xs
xsm
sm
md
lg

“หงสาวดี” ปลุกใจคนไทยเจน z รักชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์




เป็นกระแสร้อนแรงขึ้นในทุกสัปดาห์สำหรับซีรีส์ “หงสาวดี” ที่ทำเอาสาวไทยขอกระโดดข้ามกำแพงเมืองจีน มาเอาใจช่วย “พระนเรศวร” ที่แสดงโดย “ตรี ภรภัทร ศรีขจรเดชา” และ “พระมหาอุปราชา” แสดงโดย “นาย ณภัทร เสียงสมบุญ” โดยทุกคนชื่นชมในผลงานการแสดงที่ไต่ระดับของทั้งคู่จนอินกันสุดๆ รวมถึงฉาก เสื้อผ้า หน้าผม ทุกอย่างทำคนขนลุกและอินตาม ปลุกกระแสรักชาติ ภูมิใจในความเป็นไทย

จากแม่หยัวสู่หงสาวดี
หลังจากซีรีส์แม่หยัว ทางช่องวันมีหมุดหมายตั้งใจจะทำซีรีส์ประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นใหม่ได้ซึมซับ สนใจประวัติศาสตร์ชาติไทย เรื่องราวในอดีต วัฒนธรรม

หงสาวดีในครั้งนี้ปูเรื่องในส่วนของพระนเรศวรต้องไปอยู่หงสาวดีจนทำยุทธหัตถี ที่เป็นการเล่าเรื่องราวของพระนเรศเล่าเรื่องราวของหงสาวดี ในมุมมองใหม่ๆ จากสมมติฐานที่ว่า “จะเกิดอะไรขึ้นบ้างถ้าพระนเรศวรที่ถูกนำไปเลี้ยงเป็นเชลยศึกอยู่ที่หงสาวดีตั้งแต่เด็ก ถ้าเขาเป็นเพื่อนรักกับพระมหาอุปราชาแล้ววันนึงจะต้องมาเป็นศัตรูกัน รบกันจนฝั่งใดฝั่งหนึ่งต้องตายด้วยมือตัวเอง มันจะเกิดอะไรขึ้นกับคนทั้งสองที่รักกันดั่งพี่น้องแท้ๆ” ทำให้เกิดตัวละคร พระนเรศและมังจีชวา ในเวอร์ชั่นใหม่ที่ฉีกประวัติศาสตร์ แต่เหตุการณ์สำคัญยังคงตรงตามประวัติศาสตร์ทั้งหมด

แคสติ้งขนลุก เป๊ะเวอร์เสมือนท่านพระราชทานให้
“ปุ๊ย ผอูญ จันทรศิริ” เผยว่าการคัดเลือกนักแสดงในเรื่องนี้ไม่ใช่จะเอาใครก็ได้มาเล่น ต้องคัดเลือกพอสมควร เพราะนักแสดงแต่ละบทจะต้องมีบารมีของตัวเองมาประมาณหนึ่งที่พอจะเล่นเรื่องนี้ได้ และเล่าต่อว่า แคสนี้เริ่มต้นจากการเลือกเฟ้นเป็นพิเศษ คือบท พระมหาอุปราชามังจีชวา และพระนเรศ โดย มังจีชวา ได้รับการปักธงมาจาก บอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ ว่าเป็นคนที่แสดงละเอียดมาก เหมาะเป็นนักรบใจบางอย่างมังจีชวา จากนั้นจึงเริ่มหานักแสดงที่หน้าตาพอจะมาทางเดียวกันพอที่จะเป็นครอบครัวเดียวกันได้ จึงไปกราบกราน “นก ฉัตรชัย เปล่งพานิช” ให้มารับบทบุเรงนอง และจิ้ม “ชาย ชาตโยดม หิรัญยัษฐิติ” มาเล่นบทนันทบุเรง “โอเบย์ ปัณณวิชญ์” รับบทเป็น มังแยจอชวา ทางทีมจิ้ม “ผิงผิง ณิชา” รับบท องค์หญิงนัตซินแมดอ มาจากการแคสติ้ง

ส่วนในบทพระนเรศวร ทีมงานพยายามหาคนที่มีผิวพรรณ หน้าตาแบบไม่ขัดกับสายตาคนไทย จึงได้ “ตรี ภรภัทร” ซึ่งในการเป็นพระนเรศวร ตรีจะต้องทาสีที่ตัวเพิ่มเวลาเข้าฉากทุกครั้ง และต้องมีเวลาฟิตร่างกายให้ดูเป็นนักรบ ตอนแรกตรีคิวไม่ได้เพราะติดโปรเจกต์อื่น ทีมพยายามตามหานักแสดงคนอื่น แต่หาไม่ได้เสียที จึงไปไหว้พระนเรศวรว่าท่านอยากให้ใครเล่นเป็นท่านก็ขอให้บอกมา สุดท้ายตรีเคลียร์คิวให้ได้ จึงได้เล่น “วิว วรรณรท” รับบทเป็นพระสุพรรณกัลยา , “ อิน จักราสินธุ์” รับบท พระเอกาทศรถ เข้าตัวละครฟิตติ้ง ก็คือเหมือนรูปในประวัติศาสตร์มากๆ จนขนลุก

