xs
xsm
sm
md
lg

“ใบเตย” ยัน “ฟิล์ม รัฐภูมิ” ไม่ได้ช่วยค่าเทอมลูก แค่ให้ยืมรถ! ชี้สื่อสารผิดพลาด ลุยงานหนัก กอบโกยเพื่อลูก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ใบเตย” ยัน “ฟิล์ม รัฐภูมิ” ไม่ได้ช่วยค่าเทอมลูก แค่ช่วยเรื่องรถเท่านั้น ชี้เป็นการสื่อสารที่ผิดพลาด ส่วนตนกับ “ดีเจแมน” ยังทำหน้าที่พ่อแม่ที่ดีให้ลูก พร้อมลุยทำงานหนักเก็บเงินซัปพอร์ตลูกเต็มที่ ลั่นในยุควิกฤตน้ำมันแพงใช้รถไฟฟ้าประหยัดที่สุด

หลังจากที่หนุ่ม “ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์”ออกมาบอกว่าได้มีการช่วยเหลือ “ใบเตย สุธีวัน ทวีสิน”โดยการให้ยืมรถไปใช้ เพื่อที่ฝ่ายหญิงจะได้ขายรถของตัวเองไปเป็นเงินค่าเทอมให้ลูกสาวนั้น ทำให้บางคนเกิดการเข้าใจผิด คิดว่าฟิล์มออกเงินค่าเทอมให้ ซึ่งทางฝั่ง “ดีเจแมน พัฒนพล มินทะขิน”ก็ออกมาฟาดกลับทันที บอกว่าอย่าล้ำเส้น เพราะตนเป็นฝ่ายที่ออกค่าเทอมให้ลูกเองทั้งหมด ล่าสุดใบเตยได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องนี้แล้ว ยอมรับเป็นการสื่อสารที่ผิดพลาด

“เอาจริงๆ ก็ไม่มีอะไร เพียงแต่ว่ามันเป็นการสื่อสารที่ผิดพลาด ความจริงก็คือพี่ฟิล์มได้เข้ามาช่วยในเรื่องของตามที่แกพูด ถ้าได้ฟังที่แกพูดก็คือไม่ใช่เรื่องค่าเทอมเลย แกก็บอกว่าเอารถมาให้เราใช้ แล้วเราโทร.ไปปรึกษาเขาเรื่องจะขายรถ เพื่อจะเอาค่าขายรถเนี่ยมาช่วยค่าเทอมแค่นั้นเอง ไม่มีอะไรเลย ไม่ใช่ช่วยค่าเทอมลูกใดๆ ทั้งสิ้นค่ะ เอาจริงๆ เขาก็กลับมาพูดกันชัดเจนนะ แต่ว่ามันก็ตีความกันหลากหลายไป ความจริงก็คือจากปากพี่ฟิล์ม มันก็ไม่ได้มีอะไร มันเป็นการช่วยเหลือน้องสาวในวันที่เรากลับมา แล้วเขาก็เป็นพี่ชายคนหนึ่ง อย่างที่เตยบอกสั้นๆ กับทุกสื่อว่ามันคือแบบมิตรภาพที่ยาวนาน ตำนานคู่จิ้นลาดพร้าว 15”

เผยความสัมพันธ์กับอดีตสามียังคงเป็นพ่อแม่ที่ดีให้กับลูก
“ไม่ค่อยได้คุยเรื่องข่าว แต่เรารู้สึกว่าต่างคนต่างใช้ชีวิตกันแล้ว มันคนละเรื่อง คนละส่วนแล้ว แล้วเราก็รู้สึกว่าทั้งสองคน ณ วันนี้ก็เป็นคนดีๆ ในชีวิตเตยที่น่ารักเสมอ แล้วก็ตลอดไป แต่ถามว่าพี่แมนช่วยเหลือยังไงบ้างเรื่องการดูแลลูก อันนี้ใบเตยขออนุญาตเป็นเรื่องส่วนตัวของครอบครัว แต่เรียกว่าได้แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนค่ะ แล้วก็ไม่มีอะไรที่ขาดตกบกพร่องกับลูกเลย เรายังเป็นแฟมิลี่ เป็นพ่อเป็นแม่ที่ดี ก็อยากจะบอกแฟนๆ ว่าก็ขอให้รักทุกคน (หัวเราะ) ก็ไม่มีอะไรสุดท้ายแล้วมันไม่มีอะไร ทุกคนคือมิตรภาพ คือมิตรภาพมันยาวนาน มันไม่มีอะไรที่เกลียดกัน ไม่ว่าจะฝ่ายไหน ฝ่ายใดนะคะ สุดท้ายแล้วทุกคนก็รักเรา แล้วเราก็รักทุกคนค่ะ

