“ชมพู่ อารยา” เผยโมเมนต์ปล่อยโฮหลังแข่ง HYROX เพราะทำลายสถิติตัวเองที่ทำได้เร็วกว่าที่ตั้งเป้าไว้ 7 นาที สมัครด้วยตัวเอง ไม่ได้ไปเพราะกระแสหรือช่วยโปรโมต แชร์บทเรียนจากการได้ลงสนามทำให้ถ่อมตัว เคารพผู้อื่น คนที่คิดว่ากูเก่ง มาลองเลย ลั่นทุกคนทำได้ ตนไม่ได้วิเศษไปกว่าใคร
เป็นกระแสขึ้นมากๆ เมื่อเหล่าคนดังหลายแวดวงโดยเฉพาะคนบันเทิงพร้อมใจลงสนามร่วมแข่งขัน กิจกรรม Hyrox รวมถึง “ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต”ซุป'ตาร์ ภรรยาของ “น็อต วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์” เจ้าของอาณาจักรฟิตเนสชื่อดัง โดยผลการแข่งขันทำเวลาได้ดีจนเจ้าตัวปล่อยโฮ
ล่าสุด แม่ชมควงลูกสาว น้องแอบิเกล มาร่วมงาน “Downy เต้นลูบหอม พร้อมน้องเกล และแม่ชม” ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ก็ได้เปิดใจถึงการซุ่มเงียบลงแข่ง HYROX ครั้งนี้ว่า…
“ก็ดีค่ะ เราเป็นคนที่ออกกำลังกายอยู่แล้วเพียงแต่ว่าการสกิลทักษะเพิ่มเติมที่เราต้องใช้ในการแข่ง Hyrox ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมากก็คือการวิ่ง ด้วยความที่ชมเป็นคนไม่วิ่ง ปฏิเสธที่จะวิ่งมาตลอด แต่พอลงแข่งแล้วก็เหมือนเป็นช็อตบังคับว่าต้องฝึกวิ่ง ต้องซ้อมวิ่ง มาเริ่มจริงๆ ก็อาจจะช่วงปลายปีที่แล้วแต่ก็ยังไม่ได้เข้มข้นมาก ให้เวลาจริงๆ จะเป็นช่วงหลังจากกลับมาจากญี่ปุ่นช่วงเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมาที่เหมือนตั้งใจซ้อมตามโปรแกรมจริงๆ
ก็โหดค่ะ มันก็ไม่ง่ายแต่ทุกคนทำได้ ชมลงเป็นรุ่น open หรือมือสมัครเล่น น้ำหนักจะแตกต่างกันไปตามรุ่นนั้นๆ ก็เอาตัวเลขมาเปรียบเทียบกันมันก็อาจจะไม่ได้ ชมไม่ได้เก่งขนาดนั้น เพียงแต่ว่ามีพาร์ตเนอร์ที่ดีก็ช่วยเข็นช่วยดันเรา เราก็ไม่อยากให้โฟกัสที่ตัวเลขเพราะว่าทุกคนที่จบก็ถือว่าชนะใจตัวเองแล้วก็เก่งมากๆ ค่ะ”
มีโค้ชส่วนตัวเป็นแรงบันดาลใจในการลงแข่ง ยอมปลดล็อกตัวเองจากการวิ่ง
“ก็ตอนแรกไปเชียร์โค้ชตัวเองก่อน เพราะไปอยู่ในบรรยากาศมันก็ทำให้เราตื่นเต้น มันกระตุ้นเรา เชื่อว่าทุกคนถ้าใครที่มีโอกาสได้เข้าไปเชียร์ กลับบ้านแน่นอนมันเปลี่ยนอะไรบางอย่างในใจเราไปเลย เราก็คิดว่าอันนี้มันจะเป็นหมุดหมายสำคัญที่บังคับให้เราลุกขึ้นมาวิ่งสักที เพราะว่ามันเป็นสมการเดียวที่หายไปในการดูแลตัวเองของชม
