรือการต้องวิ่งเท้าเปล่าฝ่าพายุลูกเห็บในแหลมเคปทาวน์ ซึ่งโซโคลอฟยืนกรานว่าจะไม่ใช้ตัวแสดงแทนในฉากที่สำคัญ เพื่อให้กล้องสามารถจับภาพหยาดเหงื่อและแววตาที่เต็มไปด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของเธอได้แบบสดๆ ความทุ่มเทนี้ยังส่งผลต่อทีมนักแสดงคนอื่นๆ อย่าง “เฮเทอร์ เกรแฮม” ที่ถึงขั้นร้องขอผู้กำกับว่าอยากจะเล่นฉากสตันต์ด้วยตัวเองบ้างหลังจากเห็นความมุ่งมั่นของแซซี

ในแง่ของงานสร้าง THEY WILL KILL YOU คือจดหมายรักที่ส่งถึงคอหนังสยองขวัญยุค 80s และหนังแอ็กชันคลาสสิก โซโคลอฟเลือกที่จะปฏิเสธการใช้ CGI ในส่วนที่สำคัญ และหันมาพึ่งพา Practical Effects หรือเอฟเฟกต์จริงที่ทำขึ้นสดหน้ากล้อง ซึ่งเป็นงานถนัดของทีมงานชุดนี้ ผู้ชมจะได้เห็นการดีไซน์ฉากฆ่าที่ตระการตาและมีความคิดสร้างสรรค์อย่างเหลือเชื่อ

เช่น ฉากต่อสู้สไตล์ซามูไรที่มีการใช้ระบบพ่นเลือดแรงดันสูง เพื่อให้ละอองเลือดพุ่งกระจายจนลอยตัวเป็นกลุ่มเมฆสีแดงค้างอยู่กลางอากาศสูงถึงสองเมตรและกระแทกเข้ากับเพดานห้อง เป็นงานภาพที่ทั้งน่าสะพรึงและงดงามในเชิงศิลปะไปพร้อมๆ กัน ซึ่งนอกจากความสยองแล้ว หนังยังสอดแทรกอารมณ์ขันร้ายกาจและการเสียดสีสังคมเมืองที่ผู้คนต้องแก่งแย่งชิงดีเพื่อสถานะและที่อยู่อาศัย



นอกจากนี้ หนังยังได้รวบรวมทีมนักแสดงสมทบที่น่าสนใจอย่าง “ไมฮาล่า” (Myha’la) ในบท “มาเรีย” หญิงสาวที่ดูมีพิรุธแต่มีความลับที่ซับซ้อน “แพทริเซีย อาร์เค็ตต์” และ “แพตเทอร์สัน โจเซฟ” ในบทคู่รักอาวุโสที่ดูเหมือนจะใจดีแต่มีเบื้องหลังที่น่าสะพรึง ร่วมด้วย “ทอม เฟลตัน” ที่ขอมารับบทบาทที่แตกต่างออกไปจากภาพจำเดิมๆ ในฐานะกลุ่มผู้เช่าฐานะมั่งคั่งที่ใช้ชีวิตบนความตายของผู้อื่น การที่หนังเลือกเล่าเรื่องผ่านตัวละครที่หลากหลายในตึก Virgil ทำให้เราได้เห็นภาพสะท้อนของชนชั้นในสังคมที่ยิ่งสูงยิ่งอันตราย และคนตัวเล็กตัวน้อยที่มักจะถูกเซ่นสังเวยให้กับระบบที่บิดเบี้ยวเสมอ

บทสรุปของ THEY WILL KILL YOU จึงไม่ใช่แค่การเอาชีวิตรอดจากปีศาจหรือคนคลั่ง แต่มันคือการต่อสู้กับระบบที่จ้องจะกลืนกินมนุษยชาติภายใต้เปลือกที่สวยงามของความศิวิไลซ์ ด้วยความยาวที่อัดแน่นไปด้วยฉากแอ็กชันที่ได้รับแรงบันดาลใจตั้งแต่หนังคาวบอยสปาเกตตีไปจนถึงอนิเมะกังฟู บวกกับงานภาพที่เคลื่อนไหวราวกับเป็นตัวละครหนึ่งในเรื่อง ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นมากกว่าแค่หนังสยองขวัญ แต่เป็นความบันเทิงระดับพรีเมียมที่ท้าทายโสตประสาทของผู้ชมอย่างถึงที่สุด