เรียกได้ว่านาทีนี้ “จางหลิงเฮ่อ” คือพระเอกจีนที่มาแรงที่สุดคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ด้วยความหล่อและฝีมือการแสดงทำเอาโดนตกกันทั่วบ้านทั่วเมือง แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าความหล่อของเขาจะเป็นดาบสองคม ที่งานนี้อาจทำให้อนาคตในวงการบันเทิงระส่ำระสายหนัก
แม้ซีรีส์ “ล่าหยก” จะออนแอร์จบไปแล้ว แต่กระแสความฮอตของ จางหลิงเฮ่อ ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในอาชีพการงาน เพราะคำวิพากษ์วิจารณ์และข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนเริ่มคุกคามผลงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
จากประเด็น “แม่ทัพรองพื้น” กับการเป็น อู่อันโหว ในซีรีส์ล่าหยก ที่ดูหล่อสะอาดสะอ้านเกินไปไม่สมจริงจนกองทัพและทางการจีนออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักและตำหนิไปยังผู้จัดทำละครที่อยากให้เน้นความสมจริงมากกว่าความสวยงามของหน้าตานักแสดง แม้ว่าไม่ได้ระบุชื่อนักแสดงหรือละครเรื่องใดโดยตรง แต่ทุกคนต่างรู้กันว่ากำลังเพ่งเล็งไปที่ จางหลิงเฮ่อ
เรื่องราวลุกลามบานปลายเป็นประเด็นระดับชาติเมื่อแฟนคลับบางส่วนเริ่มไปตอบโต้อย่างรุนแรงโดยโพสต์ข้อโต้แย้งอย่างดุเดือดบนแพลตฟอร์มของทางการจีน และถึงขั้นปะทะกับสื่อต่างๆของจีน ส่งผลให้ความขัดแย้งขยายวงกว้างออกไป จนคนที่ไม่ได้สนใจต้องขอติดตามดูซีรีส์ด้วย จนนำไปสู่การตรวจสอบเนื้อหา องค์ประกอบภาพ และการสร้างตัวละคร ที่มองว่าไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ทำให้เกิดกระแสต่อต้านจากสาธารณชน และทำให้ภาพลักษณ์ของ จางหลิงเฮ่อ ตกอยู่ในความเสี่ยงทั้งในสายตาของสาธารณชนและหน่วยงานกำกับดูแล
จางหลิงเฮ่อ เจอมรสุมด้านคำวิจารณ์อย่างหนักรวมไปถึงเรื่องที่เคยพูดถึงรูปลักษณ์คนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จนถึงขั้นมีคนขอแบนผลงาน และมองว่าเขาคือตัวอย่างเชิงลบ จนทำให้ทางการต้องสั่งปฏิรูปอุตสาหกรรมบันเทิง อาชีพของ จางหลิงเฮ่อ จึงถือว่าอยู่ในช่วงเปราะบางอย่างเห็นได้ชัด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ 2 ผลงานที่กำลังรออนแอร์ทั้ง The Road to Glory และ Overdo ที่มองว่าน่าจะเป็นเรื่องที่คนรอชมเพราะพระนางสวยหล่อ เคมีดี แต่ตอนนี้กลับถูกจับตาอย่างเข้มงวดทั้งเรื่องการแต่งหน้า เครื่องแต่งกาย และเรื่องราวของซีรีส์
ในเรื่อง The Road to Glory ละครจีนแนวย้อนยุค-โรแมนติกฟอร์มยักษ์ จางหลิงเฮ่อ รับบทเป็น เซียวลี่ ตัวละครที่มีความซับซ้อนซึ่งก้าวขึ้นจากพื้นเพที่ต่ำต้อยสู่การเป็นผู้ปกครองภูมิภาค
เพื่อที่จะสลัดภาพลักษณ์ “หนุ่มหน้าหวาน” ออกไป มีรายงานว่า จางหลิงเฮ่อ ต้องเพิ่มน้ำหนักกล้ามเนื้อ 8 ก.ก. และทำผิวให้คล้ำขึ้น เปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวให้ดูดุดันและแข็งแกร่งขึ้น โดยมี หลินอวิ๋น รับบทนางเอก ละครเรื่องนี้เป็นที่คาดหวังเพราะมีทีมงานเบื้องหลังที่แข็งแกร่งทั้งทีมเขียนบทและผู้กำกับ เนื้อเรื่องมีการผสมผสานระหว่างการเมืองที่ซับซ้อนและความรักที่เข้มข้นทางอารมณ์
อย่างไรก็ตาม แม้จะมียอดจองชมล่วงหน้าสูงถึงเกือบ 500,000 ชุดบน Tencent แถมการถ่ายทำในทะเลทรายที่อลังการแต่ยากลำบาก ก็ยังมิวายต้องเผชิญกับแรงกดดัน
