xs
xsm
sm
md
lg

“จางหลิงเฮ่อ“ หน้าหล่อเป็นเหตุ ทางการจีนเรียกประชุมด่วนผู้ผลิตละครปรับเนื้อหาให้สมจริงไม่เน้นสวยหล่อ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หลังจากซีรีส์ “ล่าหยก” กลายเป็นที่พูดถึงทั่วบ้านทั่วเมืองลามไปทั่วโลกถึงความหล่อ-สวยของพระเอกนางเอกที่ดึงดูดให้ผู้ชมติดตามอย่างหนักแม้จะไม่เข้าใจบทละครแต่ขอเสพความหล่อ-สวยเพื่อความฟินกันถ้วนหน้า ล่าสุดทางการจีนสั่งเรียกประชุมผู้ผลิตละครโดยด่วน เพื่อหารือกำหนดทิศทางการสร้างละครแนวประวัติศาสตร์ให้มีความสมจริงไม่เน้นสวยหล่อแบบที่ผ่านมา


เรียกได้ว่า จางหลิงเฮ่อ ผู้รับบท อู่อันโหว แม่ทัพสุดเหี้ยมจากซีรีส์ ล่าหยก ได้ทำเอาสาวๆหลงกันทั่วบ้านทั่วเมืองกับความหล่อเหลาฆ่าไม่ตายของเจ้าตัว จนเกิดกระแสต่อต้านถึงขั้นเรียกเขาว่า “แม่ทัพรองพื้น” เพราะทำศึกหนักแต่หน้าตายังสะอาดสะอ้าน ชุดเกราะยังใหม่จนโดนวิจารณ์ว่าไม่มีความสมจริง 


กระแสต่อต้านภาพลักษณ์ “แม่ทัพใหญ่” ของจางหลิงเฮ่อ ทำให้สำนักงานวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติออกคำสั่งใหม่ เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา 


สำนักข่าวซินหัวได้เผยแพร่ประกาศอย่างเป็นทางการเรียกร้องให้วงการผลิตภาพยนตร์และโทรทัศน์กำจัดค่านิยมที่ยึดติดกับรูปลักษณ์ภายนอกและมาตรฐานความงามที่บิดเบือน โดยทางการเน้นย้ำว่าทีมงานต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพของบทภาพยนตร์มากกว่าความนิยมของนักแสดงหรือจำนวนผู้ชม


โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อวันที่ 2 เม.ย. สำนักงานวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติได้จัดงานสัมมนาเกี่ยวกับการส่งเสริมสุนทรียภาพที่ดีต่อสุขภาพในละครโทรทัศน์ ตัวแทนจากแพลตฟอร์มสตรีมมิงรายใหญ่ของจีน เช่น iQIYI, Mango TV, Tencent Video และ Youku เข้าร่วมการประชุม พร้อมด้วยบริษัทผู้ผลิต ได้แก่ Daylight Entertainment, Linmon Pictures, Huace Film & TV และ Changxin Media


ระหว่างการหารือ หน่วยงานกำกับดูแลชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่เพิ่มขึ้นของการสร้างสรรค์เชิงลบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยึดติดว่า “รูปลักษณ์สำคัญที่สุด” ในการผลิตละคร ซึ่งนำไปสู่การแต่งหน้าจัดเกินไปของนักแสดง และเครื่องแต่งกายหรืออุปกรณ์ประกอบฉากที่ไม่สอดคล้องกับบุคลิกของตัวละครหรือฉากของเรื่อง


ด้วยเหตุนี้ ฝ่ายบริหารจึงเรียกร้องให้ยุติการเน้นเฉพาะรูปลักษณ์ภายนอกและการใช้ดาราหน้าตาดีที่เป็นกระแสมาแสดง แต่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างตัวละครที่มีมิติสมจริง และให้ความสำคัญกับบทละครเป็นหลัก และย้ำถึงการสร้างละครที่มีคุณค่าทั้งด้านสุทรียภาพ และเน้นการเล่าเรื่องของจีนที่มีรากฐานทางวัฒนธรรมที่มั่นคง


