xs
xsm
sm
md
lg

“นาย ณภัทร” แจงหงสาวดีไม่ได้เสิร์ฟวาย “มังจีชวา-พระนเรศวร” แต่ในเมื่อเป็นไปแล้วก็ให้สังคมนำพาไป

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“นาย ณภัทร” เปิดใจกระแสจิ้น “ตรี ภรภัทร” ในหงสาวดีฟีเวอร์ ชี้แจงไม่ได้ตั้งใจให้เป็นวาย แต่เมื่อคนดูอินก็พร้อมยอมให้สังคมพาไป ประกาศเป็นนักแสดงเต็มตัวหลังทุ่มเททั้งชีวิตให้บทบาทนี้ แต่ลั่นไม่ถนัดสายวาย 

พูดถึงกันทั้งบ้านทั้งเมืองกับซีรีส์ฟอร์มยักษ์เรื่อง หงสาวดี (The Last Duel) ออกอากาศทางช่องวัน 31 ที่ “นาย ณภัทร เสียงสมบุญ”รับบทเป็น “มังจีชวา” หรือ “พระมหาอุปราชา แห่งอาณาจักรหงสาวดี” ประกบ “ตรี ภรภัทร ศรีขจรเดชา” ที่มารับบท “พระนเรศวร” พระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 18 แห่งอาณาจักรอยุธยา โดยในเรื่องเป็นการนำเสนอในมุมมองใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน คนติดกับงอมแงม ล้วนรีวิว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนไม่ควรพลาดชม

งานนี้แฟนๆ เลยจับคู่เคมีวายระหว่าง มังจีชวา และ พระนเรศวร วิจารณ์กันไปว่าจากเรื่องราวประวัติศาสตร์ มาออกแนววายได้ยังไง นาย ณภัทร ในฐานะที่แสดงเป็นมังจีชวา ได้ออกมาชี้แจงว่าทางตนและทีมงานไม่ได้ตั้งใจหรือต้องการนำเสนอให้ความสัมพันธ์ระหว่างมังจีชวา และ พระนเรศวร ในเรื่องเป็นไปในทำนองวายเลย แต่ต้องการสื่อสารออกมาให้ได้รู้ว่าเราเป็นบ้านพี่เมืองน้องที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่ในเมื่อสังคมคิดกันไปแล้วก็ให้สังคมนำพาไป

“ดีใจ ผมและทีมงาน คนเขียนบท เห็นคอมเมนต์ เห็นผลตอบรับดีใจหายเหนื่อยมาเลยครับ หงสาวดีออกไปเป็น ep.6 ดีใจมากๆ มันเป็นงานกลุ่ม ทำงานเหมือนมาเข้าค่าย ยังจำวันแรกที่นั่งอ่านบทด้วยกัน พี่ชาย (ชาตโยดม หิรัญยัษฐิติ) ยังโทร.มาบอกว่าเราเล่นด้วยกันนะยังจำตอนนั้นได้อยู่เลย วันที่เจอ พี่ตรี(ภรภัทร ศรีขจรเดชา) และทีมงานทุกคน ทุกคนมีแต่ความตื่นเต้นมากๆ แต่ตอนนั้นเป็นความลับทุกอย่าง ตอนนี้มันถูกพูดถึง มันสนุก ผมลุ้นไปกับทุกตัวละครมากๆ ทุกอย่างมันชัดมาก ก็ดีใจมากครับ

กับเรื่องนี้ ผมถวายชีวิต ผมอุทิศช่วงชีวิตทั้งปีให้เรื่องนี้ หลังจากนี้ผมก็กล้าเรียกตัวเองว่าเป็นนักแสดงเต็มตัวแล้ว ผมอยากเข้าใจท่านมังจีชวามากๆ ผมต้องเรียนรู้ประวัติศาสตร์เพิ่ม เพราะเรื่องนี้มีประวัติศาสตร์ มีการอ้างอิงมาจากเรื่องจริง แล้วทีมเอามาเขียนใหม่ ถ้าหากเป็นแบบนั้นแบบนี้จะเป็นยังไง ผมโชคดีที่ไม่ได้ทำอยู่คนเดียว ทุกคนคือพาร์ตเนอร์ มีหลายคนที่คอยมาสอน ผมเล่นเป็นชาวหงสาวดี ผมก็บินไปพม่า ไปสถูปของพระบุเรงนอง เดี๋ยวลงรูปให้ดูเร็วๆ นี้”