ชมว่าการซ้อมมันไม่ได้ทำให้ท้อ มันทำให้เรามั่นใจมากขึ้น เพราะว่ามันมีช่วงแรกๆ ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ช่วงตื่นขึ้นมาแล้ว Hyrox 20 มีนาคม อะไรแบบนี้ เรายังรู้ตัวว่าเรายังไม่ค่อยจะพร้อม แต่พอเราซ้อมไปเรื่อยๆ เรารู้สึกว่าเราเห็นความเป็นไปได้แล้วว่าเราแข่งจบแน่ มันทำให้เราอุ่นใจมากขึ้นเสริมความมั่นใจให้ตัวเอง”
ร้องไห้เพราะเห็นสถิติตัวเองที่ทำได้เร็วกว่าที่ตั้งเป้าไว้ 7 นาที
“ก็งง เพราะว่าทุกอย่างมันจะเบลอ คือเหมือนตอนที่เราอยู่กับการแข่งขัน เราจะโฟกัสว่าเรามีความตั้งใจว่าเราจะไม่ตุย เราจะคุมฮาร์ทเรต (อัตราการเต้นของหัวใจ) เราจะไม่ปล่อยให้ฮาร์ทเรตกระฉูดแล้วเอาลงไม่ได้ หรือว่าอาจจะทำให้ไม่จบการแข่งขัน หรือว่าจบในสภาพที่ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ยมหรืออ่อมมาก หรือคลานเข้าเส้นชัยก็เลยค่อนข้างระวัง
ช่วงเวลาเกือบ 90 นาทีก็อยู่กับการคุมฮาร์ทเรตตัวเองแล้วก็ไม่ได้สนใจเลย เพราะว่าโค้ชก็จะพูดแบบอวยยศตลอดทางให้กำลังใจตลอดว่า ตรงตามเวลา ตรงตามเป้าเหลือเวลา เธอทำดีมากแต่เราก็รู้สึกว่าอวยเรา เรารู้สึกว่าไม่เชื่อ
ตอนที่อยู่ในฐานก็ได้ยินเสียงพ่อบอกว่า เวลาดีๆ สบายใจได้เลย เวลาดี เราไม่เชื่อเพราะเหมือนเราคิดว่า กูไม่รู้ กูจะไปของกูอย่างนี้ พอเห็นเวลาแล้วมันก็ตกใจว่า เร็วกว่าที่เราตั้งเป้าไว้ 7 นาที คำว่าชนะมันคงไม่ใช่เพราะคนแข่งเป็นเป็นหมื่น คำว่าชนะคือ หนึ่ง จบ สอง จบในเวลาที่เป็นเวลาเฉลี่ยที่คนทั่วไปเขาจบกัน แค่นั้นก็คิดว่าอยากทำให้ได้โดยที่จบแบบเดินเข้าเส้นชัยโดยที่ไม่คลาน”
สมัครด้วยตัวเอง ไม่ได้ไปเพราะกระแสหรือช่วนโปรโมต บทเรียนจากการได้ลงสนาม HYROX ทำให้ถ่อมตัว เคารพผู้อื่น คนที่คิดว่า กูเก่ง มาลองเลย
“ก็สมัครกับทีมคิวบิกค่ะ ทำตามระบบเลย (หลายคนรู้สึกว่าเป็นการรวมตัวของดารา เป็นกระแส เป็นการโปรโมต?) ไม่ค่ะ ถ้าจะบอกว่ามาเพื่อกระแสมันคงที่ไม่ใช่เพราะว่ามันต้องซ้อม คือถ้าไม่ซ้อมมามันก็ดูไม่จืด ชมว่ามันก็เป็นสัญญาณที่ดีเป็นการเซ็ตมาตรฐานใหม่ของฟิตเนส ว่าเราไม่ได้โฟกัสแค่ว่าจะอ้วนจะผอมหรือจะมีกล้ามมีซิกแพคหรืออะไร แต่มันต้องเพอร์ฟอร์ม (ทำให้บรรลุความสำเร็จ) ได้ด้วยชมว่ามันก็ดี
