xs
xsm
sm
md
lg

“แหม่ม พัชริดา” เปิดใจถึง RS ในยุควิกฤต เพลงในตำนาน กำลังจะตายไปจากคนเจนใหม่?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ในวันที่คนเจนใหม่หันกลับมาเลือกฟังเพลงเก่า หลายเพลงดังในอดีตกลับมาฮอตฮิตอีกครั้งในโซเชียล รวมถึงวัฒนธรรมต่างๆ ในยุคที่เทป ซีดีกำลังรุ่งเรืองก็ถูกนำมาปัดฝุ่นรื้อฟืนความหลังกันมากมายในชีวิตประจำวันของคนเจนนี้ แต่น่าเสียดายที่คนรุ่นใหม่กลับแทบไม่มีใครพูดถึงเพลงของค่าย RS ค่ายที่เคยรุ่งเรืองเป็นยุคทองของวงการเพลง สร้างสรรค์เพลงฮิตติดอยู่ในใจของคนไทยทุกยุคทุกสมัยมามากมาย จนมีคำพูดติดปากในยุคหนึ่งว่า “โตมากับ RS” แต่ไม่ใช่กับสมัยนี้

ปัจจุบันพบว่าศิลปินที่ทางค่าย RS ปั้น มีคนเดียวและอาจจะเป็นคนสุดท้าย คือ “ใบเตย อาร์สยาม” สุธีวัน ทวีสิน เมื่อดูผลประกอบการของปีที่ผ่านมาพบว่า RS รายได้ลดฮวบขาดทุนสุทธิสูงกว่า 1.2 พันล้านบาท ทำหลายคนมีคำถามมากมาย เกิดอะไรขึ้นกับ RS กันนะ?

รวมถึงที่ผ่านมาทาง RS มีปัญหากับทางศิลปินและนักแต่งเพลงในเรื่องของลิขสิทธิ์เพลง ทำให้นักร้องเจ้าของเพลงฮิตในอดีตไม่สามารถเอาเพลงไปร้องได้ ศิลปินนักแต่งเพลงเองก็ไม่สามารถเอาเพลงที่แต่งไปทำใหม่ได้เช่นกัน เมื่อเพลงไม่ถูกการเผยแพร่จึงทำให้ไม่มีคนรู้จัก หรือเพลงเพราะๆ ที่เราเคยฟังเคยร้องได้ในยุคหนึ่งจะ “ตายไปกับ RS”

“แหม่ม พัชริดา วัฒนา” หนึ่งในผู้ที่เคยเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนผลงานเพลงของ RS ได้ออกมาแสดงมุมมองในฐานะศิษย์เก่า RS เชื่อว่าเพลง RS ไม่ตาย แค่เปลี่ยนยุค

เสียดายคนเจนใหม่แทบไม่รู้จักเพลง RS
“หากเรามองโลกแบบมันคือความจริง ในวันที่ RS รุ่งเรืองมันก็รุ่งเรืองสุด คนที่ยังจำได้วันนี้ก็ยังมีชีวิตอยู่นะ เด็กที่โตมากับกามิกาเซ่วันนี้ก็ 40 แล้วแน่นอน เดี๋ยวมันก็คงค่อยๆ เฟดไปตามสภาพความเป็นจริงของโลกนะ เสียดายอยู่แล้ว อาจจะเป็นเพราะด้วยความที่เราเห็นวัฎจักรนี้มาตั้งแต่แรก เราเห็นตั้งแต่ที่มันขึ้นสูงสุด แล้วก็เห็นวันที่มันเปลี่ยนแปลงจากสภาพยุคดิจิทัล

แน่นอนเราโตมากับ RS ถามว่าเราก็รู้สึกไหม ก็รู้สึก แต่ก็ค่อยๆ เรียนรู้ธุรกิจเพลงที่มันเปลี่ยนมาสักระยะใหญ่แล้ว ฉะนั้นเราก็อยู่ในจุดที่โอเค เราก็ยอมรับว่ามันมีการเปลี่ยนแปลง และที่สำคัญทุกวันนี้คนไม่ได้ฟังวิทยุหรือฟังจากสื่อหลักแล้ว แต่จริงๆ เพลง RS ยังอยู่ในแพลตฟอร์มเหล่านั้นนะ เพียงแต่ว่าเมื่อการรับรู้ของคนมันมาจากสื่อ ก็เลยกลายเป็นว่าใครเสพสื่อไหน ก็จะได้รับยินเพลงจากสื่อนั้นมากที่สุด

