xs
xsm
sm
md
lg

"ร็อคกี้" ตั้งเป้าหลังปลดหนี้ ฝันพาลูกไปเที่ยวญี่ปุ่น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เรียกได้ว่าเป็นช่วงมรสุมใหญ่อีกครั้งของ "ร็อคกี้​ สุรบดินทร์ สมบัติเจริญ" ลูกชายคนเดียวของนักร้องรุ่นใหญ่ "สุรชัย​ สมบัติเจริญ" ที่ยังคงมีเรื่องราวจากทางฝั่งพ่อออกมาไม่หยุด ล่าสุดวันนี้​ร็อคกี้พาภรรยาและลูกชายตัวน้อยมาร่วมรายการ คุยแซ่บ SHOW อีกครั้ง​ โดยเป็นการมาเปิดใจช่วงมรสุมชีวิตก่อนหน้านี้เมื่อ 3 ปีก่อน​ จากที่โดนเพื่อนโกง​ บริษัทล่ม จนต้องมีหนี้เป็นหลักสิบล้าน

โดย​ ร็อคกี้​ เผยว่าช่วงนั้น "น้องกู๊ดดี้" ลูกชาย​ยังเล็กมาก จากที่ทำธุรกิจมาก็หวังเพื่อที่จะสร้างครอบครัวให้ดี มีเงินใช้จ่ายเรื่องลูกได้สบายๆ แต่มาเจอปัญหาโควิด แถมโดนเพื่อนโกงอีก เจ้าตัวสารภาพเลยว่าตอนนั้นไม่มีเงินเลยสักบาท แต่พอรายการ คุยแซ่บ SHOW ติดต่อมา​ ยอมรับว่าที่มาออกรายการเพราะ​อยากได้​เงิน ตอนนั้นคิดแค่ว่าทำยังไงถึงจะทำให้มีเงินได้เร็วที่สุด เพราะเมื่อ 3 ปีที่แล้ว​เป็นช่วงที่แย่ที่สุดในชีวิต พอจบรายการถึงได้พาลูกไปกินไข่ตุ่นในร้านอาหารญี่ปุ่นได้ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมตนถึงมาออกรายการนี้เพียงรายการเดียว

บอกที่ตั้งชื่อลูกว่า กู๊ดดี้​ เพราะชีวิตช่วงนั้นเหมือนไม่เหลืออะไรแล้ว แต่ลูกคือสิ่งดีๆ สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ สงสารลูกที่เกิดมาในช่วงมรสุม มีหนี้เป็น 10 ล้าน​ เคย​ถึงขั้น​คิดสั้น​ ไม่​อยาก​มีชีวิตอยู่​แล้ว ไม่รู้จะทำยังไงกับตัวเอง เก็บตัวนั่งอยู่ในห้องมืดๆ คนเดียว​ แต่ที่หลุดจากช่วงนั้นมาได้ก็เพราะลูก ถ้าวันนั้นไม่มีลูก วันนี้อาจจะไม่ได้มานั่งตรงนี้แล้ว

ซึ่งพอตัดสินใจจะมีชีวิตอยู่ก็ทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ พอได้ออกรายการคุยแซ่บโชว์ก็มีหลายๆ คนติดต่อเข้ามาให้ทำงาน ตอนนี้ทยอยใช้หนี้ไปบ้างแล้ว และถ้าใช้หนี้หมดมีเป้าหมายว่าอยากจะจัดงานแต่งงานกับภรรยา อาจจะไม่ได้จัดใหญ่โต​ แต่ก็จะมีแหวนให้ อยากพาลูกไปเที่ยวโทมัสแลนด์ที่ญี่ปุ่นที่ลูกบอกอยากไป แล้วก็อยากพาแม่ไปเที่ยวต่างประเทศ เพราะตั้งแต่แม่กลับมาจากอังกฤษ ก็ไม่เคยได้ไปต่างประเทศอีกเลย ก็เลยตั้งใจอยากจะพาแม่ไปเที่ยว

พร้อมทั้งขอบคุณทุกกำลังใจของทุกคนที่มีเข้ามาให้กับครอบครัวตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ยอมรับเลยว่าตอนพาแม่และน้องๆ มาออกรายการก่อนหน้านี้แทบไม่อยากออกจากบ้านไปไหนเลย เพราะไม่รู้ฟีตแบ็กจะออกมายังไง ไม่กล้าเล่นโซเชียล แต่พอได้ออกนอกบ้าน ปรากฎว่ามีแต่คนเข้ามาให้กำลังใจ มีคนเข้ามาจับมือ มีคนส่งยิ้มให้ แถมส่งข้อความเข้ามาในช่องทางโซเชียลต่างๆ ทำให้ครอบครัวตอนนี้มีกำลังใจดีขึ้นมา พร้อมจะเดินหน้าใช้ชีวิตกันต่อไป