xs
xsm
sm
md
lg

มีกันสองคนแม่ลูก “หนิง ปณิตา” น้ำตาไหล ทำงานหนัก เหนื่อย ปัดตอบ “จิน” ผัวเก่าตะคอกใส่ “ณิริน”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“หนิง ปณิตา” น้ำตาไหลทำงานหนัก เหนื่อย น้ำตาซึมเล่าเส้นทางสู้ของ “น้องณิริน” กว่าจะได้เป็นเด็กฝึกค่ายเลิฟอีส ยืนยันไม่ได้ใช้สิทธิลูกดาราเพราะฝึกหนักและล้มลุกคลุกคลานมาเยอะ เผยทุกวันนี้มีกันอยู่สองคนแม่ลูก ทำงานหนักเพื่ออนาคตลูกเสมอ ไม่ขอตอบ “จิน จรินทร์” ตะคอกใส่ลูก สอนเสมอต้องกตัญญูและรู้จักมารยาท

เป็นเรื่องที่ทำคุณแม่สุดสตรอง “หนิง ปณิตา พัฒนาหิรัญ” ถึงกับพูดไป น้ำตาซึมไปเลยทีเดียว กับเรื่องที่ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน “น้องณิริน” ได้เซ็นสัญญาเป็นเด็กฝึกของค่ายเลิฟอีสแล้ว บอกลูกสาวตั้งใจและเรียนหนักมากๆ ทั้งเรียนปกติและเรียนพิเศษ จากนั้นถึงจะได้ไปซ้อมเต้น หรือร้องเพลงใดๆ ก็ตาม เพราะเป็นข้อตกลงกันระหว่างแม่ลูก

“คือจริงๆ เป็นเรื่องที่ณิรินตัดสินใจเองนะคะ แล้วก็เก็บเรื่องนี้เอาไว้อยู่พักหนึ่ง จนกระทั่งพี่จิ๊บ(เทพอาจ กวินอนันต์) โพสต์ คือน้องมีโอกาสเข้าไปเทรนได้พักหนึ่งแล้วค่ะ ก็ดีใจกับลูก ดีใจที่เขาเป็นเด็กน่ารักและเป็นเด็กมีทัศนคติบวก มีเป้าหมายข้างหน้าที่รู้ว่าตัวเองอยากจะทำอะไร แล้วเขาก็ตั้งใจมากๆ เรียกว่าเป็นสเต็ปแรกที่ทำให้เขาเห็นว่าความพยายามของเขาทำได้แล้ว แต่หนิงก็จะบอกลูกว่าหลังจากนี้มันยากกว่าเดิมนะ เพราะว่ามันจะต้องพิสูจน์ทุกอย่างอีกเยอะแยะมากมาย การที่จะขึ้นมาเป็นศิลปินมันไม่ใช่แค่วันนี้ยูได้เซ็นสัญญาแล้วจบ มันคือยูจะทำยังไงให้ความสามารถได้พัฒนาในทุกๆ วัน แล้วก็เป็นที่รักของประชาชน อันนี้สำคัญมากๆ แล้วยูก็ต้องบาลานซ์ไปได้กับการเรียนหนังสือ และการใช้ชีวิตของณิรินเองด้วย

กระแสที่ว่าเป็นลูกดาราก็เลยได้ อันนี้สอนเขามาตั้งแต่เด็ก หนิงจะบอกกับณิรินเสมอว่าเราเลือกเกิดไม่ได้ เราเกิดมาก่อนที่จะมาได้เซ็นสัญญาก่อนที่จะได้ทำงาน เขาก็เหมือนลูกนักแสดง ลูกดาราคนนึงที่หลายๆ คนก็จะคาดหวัง หนิงก็จะบอกน้องเสมอว่าไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่ สิ่งที่จะทำให้ทุกคนรักและเมตตาหนูคือเวลาจะทำอะไรต้องคิดเยอะๆ ว่าสิ่งที่ทำไปแล้วกระทบกับใครไหม และในเรื่องของมารยาท ยังไงก็เป็นเด็กไทย มารยาทสำคัญที่สุด ก็ปลูกฝังเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็ก เชื่อว่าเขาจะผ่านมันไปได้”