ซึ่งก็ได้แต่รู้สึก เออเนอะ นี่เองคือสิ่งที่มันเปลี่ยนไป เมื่อก่อนแม่เคยเล่าให้ฟัง สมัยนั้นโอ้ยเพลงนี้เพลงนั้น เรายังไม่รู้จักเลย วันนี้เราเข้าใจฟีลลิ่งเขาแล้ว ว่าเออ ความรำลึกถึงมันอยู่ในความทรงจำของคน ก็เหมือนสมัยนี้ที่เรามารู้จักเพลงของโมสาร์ท ยุคนั้นมันเหมือนสูญสลาย มันหมดไปแล้ว แต่มันยังอยู่ มันยังอยู่ แล้วคนที่สรรหาที่จะฟัง ก็ยังหาเจออยู่”

RS จะไม่ทำเพลงแล้ว
”เท่าที่ได้ยินมา เพลงในอนาคตจะไม่ทำแล้ว แต่เพลงเก่าๆ ยังอยู่ ถามว่าทุกวันนี้ใครทำเพลงได้ ถูกไหมคะ ถ้าในระบบธุรกิจมันไม่เวิร์กอยู่แล้ว ที่จะมานั่งทำเพลง 10 เพลง 100 เพลง 1,000 เพลง แต่เพลงเก่าๆ ยังอยู่”

เพลง RS จะตายไปกับลิขสิทธิ์?
“เชื่อว่าเพลงไม่ตายนะ เพียงแต่ว่าวันนี้ช่องทางของการสื่อสารมันเปลี่ยน แต่ด้วยความที่ออกจาก RS มานานแล้ว เราก็ไม่สามารถพูดในแง่ของธุรกิจได้ว่าเอ๊ะวันนี้เขาโฟกัสเพลงกันอย่างไร แต่ถามว่าเพลงของ RS ยังอยู่ไหม อยู่ เพราะว่าตอนนี้ในแง่ของลิขสิทธิ์ทาง Universal ก็มีส่วนหนึ่ง RS เองดั้งเดิมก็มีอยู่ ตอนนี้นักร้อง RS ออกไปร้องเพลงของพวกเขาเองในงานต่างๆ มากมายขึ้น

ฉะนั้นเราเชื่อว่ามันน่าจะเป็นแค่ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของเจเนอเรชัน แต่เดี๋ยวสักพักนึง มันก็จะเหมือนที่ทุกวันนี้เรายังต้องเอาเพลงรุ่นผู้ใหญ่มาร้อง มันก็จะกลับมา แล้วมันก็มันจะได้รับการเผยแพร่ เพียงแต่ว่ามันอาจไม่ใช่แบบค่ายนี้เป็นผู้นำเสนอเพลง เหมือนสมัยก่อน ที่ค่ายคือเจ้าของสื่อ เจ้าของทีวี

เราเชื่อในความมีประวัติศาสตร์ในตัวของเพลง คนที่เคยโตมากับนักร้อง RS อย่าง D2B เอย หรือว่ายุคแบบโตกว่านั้นคือรุ่นเรา ทุกคนจำเพลงเหล่านั้นได้ ทุกวันนี้คอนเสิร์ตรียูเนี่ยนมันยังเวิร์กอยู่ เพียงแต่มันอาจจะรู้สึกว่า จากที่เมื่อก่อนเราเคยดูเพลงของ RS และค่ายต่างๆ ออกทีวีทุกวัน วันละหลายๆ รอบ แน่นอนอันนั้นเปลี่ยน แต่เพลงไม่ตายแน่นอน เราเชื่ออย่างนั้น แต่มันอาจจะหายไปบางส่วน คือเพลงหลายเพลงจากทั้งหมดพันเพลง หมื่นเพลง มันอาจจะหายไป แต่เพลงที่มันโดดเด่นมันจะยังอยู่

แล้วเราเชื่อว่าเดี๋ยวพอวันนึง ธุรกิจมันก็จะมีการปรับเปลี่ยน สมัยก่อนจุดสูงสุดของเพลงคือเปิดเท่าไหร่ยิ่งดี วันนี้เปิดเท่าไหร่ไม่สน สนแต่ว่าลิขสิทธิ์ ต้องซื้อถึงจะเปิดได้ สุดท้ายพอจุดนึง มีเพลงอยู่ แต่ไม่มีลิขสิทธิ์ หรือมีลิขสิทธิ์อยู่ แต่ไม่มีการเผยแพร่ เขาก็อาจจะวนลูปกลับมากันใหม่ ว่าอยากฟัง เปิดเถอะ คือเราเชื่อแบบนี้ เพราะเพลงมันไม่หายไปไหน

ไม่รู้นะ ต้องไปถามผู้ที่เกี่ยวข้องกับเพลงโดยตรงๆ บางทีแล้วแต่มุมมอง ถ้าเขารู้สึกว่าไม่เป็นไร ก็ปล่อยไปให้มันเงียบไป ก็เงียบ แต่ถ้าเขารู้สึกว่าไม่ได้ เพลงมันต้องอยู่ต่อ ก็อาจจะคุยกันกลับมา คือสุดท้ายสองฝั่งนี้ มันก็คือต้องมาคุยกันแหละ”

