สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ(พม.), กองทัพบก และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ดําเนินโครงการ ปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสําหรับคนพิการ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนพิการในระดับครัวเรือน โดยมุ่งแก้ไขปัญหาสภาพที่อยู่อาศัยที่ไม่เหมาะสมและไม่ปลอดภัยต่อการดํารงชีวิตประจําวัน และได้จัดพิธีมอบบ้านที่ได้รับการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสําหรับคนพิการ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ ห้องประชุมชั้น 3 ตึกนวมหาราช สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ถนนราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ
ในพิธีดังกล่าว ผู้บริหารจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้ร่วมกล่าวถึงความสําคัญและความจําเป็นในการช่วยเหลือคนพิการ ประกอบด้วย ร้อยตํารวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, คุณอาภา รัตนพิทักษ์ ผู้อํานวยการกองคุ้มครองสวัสดิภาพและพัฒนาคนพิการ (ผู้แทนกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ), พันเอก ไตรรงค์ เนาวฤทธิ์ ผู้อํานวยการกองกิจการพลเรือน กองทัพภาคที่ 1 (ผู้แทนกองทัพบก), ดร.เกศี จันทราประภาวัฒน์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้กล่าว
ขอบคุณหน่วยงานภาคีในนามเจ้าของพื้นที่
นอกจากการมอบบ้านรวม 10 หลังแล้ว ประธานในพิธียังได้มอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้บริหารสถานศึกษาที่สนับสนุนการดําเนินงาน ได้แก่ ดร.เสถียร อุตวัต ผู้อํานวยการวิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี และ ดร.ประวิทย์ สนับแน่นผู้อํานวยการวิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร พร้อมกันนี้ได้มีพิธีมอบของที่ระลึก สิ่งของจําเป็น และเครื่องหมายแห่งความห่วงใยให้แก่ครอบครัวคนพิการ ดังนี้ การมอบพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ, การมอบป้ายโครงการฯ โดยผู้อํานวยการกองคุ้มครองสวัสดิภาพและพัฒนาคนพิการ, การมอบถุงยังชีพ โดยผู้อํานวยการกองกิจการพลเรือน กองทัพภาคที่ 1 โครงการนี้มุ่งเน้นการปรับปรุงโครงสร้างบ้านให้เหมาะสมกับสภาพความพิการ เช่น การทําทางลาด ติดตั้งราวจับ และซ่อมแซมระบบไฟฟ้า ด้วยงบประมาณไม่เกิน 40,000 บาทต่อหลัง ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุแล้ว ยังช่วยลดภาระของผู้ดูแลและคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้แก่คนพิการอย่างเป็นรูปธรรม
โครงการยังเป็นต้นแบบความร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในระดับครัวเรือน และสามารถขยายผลสู่พื้นที่อื่นในอนาคต สะท้อนแนวคิด “พัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านการพัฒนาบ้าน” โดยใช้ครัวเรือนเป็นฐานสําคัญของการดูแลคนพิการ ช่วยลดความเหลื่อมลํ้า ส่งเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสร้างสังคมที่เข้าถึงได้สําหรับทุกคนอย่างยั่งยืน


