"เบลล่า" กี่ปีก็ยังคงเหมือนเดิมกับแฟนคลับ เพราะแฟนคลับอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่วันแรกที่ยังไม่ดัง จนมาถึงวันนี้ และแม่เคยสอนว่าเพียงแค่รอยยิ้มเดียวของเราก็อาจจะเปลี่ยนชีวิตใครบางคนได้ ดาราก็แค่อาชีพหนึ่งเท่านั้น ยอมรับกังวลกับวิกฤตพลังงาน เพราะทำธุรกิจหลายอย่าง คงต้องแก้ปัญหากันไป ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ขึ้นราคา
มีคลิปออกมาจากฝั่งแฟนคลับของนางเอกสาว "เบลล่า ราณี แคมเปญ" เป็นการชื่นชมว่าตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมานางเอกสาวไม่เคยลืมแฟนคลับเลย ถ้ามีจังหวะว่างก็มักจะหยุดคุยกับแฟนคลับเสมอ แม้ว่าตอนนี้จะดังเป็นระดับซุป'ตาร์แล้วก็ตาม ซึ่งเบลล่าก็เผยถึงเรื่องนี้ว่า แฟนคลับก็คือกลุ่มคนที่ซัพพอร์ตตนมาตลอดตั้งแต่ตนยังไม่ดังจนถึงวันนี้ และเป็นแฟนคลับกลุ่มเดิมๆ ที่สนิทกันอยู่แล้ว
“คือถ้ามันไม่มีเหตุสุดวิสัย มันก็เป็นตามปกติ ตามธรรมชาติของเรา แล้วเบลรู้สึกว่า พวกเขาน่ารักกับเราแต่วันแรก ตั้งแต่วันแรกที่เรายังไม่มีชื่อเสียง พวกเขาก็อยู่ข้างเรามาโดยตลอด เป็นกำลังใจที่ดีให้เราในวันที่เราไม่มีอะไร แล้วในวันที่เราดังมาก เขาก็ไม่ได้หายไป จนมาถึงวันนี้มันก็ปกติ เขาก็ยังให้กำลังใจเราอยู่เลย"
"แต่เบลก็ยังไม่ได้เห็นคลิป แต่สำหรับเบลเวลาคุยกับแฟนคลับก็คุยกันเหมือนเพื่อน เม้าท์กันปกติ เรารู้สึกว่าเวลาเขามาหาเรา เราก็ไม่อยากให้เขาเกร็ง เพราะว่าเขาก็ตามเราไปทุกที่ เราก็สนิทกันจริงๆ และยิ่งเวลาเราไปทำงานไกลๆ เราได้ยินเสียงกรี๊ด เสียงเชียร์ มันรู้สึกว่าเป็นกำลังใจ มันรู้สึกว่าเราไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวเดียวดาย ก็คือจะมีพวกเขาคอยซัพพอร์ตเรา“
บอกแม่เคยสอนว่ารอยยิ้มเดียวอาจจะเปลี่ยนชีวิตใครบางคนเลยก็ได้
”เอาจริงๆ ไม่มีใครไม่เปลี่ยน แต่เบลรู้สึกว่าขอให้เปลี่ยนไปในแง่ดีกว่า ซึ่งเรื่องนี้เบลต้องให้เกียรติคุณแม่ คุณแม่ก็จะสอนเราตลอดว่า เพียงแค่รอยยิ้มเดียวของเรา อาจจะเปลี่ยนชีวิตเขาเลยก็ได้ ซึ่งเราก็ระลึกคำของคุณแม่ตลอด เพราะเบลรู้สึกว่าถ้าเรารู้ตัวว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ อีกอย่างเบลรู้สึกว่ามันก็เป็นเรื่องของธรรมชาติ ที่จะมีคนชอบแล้วก็คนไม่ชอบ และสิ่งที่เบลให้ความสำคัญคือความเป็นธรรมชาติของตัวเราเอง ที่มันไม่ได้ฝืน เราก็เป็นของเราแบบนี้ อาจจะแซวๆ ร่าเริง มันก็มีความสุข ในการที่ออกมาเจอผู้คน ทักทาย หรือแม้กระทั่งเดินไปไหนมาไหนแล้วเจอคนอื่น ถามว่ามันต้องทำไหมเพราะมันคือหน้าที่ของการเป็นดารา เบลคิดว่าก็เป็นคนๆ หนึ่ง เพียงแค่ว่าอาชีพนี้มีคนรู้จักเยอะ“
ยอมรับกังวลสถานการณ์วิกฤตพลังงาน
”อย่างตอนนี้เกิดวิกฤตพลังงาน เราก็เจอเรื่องค่าตั๋วเครื่องบิน รวมไปถึงราคาเม็ดพลาสติก เพราะว่าเราก็เปิดร้าน แต่สินค้าที่เบลกำลังทำอยู่ ก็ยังไม่ได้ปรับราคา เรายังคิดว่าเรายังเอาอยู่ ซึ่งถามว่าเราต้องรับยังไง บางอย่างเราก็ต้องตุนไว้ เพราะว่าทุกอย่างมันมีการเปลี่ยนแปลง มันสามารถเกิดขึ้นได้ ถามว่ากลัวมันจะยาวนานไหม มันก็ต้องมีความกลัว ใครไม่กลัวบ้าง เพราะเราไม่รู้ว่าในอนาคตมันจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกไหม ซึ่งเบลก็มองว่าการทำธุรกิจมันก็ต้องมีปัญหาเป็นสิ่งที่คู่กัน แต่สิ่งที่มันกำลังเกิดขึ้นตอนนี้ มันก็เป็นปัญหาที่ใหญ่เหมือนกัน แต่เบลก็ยังเอาอยู่ แล้วก็แก้ปัญหากันไป ซึ่งในส่วนของการขึ้นราคานั้น เบลรู้สึกว่าเรายังเอาอยู่ ยังไม่ขึ้นราคา เพราะในเมื่อมันยังไม่เกิดปัญหากระทบต่อการที่เราต้องควักเนื้อตัวเองมาลงทุน“