ปัญหาโลกแตกการฟ้องร้อง ค่าย RS กับศิลปิน นักแต่งเพลง
“ณ วันที่เซ็นสัญญากันมันไม่มีใครรู้ว่าวันหนึ่ง ธุรกิจเพลงมันจะมาเป็นแบบนี้ และมันไม่มีใครรู้ว่าลิขสิทธิ์มันจะมาเป็นแบบนี้ ทุกคนเริ่มจากการทำงานด้วยกัน ไว้ใจกัน มันมีทั้งสองฝ่าย ภาระของคนเขียนเพลง ภาระของบริษัทที่ต้องรับผิดชอบทุกอย่าง ณ วันที่เซ็น เราก็เซ็นด้วยความที่เราเต็มใจ แต่ ณ วันที่มันถึงจุดที่มันต้องมาฟ้องร้องกัน เราว่ามันก็มีประเด็นของแต่ละคน เขาก็ทำตามความถูกต้องในแง่ของสิทธิ์ แต่ในแง่ของบริษัทเขาก็ต้องต่อสู้ ตอนนี้มันอาจจะชนะในแง่ของกฎหมาย แต่ว่าในแง่ของความสัมพันธ์ในวันข้างหน้า เราก็หวังว่ามันก็จะกลับมาเป็นตอนเริ่มต้น

พวกนี้เขาคือนักแต่งเพลง มันคือรายได้ของเขา อย่างเราเป็นนักร้อง เรายังไม่ได้รู้สึกแรงเท่า สำหรับเรา เรายังร้องเพลงได้ แล้วทุกวันนี้เราไปร้องเพลงที่ไหน RS เขาก็ให้เกียรติเราร้องเพลงตัวเอง ยกเว้นว่างานคอนเสิร์ตใหญ่ๆ ที่มันขายบัตร อันนั้นต้องไปดีล มันก็มีระบบดีลอยู่ แต่ว่าไอ้ตรงผู้แต่ง เขาอาจจะเดือดร้อนในเรื่องของส่วนแบ่ง อันนี้เราก็ไม่รู้ จุดที่จะลงตัวกันนี่บอกไม่ได้จริงๆ ไม่รู้ เพราะว่าสุดท้ายแล้วมันไม่ได้อยู่ที่เรื่องของรายได้ไง มันอยู่เรื่องของการคุยกันมากกว่า ทีนี้ถ้ามันเริ่มต้นด้วยการฟ้องร้องซะแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฝั่งไหนก็ตาม มันคือสู้แล้ว สุดท้ายมันก็ต้องถอยหลัง มาจบมาเคลียร์แล้วคุยกัน เราว่าอันนั้นจะเริ่มต้นได้

เดี๋ยวให้มันผ่านช่วงระบบการจัดการเรื่องลิขสิทธิ์เพลง แล้วในมุมหนึ่งของนักร้อง จะพูดอยู่ตลอดเวลาว่า เมื่อไหร่จะมีเซ็นเตอร์ราคากลางรัฐบาล เพราะฉะนั้น การที่ภาคใหญ่ไม่จัดการ ทำให้ภาคเล็กต้องมานั่งทะเลาะกันอยู่อย่างนี้”

เศร้าเห็นศิลปินร้องเพลงตัวเองไม่ได้
“เศร้าสิ นี่แหละ ปัญหาคือพอระบบการจัดการเบื้องใหญ่สุดมันไม่วางเซ็นเตอร์มันพูดยาก เพราะถ้าเราเป็นเจ้าของบริษัทเพลง ใครเอาเพลงฉันไปร้องก็ได้ ฉันไม่ได้ค่าลิขสิทธิ์ แล้วฉันจะเลี้ยงบริษัทได้ยังไง ในขณะที่ตัวนักร้อง ฉันเป็นคนร้องนะ ฉันเป็นคนทำให้เพลงดังนะ ทำไมฉันเอาไปทำไม่ได้

