xs
xsm
sm
md
lg

“ตี๋ ธนพล” จากคนแอนตี้ศาสนา ตั้งเป้า ”บวชไม่สึก“ เตรียมละทางโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข่าวคาวๆ ของวงการสงฆ์ทำเอา “ตี๋ ธนพล จารุจิตรานนท์“  มองศาสนาติดลบ ถึงขั้นแอนตี้เลยก็ว่าได้ แต่ล่าสุดเจ้าตัวได้เปิดใจถึงจุดเปลี่ยนในชีวิต ถึงขั้นตั้งเป้าถ้าละทางโลกได้ ก็จะบวชไม่สึกเลย

“คือเราตั้งใจจะบวชอีกครั้ง เพราะจะเป็นหนทางที่ทำให้เราสงบใจได้จริงๆ เพราะว่าเมื่อก่อนแทบจะไม่มีความคิดเรื่องพวกนี้เลย เผลอๆ แอนตี้ศาสนาด้วย เพราะรู้สึกว่าตอนนั้นเราเอาตัวเองเข้าไปมอง กับข่าวทุกวันนี้ พระโนน่นี่นั่น จนมาถึงเบญจเพส เราก็ได้บอกพ่อแม่ บอกครอบครัวว่า เราจะบวชให้ทุกคนนะ มันเหมือนเป็นธรรมเนียมที่ต้องพึงกระทำของผู้ชายไทย แล้วก็ได้มีโอกาสไปบวช"

"ซึ่งพอไปบวชวันแรก มันเข้าใจถึงคำว่าซึ้งในรสพระธรรม เพราะก่อนที่เราจะซึ้งในรสพระธรรม ก่อนหน้านั้น การทำงาน ชีวิต มันมีอุปสรรค มันมีความวุ่นวายในชีวิตเยอะมาก และพอได้บวช มันเหมือนเราได้มาอยู่กับตัวเองจริงๆ มันก็เลยได้อะไรจากตรงนี้ค่อนข้างมาก ก่อนหน้านี้เราทำงาน เราเจอปัญหา มันค่อนข้างหนักสำหรับชีวิต เรามัวแต่โฟกัสกับงาน โฟกัสคนอื่น โฟกัสปัญหา แต่พอวันนึงที่เราบวชปุ๊บ สิ่งที่เราเคยเครียดมาทั้งหมดนั้น มันหายไปหมดเลย มันไม่เหลือเลย มันทำให้เกิดความสบายใจ เฮ้ย…มันคือความสุขที่แท้จริง“

”คือย้อนกลับไปที่เราบอกว่า เราแอนตี้ศาสนา เพราะมันเกิดจากการที่เราเสพข่าว ว่าพระบางรูปก็ไม่น่านับถือ แต่พอเราได้เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในศาสนา ได้มารู้จักคำสอนของพระพุทธเจ้าจริงๆ และจริงๆ มันไม่ใช่อย่างที่เป็นตามข่าว ก่อนหน้าที่เราจะบวช เราไปโฟกัสที่ตัวบุคคล แต่พอเรามาบวช เราเปลี่ยนมาโฟกัสที่หลักธรรม คนอื่นจะเป็นยังไงก็เรื่องของเขา เพราะว่าคนที่จะไปไม่ใช่คนอื่น แต่ตัวเราที่จะไป แล้วสิ่งที่เราโฟกัส เราควรจะมองตัวเอง"

"อย่างบางคนมองว่า การทำบุญใส่บาตรไป ก็จะคิดว่าจะได้สิ่งดีๆ กลับมา แต่จริงๆ มันคือไม่ใช่เลยนะ ตามหลักศาสนาคือ การใส่บาตร คือการสละสิ่งที่เรามีมากอยู่แล้ว ก็คือสละออกไปบ้าง เจียดความตระหนี่ออกไปบ้าง เพราะว่าวันนึงเราก็จะไม่เหลืออะไร ทุกคนก็ต้องจากโลกนี้ไปหมด แต่ก่อนที่เราจะไปตรงนั้น เราพร้อมแล้วหรือยัง และเราจะรู้หรือยัง ว่าเวลาตรงนั้นมันจะมาถึงเมื่อไหร่ รู้ได้ไงว่าพรุ่งนี้เราจะไม่ได้ไป เพราะฉะนั้นในทุกๆวันถ้าเราทำได้ ถ้าเราตัดได้จริงๆ วันที่เราไป เราจะพร้อม แล้วถ้าวันนี้ถ้าเรายังไม่พร้อม เราก็จะไปแบบวนลูป มันก็จะไม่สิ้นสุด อยู่ในวัฏสงสาร“

“คือเราตั้งเป้าหมายว่าเราก็จะบวชไม่สึก ถ้าเราหมดภาระ หมดทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต เราจัดการทุกอย่างตามหน้าที่ ที่เราต้องทำ ได้ครบหมดแล้ว เพราะผมรู้สึกว่าเราตั้งเป้าว่าเราจะไปแบบยาวๆ แบบไม่ต้องกลับมาแล้ว เพราะว่ามันไม่มีห่วงแล้ว แต่ในวันนี้เรายังมีห่วงอยู่ เราก็ยังไปไม่ได้ เราไม่ ได้ตั้งเป้าว่าจะไปเมื่อไหร่ ก็ต้องขึ้นอยู่ว่าเราทำหน้าที่ของเราได้สมบูรณ์แล้วหรือยัง เคลียร์ทุกอย่างที่อยู่ในพาสของโลกใบนี้ให้มันจบ และค่อยไปบวช”