xs
xsm
sm
md
lg

ไม่ใช่ศพไร้ญาติ! “นาย เดอะคอมเมเดี้ยน” แนะเมียจัดการอัฐิ “เหน่ง เหม่งจ๋าย” จะได้ไม่โดนด่าฟรี ช็อกยอดเงินทำบุญ แต่ทุกคนเลือกเงียบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นาย เดอะคอมเมเดี้ยน” รับตกใจเห็นสภาพอัฐิ “เหน่ง เหม่งจ๋าย” ลั่นฝากไว้ที่วัดได้ แต่ต้องไม่ใช่แบบนี้ ไม่ใช่ศพไร้ญาติ เล่าเคยเรียก “ไอซ์” มาเตือนในงานศพ ว่าจบงานแล้วอย่าโพสต์อะไร เพราะตะหงิดใจ ไม่อยากให้มีเรื่อง ช็อกยอดเงินทำบุญแค่ 32,000 แต่ทุกคนเลือกจะเงียบเพื่อเหน่ง ไม่คิดว่าเรื่องจะยืดเยื้อบานปลาย ไอซ์ควรรีบออกมาจัดการ

เป็นอีกหนึ่งคนที่ตกใจหนักมาก หลังได้เห็นสภาพอัฐิของ “เหน่ง เหม่งจ๋าย” อยู่ในลังรสดีที่ห้องเก็บของของวัด สำหรับ “นาย เดอะคอมเมเดี้ยน” มงคล สะอาดบุญญพัฒน์ โดยงานนี้เจ้าตัวได้เปิดใจกับสื่อ เผยว่าตนไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องแปลก ถ้าจะไม่เอาอัฐิกลับบ้าน และขอฝากไว้ที่วัด แต่ต้องหาที่เก็บอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ไม่ใช่เอามาวางไว้แบบนี้ เหมือนเป็นศพไร้ญาติ

“ตกใจครับ ตกใจว่าทำไม พูดตามภาษาคนพวกผมนะ ทำไมอัฐิพี่กูมาอยู่ที่นี่วะ แล้วทำไมมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง คือพี่ยูริโทร.ไปหาแฟนผม ว่าเฮ้ย...ไปเจออัฐิพี่เหน่งยังอยู่ที่วัดนะ อัฐิพี่เหน่งยังอยู่ที่วัดอยู่เลย ยังไม่ได้ไปไหนเลย ผมก็อ้าว…แล้วมาอยู่ที่นั่นได้ยังไง ทีแรกก็ยังไม่เห็นภาพครับ แค่รู้อัฐิพี่เหน่งยังอยู่ที่นี่ พอเห็นรูปก็ตกใจ ว่าไปอยู่ในกล่อง มันไปอยู่ในถุงกระดาษห่อไว้ ก็ตกใจอยู่ครับว่าทำไมยังอยู่ที่นี่”

เผยหลังจบงาน ไม่ได้มีการติดต่ออะไรกับทาง “ไอซ์” เลย แล้วเจ้าตัวพูดเองว่าจะเป็นคนเก็บอัฐิ เลยไม่ได้ไปยุ่ง
“ไม่มีครับ ทางผมไม่มีครับ มีแค่น้องพิมพ์มาครั้งสุดท้าย คือเรื่องขอโทษที่โพสต์ ผมก็ส่งข้อความกลับไปบอกน้อง ส่วนเรื่องอัฐินี่ไม่รู้เลย จริงๆ ถ้าเกิดเราไปย้อนดูที่สัมภาษณ์ไป ทางเขาก็เป็นคนพูดเองตั้งแต่แรกอยู่แล้วครับ ว่าเขาจะเป็นคนเก็บ จะลอยเมื่อไหร่ วันไหน ยังไง เขาเป็นคนจัดการ เราก็เลยไม่ยุ่ง”

