“ฟิล์ม รัฐภูมิ” ลั่น 2 ปีพิสูจน์แล้วบริสุทธิ์ไร้คดี เผยความจริงสุดซึ้ง ช่วย “ใบเตย” ตอนลำบาก ไม่มีแม้กระทั่งเงินจ่ายค่าเทอมลูก ให้อภัย “ดีเจแมน” แล้วแต่ยังรอคำขอโทษตามที่ตกลงกันไว้ ชี้ไปเชื่อ 2 คนที่ยุยงปลุกปั่น เตรียมขึ้นศาลอีก 2 คดี
ห่างหายจากการออกงานอีเวนต์นานเลยทีเดียว สำหรับ “ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์”แต่ล่าสุดเจ้าตัวมาร่วมงานพี่ชายคนสนิทอย่าง “อี๊ด โปงลางสะออน”กับการเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง “อีแหล่ แอรี่ เกาหลี โอปป้า” ณ ลานอินฟินิซิตี้ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ โดยหนุ่มฟิล์มก็ได้เปิดใจถึงเรื่องคดีความต่างๆ รวมถึงความสัมพันธ์กับ “ใบเตย อาร์สยาม” หรือ “สุธีวัน ทวีสิน” ว่าไม่เคยมีปัญหาอะไรกันเลย แถมตนยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องเงินค่าเทอมให้ลูกสาวใบเตยด้วยซ้ำ ทุกวันนี้ตนก็ยังไร้คดีที่โดนกล่าวหามาทั้งหมด
“จริงๆ ผมกับเตยเจอกันมาตลอดนะ แต่อย่างที่บอกว่ามันเป็นการเข้าใจผิดมากกว่า อดีตของเขาทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่เปล่าๆ ผมก็บอกเตยนะว่าวันนี้ถ้าเกิดมีโอกาสเดี๋ยวพี่บอกทุกคนนะ ก็คือจริงๆ ผมกับเตยไม่มีอะไรเลย รวมถึงอดีตของเขาผมก็ไม่ได้มีอะไรด้วย แต่เหมือนเขาไปเชื่อคนอื่น แล้วก็มาปลุกปั่นทำให้คนอื่นเข้าใจผมผิด ก็แค่นั้นเองครับ
คือของผมก็อย่างที่บอกว่าเราแสดงความบริสุทธิ์ใจไปตั้งแต่แรกแล้ว เราปฏิบัติตัวตามขั้นตอนทุกอย่าง แล้วก็เข้าสู่ทุกกระบวนการ จนวันนี้อย่างที่พี่ๆ ทุกๆ คนเห็นว่าผมไม่ได้มีความผิดอะไรเลย แล้วก็ไม่ได้มีคดีอะไรเลยด้วย มันเป็นแค่กลุ่มคนที่ปลุกปั่น แล้วก็ทำให้ผมพังทลายลงไปในสังคม ทำให้สังคมเข้าใจผมผิด คิดว่าผมเป็นคนแบบนั้นที่เขาอุปโลกน์ขึ้นมา แต่จริงๆ แล้วผมก็ได้พิสูจน์ตัวเองเกือบระยะเวลา 2 ปีครับ ให้ทั้งพี่ๆ สื่อมวลชน ทั้งทุกหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบทุกอย่าง วันนี้ผมก็ไม่มีความผิดอะไรเลย และยังเป็นฟิล์มคนเดิมครับ ซึ่งแค่คนๆ หนึ่งที่ทำมาหากินขายงาน แต่ว่าต้องถูกสื่อบางสื่อพิพากษาเราไปเกือบ 2 ปีก็เจ็บช้ำมาก แต่ว่าตัวผมเองผมไม่ได้ติดใจอะไรครับ”
บอกขอให้ทุกคนเอาคดีตนเป็นตัวอย่าง อย่าว่าร้ายใคร และจะไม่มีใครมาฟ้องทำร้ายได้