วิธีของเราจริงๆ คือ เราคุยและให้เกียรติบริษัท ไม่ว่าจะเป็นรถไฟดนตรี ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ สาว สาว สาว ทุกวันนี้คุณระย้า (ประเสริฐ พงษ์ธนานิกร) ยังคงเมตตา เวลาเราไปร้องงานจ้าง พวกเราก็ร้อง คุณระย้าไม่เคยมาก้าวก่าย แต่ถ้าเป็นคอนเสิร์ตที่เป็นการขายบัตรที่มีรายได้ เราก็ให้เกียรติบริษัทด้วยการเชิญไปจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพลงให้บริษัทก่อนนะคะ
ไม่อย่างนั้นถ้าเอาตามความนับถือกัน คุณระย้ารักเรา เรารักคุณระย้า แล้วยังไง แล้วบริษัทไม่ควรจะได้ลิขสิทธิ์เหรอ มันก็ไม่ถูกต้อง สุดท้ายพอของเรามันเจรจาและคุยกันชัดเจน บริษัทเขาก็ชัดเจน ถึงเวลาเขาจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ตามระบบกฎหมาย เขาก็จัดเก็บ สาว สาว สาว จะเอาไปร้องในงานที่แบบส่วนตัวหรืออีเวนต์อะไรก็ปกติ ก็ไม่มีปัญหา ไม่มีการมาทะเลาะกัน
RS กับเราก็เป็นเช่นนั้น ด้วยความเคารพ แล้วเราก็ต้องรู้ อย่างเช่นเวลาเราจะไปร้องเพลงที่ไหน เราต้องรู้ด้วย ถ้าเป็นงานอย่างนี้เราก็ต้องบอกเจ้าของงาน ว่ากรุณาไปติดต่อลิขสิทธิ์ จะขอหรือจะซื้อก็แล้วแต่ดีล แต่ไม่ใช่ปล่อยตัวไม่รู้เรื่อง นักร้องก็ไม่รู้เรื่อง

สิ่งที่เราช่วยเด็กๆ ได้คือ จะร้องเพลง RS หรือจะร้องเพลงในเครือไหนค่ายไหน ให้ไปติดต่อบริษัทนี้ ทุกวันนี้เราจะร้องเพลงของตัวเอง อย่างเพลง ทิ้ง เป็นเพลงของพี่แทน (แทน ปัณฑุรอัมพร) ลิขสิทธิ์เป็นของพี่แทน เราก็ต้องบอกพี่แทน เราก็ต้องบอก RS ด้วยโดยมารยาท ทั้งๆ ที่ลิขสิทธิ์อยู่กับพี่แทนนะ เราไม่บอก RS ก็ได้ แต่ไม่ได้ เราต้องบอก ว่าอันนี้เราขออนุญาตพี่แทนแล้วนะคะ ในเรื่องของ Licensing แต่ในทาง RS ซึ่งเราร้องเวอร์ชันดนตรีที่ RS เป็นคนผลิต เราก็ต้องขออนุญาต ทุกอย่างมันอยู่ที่คุณคะ สุดท้ายถ้ามันเริ่มต้นกันด้วยมิตรภาพ คุยกัน มันก็จะยาวนาน แต่ถ้าเริ่มต้นกันด้วยการต่อสู้ ถกเถียง อันนั้นเหนื่อย เพราะความชนะหรือแพ้ ได้มาด้วยการแตกแยก ไม่ช่วยหรอก”

เผยสามอย่างที่ทำให้เพลง RS ยังอยู่ได้ทุกวันนี้
“ณ วันนี้ RS อยู่ได้ด้วย 3 อย่างรวมกัน คือหลังๆ RS มีระบบการให้นักร้องเอาเพลงไปร้อง แล้วติดต่อจ่ายค่าย ซึ่งเป็นเซ็นเตอร์ ตอนนี้ Universal เป็นคนดูแลลิขสิทธิ์ มันมีระบบชัดเจนขึ้น ศิลปินก็สบายใจขึ้น ในการที่จะฉันจะต้องไปร้องที่นั่นที่นี่ เขาก็อยู่กันไปตามระบบ เพราะฉะนั้นถามว่าบริษัทคงทำให้เพลงอยู่ได้ไหม ได้ เพราะเมื่อนักร้องเอาไปร้องได้โดยไม่ต้องเสี่ยง เขาก็ยินดีที่จะเอาไปร้อง ตอนนี้นักร้องยุคอย่างคุณทัช (ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง) คุณเจมส์ (เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์) คนกำลังคิดถึง คอนเสิร์ตเยอะแยะ นั่นคือการเผยแพร่ มันก็ได้เอาเพลงไปเปิดซ้ำ คนทุกวันนี้ร้องเพลงได้ เต้นได้

เราไปร้องเพลงของ สาว สาว สาว วันนี้คนรุ่นเดียวกับเราก็ยังร้องได้เต้นได้ เด็กรุ่นใหม่เขาก็รู้จักเราไปด้วยเพราะมันมีโซเชียล มันไม่ใช่แค่ระบบธุรกิจเพลงแล้วนะ มันกลายเป็นโซเชียลแพลตฟอร์มมันก็มีส่วน หลายๆ คนก็บอกนี่เพลงของพี่เหรอ นึกว่าศิลปินวงนี่ตุยไปแล้วก็มี เขาไม่รู้จักตัวเราไง แต่เขารู้จัก รักคือฝันไป เราก็บอกพี่ยังไม่ตุย พี่ยังอยู่”