ลั่นฝากไว้ที่วัดได้ แต่ต้องไม่ใช่แบบนี้ ที่ทำเหมือนเป็นศพไร้ญาติ
“สำหรับผม ผมมองว่าการเอาอัฐิไว้ที่วัด ไม่ใช่เรื่องแปลก มันไว้ได้ครับ มันก็มีใครหลายๆ คนที่เขาไม่สะดวกที่จะเอาอัฐิของญาติตัวเองกลับบ้าน แต่การไว้มันต้องไม่ใช่แบบนี้ ปกติการไว้อัฐิที่ผมรู้มา ถ้าจะฝากวัด คือต้องเอาอัฐิไปฝากกับหลวงพ่อ หรือเอาไปไว้ตรงมุมไหนของวัด ที่มันเก็บเป็นแบบที่มิดชิด เดี๋ยวร้อยวันเราจะมาเคาะออกกัน หรือไปเอาที่เราฝากหลวงพ่อไว้ในกุฏิ แล้วเราก็จะเอาไปทำบุญ แต่มันไม่ได้มาเก็บไว้แบบนี้ มันไม่ใช่แบบนี้ โอ้โห...มันไร้ญาติเหรอครับ มันไม่ใช่ดิ ผมว่ามันหนักไป”

ยังไม่ได้คุยกับเจ้าอาวาส แต่ทางวัดบอกแค่ว่าเขาฝากไว้
“คือตัวผมเอง ณ ตอนนี้ครับยังไม่ได้คุย ก็ได้คุยแต่พี่ๆ ทุกคน ว่าทำไมถึงอยู่ตรงนั้น เขาก็พูดแต่ว่าเขาฝากไว้แบบนี้ (ฝากไว้กับทางวัดโดยตรง หรือฝากไว้กับมัคทายก หรือกับใคร?) ถ้าฝากไว้ที่วัดเนี่ย ยังไงมัคทายกก็ต้องรับรู้อยู่แล้ว แล้วหลวงพ่อเองเป็นเจ้าอาวาส หรือทางวัดเขาก็ต้องรับรู้อยู่แล้วครับ ว่ามีญาติฝากไว้นะ เพราะเดี๋ยวยังไงก็ต้องมีการมารับกลับไปอยู่แล้ว ส่วนรายละเอียดไม่รู้เลยครับ ไม่รู้เลยว่าฝากไว้กี่วัน แล้วฝากไว้ทำไมด้วย อันนี้คือสงสัยมาก ผมสงสัยมาก”

ก่อนหน้านี้คิดเอาไว้ ว่า “ไอซ์” คงเอาอัฐิไปไว้บ้าน เหมือนที่ลงรูปนอนกอดรูปทุกวัน
“ใช่ ผมก็ยังนั่งเคยคุยกับแฟน แบบเขาคงเอาอัฐิไว้ที่บ้านที่ปทุมนี่แหละ แต่ถามว่าลำพังตัวน้องเอง ก็คงจะมีงาน อาจจะไปๆ มาๆ ก็น่าจะไว้ที่บ้าน เราก็คิดอย่างนั้น ไม่คิดว่าจุดจบมันคือการมาไว้ที่วัด แล้วก็มาไว้... อย่างนี้”