ตอนนีั้เตยก็ทำงานหาเงิน อันไหนที่ส่งเสริมให้ลูกได้ กิจกรรมต่างๆ ก็จะเต็มที่กับเขา แล้วก็อยากให้อนาคตเขาสวยงาม เก็บเงินได้เยอะๆ เขาอยากไปไหนเราก็จะพาเขาไปทุกที่ เขามีความสุขอยากไปเล่นอยู่ตรงไหนอยากไปเรียนกับเพื่อนที่ไหน อยากเรียนเต้น เรียนร้อง เรียนดนตรี แต่ละช่วงอายุ เราก็ส่งเสริมเขาทุกอย่าง เพราะตอนนี้ลูกก็อยู่กับเราเป็นหลัก แล้วถ้าวันไหนพี่เตยทำงานเยอะ พี่แมนก็จะมารับไป คือหลักๆ อยู่บ้านเราอยู่แล้ว พี่แมนเขาก็จะมีหน้าที่มารับมาส่งตามหน้าที่กัน

จริงๆ มันก็จะมีแฟมิลี่เดย์ หรือแฟมิลี่ month หรือว่าแฟมิลี่ทริป ให้เขารู้สึกว่าสุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นแบบไหน เขายังมีคุณพ่อคุณแม่ ปู่ย่าตายายอยู่เคียงข้างเขาเสมอ และกับลูกจริงๆ เราไม่ต้องบอกอะไรเขาเลย เพราะว่าในความเป็นเวทมนต์ เตยว่าเขาค่อนข้างรู้เรื่อง แล้วเขาได้รับความรักจากทุกอย่างรอบตัว ณ วันนี้สิ่งที่เขามีความสุขที่สุดก็คือของเล่น เขาก็เลยเอ็นจอยกับชีวิตเขา พ่อไปไหนไปด้วย แม่ไปไหนไปด้วย ยายไปไหนไปด้วย”

แนะนำทุกคนในช่วงวิกฤตน้ำมันแพงแบบนี้ ควรเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้ากันให้เยอะๆ
“เอาจริงๆ ถ้าแนะนำได้นะ รถไฟฟ้า เพราะเตยใช้รถไฟฟ้ามา 2 ปีแล้ว เราดีใจมากที่ตัดสินใจซื้อรถไฟฟ้า เพราะลดมลพิษ ลดมลภาวะ และ ณ วันนี้คือประหยัดที่สุด ในสภาวะที่บางทีจะต้องเติมน้ำมันที่มันราคาแพงขึ้นทุกวัน เตยเสียดายเงินแทน ใครมีกำลังก็อยากให้เปลี่ยนรถไฟฟ้า มันลดทอนค่าใช้จ่ายในชีวิตได้เยอะพอสมควรค่ะ

ซึ่งตอนนี้เตยประหยัดทุกอย่าง ยุคนี้ต้องหาเงินให้ได้มากที่สุด อย่างเตยตอนนี้ก็รู้สึกว่ามือใครยาวสาวได้สาวเอา เราต้องกอบโกย วันข้างหน้าทุกอย่างอาจจะแพงขึ้นกว่านี้ หรือว่าอะไรที่มันต้องใช้เยอะกว่านี้ เพื่อลูกแหละหลักๆ ณ วันนี้พอเรารับงานมากๆ เราก็ไม่ค่อยมีเวลาได้ไปช้อปปิ้ง หรือว่าไปซื้ออะไร หรือไปเดินห้าง เตยว่ามันก็ดี แล้วก็ทำข้าวบ้าน กินข้าวบ้าน เพราะคุณยายอยู่อาศัยที่บ้านอยู่แล้ว”