บอก “น้องณิริน” ฝึกหนักมาก และทุกครั้งที่ไปออดิชั่นแล้วไม่ได้ ลูกก็จะเฟล
“น้องฝึกหนักมากจริงๆ เพราะว่าหลังจากเลิกเรียนก็จะต้องเรียนพิเศษปกติก่อน ไม่ว่าจะเป็นเลข ภาษาอังกฤษ มีภาษาเกาหลีนิดหน่อย ภาษาจีน ความรู้พื้นฐานทั้งหมด มันเป็นการต่อรองกันเลยว่าณิรินเรียนเสร็จต้องเรียนความรู้พื้นฐานก่อน ไม่อย่างนั้นณิรินจะไม่ได้ไปเรียนเต้น หรือไปเรียนร้องเพลง อันนี้เป็นการต่อรองจากหนิงเลย ถ้าอยากจะทำตรงนี้ ณิรินก็ต้องรู้จักที่จะเหนื่อยมากกว่าปกติ เพราะว่าไม่มีความสำเร็จอะไรบนโลกที่เราจะได้มาด้วยการที่เราไม่แลก ณิรินต้องเรียนรู้ของความเหนื่อยก่อน ถ้าไม่รู้ว่าวันนี้เหนื่อยเป็นยังไง แล้วต้องสละความสุขตัวเองที่บางทีอยากไปเล่น ณิรินจะไม่รู้เลยว่าการประสบความสำเร็จคืออะไรถ้าได้อะไรมาง่ายๆ

ซึ่งเขาก็เรียนหนักมาก ทั้งณิรินและแสนดี (ลูกสาว โอ๋ ภัคจีรา วรรณสุทธิ์) ไม่ได้ไปออดิชั่นแค่ครั้งนี้ครั้งแรกแล้วเขาได้นะ เขาผ่านการไปออดิชั่นมาเยอะมาก ที่ไหนมีเปิดออดิชั่นน้องสองคนนี้พอรู้ปุ๊บก็จะจับมือกันไป ไปกันมาหลายที่แล้ว และนี่น้องเข้าไปก็ไม่ได้เข้าไปด้วยความเป็นอภิสิทธิ์ลูกดารา หรือว่าเข้าไปด้วยชื่อเสียงของแม่ เขาเข้าไปจากการที่เขาไปออดิชั่น ถ้าอันไหนที่ออดิชั่นแล้วไม่ได้ เขาก็จะเฟล แต่เขาก็รู้ว่าหนูยังไม่เก่งพอ เขาไม่ได้รู้สึกว่ามีแม่เป็นดาราแล้วไม่ได้แล้วจะรู้สึกเฟล แต่เขารู้สึกว่าทำไมเขายังทำไม่ได้ ทั้งคู่เลยนะคะ ทั้งณิรินทั้งแสนดีจะรู้สึกว่าทำไมเขายังทำไม่ได้ ทำไมคนอื่นทำได้

หนิงก็จะพยายามบอกเขา ว่าทุกอย่างไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ถ้าไม่แลกจากความเหนื่อย แปลว่าที่ไม่ได้คือยังซ้อมไม่พอ ยังมั่นใจไม่พอ ยังพลาดตรงไหน เสียงถ้าเรายังฝึกไม่ได้มากพอที่เราจะมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วเราเดินเข้าไปออดิชั่นได้อย่างมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ เข้าไปยังไงก็ไม่มีทางได้ เพราะว่าเวลาเรามั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ หน้างานจริงๆ ที่ขนาดเราเป็นมืออาชีพที่ทำ หน้างานจริงๆ ทุกงานเรายังมีประหม่าเลย”