เผยเคยเรียกเจ้าตัวมาเตือนกลางงานศพ ว่าจบงานแล้วขออย่าโพสต์อะไร หลังรู้สึกตะหงิดใจว่าจะมีประเด็น
“รู้สึกจะเป็นคืนวันที่ 23 ผมเรียกน้องมาคุยกับญาติ กับญาติเขาด้วย ก็เรียกมาเตือนละครับ คือตอนนั้นน่ะผม เริ่มรู้สึกเอง คิดเอง คิดเองว่าจบงาน ถ้ามันมีปัญหาอะไรแคลงใจในระหว่างงาน ผมไม่รู้ว่ากับใครหรือยังไงนะ ผมอาจจะคิดไปเองว่าเขาอาจจะมีปัญหากับใครหรือเปล่า แต่ผมดูจากคนที่มาในงานไม่มีใครมีปัญหากับเขา มีแต่คนที่ยินดีที่จะมาร่วมงานคนตาย แค่นั้นเอง ยินดีมาร่วมงานกับพี่เหน่ง มาช่วยพี่เหน่งแค่นั้น แต่ผมตะหงิดเองในใจว่า เลิกงานอย่าโพสต์อะไรนะ พี่ขอนะอย่าโพสต์ การโพสต์ออกไปเนี่ย มันเป็นการสื่อได้หลายแบบ ถ้าคนเข้าใจ คนก็จะไม่ได้อะไรกับตรงนั้น แต่ถ้าเกิดหนูโพสต์อะไรออกไป แล้วคนไม่เข้าใจ กระแสที่มันตีกลับมาเนี่ย รับแรงกระแทกไหวใช่ไหม กับสื่อสังคมที่มันจะต้องโดนออกไป

คือผมพูดตรงๆ ผมรู้สึกว่ามันแปลกๆ ผมก็เลยเตือนน้องไป ผมเลยเตือนน้องไปว่า อย่าโพสต์อะไรนะ พี่ขอ...ไม่คุ้มหรอก อย่าโพสต์ (แสดงว่าในงานต้องมีอะไร?) ผมว่าตอนนี้เหมือนทุกคนไม่อยากพูด ว่ามันคือเรื่องอะไร แต่มันเป็นคุณค่าทางจิตใจ ความรู้สึกของคนที่มาร่วมงาน มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มันเป็นคุณค่าทางความรู้สึกของคนที่มาร่วมงาน แค่นั้นเอง”

ไม่อยากให้มองว่าพี่น้องตลกอยู่คนละฝั่งกับ “ไอซ์” เพราะจะดูเหมือนไปรังแกเจ้าตัว
คือจะบอกว่าเราคนละฝั่ง มันก็จะดูเหมือนเราไปรังแกเขาหรือเปล่า เหมือนเราไปขย้ำเขา จริงๆ เดิมทีทุกคนที่มาตรงนี้ ผมว่าทุกคนมันเริ่มจากความสงสารและเอ็นดูน้อง มันเริ่มจากความสงสารและเอ็นดูเลยตั้งแต่แรก แม้กระทั่งตัวผมเองหรือทุกคน ก็มาจากเรื่องความสงสารและเอ็นดู แล้วก็ยินดีที่จะช่วยเหลือกันอยู่แล้ว เฮ้ย มีอะไรบอกพี่นะ เดี๋ยวตรงนี้ให้คนนั้นทำ เดี๋ยวตรงนี้ให้คนนี้ทำ คือมันยินดีช่วยกันอยู่แล้ว ผมจึงตัดสินใจบอกน้องวันนั้นว่าอย่าโพสต์อะไร เพราะเรารู้ทุกคนมาวันนี้มาด้วยใจ ถ้าโพสต์อะไรออกไปมันกระทบกระเทือนจิตใจอะ ทุกคนที่ไปร่วมงานเขาจะรู้สึกไม่ดี”

ทุกคนเพิ่งได้มารู้จักกับ “ไอซ์” ในช่วงเวลาสั้นๆ เพราะเจอกันแค่ตอนอัดรายการ
“ผมว่ามันเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้น สำหรับวงการพวกผมนะ มันบวกกับว่ายุคคาเฟ่มันไม่มีแล้ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนในยุคคาเฟ่รุ่นพี่ๆ เขาเนี่ย มันยังมีโอกาสเจอกันทุกวัน เย็นมาก็ต้องเจอกัน แต่ทีนี้การเจอกันมันจะไม่เหมือนยุคคาเฟ่ เพราะว่าเราจะเจอกันก็อัดทีวี อัดรายการ หรือรายการโซเชียล ทีนี้โอกาสที่น้องจะได้มามาเจอกับพวกผมแบบจริงๆ จังๆ มันเลยไม่ได้ขนาดนั้น แม้พี่เหน่งจะมาทำวงคอนเสิร์ต มาเล่นอยู่กับผมก็เถอะ ก็ไม่ได้เจอกันถี่ขนาดนั้น แต่ถามว่าตัวผมเองผมก็ไม่ได้ไม่ได้คุยกับน้องบ่อยขนาดนั้น จะโทร.หาน้องต่อเมื่อผมโทร.หาพี่เหน่งไม่ติด”