การออกกำลังกายทุกรูปแบบดีหมดค่ะ ไม่ว่าคุณจะออกกำลังกายในรูปแบบไหนอยู่ มันก็ดีทั้งนั้น แต่ชมมองว่าอันนี้มันเป็นเวทีที่ให้กับมนุษย์ที่เป็นมนุษย์ฟิตเนสได้มีพื้นที่ได้แสดงออกและได้วัดความสามารถ ได้มาวัดศักยภาพของตัวเองว่าเราประมาณไหน หรือได้มาลองลงสนามแล้วเราจะได้เจอจุดอ่อนของตัวเองในวันนั้นว่าตรงนี้ฉันยังพัฒนาได้อีก มันทำให้เราถ่อมตัว
สำหรับคนที่คิดว่า กูเก่ง มาลอง แล้วมันจะทำให้เรารู้ว่าตรงนี้ฉันยังไม่ได้ฉันยังอ่อนตรงนี้ เมื่อเรามีเป้าหมายอันนี้แล้วเราทำได้หรือคนที่คิดว่าฉันทำไม่ได้แล้วพอเรามาทำมันก็คือยกเราขึ้นด้วย ชมว่ามันทำให้เรามีความเคารพในทุกคน เรามีความเคารพให้กับทุกคนที่มาตรงนี้ไม่ว่าผลคะแนนหรือเวลาของจะออกมายังไง”
รอลุ้นสนามถัดไป มองเป็นการสอบวัดผลของคนที่ออกกำลังกายว่าจะพัฒนาตัวเองไปได้อีกเท่าไหร่
“ก็เดี๋ยวรอดูค่ะ เห็นเขาลือกันอยู่ว่าอาจจะสิงหาคมหรือตุลาคมปีนี้ อันนี้ยังไม่ออฟฟิเชียลนะคะ เห็นเขาลือๆ กัน ก็ถ้าอยู่ในประเทศหรือไม่ได้ติดเรื่องการเดินทางก็จะลงอีก คิดว่าเราฝึกตัวเองไปเรื่อยๆ ก็เหมือนเป็นการสอบวัดผลว่าเราพัฒนาตัวเองจาก 5-6 เดือนที่ผ่านมายังไง“
ตนไม่ได้วิเศษไปกว่าใคร ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ถ้าเราตั้งใจจริงๆ
”อันนี้สำหรับทุกคนนะไม่ใช่แค่ชม มันไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ถ้าเราตั้งใจจริงๆ ใครก็ทำได้ คือถ้าไปอยู่ตรงนั้นจะเห็นว่าคือแรงบันดาลใจมากๆ ทุกคนมาในทุกอายุ ทุกเพศ ทุกไซส์ ทุกสภาพ ทุกคนมาเพื่ออยากมาวัดกันสักตั้งนึง
(ไม่มีอะไรที่ชมพู่ทำไม่ได้?) ชมไม่ได้พิเศษไปกว่าใคร คนที่เก่งกว่าชมคะแนนเวลาดีกว่าชม ชมธรรมดามากค่ะ ใครๆ ก็ทำได้อย่างที่บอกไม่ต้องไปโฟกัสตรงนี้ มาก็คือเก่งมากๆ แล้ว ปีนี้คนไทยเข้าร่วม 17,000 คนประชากรเราเท่าไหร่ 17,000 คนที่อยู่ตรงนี้ก็ถือว่าใจคุณได้แล้วแค่มาแข่ง”
เผยสามี “น็อต วิศรุต” เป็นห่วงเกาะติดขอบสนามเลย จริงๆ ลงชื่อแข่งด้วยแต่ต้องพักร่างเพราะได้รับบาดเจ็บ
“คือคุณน็อตเขาไม่ได้เห็นตอนซ้อมเขาก็จะไม่รู้ว่าชมไหวหรือไม่ไหวยังไงแค่ไหน เพราะชมออกไปวิ่งก็ตีห้า 6 โมงแกก็จะไม่เคยเห็นเวลาเราทำคาร์ดิโอ เวลาเจอกันเขาจะเห็นแต่เรายกเวทเขาก็จะห่วงว่าเราจะไม่ไหวหรือเปล่า จริงๆ แกก็สมัครแต่ว่าเจ็บอยู่ต้องพักร่างเพราะรุ่นนี้อะไหล่แพงแล้วค่ะ”