นักแสดงทุกคนต่างพูดเหมือนกันว่าหลังจากได้รับการคอนเฟิร์มได้เล่นเรื่องนี้แล้วต่างไปศึกษาแสวงหาความรู้เพื่อที่จะได้เป็นตัวละครนั้นๆ ให้ลึก ทุ่มเทร่างกายและจิตวิญญาณเพื่อให้ตัวเองเป็นนักรบได้สมบูรณ์แบบที่สุดจนคนดูเชื่อแบบไม่ค้านสายตา

ศึกคอนเทนต์ จีนมี “อู่อันโหว” ไทยมี “พระนเรศวร”
เรียกว่าซีรีส์ หงสาวดี อาจจะมาได้ถูกจังหวะและเวลา จากช่วงที่ผ่านมาคนไทยกำลังติดซีรีส์จีน “ล่าหยก” หลงรักแม่ทัพ “อู่อันโหว” กันงอมแงม แต่พอได้เห็นแคสติ้ง “ตรี ภรภัทร” มารับบทเป็น “พระนเรศวร” ก็พากันพูดถึงกันมากมาย ด้วยหุ่นที่ตรีฟิตร่างจนกำยำ หล่อคมเข้ม ผิวดำแดด จนทุกคนเชื่อว่าตรีคือพระนเรศวร ที่เป็นนักรบจริงๆ กลายเป็นรสชาติที่คนไทยคิดถึงพระเอกคมเข้ม ทำสาวไทย วกกลับมาเปิดใจให้กับซีรีส์หงสาวดี ชาวเน็ตบอกว่า…. “ลาก่อนกำแพงเมืองจีนขอกลับมากู้ชาติให้บ้านเกิดก่อน”

ไม่ใช่เพียงคนไทยกลับมาชื่นชมและดูละครไทย เรื่องนี้ยังโดนใจคนเอเชีย ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง พม่า , เวียดนาม ต่างพูดถึง หงสาวดีกันมากมายจนติดเทรนด์เป็นไวรัล นอกจากนักแสดงแล้ว หงสาวดียังได้รับคำชมเรื่องของโปรดักชั่นที่สวยงาม สมจริง เนื้อหาถ้อยคำที่สละสลวยงดงามทุกส่วน ผสมกับกลิ่นวายแบบไม่ได้ตั้งใจของคู่จิ้น “มังจีชวา-พระนเรศ” ทำให้หงสาวดีไม่ใช่ละครประวัติศาสตร์ไทยน้ำเดิม แต่เป็นมาตรฐานใหม่ที่ยกระดับอุตสาหกรรมละครไทยสู่สายตาตลาดโลก

ปลุกเลือดรักชาติเจน Z
ในแต่ละตอนของซีรีส์ หงสาวดี นอกจากจะฟินจิ้นต่างๆ นานาแล้ว ยังมีอีกหลายกระแสตามที่ซึ่งเป็นประโยชน์กับประเทศชาติและคนไทย เราได้เห็นคนไทยคอมเมนต์ถึงการไปศึกษาหาความรู้ประวัติศาสตร์เพิ่มเติมมาแลกเปลี่ยนกัน ได้เห็นคำว่าขอบคุณบรรพบุรุษไทยที่เสียสละเพื่อแผ่นดินไทย ได้เห็นคำว่าภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย ซึ่งนี่คือสิ่งที่เป็นเป้าประสงค์ของ “บอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ” ผู้อำนวยการสร้างซีรีส์ หงสาวดี ที่ได้เคยกล่าวไว้ว่า

“หงสาวดีชวนมองประวัติศาสตร์ในมุมมองใหม่ๆ มองบุคคลในประวัติศาสตร์ให้เป็นมนุษย์ มีชีวิต มีเลือดเนื้อ มีจิตใจ ดูแล้วเกิดความสนุกชวนติดตามแต่ในขณะเดียวกันเราหวังว่าความสนุกนั้นเป็นแค่จุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่ความสนใจและความอยากรู้และศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทยจริงๆ”

ขอบคุณ ONE D ที่กล้าเล่าประวัติศาสตร์แบบนี้ในช่วงเวลาที่บ้านเมืองมีปัญหาชายแดน ซีรีส์ หงสาวดี พาเราก้าวข้ามบาดแผลในอดีต กลายเป็นความรัก ปลุกใจคนไทยให้สำนักรักชาติบ้านเมือง ไม่ใช่เพียงคนไทยที่รักกัน แต่เราล้วนเป็นพี่น้อง เหนือกว่าสงครามคือความรักในเพื่อนมนุษย์

รอชม หงสาวดี กับฉากสำคัญกับการทำยุทธหัตถีครั้งสุดท้ายของโลกที่ 2 กษัตริย์ไทย-พม่า “พระนเรศวร-พระมหาอุปราชา” ได้ทางแอปพลิเคชั่น ONE D

…กว่าจะมีวันนี้ได้บรรพบุรุษเราต้องเสียสละมามากแค่ไหน…