รับช็อกตอนเปิดเจอเงินทำบุญมีแค่ 32,000 บาท
“ก็รู้ครับ แฟนผมอยู่ในนั้นด้วย เป็นหนึ่งในผู้เปิดที่อยู่ด้วยกัน ทุกคนก็ช็อก เราแค่ตกใจว่าทำไมมันมีอยู่แค่นี้ ทำไมมันเหลือแค่นี้ แค่นั้นเองครับ แต่สังเกตนะครับ ตั้งแต่นับตั้งแต่วันจบงานไป หรือหลังจากวันเปิดซองไปแล้ว หลังจากเผาไปแล้ว พวกผมไม่มีใครโพสต์หรือกระดิกอะไรเรื่องพวกนี้กันเลย ไม่มีใครออกมาพูดให้มันเป็นเรื่อง สักคนเดียวก็ไม่มี”

ทุกคนเงียบเพื่อ “เหน่ง” บอกเผาแล้วจบ ให้เป็นเรื่องของครอบครัว
“ใช่ครับ ทุกคนโทร.หากัน พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เผาแล้ว จบแล้ว หลังจากนี้เป็นหน้าที่ของครอบครัวเขา จะดูแลหรือจะทำอะไรกันยังไงเกี่ยวกับพี่เหน่ง”

แจงประเด็น “แจ๊ส ชวนชื่น” ออกมาโพสต์ก่อนลบ ถึงสาเหตุที่ทำให้ “เหน่ง” ออกจากรายการ “ก็มาดิคร้าบ” บอกส่วนตัวไม่รู้เรื่องนี้ เพราะออกไปก่อน
“ในช่วงที่พี่เหน่งอยู่เนี่ย ผมไม่ได้อยู่แล้วไง ผมไม่ได้อยู่แล้ว ทีนี้เราเลยไม่รู้ว่าในกรณีนี้มันเกิดขึ้นจากอะไร ผมว่าจริงๆ พี่แจ๊ส อาจจะด้วยอารมณ์แกด้วยครับ แกไม่ได้อาจจะมีเจตนาแบบขนาดนั้น ผมว่ามันไม่ได้ลึกไปถึงขนาดจะมาชี้แจงว่า เฮ้ย มันคือ 1 2 3 4 แต่ว่ามันอาจจะเป็นความรู้สึก หรืออาจจะเป็นความคิดของพี่เขาหรือเปล่า หรือเรารู้ไหมว่าพี่เหน่งอาจจะมาปรึกษาอะไรกับพี่ๆ เขาหรือเปล่า มันเลยมีการโพสต์ออกมาแบบนั้น แต่ว่าทั้งหมดทั้งมวล ทุกคนมันก็เกิดจากความรักและความห่วงใยทั้งหมด

ถามว่าไอ้ 32,000 เป็นเหตุต้นเรื่องไหม ผมว่าคนมาจับจ้องเรื่องนี้มากกว่า เพราะว่าจำนวนแขกและที่พี่ๆ สื่อมวลชนเห็นที่เขามางานน่ะ ซองพันนึงยังไม่พอเลย ดอกไม้จันทน์เราเตรียมไว้พันนึง แม้กระทั่งของชำร่วยเตรียมไว้พันนึง สุดท้ายมีคนเอามาเพิ่มอีก 800, 500, 300 ไม่เหลือสักชิ้นนะ แสดงว่าคนต้องมากกว่าพัน คนมันเยอะกว่านั้น แต่ผมไม่ได้บอกคนที่มาทุกคนคือคนที่ให้เงินทำบุญหมด มันไม่ใช่ ซึ่งเขาอาจจะมีค่าใช้จ่ายของเขาก็ได้ เรื่องนี้เราก็จะไปละลาบละล้วงเขามันก็ไม่ใช่