ยอมรับทั้งน้ำตาตอนนี้เหนื่อย เพราะตนทำงานหนักมาก
เหนื่อย มันเหนื่อย ไม่รู้จะตอบยังไงดี (น้ำตาซึม) คือด้วยความที่ทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าหนิงทำงานหนักมาก แล้วก็ทำงานทุกวัน แล้วในการที่เราเลี้ยงลูกในวัยนี้ ในวัยที่อายุเท่านี้ เป็นวัยฮอร์โมนว้าวุ่น เป็นวัยที่กำลังจะปรับตัวเข้าสู่วัยรุ่น ฉะนั้นเราเองต้องให้ความเข้าใจและความรัก และที่สำคัญคือเวลา มันเหนื่อยตรงที่งานเราหนักมาก แต่พอเสร็จงานปุ๊บ สิ่งแรกที่มันอยู่ในหัวคือลูกก่อน จะไม่ได้มีโอกาสแวะไปสังสรรค์ ไปสนุกสนานหรืออะไรก็ได้ที่เป็นเราคนเดียวเลย คือถ้าจะมีก็จะต้องเป็นกลุ่มเพื่อนๆ แก๊งหม่าม๊าเม้าธ์ของหนิงนั่นแหละ หนิงเชื่อว่าทุกคนทำงานบนเศรษฐกิจทุกวันนี้ มันโคตรเหนื่อยเลย มันเหนื่อยมาก

เรามีกันสองคนจริงๆ คือหนิงจะพูดกับณิรินเสมอเลยว่าเวลาที่ณิรินท้อ ณิรินมองหน้าแม่นะ แต่เวลาที่แม่ยิ้มให้ณิริน ณิรินมีความสุขไหม ณิรินบอกณิรินมีความสุข แล้วเวลาที่ณิรินยิ้มให้แม่ แม่ก็มีความสุข ดังนั้นเราสองคนคือความสุขของกันและกัน เราไม่ปล่อยมือกัน เราก็จะจับมือกันแล้วก็ไปด้วยกัน พยายามด้วยกัน อย่างที่บอกว่างานไหนที่เป็นงานของลูก หรือแม้กระทั่งลูกไปซ้อมเต้น ไปซ้อมร้องเพลง เชื่อไหมว่าหนิงไปนั่งเฝ้าเองทุกครั้ง อย่างเสาร์อาทิตย์หนิงพยายามจะบอกและขอหลายๆ คนที่หนิงทำงานด้วยว่าเสาร์อาทิตย์เป็นวันของลูกจริงๆ คือสมมติถ้ามันมีรายการที่จำเป็นว่าเทปนี้ต้องเป็นเรา ทำเสร็จก็ต้องไปนั่งเฝ้าลูก 3-4 ชั่วโมงก็ไปนั่งเฝ้า อยู่กับเขาตลอด”

เผยเรื่องสัญญาให้ลูกเป็นคนตัดสินใจเอง
ณิรินเป็นเด็กที่ไม่เคยทำให้หนิงรู้สึกว่าว่าเขาอ่อนแอเลย มะตูม (เตชินท์ พลอยเพชร) พูดกับหนิงเสมอว่าอีพี่หนิง คนที่อ่อนแอคือมึง ณิรินแข็งแรงกว่ามึงอีก ณิรินเก่งกว่ามึงอีก ก็มีกำลังใจ แล้ววันนี้พอเขาได้สัญญามาหนึ่งฉบับ หนิงว่ามันจะเป็นกำลังใจให้เขา สุดท้ายเราไม่รู้หรอกว่าณิรินจะได้เป็นศิลปินจริงๆ หรือเปล่า ณิรินจะประสบความสำเร็จในเส้นทางที่ณิรินอยากจะเป็นหรือเปล่า แต่มันคือกำลังใจให้เขาว่าสิ่งที่พยายามมา 2-3 ปี เขาตั้งใจกับมันมากจริงๆ แล้วสิ่งนี้มันคือความสุขของเขาที่ทำให้ก้าวผ่าน

แล้วคำตอบของณิรินที่ตอบพี่ๆ วันนั้นทุกคน คือคำตอบที่ทำให้หนิงไม่ถามลูกเลยว่าในสัญญานั้นมีอะไร ณิรินตัดสินใจเองทั้งหมด แล้วหนิงไปแค่เป็นผู้ปกครองที่เราต้องเซ็นเพราะว่าลูกต้องเซ็น คำตอบของณิรินเลยที่พี่ๆ ทุกคนถามแล้วณิรินพูดหน้าสื่อว่านี่คือความสุขของณิริน หนิงพูดเลยว่าแม่จะซัปพอร์ตทุกเรื่องจริงๆ หนิงได้อ่านเหมือนกัน แต่แค่คร่าวๆ แต่ทั้งหมดทั้งมวลน้องณิรินตัดสินใจเองทั้งหมดค่ะ