“ผมไปทุกหน่วยงานเลยครับ เพราะว่าปลุกปั่นกันจนเป็นกระแสใหญ่โตมาก ไปทุกที่ที่เกี่ยวข้องนะครับ แล้วก็พิสูจน์หมด พอพิสูจน์ไปแล้วเจ้าหน้าที่ทุกคนก็ตกใจกันหมดผมอยากจะบอกว่าโชคดีที่บ้านเมืองของเรามีกระบวนการยุติธรรมที่ศักดิ์สิทธิ์มากๆ ซึ่งเขาตรวจสอบละเอียดมาก อยากจะฝากว่าใครโดนแบบฟิล์ม เอาคดีฟิล์มเป็นตัวอย่างนะ อย่าออกมาด่ามาว่าใคร ไม่อย่างนั้นจะตกเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพทันที ถ้าเกิดว่าคุณออกมาด่ามาว่าใคร เขาจะเล่นแง่ตรงนี้ครับ บอกว่าคุณไปด่าไปว่าเขา แล้วก็จะฟ้องหมิ่นประมาทคุณ จะทำให้คุณเอาคดีของคุณที่เป็นหลักเนี่ยไปฟ้องเขาไม่ได้ เพราะเขาจะเอาคดีความมายันกัน
เอาฟิล์มเป็นตัวอย่างนะครับ ไม่ด่า ไม่ว่าใคร ไม่พูดถึงใคร แล้วก็ใช้กระบวนการยุติธรรมของบ้านเราให้คุ้มครองตัวเราเอง ผมก็ผ่านมาทุกบททดสอบแล้วในชีวิตนี้ แล้วก็ผ่านมาได้ วันนี้ก็ยังมายืนตรงนี้อยู่ ส่วนคนที่ว่าร้ายผมแล้วก็เกินเลยถึงพ่อถึงแม่ผม คนเหล่านี้ผมก็ดำเนินคดีหมด ทุกคนก็มาไหว้ขอโทษ มากราบบ้าง มาออกสื่อขอโทษบ้าง ผมก็ให้อภัยครับ
ต้องบอกว่าไม่เคยมีคดี มันเป็นเพียงแค่สื่ออุปโลกน์ขึ้นมาว่าว่าผมเป็นคนๆ นั้น แต่จริงๆ แล้วผมไม่ใช่คนๆ นั้น 2 ปีไม่โดนอะไรเลยครับ โดนแค่เรียกไปสอบสวน เรียกไปให้ปากคำ ไปตรวจสอบ ก็เป็นจำเลยของสังคมเกือบ 2 ปี เสียโอกาสไปหลายอย่างเลยครับ แล้วก็ฆ่าโอกาสดีๆ ไปเยอะแยะมากมายเลยแต่ตัวผมก็ไม่เคยที่จะไม่ต่อสู้ เพราะผมเชื่อว่ายังมีคนที่รักผมที่เขาติดตามผม เขาเชื่อมั่นในตัวผมอยู่ แล้วตัวผมเองก็ไม่ได้ทำอย่างนั้น ผมก็เอาทุกอย่างไปดีแคร์ กลายเป็นว่าเจ้าหน้าที่ทุกๆ คนก็มองกลับกันและเอาข้อมูลของผมไปตรวจสอบคนเหล่านั้นมากกว่า ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วทำไมเขาถึงทำแบบนี้”
เผยที่ฟ้องสื่อใหญ่ ศาลรับฟ้องทุกคดี
“ในส่วนที่ผมฟ้องเขาเป็นคดีทุกคดีครับ แล้วก็รับทราบข้อกล่าวหาทุกคดีครับ ตอนนี้หลักๆ เลยผมฟ้องแต่ตัวเมนๆ ครับ ที่เป็นขบวนการปลุกปั่นทั้งหลายครับ ก็โดนหมดเลยครับ โดนคดีกับผมหมดตอนนี้ก็ต้องรอกระบวนการต่อไปครับ เขากล่าวหาผมเยอะเกินมากเลยครับ แต่ก็จะมีอยู่ 2 องค์กรใหญ่ๆ แหละครับ ผมก็ฟ้องกลับ ตอนนี้อยู่ในชั้นศาล ศาลรับฟ้องหมดแล้วครับ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยเจอเลยกันครับ น่าจะต้องเจอในศาลครับ ถามว่าเขาจะไกล่เกลี่ยไหม ไม่น่ามีแล้วนะครับ จะมีนัดฟังคำพิพากษาน่าจะพฤษภาฯ นี้ครับ อีก 2 เดือน ไม่รู้ว่าจะเลื่อนหรือเปล่า ทางนั้นนะครับ”