เรื่องเชื่อไม่เชื่อ มันมันบอกกันไม่ได้ ผมก็คิดกันแค่ว่าในเมื่อเงินมันมีเท่านี้ ทำบุญได้เท่านี้ เราก็อนุโมทนาสาธุ แล้วก็ให้น้องจะไปทำบุญต่อกับ 100 วันอะไรก็ทำไป แค่นั้นเอง ผมว่าประชาชนทั่วไปก็น่าจะรู้สึกว่างานระดับนี้ ทำไมได้เงินแค่นี้ แต่จริงๆ พวกผมทุกคน ไม่ได้คาดหวังว่าจะเอามาเป็นทุน มาเป็นกำไรจากงานแล้วมันต้องได้ตังค์เท่านั้นเท่านี้ มันไม่มีใครคิดหรอก มันเป็นงานสูญเสีย แต่ส่วนใครจะทำบุญเท่าไหร่เนี่ย เงินทั้งหมดเราให้เขาไปแล้ว ส่วนเปิดมาจะมีเท่าไหร่ก็ตามที่พี่ๆ เห็นแค่นั้นเลยครับ”

ไม่คิดว่าเรื่องจะยื้อเยื้อและบานปลายมาถึงขนาดนี้
“ผมไม่คิดว่ามันจะยืดเยื้อบานปลายมาจนถึงขนาดนี้ ผมคิดว่าเรื่องมันจบตั้งแต่วันเผา แต่มันก็มีการโพสต์เข้ามา จบไป ผ่านไป เราเคลียร์กันแล้ว จบไป เงียบมาได้ 2-3 วัน มาเรื่องกระดูกอีก ผมว่าหยุดเถอะ พอเถอะ จะเอายังไงก็เอา จะพูดยังไง น้องจะทำอะไร วันนี้ที่ทุกคนออกมาพูด ไม่มีใครหวังร้ายกับน้องนะ ผมอยากจะบอกว่าทุกคนคือหวังดี แต่ที่ทุกคนออกมสเพราะทุกคนรักพี่เหน่ง

แม้กระทั่งตัวผมเองที่ออกมารีแอ็กชั่น ผมก็รักพี่เหน่ง พี่บอล พี่ยูริ พี่แจง พี่แจ๊ส หรือพี่ๆ ศิลปินในวงการบันเทิง พี่แมงปอ ชลธิชา เอย หรือใครๆ ก็ มันเกิดจากความรักครับ มันก็เลยเป็นรีแอ็กชั่นที่แบบ... คำถามอย่างเดียวคือทำไม เพื่ออะไร เพราะอะไร แล้วมันหาคำตอบไม่ได้ไง เราจะมานั่งพูดแทนมันก็ไม่ใช่เรื่อง เพราะเราก็ไม่รู้ว่าที่เขาทำอยู่มันคืออะไร ติดต่อไม่ได้ แล้วก็ไม่รู้ว่าตอนนี้คือยังไง จะสรุปจะจบกันว่ายังไงก็ยังไม่รู้ แต่ผมแค่อยากให้มันจบให้เร็วที่สุดครับ