ถามว่าห่วงหรือกังวลอะไรอยู่ไหม ไม่มีเลย วันนี้พูดเลยว่าในเรื่องของการวางตัว หนิงว่าหนิงก็ฉีดวัคซีนให้เขาเยอะมากๆ แล้วก็ในเรื่องความที่เขาต้องเจอพี่ๆ หรือเจอคน หนิงเห็นเขาตอบคำถามในช่วงหลังๆ ที่เขาตอบคนเดียว ยืนหน้าไมค์คนเดียว หนิงว่าหนิงไม่ห่วงอะไรเลย ตอนนี้คือแค่เหนื่อยหน่อยนะลูก แล้วก็อยากให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้น้อง ให้โอกาสเด็กคนหนึ่งได้ทำสิ่งที่เขาฝัน

เรื่องคอมเมนต์ด้านลบก็จะบอกเสมอ โชคดีที่ณิรินจะสนิทกับลุงป้าน้าอาในวงการบันเทิงเยอะมาก ทุกคนก็จะบอกเสมอว่าให้อ่าน แต่ถ้าเราเป็นแบบนั้นจริงๆ ให้ปรับปรุงและแก้ไข แต่ถ้าเราไม่เป็นอย่างนั้นจริงๆ ให้เรามองข้ามไปเลย อย่าไปโต้ตอบหรืออย่าไปอะไร

ส่วนจะได้เห็นน้องเฉิดฉายตอนไหน อันนี้หนิงไม่ทราบเลยค่ะ ทั้งหนิง ทั้งพี่โอ๋ ภัคจีรา ก็ทำตัวเหมือนผู้ปกครองทั่วๆ ไปที่เขามาส่งลูกมาเทรน หนิงไม่เดินเข้าไปแม้กระทั่งไปถามหรือว่าเขาส่งตารางอะไรมาให้เรียน เราก็แค่ส่งน้องเข้าไปเทรน ไปนั่งรอ ถึงเวลาเราก็แค่รับน้องกลับบ้าน ไม่เคยไปถามว่าอีกกี่เดือน อีกกี่ปี จะมีโปรเจกต์อะไรไหม คือไม่มีการพูดคุยอะไรใดๆ ทั้งสิ้นกับผู้ใหญ่เลยค่ะ เป็นพาร์ตของชีวิตลูกไปเลย เรามีแค่หน้าที่ไปรอ ก็กลายเป็นว่าหนิงโอ๋ช่วงนี้ก็จะอยู่ด้วยกัน ตัวติดกันหน่อย”

ปัดตอบ “จิน จรินทร์ ธรรมวัฒนะ” ตะคอกใส่ลูก จนลูกต้องไปคอมเมนต์กลางไลฟ์ของ “กวาง รติชา” แฟนใหม่ของพ่อให้เตือนให้หน่อย
“(นิ่งคิดครู่หนึ่ง) หนิงขออนุญาตว่าเรื่องนี้หนิงไม่ขอตอบดีกว่า เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของน้องกับของคุณพ่อ เอาว่าวันนี้อะไรที่เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับน้องกับหนิง แต่ถ้ามันเป็นเรื่องน้องกับหนิง ถามได้เลย ถึงจะมีน้ำตา แต่มันเป็นน้ำตาที่เราดีใจนะ หนิงยินดีพูดทุกเรื่อง หนิงว่าหนิงสอนณิรินในมุมของความเป็นเด็กที่ต้องคิดว่าอะไรทำแล้วมีผลอย่างไร สอนณิรินว่าหนูต้องเป็นเด็กกตัญญูนะ สอนเรื่องมารยาท หนิงว่าหนิงสอนสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดไปแล้ว แล้วหนิงก็จะบอกลูกเสมอว่าเวลาทำอะไรให้คิดเยอะๆ ถ้าคิดไม่เยอะแล้วผลที่มันกลับมาหาเรา เราต้องยอมรับผลของมันได้ ดังนั้นวันนี้หนิงไม่ได้ห่วงอะไรน้องเลย หนิงเชื่อว่าน้องจะจัดการสิ่งนี้ได้ หนิงจะคอยซัปพอร์ตอยู่ข้างหลัง”