การประชุมฉุกเฉินครั้งนี้เกิดขึ้นจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเกี่ยวกับบทบาทของ แม่ทัพจางหลิงเฮ่อ ในละครเรื่อง Pursuit of Jade หรือ ล่าหยก บทบาทของเขาในฐานะเซี่ยเจิง ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าดูผ่องใสมากเกินไป เพราะผิวพรรณสะอาด ผมเรียบร้อย และเครื่องแต่งกายที่จัดแต่งอย่างสมบูรณ์แบบ—ขาดความสมจริงสำหรับตัวละครทหาร


นอกจากนี้บทบาทของ จางหลิงเฮ่อ ถูกมองว่าขาดฉากต่อสู้ที่ทรงพลัง และรูปร่างสูงโปร่งของเขาถูกนำไปเปรียบเทียบกับนักปราชญ์มากกว่าแม่ทัพผู้ผ่านศึกมาอย่างโชกโชน เขาถูกล้อเลียนในโลกออนไลน์ด้วยฉายาต่างๆ เช่น “แม่ทัพรองพื้น” “ขอแต่งหน้าก่อนไปรบ” และ “กลัวเครื่องสำอางเลอะมากกว่าแพ้การรบ”


นักวิจารณ์โต้แย้งว่าการนำเสนอตัวละครนี้ทำลายภาพลักษณ์ของทหาร สื่อจีนหลายแห่งและแม้แต่องค์กรที่เกี่ยวข้องกับกองทัพได้วิพากษ์วิจารณ์อย่างเปิดเผยถึงสิ่งที่พวกเขาอธิบายว่าเป็นความงามที่บิดเบือนและเน้นรูปลักษณ์เป็นหลัก ทั้งในบทบาทของ จางหลิงเฮ่อ และแนวทางการสร้างของทีมงาน 


การโต้เถียงนี้ยังแพร่กระจายไปทั่วโลก โดยรัฐบาลจีนมองว่าในประเทศต่างๆ ทั้ง เวียดนาม ไทย และเกาหลีใต้ ต่างรายงานเกี่ยวกับประเด็นนี้ ทำให้กังวลว่าละครโทรทัศน์จีนจะมีภาพลักษณ์เชิงลบในต่างประเทศ


สื่อ Sina ยังระบุด้วยว่า แม้ว่า จางหลิงเฮ่อ จะไม่ได้ถูกระบุชื่อโดยตรงในบทวิจารณ์อย่างเป็นทางการ แต่ความสามารถด้านการแสดงของเขาก็ยังคงถูกตรวจสอบอยู่ดี ผู้สังเกตการณ์ในวงการบันเทิงถึงขั้นตั้งข้อสังเกตว่า การแสดงบทบาทนายพลของเขานั้นขาดความลึกซึ้ง ทำให้เกิดความกังขาเกี่ยวกับความสามารถด้านการแสดงของเขา ข้อโต้แย้งนี้อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อโอกาสในการรับงานแสดงในอนาคต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ซึ่งต้องการความน่าเชื่อถือทางการแสดงที่แข็งแกร่ง


งานนี้สิ่งที่รัฐบาลจีนกังวลกลับสวนทางกับแฟนซีรีส์จีน ที่ต่างบ่นอุบว่า หนีจากซีรีส์เกาหลีข้ามกำแพงเมืองจีนเพราะโดนความหล่อความสวยของพระเอกและนางเอกจีนตกเข้าให้เต็มๆ พร้อมกับเต็มใจดูแม่ทัพหน้าหล่อมากกว่าแม่ทัพหน้าดำตามที่รัฐบาลจีนเรียกร้อง 


พร้อมกันนั้นยังปกป้องการแสดงของ จางหลิงเฮ่อ โดยมองว่า จางหลิงเฮ่อ สามารถเล่นทั้งสีหน้าและแววตาได้ถึงอารมณ์ทำให้ผู้ชมอินตามไปด้วย และยังมองว่าสิ่งที่รัฐบาลจีนตำหนิและกำลังเรียกร้องอยู่ในขณะนี้ จะเป็นตัวผลักให้ผู้ชมเบื่อการชมซีรีส์ของจีนที่ถูกควบคุมมากเกินไปและหันกลับไปซบซีรีส์เกาหลีใต้แบบเดิม