สงสารพี่เหน่งเถอะ รักพี่เหน่งนะ ถ้ารักพี่เหน่ง สงสารพี่เหน่งนะ ให้มันจบซะ จะเป็นพรุ่งนี้เช้าก็ได้ จะมาเอากระดูกไป จะไปทำก็ทำไป แต่ส่วนว่าคุณจะแบ่งทางพี่สาวเขาไหม หรืออะไรยังไง ก็ตกลงกันเอา เพราะปกติก็คุยกันอยู่นี่ ผมว่ามันเรื่องใหญ่นะ มันเรื่องความรู้สึกด้วย อย่ามานั่งรอว่ากล้าไม่กล้าเลย ผมว่ามาทำในสิ่งที่มันถูกต้องดีกว่านะ ว่าควรจะเอากระดูกไปไว้ที่ไหน ควรจะเอาไปทำอะไร หรือถ้าน้องรู้สึกว่าจะไม่อยากเอาไปไว้ที่บ้าน น้องจะทำยังไง ก็ให้มันเป็นกิจจะลักษณะ ดีกว่าการที่มาวางเป็นเหมือนลังลังนึง เหมือนลังเปล่า พี่ๆ น้องๆ ผมก็เลยไม่โอเคกับเรื่องตรงนี้”

ดวงวิญญาณอาจจะรับรู้ และไม่ได้ไปอย่างสงบ
“ผมว่ามันก็เป็นความเชื่ออยู่แล้วครับตรงนั้น ดวงวิญญาณเองเขาจะรู้สึกมากน้อยแค่ไหน เขาอาจจะเห็นอยู่ก็ได้ หรือเขาอาจจะไม่โอเคก็ได้ มันก็เป็นไปได้หมด แต่เรามองว่า เออ อยากส่งเขาไปถึงที่หมายซะที จะรอให้ถึงร้อยวันจะทำก็ได้ ก็จบไป แค่นั้นเอง”

ขอให้ “ไอซ์” ออกมาจัดการทุกอย่างให้ชัดเจน เรื่องมันจะได้จบ
“อยากให้น้องออกมารีบจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ผมเชื่อว่าน้องดู ไม่ได้ดูผมหรอก อาจจะดูคนอื่น ที่พี่ๆ ทุกคนฝากไว้ ก็ฝากด้วย ฝากไปบอกน้องนะครับว่าให้มาดำเนินการ จะทำในรูปแบบไหน หรือจะยังไงก็ออกมาให้ชัดเจน ทุกอย่างมันจะได้จบ จะได้ไม่มีดรามา น้องก็จะได้ไม่โดนแรงกระแทก น้องจะได้ไม่โดนคนว่าฟรีๆ หรือน้องอยากจะออกมาพูดอะไรบ้าง ก็ได้ครับ ก็ออกมาพูด ผมว่าพื้นที่มันก็มีให้ยืนให้พูดกันอยู่แล้ว แต่ก็รีบมาจัดการเรื่องกระดูกซะ อย่าไปวางไว้อย่างนี้ เราก็เห็นแล้วกระดูกยังอยู่ตรงนั้น เพราะตัวมัคนายกเองหรือหลวงพ่อเอง เขาก็ไม่กล้ายุ่งครับ จะให้เราไปยกออกไปได้ยังไง เราไม่ใช่ญาติ”

มีโอกาสได้พูดคุยและปลอบใจ “เจเจ” อดีตภรรยา “เหน่ง”
“กับพี่เจก็มีแค่คุย ก็มีปลอบใจกัน ว่าเออพี่เจเป็นไงบ้าง ถามสารทุกข์สุกดิบซะส่วนใหญ่ สบายดีไหมพี่ วันนี้ไปอัดที่ไหน ทำอะไรบ้าง แล้วหลานเป็นยังไง แค่นั้นเลยครับ เห็นพี่เจโพสต์อยู่ครับว่ากำลังเดินทางมา เดี๋ยวรอดูอีกที ส่วนที่เหลือหลังจากนี้ครับ จริงๆ พวกเรามันไม่ได้เป็นคนส่วนเกี่ยวข้องอยู่แล้ว ส่วนเกี่ยวข้องก็จะเป็นทางญาติโดยตรง ทางลูก แล้วก็ตัวภรรยาก็คือน้องไอซ์ ก็รีบออกมาจัดการ มาคุย ผมว่ามาหาตรงกลางแล้วคุยกัน จะเอายังไงก็จบให้ได้ ทุกอย่างก็เงียบ ไม่มีอะไรแล้วครับ”