เพราะทันทีที่ภาพเบื้องหลังที่ จางหลิงเฮ่อ ปรากฏตัวในชุดไว้ทุกข์สีขาวถูกปล่อยออกมา ก็ก่อให้เกิดปฏิกิริยาที่หลากหลาย บางคนชื่นชมภาพลักษณ์แบบคลาสสิกของเขา ในขณะที่บางคนวิจารณ์ว่าเน้นความสวยงามมากเกินไปเพราะแม้แต่ในฉากที่แสดงถึงความโศกเศร้า การถ่ายทำที่ประณีตและรูปลักษณ์ไร้ที่ติถูกมองว่าบั่นทอนความสมจริงทางอารมณ์ เปลี่ยนความเศร้าให้กลายเป็นเพียงการแสดงออกทางสุนทรียศาสตร์
มีการตั้งคำถามด้วยว่า บทรักโรแมนติกของเรื่องจะมาบดบังความเข้มข้นของการเมืองในเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ นอกจากนั้นการแต่งกายที่ดูซอฟท์อาจทำให้ตัวละครชายดูเป็นผู้หญิง ซึ่งเป็นประเด็นที่หน่วยงานของจีนกำลังจับตาและหากไม่มีการจัดการให้ดีก็อาจกลายเป็นปัญหาในอนาคตได้
ในขณะเดียวกัน ละครย้อนยุคสมัยสาธารณรัฐเรื่อง Overdo ที่นำแสดงโดย จางหลิงเฮ่อ กับ หวังชูหราน ก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่แตกต่างออกไป เรื่องนี้ดัดแปลงจากนวนิยายของ เฟย หว่อ ซื่อฉุน เล่าเรื่องราวความรักต้องห้ามอันแสนเศร้าในยุคสมัยที่วุ่นวาย แม้ว่าจะผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานเซ็นเซอร์แล้ว โดยจะมีทั้งหมด 33 ตอน พร้อมกับมียอดสั่งจองล่วงหน้ากว่า 4.3 ล้านชุด แต่ก็ยังคงอยู่ภายใต้การถูกเพ่งเล็ง
ภาพที่หลุดออกมาจากกองถ่าย มีทั้งฉากบังคับจูบและเครื่องแต่งกายที่เปิดเผย เช่น ชุดกี่เพ้าผ่าสูงและชุดสูทคอวีลึก ได้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกินจริงและไม่สอดคล้องกับยุคดังกล่าว จางหลิงเฮ่อ เองก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าดูทันสมัยเกินไป ด้วยทรงผมเรียบและแต่งหน้าอย่างประณีตดูไม่เข้ากับบรรยากาศของยุคสาธารณรัฐ บางคนถึงกับล้อเลียนรูปลักษณ์ของเขาว่าเหมือน “หนุ่มยุคปัจจุบันที่ถูกส่งย้อนเวลากลับไปบริหารแบรนด์แฟชั่น”
นอกจากนั้นยังมีการวิจารณ์ถึงความถูกต้องของเครื่องแต่งกาย ตัวละครของเขาซึ่งเป็นแพทย์ทหาร ถูกแสดงให้เห็นว่าสวมเครื่องแบบที่หรูหราซึ่งโดยทั่วไปสงวนไว้สำหรับนายพลระดับสูง ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการบิดเบือนประวัติศาสตร์ อีกฉากหนึ่งที่พูดถึงกันไม่น้อยคือความเซ็กซี่ทะลุจอของ จางหลิงเฮ่อ ที่ปรากฏตัวในชุดสูทสีดำโดยไม่สวมเสื้อด้านใน ทำให้เห็นหน้าอกของเขา ซึ่งทำให้ผู้ชมตั้งคำถามว่าการสร้างซีรีส์เรื่องนี้ให้ความสำคัญกับความสวยงามมากกว่าความถูกต้องหรือไม่
เรียกได้ว่าตอนนี้ผลงานที่กำลังจะลงจอของ จางหลิงเฮ่อ จะถูกจับตามองมากขึ้นกว่าที่คาดไว้ว่าเขาจะสามารถเอาชนะเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชนและพิสูจน์คุณค่าของผลงานเหล่านี้ได้หรือไม่ เพราะมันอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพการงานของเขาเลยก็ว่าได้
และหากเกิดกระแสวิจารณ์ในทางลบขึ้นมาอีก ก็จะทำให้ จางหลิงเฮ่อ อยู่ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูง เพราะอนาคตของเขาไม่ได้อยู่ที่ความนิยมของแฟนๆเพียงอย่างเดียว แต่ผลงานในอนาคตจะต้องผ่านการตรวจสอบจากสาธารณชนและหน่วยงานที่กำกับดูแลด้วย
งานนี้แฟนๆต่างส่งกำลังใจให้กับนักแสดงหนุ่มกันรัวๆ เพราะกลายเป็นว่าจะขยับตัวทำอะไรก็โดนจับผิดอยู่ตลอด เรียกได้ว่าความหล่อเกินบรรยายของเขากลายเป็นดาบสองคมสำหรับอาชีพนักแสดงไม่น้อยเลยทีเดียว