บทถูกตีความใหม่เพิ่มความเป็นมนุษย์เข้าไปมากกว่าศิลปะการต่อสู้และเรื่องราวประวัติศาสตร์
“ในเรื่องนี้ ตามบทละครทุกคนมีความเป็นมนุษย์เหมือนกัน มีรัก โลภ โกรธ หลง มีคิดถึง มีรู้จัก อยากปกป้องคนที่รัก มีความอยากครอบครอง เหล่านี้ล้วนเป็นมนุษย์ ไม่ว่าชาติไหนทุกคนเป็นมนุษย์มีอารมณ์ทุกอย่างเหมือนกัน ผมรู้สึกว่าไม่ได้ยากที่จะเป็นคนหงสา แต่วิธีการอยู่การกิน ระบบความคิดที่ผมต้องศึกษาเพิ่มเติม ผมรู้สึกว่าชาวพม่าน่ารักกับผมมากเท่าที่ได้รู้จักมา ผมรักตัวละครและเรื่องนี้มากๆ ครับ

เราเวิร์กช็อปกันเยอะมากๆ ประชุมกัน ทั้งเรื่องของบท ทั้งเรื่องการแสดง อย่างพี่ตรีก็บทหินนะ รับบทพระนเรศ ก็ต้องมีการศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน ฝั่งผมก็มีวิธีการขี่ม้า ใช้ทวนบนหลังม้า พี่ตรีก็มีเรื่องของดาบคู่ที่ทุกคนเห็น นั่นคือยากมาก พี่ตรีซ้อมเก่งมากๆ คือเราต้องพร้อมรบในทุกอย่าง และทั้งเรื่องการพูด การสื่อสาร แต่โชคดีที่ทีมศึกษามาอย่างดีมากๆ ทีมเขาอยู่กับเราสม่ำเสมอ”

นอกจากคนดูเซอร์ไพรส์กับเคมีมังจีชวากับพระนเรศแล้ว ทีมงานก็เซอร์ไพรส์เหมือนกัน ไม่ได้ตั้งใจทำออกมาให้เป็นแนววาย แต่ต้องการสื่อสารออกมาให้ได้รู้ว่าเราเป็นบ้านพี่เมืองน้องที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
ไม่รู้จะพูดยังไง ได้แต่ย้ำว่าตอนที่ทั้งผมและพี่ตรีเล่นเราอยู่ในบทมังจีชวากับพระนเรศ ทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานที่เราต้องเป็นพี่น้องกันให้ได้ อยากสื่อออกมาให้ได้รู้ว่าเราเป็นบ้านพี่เมืองน้องที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันจริงๆ ไม่มีใครคิดไปในเชิงอื่นเลย (คุยกับตรีไว้ยังไงบ้าง?) ไปดูยูทิวบ์คาราคาซังเลย ผมกับพี่ตรีหัวเราะกันอย่างเดียวเลย”

ไม่ถนัดแนววาย
“ขอพูดในฐานะนักแสดงก่อน สำหรับผมที่ผมตั้งใจเป็นนักแสดง รับบทบาทนักแสดง ผมเคยมีความคิดว่าจะมีความรู้สึกต่อเพศเดียวกันได้ไหม ซึ่งผมเคยเล่นเอ็มวีของพีพี (กฤษฎ์ อำนวยเดชกร) ซึ่งผมมีความรู้สึกว่าผมสามารถรู้สึกดีกับคนนี้ได้ ผมรู้สึกว่าฟูลฟีลในฐานะนักแสดงแล้ว แต่ผมอาจจะไม่ถนัดบทแบบนี้ในอนาคต ผมไม่ถนัด (พี่บอยขอสักโปรเจกต์หนึ่ง?) พี่บอยคร้าบ ขอบคุณมากครับ แต่ผมไม่ถนัดคร้าบแต่ให้ออกงานคู่กับพี่ตรี รับงานอีเวนต์ผมไม่ติดนะ ผมสนุก เพื่อนและพี่ เจ้าอย่าคิดเกินเลย เราจะสบตากันจนวินาทีสุดท้าย (คนคิดไปแล้วทั้งเมือง?) ฉากที่พายเรือแล้วผมเอามือลงน้ำ มันคือฉากที่บอกถึงความสบายใจ แต่สังคมพาไปในจุดนั้น พี่ปุ๊ยก็บอกว่าให้สังคมพาไป ผมก็ตามพี่ปุ๊ยครับก็ให้สังคมพาไป”

จากนี้ให้สังคมพาไปกับโพ ตรี-นาย, นาย-ตรี
“แล้วแต่ ให้สังคมพาไปครับ (มีเลขด้วย 3-9,9-3?) จริงๆ มีคุยกับพี่ตรีไว้ด้วย แต่ผมไม่กล้าพูด เอาเป็นว่าไม่พูดดีกว่า ไม่รู้จะพูดยังไง แต่ทุกครั้งที่เราเล่นเราอยู่ในบทของมังจีชวา-พระนเรศ ทุกอย่างอยู่ในพื้นฐานของพี่น้องให้ได้ ไม่ได้คิดในเชิงอื่นเลย นอกจากความตั้งใจของเราจริงๆ”