บอกให้อภัย “ดีเจแมน พัฒนพล มินทะขิน” แต่ยังไม่ได้คำขอโทษอย่างที่ตกลงกันในศาล
“จริงๆ ผมฟ้องไปหลายคน แล้วบางคนผมก็ให้อภัย อย่างเช่น คดีดีเจแมน ผมก็ให้อภัยเพราะเตย ผมก็บอกเขาว่าก็ออกมาโชว์ความเป็นสุภาพบุรุษหน่อย ลองทำอะไรให้ผมดูสิว่าคุณจะทำยังไง เขาก็บอกว่าเดี๋ยวเขาจะออกมาขอโทษสื่อ แล้วก็ขอโทษผม จนวันนี้ยังไม่ขอโทษเลย แต่ที่ผมให้อภัย เพราะเขาบอกจะออกมาขอโทษสื่อ อันนี้เป็นการตกลงตั้งแต่วันที่ไกล่เกลี่ยแล้วครับ จนวันนี้เขายังไม่ออกมาขอโทษผมเลย ก็ไม่ได้ดำเนินคดีต่อ เพราะเราก็ช่วยครอบครัวเขามาเยอะมากเลย
คืออย่างที่ผมบอกว่าที่ผมไม่ฟ้องเขา จริงๆ ผมฟ้องได้นะ แต่ผมไม่ฟ้องเพราะว่าผมติดอยู่ที่เตย เพราะว่าน้องเพิ่งออกมา แล้วน้องก็ลำบากมาก ไม่มีแม้กระทั่งเงินจ่ายค่าเทอมลูก ผมก็ต้องเอารถผมให้น้องเขาไป แล้วเอารถน้องขาย เพื่อให้ได้เงินเอาไปส่งลูกเรียน แต่สิ่งที่เขาเพิ่งออกมา อดีตของเขาออกมาแล้วมาว่าผม เพื่อที่จะไปเชื่อแค่คน 2 คนที่ยุปลุกปั่นเขาทำให้ครอบครัวเขาพังแบบนี้ แต่นี่ก็ไม่มีใครรู้ ผมก็ไม่พูด เพราะผมเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดเรื่องของใครอยู่แล้วครับ แต่วันนี้ในเมื่อจบกันไปแล้ว ผมก็อธิบายให้ฟังว่าเพราะอะไรมันถึงจบ แต่ทุกวันนี้ก็ยังรออยู่ว่าเขาจะออกมาขอโทษเรา ก็ยังไม่ขอโทษสักที ส่วน 2 คดีที่เตรียมขึ้นศาล ก็เป็นคนละบุคคล”
บอกตนยังเป็นฟิล์มคนเดิม ที่เคยเข้าใจผิดก็กลับมารักใหม่ได้
“ จริงๆ คนที่เข้าใจผิด ผมมองว่าถึงบอกไปผมไม่รู้ว่าเขายังจะเปิดใจให้กับผมอยู่หรือเปล่า หรือว่าจะยังเข้าใจผิดผมอยู่ แต่ว่าทุกวันนี้ผมอยากจะบอกกับทุกๆ ท่านว่าผมก็ได้พิสูจน์ตัวเองตามกระบวนการทุกอย่างแล้ว ผมเป็นฟิล์มคนเดิมครับ ผมอยู่บนความถูกต้อง แล้วก็ไม่ได้เคยไปคิดทำร้ายใครหรือว่าคดโกงใครเพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าวันนั้นคุณเข้าใจผมผิด วันนี้คุณก็เปิดใจรักผมอีกครั้งหนึ่งได้ครับ เพราะผมก็ให้อภัยทุกคน แล้วก็ไม่เคยออกมาว่าใครเลยแม้แต่คนเดียวในทุกๆ คดีในชีวิตผม ผมก็เป็นฟิล์มคนนี้แหละที่ไม่เคยว่าใครเลยแม้แต่คนเดียว แล้วก็ไม่เคยพูดด้วย ไม่จำเป็นต้องพูด ก็เปิดใจรักผมอีกครั้งหนึ่งได้ครับ”


